เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24: คำขอคุ้มกัน

ตอนที่ 24: คำขอคุ้มกัน

ตอนที่ 24: คำขอคุ้มกัน  


“เหวออ!?”

ในตอนที่รับหมอนที่เธอปาใส่มาเต็มแรง, ฉันก็ล้มกลิ้งจนหัวไปกระแทกกับกำแพง

“โอ๊ย!? หัวข้า!?”

ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วทั้งหน้าและหลังศรีษะของฉัน

ฉันนอนกลิ้งเกลือกกับพื้นในขณะที่ครุ่นคิดว่าทำไมถึงต้องมาโดนแบบนี้ด้วย

ในขณะเดียวกัน, เอลน่าก็ปิดประตูใส่

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง, แอนนากับเซบาสก็มาถึงพร้อมกับน้ำชาและขนมในมือ

“เกิดอะไรขึ้น? อัล? นึกถึงอดีตที่น่าอับอายขึ้นมาได้หรอ?”

“ไม่ใช่ซักหน่อย! เอลน่ากับฟีเน่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่ข้างในห้องพวกเธอก็เลยโจมตีข้า!”

คนร้ายตัวจริงที่ทำให้เป็นแบบนี้คือคุณแอนนาแท้ๆ, แต่เธอก็ยังทำเป็นใสซื่ออีก

คนๆนี้นี่จริงๆเลย......!

นี่เธอวางแผนจะทำอะไรกันแน่

“ข้าก็บอกแล้วนะว่าพวกเธอกำลังอาบน้ำอยู่.....เอาเถอะ, ช่างมันแล้วกัน จะว่าไป, เอลน่าเป็นยังไงบ้างหล่ะ? หลงสเน่ห์เธอเลยใช่ไหม?”

“มันไม่ได้ใกล้เคียงกับประสบการณ์ที่มีความสุขเลยครับ, ก่อนที่ข้าจะลงสเน่ห์ข้าน่าจะถูกฆ่าตายซะก่อน.....”

ทำไมเธอถึงพูดแค่ ‘เอาเถอะ, ช่างมันแล้วกัน’ และตัดประโยคทิ้งไปทั้งแบบนั้นหล่ะ? นี่เธอโง่รึเปล่า

ถ้ามันไม่ใช่หมอนฉันอาจจะตายไปแล้วก็ได้นะรู้รึเปล่า

ฉันยังเจ็บที่หน้าอยู่เลย แม้ว่าจะเป็นแค่หมอนนุ่มๆก็ยังสร้างความเสียหายได้มากขนาดนี้ ถ้าเกิดมันเป็นอะไรที่แข็งกว่านี้หล่ะ?

ในขณะที่ฉันกำลังส่ายหน้าให้กับความคิดนั้น, ประตูก็เปิดออกอย่างรุนแรง

แน่นอนว่าคนที่ออกมาต้อนรับก็คือเอลน่า

“อัล~? คิดถูกแล้วหล่ะที่ไม่หนีไป ข้าขอชมเลย และเห็นแก่เรื่องนี้ข้าจะให้โอกาสเจ้าอธิบาย เอาหล่ะ, อธิบายมาซะไอ้โรคจิตจอมถ้ำมอง”

“เห้ย, เห้ย! นี่ไม่ใช่ชั่วโมงฝึกดาบนะ!? ใจเย็นหน่อยสิ! มันเป็นฝีมือของคุณแอนนาต่างหากหล่ะ—!”

“อย่ามาโทษแม่ข้านะ! มันเป็นความผิดของเจ้านั่นแหล่ะที่ไม่ยอมเคาะประตู!”

“เจ้าเองก็ไม่เคยเคาะประตูในตอนที่เข้ามาในห้องของข้าเหมือนกันไม่ใช่รึไง!?”

“ถ้าข้าเป็นคนทำถือว่าไม่เป็นไร!”

“ไอ้คำตอบไร้เหตุผลนั่นมันอะไรกัน!?”

