เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 : ความรู้สึกของจักรพรรดิ

ตอนที่ 22 : ความรู้สึกของจักรพรรดิ

ตอนที่ 22 : ความรู้สึกของจักรพรรดิ


“เป็นความจริงหรอ!?”

จักรพรรดิโยฮันเนสผลักเอกสารที่เอิร์ลเบลส์ส่งมาไปทางรัฐมนตรีกระทรวงวิศวกรรม

เปลวเพลิงแห่งความโกรธกำลังครุกรุ่นอยู่ในดวงตาของเขา

รัฐมนตรีที่ถูกจับได้เรื่องมีกิ้กคุกเข่าและขออภัยโทษในทันที

“โปรดอภัยให้ข้าด้วย, ฝ่าบาท! ข้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์!”

“การไปยุ่งกับภรรยาของคนอื่นถือเป็นอาชญากรรม! ในฐานะรัฐมนตรี, เจ้าก็น่าจะรู้เรื่องนี้ไม่ใช่หรอ!? ยิ่งไปกว่านั้น, เธอยังเป็นภรรยาของลูกน้องเจ้าไม่ใช่รึไง!? นี่เจ้าคิดบ้าอะไรอยู่!?”

“คะ, คือว่า.....เบ, เบทิน่าเป็นคนเข้าหาข้าครับ! ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย! ข้าถูกล่อลวง! นี่ต้องเป็นฝีมือของคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของข้าแน่ๆ”

“นี่เจ้าคิดว่าการเล่นชู้กับภรรยาของลูกน้องตัวเองเพราะถูกเธอล่อลวงมันจะไม่เป็นอะไรหรอ!? แล้วถ้าหนึ่งในสนมของข้าไปอ่อยเจ้า, เจ้าจะมีอะไรกับสนมคนนั้นรึเปล่า!?”

“นะ, นั่นมัน........”

“ก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ! ตัวเองไม่ซื่อสัตย์เองแล้วไปโทษผู้หญิงได้ยังไง!?”

ความโกรธของโยฮันเนสไปถึงจุดไม่สามารถหยุดได้แล้ว

เขาอุตส่าห์ไว้วางใจรัฐมันตรีคนนี้ให้ทำงานด้วยมาเป็นเวลาตั้งหลายปี แถมเขายังแนะนำลูกสาวของเพื่อนสนิทให้มาเป็นภรรยาของเขาด้วย, ความจริงที่ว่ารัฐมนตรีตอบแทนความไว้วางใจของเขาแบบนี้มันทำให้เขาโกรธอย่างถึงที่สุด

แต่เหตุผลมันไม่ใช่แค่นั้น คู่ขาที่เขาเล่นชู้ด้วยก็คือภรรยาของเอิร์ลเบลส์, ชายที่เขาจับตาดูอยู่, ชายผู้ซึ่งถูกภรรยาทำให้เจ็บปวด

เขาเป็นคนที่ไฟเขียวเรื่องการสอบสวนภรรยาของเอิร์ล เขาถึงกับบอกเอิร์ลที่ไม่เต็มใจว่าถ้ามีปัญหาอะไรเขาจะเป็นคนที่ดำเนินการตัดสินด้วยตัวเอง แค่นี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่าเขาถูกใจเอิร์ลมากแค่ไหน

สมมุติฐานหลักในแผนการของซานดร้าขึ้นอยู่กับว่าโยฮันเนสไว้ใจเอิร์ลมากแค่ไหน เธอใช้ความจริงที่ว่าจักรพรรดิเชื่อในตัวเอิร์ลเบลส์ว่าเขาจะไม่มีวันทำร้ายหัวหน้าของเขาและความจริงที่ว่า, ตัวเอิร์ลเป็นคนนิสัยแบบนี้

ซึ่งนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ในสายตาของโยฮันเนส, เรื่องนี้จึงดูเหมือนว่ารัฐมนตรีพยายามต้อนลูกน้องมากฝีมือของเขาให้จนมุมด้วยการใช้ภรรยาของลูกน้องเพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเอง

ถ้ามองในแง่นี้, ทุกสิ่งจะเป็นไปตามแผนของซานดร้า โดยปกติ, มันคงจะมองได้ว่าเอิร์ลกำลังใช้ภรรยาของเขาเพื่อใส่ร้ายเจ้านายแต่เนื่องจากความไว้ใจของโยฮันเนสที่มีต่อนิสัยของเอิร์ลมันจึงดูไม่น่าจะเป็นแบบนั้น

นอกจากนี้, โยฮันเนสที่ได้ฟังความเจ็บปวดจากภรรยาของเอิร์ลมาแล้วก็รู้สึกสงสารเอิร์ลเบลส์ด้วย

และมันก็ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้การตัดสินใจของโยฮันเนสรวดเร็วถึงขนาดนี้

“ลงจากตำแหน่งซะ! กลับไปที่บ้านของเจ้าแล้วรอรับการลงโทษได้เลย!”

“ดะ, ได้โปรดอภัยข้าด้วย! อภัยให้ข้าด้วยเถอะครับ, ฝ่าบาท!”

“เรียกเอิร์ลเบลส์มาที่นี่!”

โยฮันเนสประกาศโดยไม่มีทีท่าว่าเขาจะผ่อนผันโทสะของเขา

เอิร์ลเบลส์ที่ดูเหมือนจะตัวหดลงเล็กน้อย, เข้ามาอยู่เบื้องหน้าโยฮันเนส

และในตอนนั้นเอง, เอิร์ลเบลส์ก็พูดขอโทษ

“ข้าขอโทษจริงๆครับ! ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ทั้งหมดเป็นเพราะข้าดูแลอดีตภรรยาไม่ดีพอ!”

“เบลส์....เจ้าพูดอะไรของเจ้ากัน? เจ้าไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ซักหน่อย”

“ตะ, แต่ว่า......”

“ข้าเชื่อเจ้า เจ้าอาจจะใสซื่อเกินไปจนถูกผู้หญิงไม่ดีหลอกแต่ข้าก็ชอบนิสัยนั้นของเจ้านะ ข้าชื่นชมในความจริงจังและความตั้งใจที่เจ้าแสดงออกมาในงานของเจ้า ข้าอยากให้คนอย่างเจ้าได้เป็นรัฐมนตรี เอาแบบนี้เป็นไง, สนใจจะมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงวิศวกรรมให้ข้าไหม?”

“ข้า, ข้ารับตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้นไม่ได้หรอกครับ! ภรรยาของข้าเป็นคนก่อความผิดนี้! ได้โปรดช่วยละเว้นโทษเถอะนะครับฝ่าบาท!”

“เธอไม่ใช่ภรรยาของเจ้าอีกแล้ว ยิ่งกว่านั้น, รัฐมนตรีเองก็มีความผิดร่วมในเรื่องนี้ด้วย ต่อให้ถูกล่อลวงเขาก็ไม่มีทางได้รับอภัยโทษ ข้าไม่มีความตั้งใจจะลงโทษเจ้าสำหรับเรื่องนี้และข้าจะลงโทษใครก็ตามที่ว่าร้ายเจ้าด้วย”

“ฝะ, ฝ่าบาท.....”

“ข้าจะสั่งอีกครั้ง ข้าขอแต่งตั้งเอิร์ลเบลส์เป็นรัฐมนตรีกระทรวงวิศวกรรม เจ้าต้องทำงานให้หนักขึ้นกว่าเมื่อก่อนเพื่อจักรวรรดินี้”

“.....ข้าจะไม่มีวันลืมความเมตตาของจักรพรรดิเลยครับ ภายใต้ชื่อของตระกูลเบลส์ได้โปรดให้ข้าได้รับหน้าที่นี้ด้วย”

ด้วยประการฉะนี้เองเอิร์ลเบลส์ก็รับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงวิศวกรรม

โยฮันเนสพูดคุยกับเขาต่ออีกสักพักและก็ปล่อยให้เอิร์ลกลับไป

จากนั้นเขาก็ทิ้งตัวพิงบัลลังก์แล้วถอนหายใจออกมา

“ในที่สุดมันก็รุนแรงขึ้นจนได้สินะ”

“ฟรานซ์หรอ....”

คนที่มาปรากฎตัวเบื้องหน้าเขาโดยไม่ขอคำอนุญาตคือชายที่มีอายุพอๆกับโยฮันเนส

ชายคนนี้มีผมสีเงินซีดและสวมชุดสีขาวเหมือนกับรัฐมนตรี ในจักรวรรดินี้มีแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้สวมใส่มัน

หัวหน้าของข้าราชการทุกคน, นายกรัฐมนตรี

ชื่อของชายคนนี้คือฟรานซ์ ซีเบค ถ้าดูจากชื่อของเขาที่ไม่มี ‘ฟ็อน’ ก็คงเดากันได้, ชายคนนี้ไม่ใช่ขุนนาง ด้วยสติปัญญาของเขาเพียงอย่างเดียว, เขาคือชายที่สามารถไต่เต้าจากการเป็นลูกชายของเจ้าของโรงแรมมาจนถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี, ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในจักรวรรดิได้

โยฮันเนสเริ่มพูดกับฟรานซ์

“การแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสงครามผู้สืบทอดเสมอมา รัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ ณ ตอนนี้ก็น่าจะรู้กันดีทุกคน และมันก็เป็นสาเหตุที่พวกเขาต้องระวังตัวให้ดี การถูกภรรยาของลูกน้องตัวเองล่อลวงนี่ยิ่งตัดออกไปได้เลย เพราะสุดท้ายแล้วเขาจะนำอันตรายมาสู่จักรวรรดิ ถ้าข้าไม่หาคนมาแทนที่เขาซะตั้งแต่ตอนนี้, ความเสียหายอาจจะกระจายมาถึงข้าด้วย”

“ข้าไม่มีอะไรจะบ่นท่านเกี่ยวกับการจัดการเรื่องของรัฐมนตรีครับ แต่ว่า, ในตอนที่ท่านแต่งตั้งเอิร์ลเบลส์เป็นรัฐมนตรีท่านกำลังคิดอะไรกันแน่? เห็นๆอยู่ว่าเรื่องนี้มันอาจจะมีคนวางแผนอยู่เบื้องหลังนะครับ”

ในสายตาของฟรานซ์, ที่เป็นลูกน้องของโยฮันเนสมาตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นเจ้าชาย, สภาพแวดล้อมของเอิร์ลคนนี้มันดูน่าสงสัยไปหมด

เหตุผลที่เขาไม่ได้ตรวจสอบอะไรลึกก็เพราะเขาถูกกันไม่ให้แทรกแซงสงครามผู้สืบทอด ไม่อย่างนั้น, เขาก็คงจะทำการสอบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียดแล้ว

“ต่อให้เป็นแผนของใครบางคนข้าก็ไม่ถือสาหรอก ตัวเบลส์นั้นมีความสามารถในสายงานนี้แล้วเขาก็ไม่น่าจะเป็นคนที่คิดแผนขึ้นมาเองด้วย ถ้ามองในมุมนี้, ข้าไม่มีปัญหาในการยกตำแหน่งให้เขา ยิ่งไปกว่านั้น, ถ้าพวกเขาไม่สามารถคิดแผนการแบบนี้ได้บ้างเลย, พวกเขาก็คงไม่เหมาะกับตำแหน่งจักรพรรดิหรอก”

“ที่พูดมานั่นมันแปลกๆนะครับ? ข้าไม่ใช่หรอที่เป็นคนคิดแผนทั้งหมดในตอนที่ฝ่าบาทยังเป็นเจ้าชายอยู่?”

“นั่นแหล่ะคือการเป็นจักรพรรดิ พลังในการมองพรสวรรค์ของผู้อื่น, พลังในการฝากฝังผู้อื่น, ไม่ว่าสิ่งไหนก็คือสิ่งจำเป็นสำหรับการเป็นจักรพรรดิ ข้าก็แค่เล็งเห็นถึงพรสวรรค์ของเจ้าได้เร็วเท่านั้นเอง ข้าก็เลยฝากเรื่องแผนการทั้งหมดไว้กับเจ้า และก็ต้องขอบคุณที่ทำแบบนั้น, ข้าก็เลยเป็นคนที่ได้มานั่งอยู่ที่นี่ในตอนนี้”

“ช่วยอย่าล้อเล่นแบบนั้นสิครับ ต่อให้ข้าไม่อยู่, ฝ่าบาทก็คงจะชิงบัลลังก์มาได้เหมือนกันนั่นแหล่ะ ท่านหน่ะฉลาดเป็นกรดจะตาย”

พอพูดจบ, ฟรานซ์ก็นึกย้อนถึงอดีตไปพักนึง โยฮันเนสเองก็เช่นกัน

พวกลูกๆกำลังพยายามเดินตามเส้นทางที่พวกเขาเคยผ่าน มันคือเส้นทางที่ชโลมไปด้วยเลือด เขารู้เรื่องนี้ดีแต่โยฮันเนสก็ไม่สามารถหยุดพวกเขาได้

ที่โยฮันเนสเป็นอย่างทุงวันนี้ได้มันก็เพราะการต่อสู้ชิงบัลลังก์ ในตอนที่เขาได้กลายเป็นจักรพรรดิหลังจากที่ผ่านประสบการณ์พวกนั้นมา, มันทำให้เขารู้สึกมีความสุขกับชีวิตอย่างถึงที่สุด

แน่นอนว่าจักรวรรดินี้คือประเทศทรงอำนาจแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไร้ซึ่งคู่แข่ง มันยังมีคู่แข่งอยู่และต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ดังนั้นมันจึงต้องการจักรพรรดิที่ทั้งแข็งแกร่งและยอดเยี่ยม ซึ่งสงครามผู้สืบทอดก็คือบททดสอบเพื่อเป้าหมายนั้น, มันคือการฝึกจริงก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นจักรพรรดิ

ถ้าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้พวกเขาก็จะไม่มีสิทธิได้เป็นจักรพรรดิ มันคือสิ่งที่เหมือนกับวัฒนธรรมที่ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น

“ฝ่าบาทแกล้งทำตัวเป็นคนโง่นี่ครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นองค์โตสุด, แต่ฝ่าบาทก็เคยถูกเรียกว่าเจ้าชายจอมเสเพลไม่ใช่หรอครับ?”

“การเป็นผู้นำในสงครามผู้สืบทอดมันอันตรายนะ แถมความเสี่ยงที่จะถูกลอบสังหารก็สูง ลูกชายของข้าเองก็น่าจะโดนแบบนั้นเหมือนกัน.......”

“พวกเราไม่สามารถหาหลักฐานที่บ่งบอกว่ามงกุฎราชกุมารถูกลอบสังหารได้นะครับ ทั้งข้าและท่านต่างก็สืบสวนทุกอย่างโดยคำนึงถึงเรื่องนั้น แต่ถึงแม้จะทำไปตั้งขนาดนั้นแล้ว, ท่านก็ยังสงสัยว่าเขาจะถูกลอบสังหารอีกหรอครับ?”

“ใช่, ข้ามั่นใจเลยหล่ะ มงกุฎราชกุมารถูกลอบสังหารแน่ๆ เขาเป็นคนเก่งแต่ก็มีจิตใจดีมากเกินไป ต้องมีคนใช้ประโยชน์จากเรื่องนั้นแน่ๆ ข้าเองก็หวังอยู่ว่าอย่างน้อยน่าจะมีลูกสักคนที่สามารถชดเชยส่วนนั้นของเขาได้”

“มันคงเป็นเพราะโชคชะตานั่นแหล่ะครับ แต่จะว่าไป, ท่านคิดว่าขุมอำนาจที่สี่ดูน่าสนใจดีไหมครับ?”

โยฮันเนสยิ้มให้กับคำพูดของฟรานซ์

ซึ่งมันเป็นเพราะโยฮันเนสเห็นด้วยกับเขา

“เจ้าเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันสินะ? ในแวบแรก, มันอาจจะดูเหมือนเป็นเพราะพลังจากนิสัยของลีโอนาร์ดแต่ข่าว่ามันต้องมีใครสักคนที่คอยเคลื่อนไหวอยู่หลังฉากแน่ๆ ไม่อย่างนั้น, ขุมอำนาจของเขาคงไม่สามารถแผ่ขยายได้เร็วขนาดนี้หรอก”

“หรือว่าท่านกำลังนึกถึงองค์ชายอาร์โนลด์?”

“ใช่, เขาเป็นคนที่คล้ายกับข้าจริงๆ ข้ามีความรู้สึกว่าเขาแค่แกล้งทำตัวเหมือนเป็นคนไม่ได้ความ”

“ข้าเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกับครับแต่เขาไม่ได้เหมือนกับฝ่าบาทซะทีเดียว, ข้าไม่รู้สึกถึงความทะเยอทะยานเพื่อให้ได้บัลลังก์จากตัวเขาเลย ยิ่งไปกว่านั้น, มันดูเหมือนกับว่าเขากำลังดูถูกตัวเองอยู่ อันที่จริง, เขาไม่เคยทำอะไรเพื่อเป็นการตอบโต้ไม่ว่าจะมีใครทำอะไรกับเขาก็ตาม และตอนนี้, เขาก็ถูกขุนนางทุกคนดูถูกเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยครับ”

“ข้าไม่รู้หรอกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่ในช่วงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด, เขาเป็นคนแรกที่เคลื่อนไหวและส่งเอลน่ามาหาข้า ยิ่งไปกว่านั้น, เขายังทำลายกำไลของตัวเองเพื่อที่เอลน่ากับพวกอัศวินจะได้ไม่ถูกกล่าวโทษในกรณีที่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นด้วย นี่คือหลักฐานที่บ่งบอกว่าเขาพิจารณาผลลัพธ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นที่เคียร์ ดังนั้นอย่างน้อยที่สุด, เขาก็ไม่น่าจะใช่คนไร้ค่าเหมือนที่สาธารณะเขาพูดกัน แต่ก็แน่นอนว่า, มันอาจจะเป็นเพราะข้าประเมินสูงเกินไปด้วย”

“แล้วท่านจะให้เขาไปช่วยองค์ชายลีโอนาร์ดทำไมหล่ะครับ? แบบนั้นมันไม่เป็นผลดีเลยไม่ใช่หรอ? มันจะทำให้ไม่มีคนอยู่คอยเคลื่อนไหวขุมอำนาจขององค์ชายลีโอนาร์ดในตอนที่เขาไม่อยู่นะครับ”

“ก็นะ, ข้ายอมรับว่าตอนนั้นมีอารมณ์มาเกี่ยวข้องด้วยนิดหน่อย ข้าไม่ชอบท่าทีไม่สนโลกที่อาร์โนลด์แสดงออกมาทางสีหน้า เขาทำหน้าเหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเขา, มันเป็นแบบที่ชวนให้ข้ารู้สึกหงุดหงิดหน่ะ....”

ฟรานซ์กำลังจะพูดว่า, ‘ที่ท่านหงุดหงิดมันก็เพราะเขาคล้ายท่านไม่ใช่หรอ?’ แต่เขาก็กลืนคำพูดพวกนี้กลับไปในทันที

เอาจริงๆต่อให้พูดออกมาเขาก็คงจะปฏิเสธอยู่ดี

แต่ว่า, ฟรานซ์รู้

อาร์โนลด์นั้นคล้ายกับโยฮันเนสมากกว่าที่เขาคิดซะอีก

ความแตกต่างก็คือว่าโยฮันเนสมีความตั้งใจ ความตั้งใจที่จะกลายเป็นจักรพรรดิ อย่างไรก็ตาม, เขาไม่รู้สึกถึงความตั้งใจเช่นนี้จากอาร์โนลด์เลย

พวกที่ไม่มีความตั้งใจหรือความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งมีแต่จะนำพาสนามรบไปสู่ความโกลาหล และมันจะยิ่งหนักขึ้นถ้าพวกเขามีอำนาจ

ถ้าอาร์โนลด์มีความปราถนาอันแรงกล้า, เขาก็จะเอาชนะวิกฤติการณ์นี้ด้วยทุกสิ่งที่เขามี และนั่นก็คือสิ่งที่โยฮันเนสอยากจะเห็น

คงจะต้องรอให้พวกเขาผ่านทุกอย่างให้ได้ก่อน, โยฮันเนสถึงจะยอมรับอาร์โนลด์กับลีโอนาร์ดได้

“หวังว่าองค์ชายแฝดม้ามืดของพวกเราจะโชว์อะไรเด็ดๆให้ดูในเร็วๆนี้นะครับ”

“แฝดม้ามืดหรอ.....ข้าชอบชื่อนี้นะ สองคนนั้นก็เหมือนกับเป็นหนึ่งเดียวกัน ลีโอนาร์ดผู้ชอบธรรมที่ให้ความรู้สึกเหมือนมงกุฎราชกุมาร ถ้าอาร์โนลด์เคลื่อนไหวในเงามืดและคอยช่วยเหลือเขา, พวกนั้นอาจจะชิงบัลลังก์สำเร็จจริงๆก็ได้”

“ไม่รู้สินะครับ องค์ชายกับองค์หญิงคนอื่นๆที่เดินบนเส้นทางนี้ก็เป็นคนที่ยอดเยี่ยมเหมือนกัน ถ้าเกิดกันคนละยุค, แล้วทุกคนได้เป็นจักรพรรดิหมดก็ไม่แปลกใจเลยครับ, ตอนนี้โอกาสชนะใกล้เคียงกันมาก”

“แบบนี้ก็ดีแล้ว เมื่อคนที่ยอดเยี่ยมชิงบัลลังก์ได้, จักพรรดิที่ชาญฉลาดก็จะถือกำเนิดขึ้น และจักรวรรดิก็จะปลอดภัย”

สำหรับโยฮันเนสที่คำนึงถึงจักรวรรดิอยู่เสมอ, มันถือเป็นข่าวดีจริงๆ

แต่ในใจของโยฮันเนสนั้น, เขามีอีกความรู้สึกนึง

เขาหวังว่าพวกลูกๆจะไม่เสียเลือดเนื้อจนมากเกินไป

ด้วยความที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าเขาไม่สามารถพูดความรู้สึกเช่นนี้ออกมาได้เพราะเป็นจักรพรรดิ, โยฮันเนสก็ออกไปประชุมเรื่องต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 22 : ความรู้สึกของจักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว