เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 : ปัญหาของผู้ลี้ภัย

ตอนที่ 26 : ปัญหาของผู้ลี้ภัย

ตอนที่ 26 : ปัญหาของผู้ลี้ภัย  


หลังจากที่พวกเรากลับมาถึงปราสาท, ฉันก็เชิญลินเฟียมาที่ห้อง

ฉันนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามเธอแล้วเริ่มการสนทนา

“ก่อนอื่นขอขอบคุณอีกครั้งนะลินเฟีย ถ้าเจ้าไม่อยู่ที่นั่นข้าก็คงจะตายไปแล้ว”

“ข้ามีข้อสงสัยอยู่ นักฆ่าคนนั้นไม่ได้พยายามฆ่าท่านนี่ ในเมื่อเป็นแบบนั้น, พ่อบ้านที่ยืนอยู่ข้างหลังท่านก็น่าจะมาช่วยทันไม่ใช่หรอ?”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ, ถ้าไม่มีเจ้าข้าก็คงไม่สามารถเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นั้นได้โดยไม่มีบาดแผล ขอบใจนะ”

“ข้าทำเพื่อตัวเองค่ะ แล้วข้าก็ไม่อยากให้ท่านขอบคุณข้าอย่างเดียวด้วย”

ลินเฟียพูดแบบนั้นออกมาโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนเลย

เป็นเด็กสาวที่ดูสงบเสงี่ยมจังเลยนะ น้ำเสียงของเธอราบเรียบและเธอก็ไม่ปล่อยให้มีอารมณ์อะไรแสดงออกมาทางสีหน้าด้วย ในฐานะนักผจญภัยแบบลุยเดี่ยว, ฉันคิดว่าเธอขาดเสน่ห์ไปหน่อย แต่ก็เอาเถอะ, ถึงอย่างนั้นเธอก็มีความสามารถมาทดแทนตรงจุดนี้

“ก็ได้ ไหนลองว่ามาซิ”

“ขอบคุณมากค่ะ ข้าเกิดในหมู่บ้านที่พรมแดนทางใต้ของจักรวรรดิ ถ้าข้าบอกว่ามาจากหมู่บ้านผู้ลี้ภัย, ท่านก็น่าจะพอเดาเรื่องราวได้ใช่ไหมคะ?”

หมู่บ้านผู้ลี้ภัย

ฉันขมวดคิ้วในทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ฉันคิดว่ามันน่าจะมีปัญหาแต่นี่มันดูท่าจะยุ่งยากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซะแล้ว

หมู่บ้านผู้ลี้ภัยที่ว่านี้หมายถึงสถานที่ที่ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในจักรวรรดิด้วยกันจนก่อตั้งเป็นหมู่บ้าน แต่เดิมนั้นพวกเขาไม่ใช่ประชาชนของจักรวรรดิ คนพวกนี้ย้ายมาจากบ้านของตัวเองเนื่องจากสงครามหรือไม่ก็วิกฤตการณ์มอนส์เตอร์

“แน่นอนว่าข้าพอจะเดาได้อยู่ มันคงเป็นปัญหาที่แม้แต่ข้าเองก็คงจะจัดการได้ยากสินะ เอาเถอะ, ข้าจะฟังเรื่องราวให้จบก่อน”

“ค่ะ คิดว่าท่านคงรู้อยู่แล้ว, มีผู้คนจากหลากหลายที่อยู่ในหมู่บ้านผู้ลี้ภัยแต่ส่วนใหญ่นั้นจักรวรรดิไม่ได้รับรู้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ พวกเขาเข้ามาในจักรวรรดิและก่อตั้งหมู่บ้านขึ้นมาตามใจชอบ ข้าไม่มีความตั้งใจที่จะบ่นในเรื่องนี้ เพราะข้าเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นเหมือนกัน แต่ว่า....ตอนนี้พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากจักรวรรดิค่ะ”

“มีปัญหาเกิดขึ้นสินะ?”

