เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21: ประโยชน์ตกอยู่กับชาวประมง*

ตอนที่ 21: ประโยชน์ตกอยู่กับชาวประมง*

ตอนที่ 21: ประโยชน์ตกอยู่กับชาวประมง*


“มันจะไม่เป็นอะไรจริงๆหรอคะ?”

ในตอนที่ฉันกำลังรวบรวมเอกสารบางอย่างอยู่, ฟีเน่ก็กำลังรินชาในขณะที่ถามแบบนี้ออกมา

“เธอกำลังพูดเรื่องอะไรกัน?”

“เรื่องที่เพิ่มเอิร์ลเบลส์เข้ามาเป็นพันธมิตรของเราค่ะ ข้ารู้สึกเห็นใจเขาอยู่บ้างก็จริงแต่ท่านก็ไม่สามารถปฏิเสธได้นะคะว่าเขาเองก็กำลังทรมานจากผลที่ตามมาสำหรับการกระทำของเขา เขาเคยมอบให้ทุกสิ่งตามที่เธอขอและจากนั้นก็หย่ากับเธอเพราะในที่สุดเขาก็ควบคุมเธอไม่ได้......ในฐานะผู้หญิงข้าคิดว่าข้าไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ค่ะ”

“ก็นะ, ถ้าเธอมองมุมนั้นเอิร์ลก็คงดูเหมือนผู้ชายที่เลวร้ายที่สุดเลยหล่ะ”

“มันมองมุมอื่นได้ด้วยหรอคะ?”

ถ้าเธอมาพูดกับฉันตรงๆแบบนี้ก็แสดงว่าเธอไม่พอใจระดับนึงเลยหล่ะ เอาเถอะ, ถึงยังไงพวกเราก็กำลังพูดเรื่องความรัก, มันไม่ใช่สิ่งที่จะโยนทิ้งง่ายๆแค่เพราะมันหมดประโยชน์แล้ว จากมุมมองของผู้หญิงคนนึง, มันเป็นธรรมดาที่พวกเธอจะรู้สึกไม่พอใจ

อย่างไรก็ตาม, เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของพวกเขาสองคน

ฉันเริ่มอธิบายให้เธอฟังในขณะที่รวบรวมเอกสารต่อ

“เบทิน่า, อดีตภรรยาของเอิร์ลนั้นมีสายเลือดของขุนนางทางใต้, จากบ้านเอิร์ลดาอึม ซึ่งเอิร์ลดาอึมคนนี้เป็นญาติกับขุนนางที่มีอำนาจมากที่สุดทางใต้, ดยุคครูเกอร์ คุ้นกับชื่อตระกูลนี้ไหมหล่ะ?”

“คุ้นค่ะ ข้าจำได้ว่ามีสนมองค์นึงของจักรพรรดิมาจากบ้านครูเกอร์ใช่ไหมคะ?”

“ใช่, สนมคนที่ห้าคือน้องสาวของดยุคครูเกอร์ในปัจจุบัน หรือจะให้พูดง่ายๆก็คือ, ดยุคบ้านนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์ เอาหล่ะไหนลองตอบข้ามาซิ, ลูกของสนมคนที่ห้าคือใคร?”

หลังจากครุ่นคิดอยู่พักนึง, ฟีเน่ก็ตบมือในตอนที่นึกคำตอบออก

จากนั้นเธอก็ตอบออกมาด้วยความมั่นใจ

“องค์หญิงซานดร้า......”

“เจ้าชายลำดับเก้าด้วย แต่ตอนนี้น้องชายของเธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอก จุดที่สำคัญก็คือความเชื่อมโยงระหว่างซานดร้ากับเบทิน่า”

“ความเชื่อมโยงหรอคะ.....? แต่ข้าไม่คิดว่าเครือญาติจากฝั่งแม่จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งขนาดนั้นเลยหรอคะ?”

“ปกติก็คงจะใช่แหล่ะ แต่ในกรณีนี้มันต่างกันนิดหน่อย ว่าแต่, ฟีเน่, เธอยังจำฐานอำนาจของคู่แข่งได้อยู่รึเปล่า?”

“อ๋อ, ค่ะ องค์ชายเอริคมีเสียงสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรี, องค์ชายกอร์ดอนได้รับเสียงสนับสนุนจากกองทัพส่วนองค์หญิงซานดร้าได้รับเสียงสนับสนุนจากนักเวทย์ใช่ไหมคะ?”

เธอยังจำได้อยู่สินะ

ก็ดี, ถ้าเธอจำเรื่องพวกนี้ไม่ได้มันจะเป็นปัญหากับเราได้

ในตอนที่ฉันบอกเธอว่าถูกต้อง, ฟีเน่ก็มีท่าทีดีใจในขณะที่พูดออกมาเสียงดังว่า ‘ทำได้แล้ว’ จากนั้นด้วยความคิดที่ว่ายัยนี่ตั้งเป้าหมายต่ำจังเลยนะเขาก็พูดต่อ

“แล้วคิดว่าเสียงสนับสนุนของใครอ่อนแอที่สุดในเมืองหลวงของจักรวรรดิ?”

“ในเมืองหลวง? ไม่ได้หมายถึงทั้งจักรวรรดิใช่ไหมคะ?”

“ใช่, เมืองหลวง”

“อืมม...ที่แข็งแกร่งที่สุดก็น่าจะเป็นขององค์ชายเอริคดังนั้นก็เหลือแค่องค์ชายกอร์ดอนกับองค์หญิงซานดร้าแต่ว่า.....อ้ะ, เข้าใจแล้วค่ะ! ขององค์ชายกอร์ดอนค่ะ!”

“ทำไมถึงคิดแบบนั้น?”

“ก็ในเมื่อเจ้าหน้าที่ของกองทัพอยู่ที่แนวหน้า, อิทธิพลของเขาในเมืองหลวงก็น่าจะอ่อนแอค่ะ”

“แนวคิดไม่ผิดหรอกแต่ตอบไม่ถูก มีเจ้าหน้าที่ของกองทัพที่ไม่ได้อยู่แนวหน้าเหมือนกันนะ คำตอบที่ถูกคือของซานดร้าต่างหากหล่ะ”

“อ้ะ, ข้าตอบผิดซะแล้ว.....แต่ทำไมเสียงสนับสนุนของซานดร้าถึงอ่อนแอที่สุดหล่ะคะ?”

ในขณะที่กำลังคิดอยู่ว่าจะอธิบายยังไงดีให้เธอเข้าใจง่ายๆ, ฉันก็หยิบขนมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา บางทีมันอาจจะเป็นเพราะเสียงตอบรับที่ดีจากคริสต้า, ขนมวันนี้จึงเป็นคุกกี้รูปสัตว์

ฉันเลือกหยิบคุกกี้สิงโต, นกและหมาป่า ฉันวางสิงโตกับนกเอาไว้บนจานและขยี้คุกกี้หมาป่ากระจายมันเอาไว้รอบๆ

“โถ่.....ครั้งนี้ข้าอุตส่าห์ทำออกมาได้ดีแท้ๆเชียว.......”

“อ่าวหรอ, ขอโทษแล้วกันนะ ตอนนี้, บนจานคือเสียงสนับสนุนของเอริคกับกอร์ดอน, ส่วนที่กระจายอยู่ก็คือของซานดร้า ตอนนี้, เธอพอจะเข้าใจรึยังว่าข้ากำลังจะสื่ออะไร?”

“????”

“แสดงว่าไม่สินะ เอาเถอะ รัฐมนตรีกับเจ้าหน้าที่ทหารนั้นมักจะอยู่ในเมืองหลวง แต่ว่า, นักเวทย์ไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการในรัฐบาลของเรา แน่นอนว่า, มีเจ้าหน้าที่ส่วนนึงที่เป็นนักเวทย์อยู่แต่พวกเขากระจายอยู่ตามตำแหน่งอย่างรัฐมนตรี, ขุนนางท้องถิ่น, และเจ้าหน้าที่ทหารที่พรมแดน พวกเขากระจัดกระจายกันมากเกินไป”

“เข้าใจแล้วค่ะ! แสดงว่าคนที่สามารถสนับสนุนองค์หญิงซานดร้าในเมืองหลวงได้นั้นมีอยู่ไม่มากใช่ไหมคะ?”

“ก็นะ, มันก็ใช่อยู่หรอก แต่ประเด็นหลักอยู่ตรงนี้”

“เอ๋.....? ที่บอกไปเมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่ประเด็นหลักหรอคะ....?”

ฟีเน่ตัวสั่นเล็กน้อยเพราะเธอกลัวว่าบทสนทนาจะเข้าใจยากยิ่งขึ้น

ด้วยการมอบรอยยิ้มอันแสนขมขื่นให้เธอ, ฉันก็พยายามอธิบายให้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ง่ายๆเลยก็คือ, ซานดร้ามีเสียงสนับสนุนน้อยกว่าในตำแหน่งสำคัญๆของจักรวรรดิเพราะธรรมชาติของฐานอำนาจของเธอ กอร์ดอนมีเจ้าหน้าที่ทหารและเอริคก็สนิทกับรัฐมนตรี, คนพวกนี้สามารถถ่ายทอดความต้องการของพวกเขากับจักรพรรดิได้ แต่ซานดร้าในอีกด้านนึง, เธอไม่มีเส้นสายที่จะทำเช่นนั้น และเพราะเหตุนี้เองมันก็เลยเป็นปัญหาสำหรับซานดร้าใช่ไหมหล่ะ?”

“พอจะเข้าใจแล้วค่ะ ข้าคิดว่ามันคงสร้างความแตกต่างได้จริงๆถ้ามีผู้สนับสนุนที่มีเก้าอี้อยู่ในที่ประชุมสภาองคมนตรี”

“ถูกต้อง และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ซานดร้ามักจะพยายามหาทางทำให้ผู้สนับสนุนของเธอได้เก้าอี้รัฐมนตรีอยู่ตลอด”

“ทำได้ด้วยหรอคะ? คนที่แต่งตั้งรัฐมนตรีได้มีแค่องค์จักรพรรดิไม่ใช่หรอคะ?”

“ก็นะ, มันพอมีวิธีอยู่”

พอพูดจบ, ฉันก็เอาคุกกี้มาวางซ้อนกันบนจานเป็นแนวตั้ง

พอเห็นแบบนี้, ฟีเน่ก็เอียงศรีษะ ถ้าไม่ได้เคยชินกับการแสดงออกเหล่านี้ก็คงจะถูกขโมยหัวใจไปได้เลยเพราะมันเป็นการแสดงออกที่ดูน่ารักมาก ฉันคงปล่อยให้เอิร์ลเบลส์เห็นภาพนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะขอแต่งงานกับเธอขึ้นมาเดี๋ยวนั้นเลยก็ได้

อย่างไรก็ตาม, ฉันไม่ได้หวั่นไหวกับมันและขยี้คุกกี้สิงโตที่วางอยู่บนสุด

“อ้ะ!? อีกแล้วหรอคะ!?”

“ถึงยังไงก็จะเอามันมากินอยู่ดีไม่ใช่หรอ? เถอะน่า, นี่คือวิธีที่จะเอาคนที่ต้องการเข้าไปอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี”

“หมายความว่ายังไงหรอคะ?”

“จะสมมุติแบบนี้ก็แล้วกัน สิงโตคือรัฐมนตรีที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ นกที่อยู่ข้างล่างก็คือผู้สมัครตำแหน่งรัฐมนตรี ถ้าสิงโตข้างบนแตก, ตำแหน่งก็จะตกลงมาที่นก

“อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ! สรุปก็คือเตรียมผู้สมัครรัฐมนตรีคนต่อไปเอาไว้ในขณะที่หาทางกำจัดคนปัจจุบันสินะคะ!”

เธอมีจินตนาการค่อนข้างใช้ได้ โดยปกติเธอจะไม่ทันคนอื่นเขาในตอนที่เป็นเรื่องอุบายแบบนี้แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอโง่สินะ บางครั้งเธอก็เข้าใจง่ายเกินไปจนทำให้เรากลัวเหมือนกัน

“ตามนั้นแหล่ะ ถ้าผู้สนับสนุนเป็นรองรัฐมนตรีหรือมีตำแหน่งใกล้เคียงก็จะสามารถดึงคนที่อยู่จุดสูงสุดในปัจจุบันลงมาได้และเอาตัวเองไปเป็นรัฐมนตรีแทน”

“เข้าใจแล้วค่ะ.....แล้วทำไมต้องเป็นเอิร์ลเบลส์หล่ะคะ?”

“หา....ตอนนี้เอิร์ลเบลส์อยู่ตำแหน่งอะไร?”

“รองรัฐมนตรีกระทรวงวิศวะ.......อ้ะ!?”

ในที่สุดเธอก็เชื่อมโยงเรื่องราวได้แล้ว

ก็ยังดี, มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนเพราะฉะนั้นมันก็ช่วยไม่ได้หล่ะนะ

“ซานดร้ากำลังชักใยเบทิน่าผ่านทางบ้านของครอบครัวฝ่ายแม่เธอ, ตัวเบทิน่าเองต้องถูกสั่งให้เที่ยวเล่นไปทั่วแน่ๆ  เธอเต้นรำไปตามบทเพลงที่มีคนกำหนดเอาไว้อย่างมีความสุข และช่วงนี้ซานดร้าก็ได้มอบอีกคำสั่งให้เธอด้วย”

“ยังมีอีกหรอคะ......”

“มันคือส่วนสำคัญเลยหล่ะ เบทิน่ามีชู้กับรัฐมนตรีกระทรวงวิศวกรรมคนปัจจุบัน มันอาจจะดูเหมือนตัวรัฐมนตรีเองที่เป็นคนเริ่มความสัมพันธ์แต่บางทีเบทิน่านั่นแหล่ะที่เริ่มอ่อยเค้าก่อน ยิ่งไปกว่านั้น, ภรรยาของรัฐมนตรีก็คือลูกสาวเพื่อนสนิทขององค์จักรพรรดิ เห็นได้ชัดเลยว่า, จักรพรรดิเป็นคนที่จับคู่พวกเขา ถ้าฝ่าบาททรงรู้เรื่องนี้เข้าเขาจะต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน”

“.....อย่าบอกนะว่า, มันถูกจัดฉากเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว?”

“ใช่แล้ว มันคือเรื่องราวที่ซานดร้าเป็นคนออกแบบขึ้นมา เธอส่งสาวงามคนนึงไปหาเอิร์ลเบลส์ที่ไม่เก่งเรื่องผู้หญิงและทำให้เขาทุกข์ทรมาน ในเวลาเดียวกันนั้นเอง, เธอก็เล่นงานรัฐมนตรีเพื่อเตรียมกำจัดเขา จากนั้นหลังจากที่เธอช่วยเอิร์ลด้วยการบอกจักรพรรดิเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวในจังหวะเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงตอนนั้นก็, เซอร์ไพรส์, จู่ๆฉันก็ได้ผู้สนับสนุนเป็นรัฐมนตรี”

“ดะ, เดี๋ยวนะคะ! ถ้า, ถ้าเป็นแบบนั้นก็แสดงว่า........”

ฉันยิ้มให้กับสีหน้าเชื่อไม่ลงของฟีเน่

เธอเก่งมากสำหรับการดำเนินแผนการพวกนี้มาเป็นเวลาหลายปี บางที, เธอน่าจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่มุงกุฎราชกุมารจากไป มันเหลืออีกแค่ก้าวเดียวก็จะสำเร็จอยู่แล้ว

“ก็นะ, ฉันแค่ทำลายแผนการของซานดร้าทิ้งทั้งหมด ตอนนี้เธอคงจะกำลังโมโหสุดๆอยู่”

“ไม่จริงหน่า!? ท่านอัลกับท่านลีโอจะออกจากจักรวรรดิในเร็วๆนี้ใช่ไหมคะ? แล้วตอนนี้ท่านจะไปยั่วโมโหองค์หญิงซานดร้าทำไมกัน!?”

“ก็เพราะพวกเราใกล้จะออกเดินทางแล้วเนี่ยแหล่ะถึงต้องรีบทำลายแผนการของเธอซะ ตราบใดที่พวกเราไม่อยู่ในเมืองหลวง, พวกเขาก็จะมาโจมตีฐานอำนาจของพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่า, ถ้าพวกเราทำลายสมดุลย์การต่อสู้ของพวกพี่ๆทั้งสามหล่ะ เอริคกับกอร์ดอนคงไม่ปล่อยให้พลาดไปแน่ พวกเขาสามารถจัดการพวกเราเมื่อไหร่ก็ได้แต่มีแค่ไม่กี่ช่วงที่พวกเขาสามารถโจมตีซานดร้าที่อ่อนแอได้ ถ้าเป็นข้า, ข้าจะรับโอกาสนี้เพื่อสลายอำนาจของซานดร้าอย่างแน่นอน”

“นี่ท่านคิดไปไกลถึงขนาดนั้นเลยหรอคะ.......?”

“ทั้งหมดคงต้องขอบคุณเซบาสนั่นแหล่ะนะ เขาสามารถดึงเอาข้อมูลสำคัญทั้งหมดมาจากนักฆ่าได้, แล้วเขาก็เป็นคนที่สืบเรื่องเอิร์ลเบลส์ให้ข้าด้วย”

ดูเหมือนว่าซานดร้าเองก็ทำเรื่องโง่ๆเป็นเหมือนกันสินะ

พอคิดว่าเธอส่งนักฆ่าที่เคยจัดการเรื่องเอิร์ลเบลส์มาจัดการฉันแล้ว ก็คงต้องขอบคุณหล่ะนะ, เพราะเรื่องนี้เลยแผนการของเธอถึงถูกชิงไป แต่ก็เอาเถอะ, ฉันไม่อยากพูดไม่ดีกับเธอหรอกแต่ดูเหมือนเธอจะดูถูกพวกเราไปหน่อยนะ

“เอ่อ....ข้าสงสัยมาซักพักแล้วค่ะ, คือว่าท่านเซบาสเป็นใครกันแน่คะ?”

“หืม? ข้าไม่เคยบอกหรอ? เซบาสเคยเป็นนักฆ่ามาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น, เขาค่อนข้างจะมีชื่อเสียงไปจนถึงขั้นที่ทั่วทั้งทวีปรู้จักเขาด้วยฉายาว่า ‘ยมทูต’ เลยนะ”

“!? แล้วคนระดับนั้นมาเป็นพ่อบ้านของท่านอัลได้ยังไงคะเนี่ย!?”

“ไว้คราวหน้าค่อยเล่านะ เรื่องมันค่อนข้างยาวหน่ะ เอาหล่ะ, ในเมื่อได้ฟังคำอธิบายมาจนถึงขั้นนี้แล้วยังคิดจะบ่นเรื่องที่ข้าช่วยเหลือเอิร์ลอีกไหม?”

“มะ, ไม่แล้วค่ะ....”

“โอเค บางทีเหตุผลที่เขาอ่อนแอเรื่องผู้หญิงขนาดนี้อาจจะเป็นฝีมือของซานดร้าด้วยเหมือนกัน ถึงยังไงเขาก็เป็นรองรัฐมนตรีมาสามปีแล้ว ถ้าคิดตามปกติ, มันควรจะเป็นฝั่งผู้หญิงต่างหากหล่ะที่เป็นคนเข้าหาเขา”

“เขาดูค่อนข้างน่าสงสารยังไงก็ไม่รู้สินะคะ.....”

“นั่นสินะ, เขาต้องเต้นบนฝ่ามือของซานดร้ามาหลายปีหลังจากการแต่งงานของเขาและในที่สุดพวกเราก็สามารถช่วยเอิร์ลที่น่าสงสารคนนี้ได้ แถมเขายังมีประโยชน์กับเราอยู่ด้วย”

พอพูดจบ, ฉันก็จัดการรวบรวมเอกสารต่อ

มันคือเอกสารเรื่องที่รัฐมนตรีกระทรวงวิศวกรรมมีกิ้ก ฉันจะให้เอิร์ลเบลส์นำไปมอบให้จักรพรรดิ

เพียงเท่านี้, อีกไม่นานก็จะเกิดการแก่งแย่งอย่างลับๆกับซานดร้า ซึ่งกอร์ดอนจะต้องเคลื่อนไหวโดยไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสไปอย่างแน่นอนและสงครามผู้สืบทอดก็จะรุนแรงยิ่งขึ้น

แต่ว่า แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก, กอร์ดอนมองซานดร้าเป็นศัตรูอยู่แล้ว, แถมจากนิสัยของซานดร้า, เธอคงไม่อยากถูกกอร์ดอนจัดการแน่ๆ

ถ้าพวกเขาต่อสู้กันเอง, พวกเราก็จะได้ประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น, ในสถานการณ์แบบนี้, เอริคก็คงจะไม่ทำการเคลื่อนไหวห่ามๆเหมือนกัน

ในขณะที่พวกเราต้องออกจากเมืองหลวง, ก็ให้พวกพี่ๆลดทอนอำนาจกันเองตามที่สบายใจ

ด้วยความคิดเช่นนี้, ฉันก็หยิบเศษคุกกี้เข้าปาก

......................

*ประโยชน์ตกอยู่กับชาวประมง (漁夫の利gyofu no ri) เป็นสำนวนญี่ปุ่นมีความหมายประมาณว่ามีคนทะเลาะกันแล้วผลประโยชน์ไปตกอยู่กับบุคคลที่สาม มาจากนิทานเรื่องหอยกับนกกระสา นกกระสาจะกินหอยแต่ถูกหอยงับปากเอาไว้ แล้วชาวนามาเห็นเลยจับไปทั้งหอยและนกกระสา

จบบทที่ ตอนที่ 21: ประโยชน์ตกอยู่กับชาวประมง*

คัดลอกลิงก์แล้ว