เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 สาวน้อยสวมหมวก

ตอนที่ 25 สาวน้อยสวมหมวก

ตอนที่ 25 สาวน้อยสวมหมวก


ด้วยการที่บ้านผู้กล้าหาญคุ้มกันฟีเน่, พวกเราจึงสามารถทำการเคลื่อนไหวได้อย่างสบายใจ

มันผ่านมาได้สองวันแล้ว ซานดร้ายังคงดึงผู้สนับสนุนที่พวกเราคิดว่าจะย้ายข้างออกไป อย่างไรก็ตาม, ในคืนวันที่สอง, ในที่สุดซานดร้าก็เริ่มเปิดฉากรุกเต็มขั้น

“ศัตรูสินะ”

“ในที่สุดพวกเขาก็มาสักทีนะครับ”

เซบาสพึมพำในขณะที่พวกเรากำลังอยู่บนรถม้า

แม้ว่าฉันจะคาดเอาไว้แล้ว, แต่ฉันก็ยังคงถอนหายใจออกมาอยู่ดี เลือดในหัวเธอคงเดือดพล่านแล้วจริงๆ การที่เธอทำแบบนี้ มันก็เหมือนกับการเปิดช่องโหว่ของเธอให้เอริคกับกอร์ดอนด้วยตัวเอง ฉันมีเซบาสอยู่ข้างตัวและต่อให้เธอลอบสังหารฉันสำเร็จ, อำนาจของเธอก็จะลดลงอยู่ดี

ถึงขนาดยอมรับมือกับการโจมตีจากทั้งสองขั้วอำนาจ, นี่เธอคงอยากจะสั่งสอนฉันจริงๆสินะ

“เป็นผู้หญิงที่ไม่หัดมองการไกลเลยนะ”

“ถ้ามองอีกแง่, ก็ถือว่าเธอมองการไกลนะครับ การที่เล็งมาที่ท่านก็แสดงว่าเธอตาสูงใช้ได้”

“ขอบใจที่ชม แต่การโจมตีของเธอก็ยังน่ารำคาญอยู่ดี”

“นั่นสิครับ ผู้สนับสนุนขององค์หญิงซานดร้าเป็นพวกขยันจริงๆ”

อิทธิพลของซานดร้ามาจากนักเวทย์ที่สนับสนุนเธอ

แน่นอนว่า, มีผู้สนับสนุนบางคนที่ไม่ใช่นักเวทย์แต่พวกรัฐมนตรีกับเจ้าหน้าที่ทหารเก่งๆไปเข้าร่วมกับเอริคหรือกอร์ดอนกันหมดแล้ว ซึ่งผลก็คือ, ซานดร้ามีผู้สนับสนุนไม่กี่คนเท่านั้นที่เก่งเรื่องการเมือง และนี่ก็คือสาเหตุที่ถึงแม้จะมีนักเวทย์ที่แข็งแกร่งมากมายอยู่ฝั่งเธอ, แต่เธอก็ยังไม่สามารถเอาชนะกอร์ดอนกับเอริคได้

มันคงจะแตกต่างกันคนละเรื่องเลยถ้าซานดร้ามีกุนซื่อเก่งๆอยู่ฝั่งเธอ

“เดี๋ยวข้าจัดการเองครับ”

“โอเค งั้นข้าจะมุ่งหน้าไปที่ปราสาทนะ”

“ระวังตัวด้วยนะครับ อาจจะมีการดักซุ่มโจมตีในระหว่างทางก็ได้”

“ถ้าถึงเวลาเดี๋ยวข้าจัดการเอง”

หลังจากพูดคุยกันเสร็จ, เซบาสก็กระโดดลงรถม้าในขณะที่ยังวิ่งอยู่

เอาหล่ะ, 8 หรือ 9 เต็มสิบ, น่าจะมีทหารบางส่วนรอซุ่มโจมตีฉันนะ ในอีกด้านนึง, ฉันก็แค่ให้รถม้าขับโดยมีฉันอยู่ด้วย จากสายตาของศัตรู, มันต้องดูเหมือนว่าพวกนั้นสามารถล่อเซบาสออกห่างจากฉันได้สำเร็จแน่ๆ และถ้าเป็นแบบนั้น, ครั้งนี้ก็น่าจะมีนักฆ่าบางส่วนที่รู้ข้อมูลวงในของฝ่ายนั้นนะ

เรามาใช้โอกาสนี้เก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอีกสักหน่อยดีไหม?

ในตอนที่ฉันกำลังวางแผนการร้ายอยู่, คนขับรถม้าก็ส่งเสียงร้องออกมา

“หวะ เหวออ!!?? อะ, องค์ชาย! มีคนอยู่ข้างหน้าพวกเราครับ!?”

“ไม่ต้องกลัว, ขับต่อไปเรื่อยๆ”

“มะ, ไม่เอาหรอกครับ!? ข้า, ข้ายังไม่อยากตายนะ!”

ตามที่คาดเอาไว้, มีนักฆ่ามาดักรอข้างหน้าพวกเราจริงๆ

คนขับหนุ่มหยุดรถม้าแล้วทิ้งฉันหนีไปในทันที

ฉันถอนหายใจออกมาในขณะที่อยู่ข้างในรถม้า ฉันรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้และแน่นอนว่าการปล่อยไปนั้นจะทำให้จัดการกับนักฆ่าได้ง่ายกว่าแต่ฉันก็ยังคงถอนหายใจให้กับความนิยมอันน้อยนิดของฉัน ถ้าคนที่กำลังนั่งอยู่ในรถม้าเป็นลีโอแทนที่จะเป็นฉันหล่ะก็คนขับคงจะไม่มีหวันหนีไปเองแบบนี้หรอก”

“ลงมาจากรถซะ ถ้าไม่ยอม, ข้าจะเป็นคนลากลงมาเอง”

“เจ้าก็แค่อยากจะยืนยันตัวตนของข้าไม่ใช่รึไง”

ในขณะที่ตอบนักฆ่า, ฉันก็ลงมาจากรถม้าอย่างเชื่อฟัง

ข้างหน้ารถม้ามีชายวัยกลางคน, ที่มีผมเสยขึ้นสีน้ำตาล ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเขารับราชการทหารมาเป็นเวลานานแล้ว เห็นได้ชัดว่า, ครั้งนี้ซานดร้าค่อนข้างจะเอาจริง ในบรรดาคนของซานดร้า, เขาอาจจะเป็นห้าอันดับต้นๆของเธอด้วยซ้ำ

ด้วยการมองเพียงปาดเดียว, ฉันก็เห็นว่าเขาน่าจะมีพลังพอๆกับนักผจญภัยแรงค์ A

ความจริงที่ว่าเขาสามารถบุกมาแบบนี้ได้นั้นก็หมายความว่าเขาเป็นนักฆ่าที่ค่อนข้างจะมีทักษะ แม้ว่าจะเป็นนักผจญภัยแรงค์ A ก็น่าจะถูกฆ่าได้ง่ายๆถ้าเจอคนที่มีความสามารถพอๆกันโผล่มาข้างหลังอย่างกระทันหัน ถึงยังไงนักฆ่าก็แตกต่างจากนักผจญภัยเพราะพวกเขาเป็นมืออาชีพด้านการฆ่าคนโดยเฉพาะ

“การที่คนรับใช้ของตัวเองหนีไปแบบนี้, มันทำให้เจ้าดูน่าสมเพชใช้ได้เลย”

“ข้าก็ไม่ได้เป็นที่นิยมมาตั้งแต่แรกแล้วนี่”

“เข้าใจหล่ะ เจ้าคงไม่สนใจเรื่องพวกนั้นสินะ คงเป็นเพราะเจ้าเชื่อใจพ่อบ้านคนนั้นมากเลยหล่ะสิ?”

“ใช่ เดี๋ยวเซบาสก็จะมาจัดการแกแล้ว”

“เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับข้ารับใช้ที่ดูสวยงามจังนะแต่ครั้งนี้เขาคงมาช่วยเจ้าไม่ได้หรอก ไม่ว่าเขาจะเป็นพ่อบ้านที่มีทักษะสูงแค่ไหน, เขาก็ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะมาถึงที่นี่ได้ในขณะที่จัดการกับนักฆ่าสิบสองคน”

“เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน”

ฉันไม่ได้ทำลายนิสัยไม่สนโลกของฉัน

บางที, เขาคงจะคิดว่ามันเป็นการบลัฟ, ชายที่เข้ามาหาฉันนั้นมีรอยยิ้มอันแสนขมขื่นแสดงอยู่บนใบหน้า

จากนั้นเขาก็สร้างมีดขึ้นมาในมือด้วยเวทย์ไฟ

“คำสั่งก็คือลอบสังหารเจ้าแต่ข้าจะไม่เอาชีวิตเจ้าหรอก ข้าจะทำให้เจ้าสิ้นหวังและพาเจ้าไปพบกับเจ้านายของข้า”

“แต่ข้าไม่อยากไปเจอพี่สาวจอมซาดิสที่ชื่นชอบการทรมานสักหน่อย”

เขาเป็นลูกน้องที่ค่อนข้างหัวดีใช้ได้เลย

การเปลี่ยนจากการลอบสังหาร, เป็นการลักพาตัวฉันนั้นจะเป็นการดีกว่า ถ้าฉันหายตัวไป, พวกเขาก็จะสามารถทำกับฉันได้ตามใจชอบ เอริคกับกอร์ดอนเองก็คงไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรมากนักในการช่วยเหลือฉันและถ้าให้มันดีที่สุด, พวกเขายังสามารถกลายเป็นผู้ช่วยของลีโอแทนฉันได้ด้วย

ในตอนนี้, พวกเขาสามารถพาฉันออกไปข้างนอกเมืองหลวงได้ก่อนที่การค้นหาจะเริ่มขึ้นและพวกเขาก็จะทำการทรมานฉันที่นั่น ถ้าจิตใจของฉันถูกทำลาย, ซานดร้าก็จะสามารถเล่นงานฉันได้ตามที่เธอต้องการ ต่อให้ฉันหนีไปได้, คนที่จิตใจแตกสลายจากการทรมานของซานดร้าก็จะไม่มีวันพูดว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แถมเธอยังสามารถทำลายสตินึกคิดของฉันและทำให้ฉันพิการได้อีก ด้วยวิธีนี้, พวกเขาก็จะสามารถสร้างความเสียหายให้กับเราได้มากกว่าและมันก็มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลอบสังหารเยอะ

“ช่างน่าอับอายจริงๆ, ถ้าเจ้าอยากจะเกลียดใครสักคนเพราะเรื่องนี้ก็ไปเกลียดน้องชายคนเก่งของเจ้าแล้วกันนะ”

พอพูดจบ, เขาก็เขวี้ยงมีดเพลิงใส่ฉัน

อย่างไรก็ตาม, ฉันมีบาเรียป้องกันอยู่รอบตัว เขาไม่สามารถทะลวงมันมาได้ด้วยเวทมนตร์ระดับนั้น

ที่ฉันทำตัวไม่สนโลกได้ก็เพราะสิ่งนี้แต่ว่าทันใดนั้นเองมีดเพลิงนี้ก็ถูกดาบที่ปรากฎขึ้นจากด้านข้างปัดเอาไว้ได้อย่างกระทันหัน

“!?”

“เจ้าเป็นใคร?”

“ก็แค่นักผจญภัยคนนึงที่เดินผ่านทางมา”

ฉันหันไปมองผู้บุกรุกคนนี้ด้วยความประหลาดใจ

มีเด็กสาวคนนึงที่ไว้ผมทรงหางม้าอยู่ตรงนั้น อย่างไรก็ตาม, ความจริงที่ว่าเธอกำลังสวมหมวกอยู่ผนวกกับการแสดงออกที่แข็งกร้าวของเธอทำให้เธอดูเหมือนกับเด็กผู้ชาย

ฉันจำได้ว่าเคยเจอเด็กสาวคนนี้มาก่อน

เธอคือหนึ่งในนักผจญภัยแรงค์ A ที่เข้าร่วมภารกิจจัดการมาเธอร์สไลม์ในอาณาเขตของดยุคไคลเนลต์

“ถ้าเจ้าเป็นนักผจญภัยก็ถอยไปซะ ดูๆแล้วเจ้าไม่น่าจะได้รับภารกิจให้ปกป้องมันไม่ใช่หรอ?”

“ใช่, ข้าไม่ได้รับคำขอแบบนั้นมาหรอก แล้วข้าก็ไม่รู้ด้วยว่าคนที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังข้าเป็นใครหรือทำไมเขาถึงถูกโจมตี ข้าไม่มีหน้าที่หรือภาระผูกพันธ์อะไรที่จะต้องช่วยเหลือเขา”

“ถ้างั้น—”

“แต่ว่าการเห็นคนถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาตัวเองมันจะทำให้ข้ากินอะไรไม่อร่อย ยิ่งไปกว่านั้น, เขาก็พึ่งถูกคนรับใช้ทิ้งไปด้วย ถ้าข้าไม่ช่วยเขาในตอนนี้เขาก็จะดูน่าสงสารเกินไปไม่ใช่หรอ?”

“ยัยนี่......การเป็นพันธมิตรกับมันก็หมายความว่าเจ้ายอมที่จะให้คนที่มีอำนาจอันยิ่งใหญ่หันมาเป็นศัตรูกับเจ้านะรู้รึเปล่า? เจ้ายอมรับเรื่องนั้นได้รึไง?”

“แทนที่จะเสียใจเพราะทิ้งเขา, ข้าว่ามันจะรู้สึกดีกว่าถ้ามาเริ่มเสียใจหลังจากที่ช่วยเขา”

พอได้ฟังคำตอบ, ชายคนนี้ก็ตัดสินใจว่าเด็กสาวคนนี้เป็นศัตรู

เขาเอามีดออกมาไว้ทั้งสองมือแล้วเริ่มเขวี้ยงใส่เด็กสาว ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้, มีดของเขาไม่ได้สร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์

เด็กสาวใช้ดาบปัดพวกมันทิ้งไปได้แต่ก็มีมีดที่สร้างขึ้นจากน้ำแข็งพุ่งตามการโจมตีระลอกแรกมาติดๆ ถ้าเธอหลบ, มีดพวกนี้ก็จะโดนฉันที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ

เธอตอบโต้การเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติเช่นนี้ด้วยการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติยิ่งกว่า

เธอเปลี่ยนดาบของเธอเป็นโล่แล้วป้องกันมีดน้ำแข็งเอาไว้ได้

“ดาบเวทมนตร์ที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างงั้นหรอ, ดูเหมือนเจ้าจะพกของแปลกติดตัวมาด้วยนะเนี่ย.....”

“ข้าได้มาจากซากปรักหักพังสักแห่งนึง แล้วมันก็ทำแบบนี้ได้ด้วยนะ”

“พอพูดจบ, เด็กสาวก็เปลี่ยนดาบเป็นหอก เธอเหวี่ยงมันลอบตัวแล้วพุ่งเข้าหาชายคนนั้นอย่างเชื่องช้า

ในแวบแรก, มันดูเหมือนกับหอกธรรมดาแต่เขาก็รู้สึกถึงความพิเศษของมันได้ในทันที

“หืมม.....!?”

“สมแล้ว, เจ้าไม่ได้หลับไปในทันทีสินะ เสียงที่แผ่ออกมาจากสิ่งนี้สามารถส่งมอนส์เตอร์ที่แข็งแกร่งไปสู่ห้วงนิทราได้เลยรู้รึเปล่า”

“เสียงหรอ.....!”

แสดงว่ามันปล่อยเสียงที่ขับกล่อมเป้าหมายให้หลับได้สินะ ฉันไม่รู้ว่าเสียงมันเป็นยังไงจากจุดที่ฉันอยู่แต่ดูเหมือนว่าชายคนนั้นกำลังฟังอะไรบางอย่างที่เหมือนกับเพลงกล่อมเด็กอยู่ตรงนั้น

ช่างเป็นความสามารถที่น่ารำคาญจริงๆ การผลอยหลับไปในการต่อสู้ที่จริงจังนั้นมันไม่ใช่เรื่องตลกเลย ต่อให้สามารถทนง่วงได้, ก็ไม่มีใครที่จะต่อสู้ได้ดีในสภาพนั้นหรอก

ชายคนนี้ก็น่าจะรู้เรื่องนั้นดีเหมือนกัน

เขาทิ้งระยะห่างจากเด็กสาวในทันที จากนั้นเขาก็จ้องมาที่ฉันพร้อมกับเดาะลิ้นแล้วถอยไป

หลังจากนั้นไม่นาน, เซบาสก็มาถึง

“แล้วนี่ข้าพาตัวเองมาเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรเนี่ย?”

“เจ้ามาช่วยข้าในช่วงเวลาที่สำคัญพอดี ขอบใจนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก, ถึงยังไงข้าก็ทนเห็นคนถูกฆ่าไม่ได้อยู่แล้ว ว่าแต่, ถ้าดูจากรถม้าเจ้าต้องเป็นคนที่สำคัญแน่ๆเลยใช่ไหม?”

“อืม, ขอโทษที ข้าชื่ออาร์โนลด์ เลคส์ แอดเลอร์, เจ้าชายลำดับเจ็ดของจักรวรรดิ”

“เจ้าชายลำดับเจ็ดหรอ? พอจะเข้าใจแล้วหล่ะ, มันมีข่าวลือเกี่ยวกับสงครามผู้สืบทอดอยู่นี่นะ ข้าก็แค่พยายามจะช่วยคนแต่ดูเหมือนว่าข้าจะก้าวเข้าใกล้เป้าหมายของข้าไปเยอะเลยนะ”

จากนั้นเด็กสาวก็ถอดหมวกแล้วคุกเข่าลงกับพื้น

ฉันเห็นใบหน้าที่ดูทั้งสวยและหล่อแฝงไปด้วยความเรียบร้อยของเธอ อายุของเธอน่าจะพอๆกับฉัน

“องค์ชาย ข้าชื่อลินเฟีย จะมองว่าข้ากำลังหาผลประโยชน์จากการช่วยชีวิตท่านก็ได้แต่ช่วยฟังคำขอร้องของข้าหน่อยได้ไหม?”

ไม่, ไม่, ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าขอให้เธอช่วย แล้วฉันก็เสียโอกาสจับตัวนักฆ่าของศัตรูไปแล้วด้วย

ต่อให้นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะพูด, แต่เธอไม่รู้ว่าฉันคือซิลเวอร์ และในฐานะอาร์โนลด์, ฉันคงไม่สามารปฏิเสธคำขอของเธอได้เพราะเธอพึ่งจะช่วยชีวิตของฉันเอาไว้ ถ้าฉันปฏิเสธเธอก็จะไม่มีใครยอมช่วยเหลือฉันหรือลีโออีกในอนาคต

แต่ว่า, ฉันสามารถบอกได้จากประสบการณ์

มันจะต้องเป็นคำขอที่สร้างปัญหาให้ไม่ผิดแน่

อย่างไรก็ตาม,

“เอาเป็นว่าไปคุยกันต่อที่ปราสาทแล้วกัน เชิญขึ้นรถม้าได้เลย แต่ข้าไม่รับประกันนะว่าด้วยอำนาจที่ข้ามีจะทำตามคำขอของเจ้าได้รึเปล่า”

พอพูดจบ, ฉันก็เชิญลินเฟียขึ้นรถม้า

เอาจริงดิ, พอจบเรื่องนึงไปได้ก็มีอีกเรื่องเข้ามา, การสลัดปัญหาให้หลุดออกไปนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆสินะ

ด้วยการถอนหายใจออกมาสั้นๆ, ฉันก็ทำได้แค่คร่ำครวญให้กับความโชคร้ายของฉัน

จบบทที่ ตอนที่ 25 สาวน้อยสวมหมวก

คัดลอกลิงก์แล้ว