“ตามนั้นค่ะ หมู่บ้านของพวกเรากลายเป็นเป้าหมายของพวกค้ามนุษย์ มีผู้หญิงกับเด็กหลายคนถูกลักพาตัว ส่วนเหตุผลที่พวกเราตกเป็นเป้าหมายนั้นก็เพราะว่าหมู่บ้านของเราก่อตั้งขึ้นมาด้วยความร่วมมือจากคนหลายเชื้อชาติ รวมทั้งตัวข้าด้วย, มีผู้คนอีกมากมายในหมู่บ้านของข้าที่เป็นลูกครึ่ง”

ลูกครึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติขนาดนั้น

ถ้าพวกเรากำลังพูดถึงเรื่องนี้ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน

สำหรับจักรวรรดินั้นผมสีดำไม่ใช่ของแปลกอะไร แต่ว่านัยตาสีดำมันค่อนข้างแปลกนิดหน่อย เอาเถอะ, บางทีมันก็ทำให้ผู้คนคิดว่าเป็นคนจากฝั่งตะวันออกรึเปล่านะ

พูดอีกนัยนึงก็คือ, นี่ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คนของเธอถูกลักพาตัว

“ลูกครึ่งในหมู่บ้านของเจ้ามีความพิเศษบางอย่างด้วยใช่ไหม?”

“......พวกเขามีม่านตาสองสีค่ะ”

ในตอนที่ได้ยินประโยคนี้, คำว่า ‘ว่าแล้วเชียว’ ก็ผุดขึ้นมาในหัวของฉัน เหตุผลที่ลูกครึ่งถูกลักพาตัวนั้นมีแค่เรื่องเดียวพวกเขามีสายเลือดของเผ่ากึ่งมนุษย์

ฉันเดาะลิ้นแล้วนั่งไขว่ห้างโดยไม่รู้ตัว

มันเป็นหัวข้อสนทนาที่ค่อนข้างอ่อนไหว ดวงตาสองสีคือปรากฎการณ์ที่คนๆนึงจะมีสีของม่านตาแต่ละข้างแตกต่างกัน ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าพวกเขาสามารถนำไปขายได้ในราคาที่สูงมาก ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะพวกเขาหายากและส่วนใหญ่มักจะมีพลังเวทย์สูง

“ข้าไม่สามารถมองข้ามเรื่องการค้ามนุษย์ได้แต่พรมแดนทางใต้นั้นมีการจัดการค่อนข้างดี แทนที่จะดั้งด้นมาขอความช่วยเหลือถึงเมืองหลวงของจักรวรรดิมันจะไม่ดีกว่าหรอถ้าเจ้าไปติดต่อลอร์ดท้องถิ่นในเมืองใหญ่ๆที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงหรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลเขตนั้น?”

“ข้าลองดูแล้วค่ะ แต่ไม่มีใครยอมเคลื่อนไหวเลย พวกเขาบอกว่าไม่มีหลักฐานหรือไม่ก็มันไม่มีหมู่บ้านแบบนั้นในจักรวรรดิหรอก.... และเพราะแบบนี้เองข้าก็เลยออกจากหมู่บ้านเพื่อมาขอความช่วยเหลือจากคนใหญ่คนโตในเมืองหลวง มันเป็นโชคดีของข้า, ที่ไม่ได้มีดวงตาสองสี จากนั้น, ในตอนที่ข้ารับคำขอให้กำจัดมอนส์เตอร์ทางเขตตะวันตก, ข้าก็ได้ไปเจอกับซิลเวอร์ที่นั่น เนื่องจากมีข่าวลือมาว่าซิลเวอร์นั้นติดต่อกับราชวงศ์อยู่ภายใต้เหตุผลบางอย่าง, ข้าก็เลยมาที่เมืองหลวงของจักรวรรดิโดยหวังที่จะติดต่อเขา แต่ในท้ายที่สุด, ก่อนที่ข้าจะได้เจอเขา, ข้าก็มาเจอท่านก่อน”

“ช่างเป็นการพบกันที่บังเอิญจริงๆ แต่ว่า, พวกเขาไม่ยอมเคลื่อนไหวงั้นสินะ.....”

สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเข้ามาในหัวของฉัน และปัญหานี้ก็เป็นสถานการณ์ที่ยุ่งยากที่สุดด้วย

สถานการณ์ที่ว่านี้ก็คือลอร์ดท้องถิ่นกับทหารในพื้นที่เป็นหุ้นส่วนกับองค์กรค้ามนุษย์ และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆนี่ก็จะไม่ใช่แค่เรื่องของหมู่บ้านผู้ลี้ภัยอีกต่อไป

มันจะกลายเป็นปัญหาเรื่องการทุจริตของขุนนางและกองทัพ

และถ้าเป็นแบบนั้น, ฉันคนเดียวก็คงจะมีเวลาไม่พอที่จะจัดการเรื่องนี้

“ท่านอาร์โนลด์ครับ, ต่อให้เป็นคำขอของผู้ช่วยชีวิต, แต่ท่านคงต้องยอมรับตั้งแต่ที่ท่านรู้แล้วนะครับว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับท่าน”

“เซบาส.....”

“ทำไมหล่ะคะ?”