เอลน่าเหวี่ยงดาบของเธอลงมาแล้วฉันก็เริ่มกลิ้งหลบมัน

ตามที่ฉันคิดเอาไว้, เธอไม่ได้เอาจริงแต่ถึงแม้ว่าเอลน่าจะใช้ดาบสำหรับฝึกที่ไม่มีคม, มันก็ยังสร้างภัยคุกคามได้มากพอ ฉันคิดว่าฉันคงไม่ตายหรอกถ้าฉันโดนดาบนี้เข้าแต่มันก็ถือเป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้บอกลาความทรงจำของฉัน

“เอลน่า ทำแบบนี้ไม่น่าดูเลยนะ”

“ตะ, แต่ท่านแม่! ก็อัลหน่ะ—!”

“แค่เห็นชุดชั้นในของเจ้าเองไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรไม่ใช่หรอ, ตอนเด็กๆก็เคยอาบน้ำด้วยกันนี่?”

“นะ, นั่นมันนานมาแล้วนะคะ! ตอนนี้พวกเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว!”

“ถ้าเจ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆก็หัดควบคุมอารมณ์หน่อยสิ”

ถึงอย่างนั้น, เอลน่าก็ยังคงจ้องมาที่ฉันตาเขม็ง

ทำไมต้องเป็นฉันหล่ะ.......

คำพูดที่ไร้เหตุผลผุดขึ้นมาในหัวของฉันได้ซักพักนึงแล้ว ใช่ นี่มันเหมือนกับตอนที่พวกเรายังเด็กเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันอยู่กับเอลน่าคำที่ไร้เหตุผลมักจะเข้ามาในหัวของฉันเสมอ

“เอาเป็นว่าตอนนี้, สนใจรับชาไหม”

พอพูดจบ, แอนนาก็เข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้ม

เอลน่าตามเธอเข้าไปแล้วปิดประตูดังปั้ง ยัยคนนี้นี่.....

คนที่ถูกทิ้งเอาไว้นั้นมีแค่ฉันกับเซบาส

“คงเจอภัยพิบัติมาสินะครับ”

“นี่, เซบาส....”

“อะไรกัน? โถ่, ข้าขอบอกเอาไว้ก่อนเลยว่า, ข้าไม่รู้เรื่องนี้ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าพวกนั้นกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้อง ข้าแค่คิดว่ากำลังทำอะไรซักอย่างอยู่เท่านั้นเอง”

ถ้ารู้ว่าเธอกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ก็บอกข้าหน่อยสิ, ฉันกล้ำกลืนเสียงที่กรีดร้องจากใจของฉัน

ตอนสมัยเด็กเองก็เหมือนกัน เซบาสไม่เคยพูดหรือทำอะไรเว้นเสียแต่ว่าจะมีอันตรายจริงๆ

“ข้าหล่ะรู้สึกประหลาดใจจริงๆ....พอมาคิดว่าตัวเองโตขึ้นมาเป็นคนซื่อตรงขนาดนี้”

“ซื่อตรงหรอครับ? ช่างเป็นคำกล่าวอ้างที่ดูน่าสนใจดีนะครับ”

“แน่จริงก็พูดอีกสิ”

ฉันเข้ามาในห้องในขณะที่เขม่นใส่เซบาสเบาๆ

ครั้งนี้ฉันไม่ได้ลืมเคาะประตู

....

“ขอโทษด้วยนะอัล ข้าไม่คิดว่าพวกเธอกำลังลองเสื้ออยู่ในห้องนี้”

“ไม่เป็นไรครับ, ขอเถอะ, จบเรื่องนี้เอาไว้แค่นี้เถอะครับ......”

“ข้าเองก็ขอโทษด้วยค่ะ....มันเป็นเพราะข้าทำเรื่องไม่จำเป็นแท้ๆ”

“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าฟีเน่ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของอัล

ฟีเน่ที่รู้สึกผิดกับเอลน่าที่สำคัญตัวเองมากเกินไป แค่นี้ก็แสดงให้เห็นนิสัยของพวกเธอแล้ว

สรุปเรื่องราวเลยก็คือ

เพราะมีเสื้อผ้าสำหรับแขกอยู่เยอะ,  เอลน่ากับฟีเน่ก็เลยแวะมาเลือกก่อนที่จะไปอาบน้ำ และด้วยเหตุผลบางอย่าง, พวกเธอก็เริ่มจัดแฟร์ชันโชว์ขึ้นแล้วเวลาก็ล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ

แน่นอนว่า, คุณแอนน่าที่คิดว่าพวกเธอเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็บอกให้ฉันตรงมาที่ห้องนี้

และด้วยประการฉะนี้เอง, โศกนาฎกรรมก็เกิดขึ้น

เอาเถอะ, มันไม่มีอะไรที่ดูน่าสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าเรื่องราวมันเหมือนแต่งขึ้นมา ทำไมเธอถึงเจาะจงชี้ให้ฉันมาที่ห้องนี้หล่ะ? ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธอกำลังเล็งให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น อย่างไรก็ตาม, จะถามจี้ต่อมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร ฉันน่าจะไม่สามารถเอาชนะคุณแอนนาได้ด้วยการพูดคุย

“ช่างมันเถอะนะ, ในเมื่อข้าชดใช้กรรมไปแล้วก็ถือว่าเราดีกันแล้วนะ, เอลน่า”

“นี่เจ้าคิดว่าโดนแค่นี้แล้วข้าจะยอมยกโทษให้ง่ายๆหรอ!? เจ้าแอบดูผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานสองคนเลยนะรู้รึเปล่า!? ยิ่งไปกว่านั้น, พวกเรายังเป็นลูกสาวของบ้านผู้กล้าหาญกับบ้านดยุคอีก!”

“แสดงว่าเจ้าอยากให้เขารับผิดชอบสินะ? เอาสิ, ข้าไม่ขัดข้องอยู่แล้ว”

“ห้ะ!?”

“เอ๋!!??”

“หา......”

เอลน่าหันใบหน้าที่แดงก่ำของเธอไปหาแอนนาที่พึ่งจะทิ้งระเบิดกลางวงสนทนาอย่างเงียบๆในขณะที่ฟีเน่ไม่ได้ทันตั้งตัวเลยซักนิดและไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีด้วย

เอาจริงดิ, คนๆนี้.......

“ถ้าเป็นอัลหล่ะก็คนๆนั้นก็คงจะไม่คัดค้านเหมือนกันใช่ไหมหล่ะ? เจ้าจะเอายังไงหล่ะ?”

“จะ, จะเอายังไงหรอคะ?....คะ, คือว่า....ข้า, ข้าเป็นอัศวินเพราะฉะนั้นเรื่องแบบนั้นมัน.......”

“ถ้าไม่ว่ายังไงเจ้าก็ยกโทษให้เขาเรื่องที่มาเห็นชุดชั้นในของเจ้าไม่ได้, แน่นอนว่ามันก็ต้องแก้แบบนี้ไม่ใช่หรอ? แต่ปัญหาก็คงจะเป็นการที่ต้องเจรจากับดยุคไคลเนลต์นี่แหล่ะ อัล, ช่วงนี้เจ้านี่เนื้อหอมจริงๆนะ”

“นั่นสิ, พวกเราต้องติดต่อบ้านของคุณฟีเน่เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย”

“เอ๋!!!?, ติดต่อท่านพ่อหรอคะ!? แบบนั้นมัน......”

“ช่วยอย่าตัดสินใจเรื่องชีวิตของข้าอย่างสนุกปากแบบนี้ได้ไหมครับ ข้าขอโทษด้วยแต่ข้ายังไม่มีความคิดที่จะแต่งงาน”

“นี่เจ้าจะไม่รับผิดชอบหรอ?”

“ไม่ครับ”

“อุ๊ย, น่าเสียดายจัง”

หลังจากที่เธอพูดแบบนี้ออกมา, คุณแอนนาก็หยิบขนมเข้าปาก

ณ จุดนี้, เอลน่าคงรู้สึกตัวแล้วว่าเธอโดนแกล้งมาโดยตลอด, ดังนั้นเธอจึงหันใบหน้าที่แดงก่ำของเธอหนีจากฉัน

ฟีเน่เองก็น่าจะรู้สึกตัวเหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่นเพราะใบหน้าของเธอแดงแจ๋แล้ว

“เอาหล่ะ, อัล น่าจะถึงเวลาที่เจ้าจะเข้าประเด็นหลักแล้วไม่ใช่หรอ? เจ้าคงไม่ได้มาที่นี่แค่เพื่อคุยเล่นกันเฉยๆถูกไหม?”

สมกับที่เป็นคุณนายแห่งบ้านแอมส์เบิร์ก เธอดูออกสินะ

ฉันหันไปเผชิญหน้ากับคุณแอนนา

“นี่อาจจะเป็นคำขอที่น่าอายแต่ข้าขอฝากฟีเน่เอาไว้ที่นี่ให้ท่านดูแลซักพักนึงได้ไหมครับ? แล้วก็, ข้าอยากให้เธออยู่ด้วยกันกับเอลน่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“มันเกี่ยวข้องกับสงครามผู้สืบทอดใช่ไหม? ถ้างั้นก็เป็นไปไม่ได้หรอก พวกเราบ้านผู้กล้าหาญจะไม่เอาตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวกับสงครามผู้สืบทอด”

ก็คงจะเป็นแบบนั้นหล่ะนะ

ฉันรู้ว่าเธอจะให้คำตอบที่ชัดเจนแบบนี้

การให้ฟีเน่อยู่ที่นี่สักสองสามวันมันก็อีกเรื่องนึงแต่ถ้าฉันทิ้งให้เธออยู่ที่นี่นานระดับนึงมันก็คงไม่แปลกอะไรถ้าผู้คนจะเริ่มคิดว่าบ้านผู้กล้าหาญกำลังสนับสนุนขุมอำนาจของเรา

พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม

“เจ้าหญิงนกนางนวลสีน้ำเงินเป็นคนโปรดของจักรพรรดิ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ, ฝ่าบาทคงไม่พอใจแน่ๆ ข้าคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไรนะครับที่บ้านผู้กล้าหาญจะปกป้องคนระดับนี้”

“อุ๊ยตาย? นี่เจ้าคิดจะมาไม้นี้หรอ?”

“ถ้าไม่พูดแบบนี้ก็คงจะไม่รับไม่ใช่หรอครับ?”

“ถึงเจ้าไม่พูดแบบนั้น, แล้วขอร้องว่าเห็นแก่หน้าผมสักครั้งเถอะข้าก็รับแล้ว เจ้านี่แสดงความรู้สึกออกมาไม่เก่งเหมือนเดิมเลย มันน่าเสียดายนะรู้ไหม?”

แอนนาพูดแบบนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

พูดอีกนัยนึงก็คือ, เธอรับคำขอของฉัน

แค่นี้ก็รับประกันความปลอดภัยของฟีเน่จนกว่าซานดร้าจะหยุดโจมตีได้แล้ว ตราบใดที่บ้านผู้กล้าหาญอยู่กับเธอ, ก็จะไม่มีทางที่จะมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอได้

“ข้าจะจำใส่ใจเอาไว้ครับ แล้วก็ขอบคุณมากเลยนะครับที่ช่วยข้า สักวันนึงข้าจะตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ให้อย่างแน่นอน”

“นั่นสินะ, สักวันจะให้ชดใช้คืนแน่ แล้วก็....จะให้รีบชดใช้ด้วย อัลคนนั้นเข้าร่วมสงครามผู้สืบทอดแล้วหรอเนี่ย.....เจ้าเป็นเด็กขี้แงสำหรับข้ามาโดยตลอด, แต่ดูเหมือนคงจะไม่ใช่แบบนั้นแล้วสินะ”

“ข้าคงขี้แง่ไปตลอดไม่ได้หรอกครับ แล้วก็, ฟีเน่ ช่วยอยู่ที่นี่ซักพักนะ ไม่ต้องห่วง, มันจะจบในอีกไม่กี่วันนี้แหล่ะ”

“ค่ะ...ว่าแต่, ตัวท่านไม่ได้อยู่ในอันตรายใช่ไหมคะท่านอัล?”

“มันเป็นเพราะเจ้าจะเป็นอันตรายได้ถ้าอยู่ใกล้ตัวข้า, ข้าก็เลยอยากให้เจ้ามาอยู่บ้านผู้กล้าหาญ พูดตามตรง, มันมีความเป็นไปได้ว่าซานดร้าจะไม่สนเหตุผลอะไรทั้งนั้นแล้วเข้ามาโจมตีข้า ตอนนี้, เธออยากจะฆ่าข้าสุดๆเลยหล่ะ”

นิสัยของซานดร้านโหดร้าย อารมณ์ของเธอเองก็แปรปรวน แค่การโจมตีในครั้งนี้ก็ชัดเจนแล้ว, ฝั่งอื่นๆนั้นไม่มีใครที่สามารถควบคุมซานดร้าได้อย่างสมบูรณ์ หรืออย่างน้อยคนๆนั้นก็ไม่ได้อยู่กับเธอในตอนนี้

ด้วยเหตุนี้เอง, ฉันจึงไม่สามารถคาดหวังได้ว่าเธอจะทำตามที่ฉันคิดเอาไว้

ในช่วงไม่กี่วันถัดจากนี้ถือว่าอันตรายสุดๆ ในช่วงเวลานี้กอร์ดอนจะโจมตีขุมอำนาจของซานดร้าอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นจะทำให้การโจมตีของเธอที่ทำกับฝั่งเราเบาบางลงแต่ไม่ว่ากอร์ดอนจะแข็งแกร่งแค่ไหน, พวกเราก็ไม่มีทางเลือกนอกจากรอต่อไปอีกสองสามวัน

มันคือการแข่งขันว่าพวกเราจะสามารถทนจนถึงตอนนั้นได้รึเปล่า

“ถะ, ถ้างั้นให้ท่านอัลมาซ่อนด้วยจะไม่ดีกว่าหรอคะ.......”

“ถ้าข้าซ่อนตัว, ลีโอก็จะตกเป็นเป้าหมาย ข้าไม่สามารถซ่อนตัวได้เพราะข้าต้องดึงดูดความสนใจของซานดร้ามาที่ข้า เอาเถอะ, ข้าคิดว่าอย่างน้อยที่สุดเธอก็คงจะส่งนักฆ่ามาหาข้าสักครั้งนั่นแหล่ะ”

“แต่ว่านั่นมัน!?”

“เถอะหน่า, ไม่ต้องห่วงหรอก ข้ามีเซบาสอยู่ด้วยแล้วก็ยังมีคนที่จะช่วยพาออกไปถ้าพวกเราเจอปัญหาเข้า”

พอได้ฟังแบบนี้, ฟีเน่ก็ยอมถอดใจในที่สุด

ขอโทษด้วยนะที่ทำให้เจ้าต้องมีสีหน้าเป็นกังวลแบบนี้แต่ข้าจะไม่ถูกลอบสังหารหรอก

อีกฝ่ายคงจะคิดว่าสามารถจัดการฉันได้ถ้าสามารถผ่านเซบาสมาได้แต่ฉันเองก็มีวิธีปกป้องตัวเองเหมือนกัน

ถ้าอีกฝ่ายไม่รู้ว่าฉันเป็นซิลเวอร์, การที่จะมีคนลอบสังหารฉันนั้นก็คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก

จบบทที่ ตอนที่ 24: คำขอคุ้มกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว