เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38: สถานการณ์ในรอนดิเน่

ตอนที่ 38: สถานการณ์ในรอนดิเน่

ตอนที่ 38: สถานการณ์ในรอนดิเน่  


“ข้า, อาร์โนลด์ เลคส์ แอดเลอร์, เจ้าชายลำดับเจ็ดของจักรวรรดิมาขอเข้าพบพระราชาแห่งรอนดิเน่ครับ”

“โอ้, องค์ชายอาร์โนลด์ ขอบคุณที่มานะ ข้าได้ยินมาว่าเรือของน้องชายท่านโดนพายุ ข้าหวังว่าเขาจะรอดมาได้อย่างปลอดภัยนะ”

“ขอบคุณมากครับ”

ลีโอนาร์ดทักทายพระราชาแห่งรอนดิเน่ในฐานะอาร์โนลด์

พระราชาแห่งรอนดิเน่นั้นเป็นชายร่างท้วมที่มีหนวดเครามากมาย อายุของเขาน่าจะอยู่ช่วงวัยสี่สิบแก่ๆ

ชื่อของเขาคือคาร์โล เดอ ลอนดิเน่

เขารับสืบทอดการทำสงครามกับอัลบราโทรต่อมาจากยุคพ่อของเขา ในตอนที่เขารู้ว่าอัลบราโทรกำลังหาความร่วมมือจากประเทศอื่นเพื่อทำการต่อสู้, เขาก็ส่งทูตสันถวไมตรีไปยังจักรวรรดิด้วยตัวเองเพื่อขอความร่วมมือจากจักรวรรดิ, ชายคนนี้คือคนที่สร้างเหตุผลในการมาเยี่ยมเยือนของพวกเราในครั้งนี้

“นี่มันค่อนข้างกระทันหันไปหน่อยก็จริง แต่องค์ชายอาร์โนลด์ ในเมื่อน้องชายของท่านไม่อยู่, ถ้าข้าคิดว่าตอนนี้ท่านเป็นหัวหน้าของภารกิจ, คงไม่ผิดใช่ไหม?”

“ใช่ครับ, คงต้องตามนั้นแหล่ะครับ”

ลีโอแค่ตอบคำถามเฉยๆโดยไม่พูดอะไรที่มากเกินความจำเป็น

นี่คือจุดที่เอลน่าซึ่งตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่ข้างหลังเขาคอยพร่ำบอกอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม, โลกไม่ได้ใจดีถึงขนาดที่จะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ

“แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลย, ถ้างั้นข้าขอฟังคำตอบจากจักรพรรดิหน่อยได้ไหม?”

พอพูดจบ, พระราชารอนดิเน่ก็ลงมาจากบัลลังก์

ราชรัฐรอนดิเน่ได้ขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิเพื่อต่อสู้กับราชรัฐอัลบราโทร

ซึ่งคำตอบของจักรพรรดิก็คือ ‘ไม่’ อย่างไรก็ตาม, ในบรรดาของขวัญทั้งหลายที่จักรวรรดินำมานั้นมีอาวุธและพิมพ์เขียวอยู่ด้วย แม้ว่าคำตอบอย่างเป็นทางการจะเป็นไปในแง่ลบ, แต่จักรพรรดิก็ไม่ได้คิดจะตัดความสัมพันธ์กับรอนดิเน่ นี่คือคำตอบที่ตั้งใจเอาไว้แต่อาวุธส่วนใหญ่อยู่บนเรือที่อัลนั่งและทุกอย่างก็จมลงไปที่ก้นทะเลแล้ว

ลีโอกำลังคิดหาคำตอบและใช้คำตอบแบบเลี่ยงๆที่เขาเตรียมตัวมาก่อน

“ในส่วนของเรื่องนี้, ข้าอยากให้ท่านฟังจากหนึ่งในอัศวินหลวงของพวกเรา เอลน่า”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะฝ่าบาท ข้าเอลน่า ฟ็อน แอมส์เบิร์ก, ผู้บัญชาการหน่วยที่สามของภาคอัศวิน

“อะ, แอมส์เบิร์ก....ผู้มีพรสวรรค์จากบ้านผู้กล้าหาญที่โด่งดังคนนั้นหน่ะหรอ....นะ, นี่มันค่อนข้างน่าตกใจไม่ใช่น้อยเลย ข้าได้ยินมาว่าท่านเข้าร่วมกับอัศวินหลวงแต่ข้านึกไม่ถึงเลย.........”

“ฝ่าบาทไม่นึกว่าผู้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์จะมาที่นี่ด้วยตัวเอง, ถูกไหมคะ?”

พระราชารอนดิเน่พยักหน้าซ้ำไปซ้ำมาให้กับคำพูดของเอลน่า

เอลน่า, ในอีกด้านนึง, ได้ตอบกลับความประหลาดใจของเขาด้วยรอยยิ้ม

จากรูปลักษณ์ภายนอกของเธอ, เอลน่านั้นเป็นเด็กสาวที่น่ารักและมีหน้าตาสละสลวยดังนั้นรอยยิ้มของเธอจึงทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย

“วางใจได้ค่ะ ข้าไม่สามารถใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์นอกเขตแดนของจักรวรรดิได้”

“หงะ งั้นหรอ, มันไม่ใช่ว่าข้าสงสัยในตัวท่านหรืออะไรหรอกนะ.....ข้าขอโทษด้วยถ้าข้าเผลอไปทำเรื่องเสียมารยาทกับท่าน”

“ไม่หรอกค่ะ, ข้าเข้าใจดีว่าการมีอยู่ของบ้านผู้กล้าหาญแอมส์เบิร์กมันเป็นเช่นนั้น และนี่ก็คือคำตอบค่ะ ฝ่าบาท”

“ทะ, ท่านหมายความว่ายังไง....? ช่วยขยายความหน่อยได้ไหม?”

เอลน่าเริ่มอธิบายกับพระราชารอนดิเน่ที่ไม่สามารถทำความเข้าใจสถานการณ์นี้ได้

“จักรวรรดิของเรามีอำนาจทางการทหารที่แข็งแกร่ง สำหรับจักรวรรดิการเคลื่อนไหวก็คงหมายถึงการที่นายพลระดับสูงอย่างเช่นตัวข้าออกเดินทางมาด้วย สรุปง่ายๆก็คือว่า, จักรวรรดิสามารถทำลายทั้งประเทศของท่านและราชรัฐอัลบราโทรได้อย่างง่ายดายค่ะ,”

“หนะ, นั่นสินะ, เรื่องนั้นข้าเข้าใจอยู่”

“สมแล้วค่ะที่เป็นถึงพระราชา ท่านฉลาดจริงๆ แต่ว่า, จักรวรรดิของเราก็มีศัตรูเหมือนกัน ถ้าจักรวรรดิส่งกำลังเสริมมาช่วยประเทศของท่านอย่างเป็นทางการ, คู่แข่งของเราก็จะส่งกำลังเสริมไปช่วยอัลบราโทรเหมือนกัน และถ้าเป็นเช่นนั้น, อนาคตที่รออยู่สำหรับทั้งสองประเทศก็คงจะมีแค่ความเหนื่อยล้าและในที่สุดมันก็จะนำไปสู่การทำลายดินแดนทางใต้”

“บะ, แบบนั้นมัน....”

“ขอโทษด้วยนะคะ, แต่นี่คือคำตอบของเราค่ะ เพราะว่าจักรวรรดิของเราแข็งแกร่งเกินไป, ถ้าพวกเราเคลื่อนไหว, ประเทศอื่นก็คงจะตอบสนองอะไรบางอย่างเหมือนกัน ดังนั้น, ฝ่าบาทจึงไม่สามารถทำตามคำขอของท่านได้ โดยเฉพาะในตอนที่ประเทศของท่านมีอำนาจเหนือกว่าในความขัดแย้งนี้”

“อะ, อืม....สมกับที่เป็นองค์จักรพรรดิของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ เขาถึงกับนำสถานการณ์ของทวีปมาประกอบการตัดสินใจด้วยสินะ แต่ว่า, การที่ประเทศของข้าจะเอาชนะราชรัฐอัลบราโทรด้วยตัวเองนั้นคงจะเป็นเรื่องยาก ถึงยังไงมันก็มีประเทศอื่นที่คอยให้ความช่วยเหลือกับพวกเขา”

เอลน่าพยักหน้า

แน่นอนว่า, เอลน่ากับลีโอรู้เรื่องนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกเขานำอาวุธกับพิมพ์เขียวติดตัวมาเป็นของขวัญด้วยซึ่งมันเป็นการบอกโดยนัยกับรอนดิเน่ว่าพวกเขาต้องพอแค่นี้ แต่ว่า, ตราบใดที่เอลน่ากับลีโอไม่มีสิ่งนั้น, พวกเขาก็ทำได้แค่เงียบเท่านั้น

“แน่นอนค่ะ, พวกเรารู้เรื่องนั้นดี นี่จึงเป็นสาเหตุที่องค์จักรพรรดิหวังว่าพวกเราจะสามารถรักษามิตรภาพต่อไปได้ในขณะที่พวกเราจะคอยช่วยเหลือท่านที่ละนิด ซึ่งในขั้นต้น, องค์จักรพรรดิได้ส่งข้ามาอยู่ข้างท่านในครั้งนี้ นี่คือการแสดงพลานุภาพทางการทหารของจักรวรรดิให้ท่านเห็นค่ะ ท่านจะยอมรับสิ่งนี้ได้ไหมคะ? ฝ่าบาท, หรือว่าท่านสนใจอยากทดสอบพลังของลูกหลานผู้กล้า?”

“โอ้! เป็นเช่นนี้นี่เอง! แบบนี้ก็เยี่ยมไปเลย!”

ในที่สุดก็รู้ถึงความตั้งใจของพวกเราแล้ว, สีหน้าของราชารอนดิเน่สดใสขึ้น

ถึงยังไง, ถ้าพวกเขาถูกจักรวรรดิปฏิเสธพวกเขาก็ต้องทำการปรับเปลี่ยนแนวทางการเคลื่อนไหวของพวกเขาครั้งใหญ่

ราชรัฐรอนดิเน่ไม่สามารถเอาชนะอัลบราโทรด้วยตัวคนเดียวได้อีกแล้ว มันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ถ้าพวกเขาได้ใช้เวลาซักพักใหญ่ๆแต่พระราชากลับรู้สึกยอมรับไม่ได้

พระราชาอยากจะรวมเขตใต้ให้เป็นหนึ่งเดียวกันในยุคของเขา ถ้าเขาทำไม่ได้ประเทศของเขาก็คงจะไม่สามารถเอาชนะประเทศทางตอนกลางของทวีปซึ่งกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆและจะกลืนกินพวกเขาในที่สุด

ด้วยเหตุผลนี้เอง, แผนการกลายเป็นพระราชาของประเทศทางใต้ที่หลอมรวมกันเป็นปึกแผ่นจึงถูกฝังอยู่ในจิตใจของเขา แน่นอนว่ามันคือแผนการที่ดูทะเยอทะยานแต่นี่เองก็เป็นเพราะเขาอยากปกป้องทางใต้ด้วย

สำหรับราชารอนดิเน่คนนี้, แน่นอนว่าเขาอยากจะเห็นพลังของลูกหลานผู้กล้า, มนุษยชาติที่แข็งแกร่งที่สุด

“อืม, แต่ว่า, ในประเทศของเราไม่มีคนที่สามารถแข่งกับท่านได้ด้วยการต่อสู้ตัวต่อตัวหรอก เพราะฉะนั้น. องค์ชายอาร์โนลด์ ข้าขอให้ฝั่งเรามีนักสู้มากกว่าหนึ่งคนจะได้ไหม?”

“ถ้าเจ้าตัวไม่มีปัญหาข้าเองก็ไม่มีอะไรจะคัดค้าน”

“ยินดีค่ะ”

“เข้าใจหล่ะ, เข้าใจหล่ะ ถ้างั้นขอฝั่งเราซักประมาณ 10 คนจะได้ไหม? แบบนี้น่าจะเหมาะสมกับความสามารถของท่าน”

“เข้าใจแล้วค่ะ 10 คนสินะคะ”

เอลน่าตอบรับอย่างสบายๆ

พระราชาไม่คิดว่าเธอจะยอมรับง่ายดายขนาดนี้แต่เนื่องจากมันจะไม่ใช่เรื่องดีถ้ามาเปลี่ยนเงื่อนไขในตอนนี้, เขาจึงเรียกตัวอัศวินที่มีความสามารถ 10 คนที่กำลังประจำอยู่ในปราสาท

ด้วยเหตุนี้เอง, ข้างในพื้นที่ห้องบัลลังก์, การต่อสู้ 1 ต่อ 10 จึงได้เริ่มต้นขึ้น

“โอ้วววว!!”

คนแรกที่เคลื่อนไหวคืออัศวินที่มีร่างกายใหญ่โต

เขาพุ่งเข้าใส่พร้อมกับดาบฝึกแต่จากมุมมองของเอลน่า, เขากำลังเผยช่องว่างอย่างเต็มเปี่ยม

ในขณะที่คิดถึงเรื่องนี้, เธอก็ปัดดาบของเขาเบาๆ, ถ้าเกิดเขาเป็นลูกน้องของเธอ, เธอคงจะสั่งสอนเขาใหม่ตั้งแต่ต้นแล้ว

ดาบฝึกที่อัศวินตัวใหญ่กำลังถืออยู่ถูกผ่ากลางพร้อมกับเสียงไม้แตก

“เอ้ะ.....?”

“ข้าว่าเข้ามาพร้อมกันทุกคนจะไม่ดีกว่าหรอ?”

ใบหน้าของอัศวินตัวใหญ่ซีดเผือดเหมือนกับว่าเขาถูกฟันด้วยดาบที่คมกริบ

โดยที่ไม่สนใจเขา, เอลน่าก็เหลือบมองอัศวินอีก 9 คนที่เหลือ

เป็นเวลาพักนึงที่, อัศวินกลัวสายตาของเอลน่าแต่ในทันทีที่พวกเขารู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่หน้าพระราชาของตัวเองพวกเขาก็รวบรวมความกล้าของตัวเอง

เริ่มแรก, สามคนในกลุ่มพวกเขาเข้ามาโจมตีเธอพร้อมกันจากคนละทิศ

จากมุมมองของเอลน่า, การโจมตีของพวกเขาช้ามากจนทำเธอหาวได้เลย, เธอผ่าครึ่งดาบฝึกทั้งหมดที่กำลังพุ่งเข้ามาในเวลาเดียวกัน

พอเห็นดาบฝึกถูกเอลน่าที่กำลังใช้ดาบฝึกเหมือนกันผ่าครึ่งอีกครั้ง, อัศวินคนที่เหลือก็ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว พอเห็นพวกเขาเป็นแบบนี้, เอลน่าก็ตะโกนใส่พวกอัศวิน

“ถ้าเจ้าเป็นอิศวินก็อย่าได้คิดจะถอยหนีต่อหน้าเจ้านายของพวกเจ้าเป็นอันขาด! ไม่อย่างนั้นผู้คนจะพูดได้ว่าไม่มีอัศวินอยู่ในรอนดิเน่รู้ไหม!”

“คะ ครับ! พวกเรากำลังจะเข้าไปแล้ว!”

เหมือนกับอาจารย์ที่กำลังฝึกลูกศิษย์ของตัวเอง

นี่คือสิ่งที่ลีโอคิดในขณะที่มองฉากตรงหน้า

อัศวินที่ถูกตะโกนใส่เข้ามาหาเอลน่าโดยไร้ซึ่งความกลัว และมันก็เป็นครั้งแรกที่, เอลน่ารับดาบของพวกเขา

แค่สิ่งนี้เพียงอย่างเดียวก็สร้างเสียงตะโกนแห่งความสุขจากฝั่งรอนดิเน่ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม, เอลน่าเป็นคนจัดฉากขึ้นมา บางทีอาจจะมีแค่ลีโอกับลูกน้องของเอลน่าที่สังเกตเห็นจุดนี้

แสดงให้พวกเขาเห็นถึงพลังอำนาจที่ท่วมท้นจากนั้นก็ออมมือให้เล็กน้อยเพื่อเป็นการรักษาหน้า นี่คือเทคนิคที่อัศวินหลวงมักจะใช้ในตอนที่พวกเขามีคู่ต่อสู้เป็นชนชั้นสูง

แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีที่, ทางฝั่งรอนดิเน่ไม่มีใครสังเกตเห็น

ด้วยความโล่งอก, ลีโอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆในขณะที่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน

“สงสัยจังว่าท่านพี่จะกำลังลำบากเหมือนกันรึเปล่า......”

เขาพึมพำออกมาด้วยเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน

สำหรับลีโอ, อัลมักจะเป็นพี่ชายสุดเก่งที่สามารถทำเรื่องที่เขาทำไม่ได้มาโดยตลอด

ในสมัยเด็ก, เคยมีต้นไม้อยู่ต้นนึงที่ไม่มีเด็กคนไหนปีนได้ ในบรรดาพวกเด็กๆ, พวกเขาพูดคุยกันเรื่องที่ใครจะเป็นคนแรกที่สามารถปีนต้นไม้ต้นนั้นได้  ลีโอเองก็ฝึกฝนเพื่อที่จะปีนมันอย่างเอาจริงเอาจังแต่ก็ไม่มีใคร, ไม่แม้แต่ลีโอที่สามารถทำมันได้และในที่สุดแฟชั่นการปีนต้นไม้ก็เลือนหายไปตามกาลเวลา

อย่างไรก็ตาม, หลังจากนั้นซักพัก, ลีโอก็ไปเจอนกตัวเล็กๆที่ได้รับบาดเจ็บอยู่บนต้นไม้ต้นนั้น

แต่ว่า, ลีโอไม่สามารถช่วยมันได้เพราะเขาไม่สามารถเข้าถึงตัวมันได้

ในตอนนั้น, อัลก็บังเอิญผ่านมาพอดีและถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้น, เขาก็บอกให้รอที่ต้นไม้และหายไปที่ไหนซักแห่ง

หลังจากนั้นซักพัก, อัลก็กลับมาและช่วยมันได้อย่างง่ายดาย เขาเอาตัวมันไปรักษาแล้วเอากลับไปคืนที่รังของมัน

ตอนนั้นอัลได้แก้สถานการณ์ด้วยการยืมอุปกรณ์เวทมนตร์อันล้ำค่าที่ช่วยให้ลอยกลางอากาศได้, โดยไม่ขออนุญาต

นี่คือวิธีการแก้สถานการณ์ของอัลที่ลีโอไม่สามารถแม้แต่จะจินตนาการได้ ถ้าเป็นพี่ชายคนนี้ของเขาก็คงจะสามารถแสดงเป็นเขาได้อย่างง่ายดาย

พอคิดได้แบบนี้, ลีโอก็หันกลับมาสนใจตัวเอง

เขาติดสินใจว่าจะเล่นบทคนไม่เอาถ่านด้วยความสามารถทั้งหมดของเขา

จบบทที่ ตอนที่ 38: สถานการณ์ในรอนดิเน่

คัดลอกลิงก์แล้ว