“ท่านอาร์โนลด์กับน้องชายของเขาท่านลีโอนาร์ดจะถูกส่งไปประเทศอื่นในเร็วๆนี้ในฐานะทูตและผู้ช่วยทูตครับ เขาจะไม่สามารถกลับมาที่จักรวรรดิได้เป็นเวลาอย่างน้อยที่สุดก็ครึ่งเดือน, หรืออย่างนานที่สุดก็หลายเดือน ต่อให้เขาอยากจะช่วย, เขาก็ไม่มีเวลามากพอที่จะจัดการเรื่องนั้นหรอกครับ”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง........ถ้างั้นอย่างน้อยก็ช่วยเรื่องเงินทุนหน่อยได้ไหมคะ? ข้าจ้างนักผจญภัยที่ไว้ใจได้ไปปกป้องหมู่บ้านแล้ว หมู่บ้านคงจะปลอดภัยไปได้สักพักนึงแต่ในเร็วๆนี้พวกเราก็จะมีเงินไม่พอสำหรับจ้างนักผจญภัย ข้าได้มอบเงินที่ข้ามีให้พวกเขาไปด้วยเป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้าแต่มันก็ยังไม่พอที่จะให้พวกเขาอยู่หมู่บ้านไปตลอด....”

อย่างนี้นี่เอง นี่คือเหตุผลที่เธอมาเป็นนักผจญภัยสินะ

คอยเก็บเงินไปด้วยในขณะที่เสาะหานักผจญภัยที่ไว้ใจได้ การทำแบบนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำสองเป้าหมายพร้อมกัน

เธอเข้าใจคิดใช้ได้เลยนะเนี่ย

ว่าแต่, จะเอายังไงดีนะ

เรื่องมันจะง่ายขึ้นถ้าฉันเลือกที่จะทิ้งเธอ ในช่วงเวลาแบบนี้ฉันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหาปัญหามาใส่ตัวเพิ่ม

ต่อให้เธอบอกว่าเป็นคนช่วยชีวิตฉัน, นั่นมันก็แค่ผิวเผิน ฉันไม่ได้เป็นคนขอให้เธอช่วย ยิ่งไปกว่านั้น, คำขอมันก็มีทั้งที่สามารถทำให้ได้และทำให้ไม่ได้

และไม่ว่าจะคิดยังไง, นี่มันก็เป็นอย่างหลังชัดๆ

อย่างไรก็ตาม, ถ้าฉันเลือกทิ้งเธอก็คงจะมีคนตำหนิ ฉันไม่สนใจที่จะถูกตำหนิหรอกแต่มันจะเป็นปัญหาเอาได้ถ้าพวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง

ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเลือกแล้วสินะ

“ลินเฟีย ข้าเข้าใจสถานการณ์ของเจ้านะ เจ้าจะว่าอะไรไหมถ้าข้าจะขอให้ยอมรับการประนีประนอม?”

“ประนีประนอมหรอคะ?”

“ใช่, ข้ากับลีโอจะต้องไปต่างประเทศ นี่เป็นเรื่องที่หลักเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่า, ในตอนที่กลับมาแล้วข้าจะพยายามช่วยเจ้าในขอบเขตความสามารถของข้า ข้าอยากให้เจ้ารอจนกว่าจะถึงตอนนั้น และแน่นอนว่า, ข้าจะส่งคำขอไปให้นักผจญภัยที่ข้าไว้ใจได้เพื่อรับรองความปลอดภัยของหมู่บ้านเจ้าไปสักพักนึง พวกเรามีเงินพอสำหรับเรื่องนั้นอยู่แล้ว ว่าไงหล่ะ?”

“แบบนั้นจะดีหรอคะ.....?”

“ท่านอาร์โนลด์......นี่มันค่อนข้างอันตรายนะครับ ท่านก็รู้ไม่ใช่หรอว่าพวกเรากำลังอยู่ในช่วงสงครามผู้สืบทอด? ถ้าตอนนี้ท่านเอาตัวเองไปยุ่งกับปัญหาอื่นท่านจะสร้างช่องโหว่วขึ้นมานะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะต้องเกิดขึ้นอีกในอนาคตอย่างแน่นอน”

“ถ้าเป็นแบบนั้นข้าเองก็จะให้ความช่วยเหลือเหมือนกันค่ะ แบบนี้โอเคไหมคะ?”

พอพูดจบ, ลินเฟียก็เอาดาบมาวางไว้บนโต๊ะ

ถ้ามองผ่านๆมันก็เป็นแค่ดาบบางๆเล่มนึงแต่จากที่เห็นมาก่อนหน้านี้, นี่คือดาบเวทมนตร์ มันสามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นหอกหรือโล่ได้ ถ้าตัดสินจากพลังที่ฉันเห็นกับหอก, แต่ละรูปแบบนั้นน่าจะมีความสามารถของตัวเอง

ลินเฟียแสดงมันให้เราเห็นโดยที่สีหน้าของเธอไม่เปลี่ยนเลย

“ถ้าท่านยอมปกป้องหมู่บ้านเพื่อข้า, ข้าเองก็จะคอยปกป้องท่านค่ะ รวมถึงข้าจะปกป้องในสิ่งที่ท่านอยากปกป้องด้วย แบบนี้พอจะตกลงกันได้ไหมคะ? ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้มีความมั่นใจมากมายนัก, แต่ข้าคิดว่าตัวเองค่อนข้างเก่งเรื่องปกป้องคนสำคัญในระดับนึง”

“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะแต่ถ้าเจ้าไม่อยู่ที่หมู่บ้านจะไม่เป็นอะไรหรอ?”

“ตราบใดที่ท่านยอมส่งนักผจญภัยไปปกป้องพวกเขามันก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ คนขององค์กรค้ามนุษย์ไม่ได้เก่งอะไรนัก ในตอนที่ข้ายังอยู่ที่หมู่บ้าน, ข้าคนเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการพวกมัน ถ้ามีนักผจญภัยแรงค์ A สักคนอยู่ในหมู่บ้าน, ความปลอดภัยก็ค่อนข้างจะแน่นอนแล้วค่ะ”

การที่ยอมพูดถึงขนาดนี้ก็แสดงว่าเธอเป็นเด็กที่รู้คุณคนและยังมีความรอบครอบด้วย

ถ้าพิจารณาจากความเป็นไปได้ที่ว่าฉันอาจจะไม่รักษาคำพูด, ลินเฟียก็คงกำลังบอกว่าเธออยากจะอยู่ข้างกายฉันเพื่อรับรองข้อตกลงทางฝั่งฉัน

อันที่จริง, ฉันได้ลำดับสถานการณ์เอาไว้ในหัวแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมฉันถึงพูดว่า [ในขอบเขตความสามารถของฉัน] ตั้งแต่ตอนที่ยื่นข้อเสนอ

นี่มันเหมือนกับสิ่งที่ได้มาโดยที่คาดไม่ถึงยังไงไม่รู้สินะ?

ขอลองทดสอบเธออีกซักหน่อยแล้วกัน

“ลินเฟีย, สมมุติว่าข้าผิดสัญญากับเจ้า, เจ้าจะทำยังไง?”

“ข้าจะหนีไปหาผู้มีอำนาจกลุ่มอื่นพร้อมกับเอาสิ่งที่สามารถทำให้เสียเปรียบไปด้วย แล้วข้าก็จะขอให้พวกเขาช่วยหมูบ้านของข้าโดยแลกกับสิ่งนั้น”

ฉันกลับเซบาสมองหน้ากันในเวลาที่แทบจะพร้อมกัน

นักผจญภัยแรงค์ A ที่มีทักษะการต่อสู้ที่สามารถจัดการกับสถานการณ์ได้หลากหลายแถมยังสร้างข้อต่อรองแบบนี้ขึ้นมาได้อีก และเนื่องจากเธอใช้ชีวิตในฐานะนักผจญภัยแบบลุยเดี๋ยว, เธอต้องมีความรู้ด้านอื่นด้วยแน่ๆ

ฉันไม่สามารถฝากฟีเน่เอาไว้กับเอลน่าได้ตลอด ถึงยังไงเอลน่าเองก็มีภารกิจของตัวเองเหมือนกัน

ในเมื่อเป็นแบบนี้ลินเฟียก็คือทรัพยากรที่จะมาเติมเต็มช่องว่างนั้นได้

ถ้าให้พูดจริงๆ, ทั้งนิสัยและความสามารถของเธอนั้นมันดูเหมาะสมกว่าเอลน่าซะอีก

“แล้วจะเป็นยังไงถ้าข้ายกเลิกข้อตกลงตอนนี้เลย?”

“ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ ข้าก็แค่จะเอาเรื่องนี้ไปเจรจากับผู้เข้าแข่งชิงตำแหน่งจักรพรรดิคนอื่นๆ ถ้าข้าบอกพวกเขาว่าท่านปฏิเสธที่จะช่วยข้า, พวกเขาก็น่าจะยอมรับข้านะคะ”

“โฮ่......”

นี่เธอมีความสามารถในการมองภาพรวมด้วยหรอเนี่ย

ในสถานการณ์แบบนี้, แม้กระทั่งความเยือกเย็นที่แสดงออกจากการไม่ขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าก็ถือเป็นหนึ่งในจุดให้ประเมินแล้ว ตอนนี้สำหรับลินเฟีย, มันก็เหมือนกับการที่เธอกำลังเดินอยู่บนเชือกเส้นเดียว

ถ้าฉันปฏิเสธเธอตรงนี้, ลินเฟียก็จะตกที่นั่งลำบากไม่ผิดแน่ และฉันก็นึกไม่ออกเลยว่าพวกพี่ๆจะยื่นข้อเสนอให้เธอเหมือนกับที่ฉันเสนอ เธอบอกว่าจะเข้าร่วมขุมอำนาจอื่นถ้าฉันไม่ยอมช่วยเธอแต่นั่นก็แค่สิ่งที่เธอพูดให้ตัวเองดูแข็งแกร่งขึ้น, มันคือการบลัฟดีๆนี่เอง

แต่ถึงอย่างนั้น, ตัวลินเฟียเองก็ไม่ได้ทำตัวเร่งรีบหรือพยายามประจบประแจงฉัน

ซึ่งนี่เป็นเพราะเธอรู้ตัว เธอรู้ว่ากำลังถูกทดสอบอยู่

“เซบาส คิดว่าไง?”

“ข้าไม่มีอะไรจะคัดค้านครับ ถ้าท่านเลือกให้ความร่วมมือกับเธอ, เธอก็จะกลายมาเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของเราอย่างแน่นอน แต่ว่า, ท่านจะต้องแก้ปัญหาเรื่องหมู่บ้านของเธอให้ได้ก่อนนะครับ”

“ตัดสินใจยากแฮะ....เอาเถอะ, ช่วยไม่ได้หล่ะนะ ข้าไม่มีทางเลือก, ลินเฟีย, ข้าจะรับข้อเสนอของเจ้า จงมาร่วมมือกับข้าแล้วข้าจะร่วมมือกับเจ้า แบบนี้คงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”

“ไม่มีปัญหาค่ะแต่ว่า....ทำไมท่านถึงบอกว่าไม่มีทางเลือกหรอคะ?”

“น่าจะรู้นี่ว่าน้องชายของข้าเป็นพวกนิสัยดีสุดๆ ลูกสาวของดยุคที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของเราก็เป็นคนแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าข้าทิ้งเจ้าตอนนี้, พวกเขาก็จะโกรธข้าและพยายามช่วยเจ้าด้วยตัวเองอยู่ดี และถ้าเป็นแบบนั้นมันจะดีที่สุดถ้าข้ายอมตกลงช่วยเจ้าตั้งแต่แรก”

“....พูดตามตรง, ข้าประหลาดใจนะคะ ชื่อเสียงของท่านนี่ก็รู้ๆกันอยู่ว่าหาดีไม่ได้เลย ไร้ความสามารถและเฉื่อยชา เจ้าชายเสเพลที่เอาแต่เล่นไปวันๆโดยไม่ทำอะไรเลย เจ้าชายที่ถูกน้องชายของตัวเองแย่งส่วนดีๆไปทั้งหมด นี่คือคำที่ผู้คนบ่งบอกถึงตัวตนของท่าน แต่ว่า, จากความรู้สึกที่ข้าได้คุยกับท่านในวันนี้มันตรงกันข้ามกันหมดเลย ท่านไม่ได้ไร้ความสามารถหรือเฉื่อยชาย หรือว่าจริงๆแล้วท่านคือเจ้าชายลีโอนาร์ดปลอมตัวมากันแน่คะ?”

ลินเฟียมองฉันด้วยสายตาขี้สงสัยเล็กน้อย

สำหรับเรื่องนี้, ฉันยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

จะว่าไปแล้ว, ดูเหมือนว่าปัญหามันจะยุ่งยากเกินไปจนฉันลืมแกล้งทำตัวเป็นคนไร้ความสามารถสินะ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้, การจะปล่อยลินเฟียที่รู้ถึงขนาดนี้ก็คงจะไม่ได้แล้วหล่ะ

“ไม่ต้องห่วง ข้าคืออาร์โนลด์จริงๆ เอาเป็นว่าเราทำข้อตกลงกันแล้วนะ ขอฝากตัวด้วยหล่ะ, ลินเฟีย”

“......ขอฝากตัวด้วยค่ะ”

พอพูดจบ, ฉันกับลินเฟียก็จับมือกัน

จบบทที่ ตอนที่ 26 : ปัญหาของผู้ลี้ภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว