เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 : เส้นทางทะเลสู่รอนดิเน่

ตอนที่ 39 : เส้นทางทะเลสู่รอนดิเน่

ตอนที่ 39 : เส้นทางทะเลสู่รอนดิเน่  


วันต่อมา, ในที่สุดพระราชาอัลบราโทรก็ตัดสินใจเชื่อมสะพานความสัมพันธ์ระหว่างอัลบราโทรกับรอนดิเน่

ฉันดีใจที่พวกเขาคิดเรื่องต่างๆให้ถี่ถ้วนแต่ในฐานะประเทศ, นี่เป็นการตัดสินใจที่ช้าเกินไป

ฉันเข้าใจว่าพวกเขามีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งกับรอนดิเน่มาเนิ่นนานแต่ทุกสิ่งจะสูญสิ้นในตอนที่ประเทศของพวกเขาล่มสลาย

“ข้าคงต้องขอฝากท่านแล้วหล่ะนะ องค์ชายลีโอนาร์ด”

“ครับฝ่าบาท, ไว้ใจข้าได้เลย”

“ตะ, แต่ว่า, ท่านจะใช้เส้นทางทะเลจริงๆหรอครับ.....?”

พระราชามองไปที่ทะเลด้วยสีหน้าหวาดกลัว

ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ที่ท่าเรือ พอได้รับคำขอของพวกเขา, ฉันก็สั่งให้เรือทำการเตรียมตัวในทันที

ผู้คนของราชรัฐอัลบราโทรต่างก็คิดกันหมดว่าฉันจะใช้เส้นทางบกในการเดินทางและตอนนี้พวกเขาก็ทำเหมือนกับว่ากลัวจนแทบลมจับ แม้กระทั่งตอนนี้, พวกเขาก็ยังคงมองฉันเหมือนกับไม่อยากจะเชื่อ

“ไปทางทะเลมันเร็วกว่า เมืองหลวงของรอนดิเน่เองก็เป็นเมืองท่าเหมือนกันเพราะฉะนั้นข้าน่าจะไปถึงที่นั่นภายในสองวัน ถึงยังไงข้าก็ไม่อยากเสียเวลาโดยไม่จำเป็นกับเรื่องนี้อีกแล้ว”

“แต่ว่า......ลิเวียธานยังแอบซุ่มอยู่ในนั้นนะครับ”

“ข้ามีปืนใหญ่เวทมนตร์ที่ประเทศของท่านให้ยืมมา และเหนือสิ่งอื่นใด, ถ้าข้าไม่ไปยั่วโมโหมัน, ลิเวียธานก็ไมน่าจะมาโจมตีเรือของข้าหรอก พิจารณาจากมุมมองของมันแล้ว, สิ่งที่มันระวังมากที่สุดน่าจะเป็นอุปกรณ์ปิดผนึก หรือพูดอีกนัยนึงก็คือ, ลิเวียธานอาจจะพุ่งความสนใจมาที่นี่ เพราะฉะนั้นระวังด้วยนะครับ”

“อะ, อืม.... ข้าขอโทษสำหรับทุกอย่างนะ พวกเราขอฝากท่านด้วยขอร้องหล่ะ”

“ถึงแม้ว่าความสามารถของข้าจะมีจำกัด, แต่ไว้ใจได้เลยครับ”

พอพูดจบ, ฉันก็กำลังจะแยกกับพระราชาแต่ในตอนนั้นเองก็มีคนเรียกฉัน

“อะ, องค์ชายลีโอนาร์ด! ได้โปรดรอก่อนครับ!”

“นั่นองค์ชายจูลิโอไม่ใช่หรอครับ ตอนนี้ร่างกายของท่านหายดีแล้วหรอ?”

คนที่ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับผู้ติดตามของเขาก็คือจูลิโอ

จากสภาพร่างกายของเขามันจะเป็นการดีกว่าถ้าเขาอยู่นิ่งๆ

แต่ถึงอย่างนั้น, จูลิโอก็ยังคงเดินเข้ามาหาฉันแล้วโค้งคำนับจนสุดตัว

“ข้าอยากจะมาขอบคุณก่อนที่ท่านจะไปครับ ข้ารู้สึกซาบซึ้งมากที่ท่านช่วยชีวิตผู้คนของข้าตั้งมากมาย”

เขาไม่ได้พูดว่าเพราะฉันช่วยชีวิตของเขาและพี่สาวของเขา, ที่เขาแสดงความซาบซึ้งก็เพราะฉันช่วยเหล่าผู้รอดชีวิต

แนวคิดเชิงอุดมคติสุดๆแบบนี้มันคล้ายกับลีโอจริงๆ

จูลิโอเองก็เป็นคนอ่อนโยนเหมือนกันสินะ

“ข้าแค่ช่วยคนที่ขอความช่วยเหลือตรงหน้าข้า ข้าไม่ได้ทำสิ่งที่คุ้มค่ากับคำสรรเสริญของท่านหรอก”

“แต่ถึงอย่างนั้น, ความจริงที่ท่านช่วยพวกเราก็ไม่ได้เปลี่ยนไปครับ ข้าจะไม่มีวันลืมหนี้บุญคุณในครั้งนี้เป็นอันขาด”

“.....ท่านก็พูดเกินไป แต่, มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่นะครับ ถ้างั้นซักวันนึงข้างหน้าข้าจะมาขอให้ท่านตอบแทนนะครับ”

พอพูดจบ, ฉันก็ยิ้มเหมือนลีโอแล้วหันหลังให้เขา

แต่, จูลิโอก็หยุดฉันไว้อีกครั้ง

“องค์ชายลีโอนาร์ดครับ!.... ข้าอยากจะเป็นเหมือนกับท่าน! ข้าควรทำยังไงถึงจะกลายเป็นเจ้าชายที่น่านับถือเหมือนท่านได้!?”

คำตอบสำหรับคำถามนี้ค่อนข้างยาก

ฉันคิดว่าลีโอเป็นคนที่ยอดเยี่ยมแต่ฉันก็ไม่เคยคิดว่าเขาเป็นคนที่น่านับถือ

ลีโอมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน

ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้หล่ะนะ ตอบไปตามตรงก็แล้วกัน

“องค์ชายจูลิโอ ลีโอนาร์ด เลคส์ แอดเลอร์ไม่ได้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมเท่าที่ท่านคิดหรอกครับ บางคนอาจจะคิดว่าข้าอ่อนโยนแต่ก็มีคนที่คิดว่าอ่อนต่อโลกเหมือนกัน บางคนคิดว่าข้ากล้าหาญแต่ในทำนองเดียวกันก็มีคนที่คิดว่าข้าไม่รู้จักยั้งคิด แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังคิดว่าแนวคิดในอุดมคติของข้านั้นคือจุดอ่อนสำหรับตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้การตัดสินตามความเป็นจริงเฉกเช่นจักรพรรดิหรือเจ้าชาย ท่านอาจจะเทิดทูนข้าในฐานะฮีโร่แต่ข้าไม่ใช่ฮีโร่อย่างที่ท่านคิดหรอกครับ”

“ตะ, แต่ว่า.......!”

“ครับ, ข้ารู้ ถ้าท่านคิดว่าถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร, ข้าก็ขอให้คำแนะนำซักเล็กน้อยนะครับ ข้าไม่เคยลังเลในการทำสิ่งที่ข้าคิดว่ามันถูกต้อง นี่คือสิ่งที่ข้ารู้สึกภูมิใจกับมัน ท่านสามารถมีผู้ติดตามเพื่อชดเชยจุดอ่อนอื่นๆของท่านได้แต่การตัดสินใจนั้นถือเป็นความโดดเดี่ยวของกษัตริย์ นี่คือสาเหตุที่ทำไมข้าถึงคิดว่าถ้าสิ่งที่ตัวเองทำมันถูกต้องแล้ว, ข้าก็จะไม่ลังเล ในตอนที่ข้าช่วยเหลือเหล่าผู้รอดชีวิตก็เหมือนกัน ข้าคิดว่าข้าต้องช่วยพวกเขาดังนั้นข้าก็เลยทำ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง, ถ้าข้าคิดว่ามันถูกต้องข้าก็จะทำการตัดสินใจนั้นในทันที ถ้าท่านอยากจะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองในฐานะเจ้าชายถ้างั้นก็อย่าเสียเวลาโลเลในสิ่งที่ท่านพิจารณาแล้วว่าถูกต้อง”

“คะ, ครับ! คำพูดเหล่านี้! ข้าจะสลักเอาไว้ในใจของข้าเลยครับ!”

จูลิโอก้มศรีษะ

คำพูดเหล่านี้คือทัศนคติของฉันที่มีต่อลีโอจริงๆ

พูดตามตรง, ลีโอไม่เหมาะกับการเป็นจักรพรรดิ พี่ชายคนโตสุดของพวกเรา, มงกุฎราชกุมารเองก็เป็นคนอ่อนโยนแต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนที่ปล่อยให้สิ่งนั้นมาสร้างผลกระทบกับการตัดสินใจของเขา อย่างไรก็ตาม, ลีโอใสซื่อเกินไปในเรื่องนี้ การตัดสินใจของเขาจะได้รับผลกระทบจากความรู้สึกของเขาอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม, ลีโอไม่เคยลังเล การอ่อนต่อโลกเกินไปหรือโลกสวยเกินไปนั้นสามารถชดเชยได้ด้วยเหล่าผู้ติดตาม สิ่งที่จำเป็นของจักรพรรดิก็คือความสามารถในการตัดสินใจที่เด็ดขาด

เขาไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ

สิ่งที่สำคัญก็คือความหนักแน่น เขาไม่จำเป็นต้องคิดแผนการเพื่อทำร้ายคนอื่น ถ้าเขาแค่ทำการตัดสินใจที่เป็นประโยชน์ต่อจักรวรรดิได้ในฐานะคนที่มีความสำคัญสูงสุดเขาก็ถือว่าเป็นจักรพรรดิที่ดีแล้ว

ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ฉันเลือกผลักดันให้ลีโอได้เป็นจักรพรรดิ

คนอื่นอีกสามคนเองก็มีความสามารถแต่พวกเขามีอีโก้เยอะเกินไป พวกเขาให้ความสำคัญกับตัวเองก่อนจักรวรรดิ นี่คือลักษณะของจักรพรรดิที่พวกเขาจะกลายเป็น

พวกเขาต้องถูกหยุดยั้ง

“แต่ถ้าเป็นลีโอคงบอกว่า, ‘ถ้าท่านพี่มองแบบนี้ทำไมท่านพี่ไม่กลายเป็นจักรพรรดิซะเองเลยหล่ะ’ หล่ะมั้งนะ”

ฉันพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแล้วขึ้นไปที่เรือ

ฉันไม่เหมาะที่จะเป็นจักรพรรดิ

นี่คือสิ่งที่อาจารย์ของฉันเช่นเดียวกับท่านทวดที่เคยเป็นจักรพรรดิมาก่อนเป็นคนตัดสิน

จากคำพูดของเขา, จักรพรรดินั้นจำเป็นต้องมีความตั้งใจ ตราบใดที่ไม่มีสิ่งนั้นต่อให้มีคุณสมบัติอื่นครบทุกอย่างก็ยังไม่เหมาะสมที่จะเป็นจักรพรรดิอยู่ดี

ความตั้งใจในที่นี้ไม่ใช่สิ่งที่เหมือนกับความทะเยอทะยานที่จะเป็นจักรพรรดิ มันคือความตั้งใจที่จะทำสิ่งต่างๆ พูดอีกนัยนึงก็คือ, คนที่เกลียดเรื่องยุ่งยากอย่างฉันไม่เหมาะที่จะกลายเป็นจักรพรรดิ

ซึ่งฉันก็เห็นด้วยกับเขาอย่างเต็มที่

แค่แกล้งแสดงเป็นลีโอไม่กี่วันมันก็ทำให้สุขภาพจิตของฉันย่ำแย่ไปเยอะแล้ว ฉันอดใจที่จะกลับไปเป็นคนไร้ค่าอีกครั้งไม่ไหวแล้วเนี่ย

“ออกเรือได้! จุดหมายของเราคือราชรัฐรอนดิเน่!”

ด้วยความคิดนั้นในหัว, ฉันก็ออกคำสั่ง

ถ้าฉันสามารถไปรวมตัวกับฝั่งของลีโอได้ก็น่าจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

ด้วยการสงบจิตใจที่ระส่ำระส่ายของฉัน, ฉันก็ล่องเรือไปในทะเลที่มีมังกรทะเลแอบซุ่มอยู่

วันที่ฉันออกเดินทางจากอัลบราโทรผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

จากนั้นก็เข้าสู่วันที่สอง

พอหลุดจากน่านน้ำของอัลบราโทรมาได้, เรือของเราก็เข้ามาในเขตของรอนดิเน่

ซึ่งมันคือตอนที่มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น

จู่ๆเสียงคำรามก็ดังขึ้นมาจากใต้ทะเล

“เหวอ, อะไรหน่ะ!?”

“มังกรทะเลกำลังคำรามหรอ!?”

“หนอย! ทุกคน, เข้าประจำตำแหน่งของตัวเองซะ!”

ทุกคนที่อยู่บนเรือระส่ำระส่าย

ในอีกด้านนึง, ฉันออกมาจากห้องอย่างใจเย็นแล้วขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ

ฉันสร้างบาเรียเอาไว้รอบเรือลำนี้แล้ว มันคือบาเรียที่ตัดขาดตัวตนของเราจากการรับรู้ของภายนอก ที่ฉันเลือกเส้นทางทะเลก็เพราะฉันมีเวทย์นี้ แต่ว่า, สุดท้ายแล้วพวกเราก็มาเจอมันที่นี่จนได้สินะ

“ทุกคน, ใจเย็นก่อน! ตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว พวกเราทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้มันผ่านไป”

“อะ, องค์ชาย.....”

“มันอยู่ข้างใต้พวกเราแล้วครับ”

ฉันมองไม่เห็นมัน

บางทีมันน่าจะอยู่ลึกเข้าไปใต้ทะเล

แต่, ถ้าฉันไม่ได้ร่ายบาเรียปกปิดตัวตนหล่ะก็เรือของพวกเราอาจจะถูกจมไปแล้วก็ได้

จากตำนานของอัลบราโทร, ร่างกายของมันน่าจะยาวประมาณห้าสิบเมตรได้และมีปีกหนึ่งคู่กับขาสี่ข้างแต่ว่าฉันไม่สามารถยืนยันได้เลยว่าตำนานนั้นเป็นความจริงรึเปล่า

อย่างไรก็ตาม, ฉันมั่นใจว่ามันอยู่ข้างใต้พวกเราเนี่ยแหล่ะ

ไม่ใช่แค่ฉัน, ดูเหมือนว่าทุกคนบนเรือก็รู้เรื่องนี้เหมือนกันเพราะสัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ของพวกเขา ซึ่งความจริงที่ว่าทุกคนต่างก็กลั้นหายใจนั้นคือหลักฐาน

พวกเขาทุกคนรู้สึกได้ถึงอันตรายที่ร้ายแรงถึงชีวิต

มังกรคือผู้ล่าและมนุษย์ก็เป็นแค่เหยื่อของพวกมัน กฏนี้แทบจะแน่นอนนอนในโลกใบนี้

หลังจากผ่านไปซักพัก, ฉันก็ยืนยันได้ว่ามันผ่านพวกเราไปแล้ว อย่างไรก็ตาม, ฉันไม่ได้บอกพวกเขา

จนในที่สุด, หลังจากผ่านไปนานกว่าหนึ่งชั่วโมงโดยที่ไม่มีใครกล้าขยับกล้ามเนื้อเลย, มาร์คก็ประกาศออกมาว่าตอนนี้น่าจะปลอดภัยแล้วและพวกเราก็มุ่งหน้าไปที่รอนดิเน่ต่อ

“ข้านึกว่าพวกเราจะเสร็จมันแล้วนะเนี่ย.......”

“นั่นสินะ, ข้าเองก็นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเราจะมาเจอมันในสถานที่แบบนี้ ข้าไม่ระวังเองแหล่ะ”

“ครับ, แต่ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

“....สำหรับลิเวียธาน, มนุษย์ทุกคนคงจะเป็นศัตรูของมัน มันไม่มีแนวคิดเรื่องประเทศดังนั้นมันอาจจะไปทำอะไรบางอย่างในรอนดิเน่, หรือบางทีมันคงอยู่ในระหว่างทางกลับหลังจากทำแบบนั้นไปแล้ว แต่ไม่ว่ายังไง, มันคงจะดีกับรอนดิเน่มากกว่าถ้าพวกเขามองว่านี่เป็นปัญหาของพวกเขาเหมือนกัน”

ราวกับช่วยสนับสนุนคำพูดเป็นลางไม่ดีของฉัน, มีรายงานเข้ามา

“องค์ชาย! ตอนนี้รอนดิเน่กำลังถูกมอนส์เตอร์โจมตีอยู่ครับ!”

“ตามที่คิดเอาไว้เลยสินะ.....”

“องค์ชาย, ครั้งหน้าช่วยอย่าพูดอะไรที่อยู่ในใจท่านอีกจะได้ไหมครับ?”

“ถ้าสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้มันจะไม่ดีกว่ารึไง?”

“แต่สิ่งที่ท่านพูดมันอาจจะกลายเป็นจริงก็ได้นี่ครับ”

“ข้าไม่ได้มีความสามารถเหมือนพระเจ้าแบบนั้นซักหน่อย”

พอพูดจบ, ฉันก็ขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วมองไปทางเมืองหลวงของรอนดิเน่ที่อยู่ไกลๆ

ตอนนี้, พวกเขากำลังถูกมอนส์เตอร์หลากหลายขนาดโจมตีอยู่

ในขณะนั้นเอง, ก็มีเรือลำนึงที่กำลังต่อกรกับมอนส์เตอร์

ซึ่งเรือลำนั้นได้ชูธงของจักรวรรดิ

สมแล้ว, การตัดสินใจของเขารวดเร็วจริงๆ

“เดินหน้าเต็มกำลัง พวกเราจะไปช่วยสนับสนุนท่านพี่ของข้า!”

“รับทราบครับ! ทุกคนเข้าประจำตำแหน่งต่อสู้! เตรียมปืนใหญ่เวทมนตร์ที่ยืมมาจากอัลบราโทรให้พร้อมด้วย!”

พอพูดจบ, กัปตันเรือก็ให้คำแนะนำด้วยแรงใจที่พกมาอย่างเต็มที่

เขาคงกำลังมีความสุขที่จะได้ใช้อาวุธที่พวกเรายืมมาจากอัลบราโทร

ฉันได้ห้อยดาบของลีโอเผื่อเอาไว้ที่เอวด้วยแต่ว่ามันหนัก ฉันน่าจะไม่สามารถเหวี่ยงมันได้ดีซักเท่าไหร่

“แต่ถึงงั้นก็เถอะ, แบบนี้ก็แสดงว่าฉันจะมีโอกาสได้สลับตัวกลับแล้วใช่ไหม?”

ในขณะที่คิดเรื่องพวกนี้, พวกเราก็มุ่งหน้าตรงไปที่รอนดิเน่

จบบทที่ ตอนที่ 39 : เส้นทางทะเลสู่รอนดิเน่

คัดลอกลิงก์แล้ว