เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ค่าชดเชยของแผนการ

ตอนที่ 16 ค่าชดเชยของแผนการ

ตอนที่ 16 ค่าชดเชยของแผนการ


ฉากที่เขาเห็นในตอนที่เคลื่อนย้ายมาก็คือเอลน่ากำลังต่อสู้กับศัตรูที่ดูเหมือนกับแวมไพร์สองคน

สำหรับฉากนี้, เขาไม่ได้ประหลาดใจอะไร

สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือว่าฟีเน่อยู่ใกล้ๆด้วย

เธอกำลังแหงนหน้าอยู่ตลอดในขณะที่วิ่งขึ้นหอนาฬิกา

จากนั้นในตอนที่เธอเห็นเอลน่าปัดขลุ่ยออกจากมือของหนึ่งในแวมไพร์ได้, เธอก็ยื่นมือออกมาแล้วรับมันเอาไว้

ในตอนที่เขาเห็นแบบนั้นเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

เพื่อให้ดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูงสุด, เขาจึงใช้เวทมนตร์มากที่เท่าจะทำได้เพื่อลงไปให้ฟีเน่เหมือนกับลูกอุกกาบาต

แวมไพร์ที่ทำขลุ่ยตกนั้นได้ทำลายหอนาฬิกาทิ้งแล้วฟีเน่ก็กระเด็นตกลงมา

ในตอนนั้น, ฟีเน่ไม่ได้ยื่นมือไปหาเอลน่าแต่โยนขลุ่ยไปให้เธอแทน

สีหน้าของเธอในตอนที่กำลังร่วงนั้นดูพึงพอใจ ซึ่งเขาเกลียดสีหน้าแบบนั้นดังนั้นเขาจึงเร่งความเร็วขึ้นอีก

“นังเด็กนี่!!”

แวมไพร์ปล่อยกระสุนเวทมนตร์ใส่เธอ

ในตอนที่ฟีเน่กำลังจะโดนนั้นเอง, เขาก็กันมันเอาไว้ได้แล้วกอดเธอกลางอากาศ

พอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของเธอ, เขาก็โล่งอก เขาทำได้ เขามาช่วยเธอได้ทันเวลา

นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นตระหนกที่สุดที่เขาเคยประสบมาในช่วงนี้เลยก็ว่าได้

และ.....เขาก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้มานานมากแล้ว

“หนอย....แกสามารถยกเลิกกระสุนเวทมนตร์ของข้าได้, นี่แกเป็นใครกันแน่.......? บอกชื่อมาซะ!!”

“.....นักผจญภัยภายใต้สังกัดกิลด์สาขาเมืองหลวงของจักรวรรดิ, นักผจญภัยแรงค์ SS, ซิลเวอร์....ข้ามาที่นี่เพื่อเอาชนะเจ้า”

ความโกรธแฝงอยู่ในน้ำเสียงที่ค่อนข้างดังของเขา

นี่คือคำปฏิญาณ เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ศัตรูหนีไปได้

“ทะ, ท่านซิลเวอร์....!?”

“....อย่าฝืนตัวเองสิ”

“ข้าขอโทษจริงๆค่ะ....ข้าจะไม่ทำเรื่องสิ้นคิดแบบนี้อีกแล้—....”

“....เอาไว้ค่อยคุยกันที่หลัง แต่เอาเถอะ....ทำได้ดีมาก ที่เหลือเดี๋ยวข้าจัดการเอง”

ในตอนที่เขาลูบหัวของเธออย่างอ่อนโยน, แก้มของฟีเน่ก็ถูกย้อมด้วยสีแดง

เขาพาฟีเน่ที่กำลังเขินอยู่ไปส่งที่พื้นและเงยหน้ามองแวมไพร์ที่อยู่บนฟ้า

ในหมู่พวกแวมไพร์, มีแค่สองคนเท่านั้นที่จะวางแผนการชั่วร้ายใหญ่ระดับนี้ได้

แวมไพร์นอกรีดที่กิลด์ตั้งค่าหัวเอาไว้ ค่าหัวระดับคลาส S, พี่น้องแซมกับดีน

“ท่านซิลเวอร์! โชคดีนะคะ.....”

“อา, ไว้ใจได้เลย”

หลังจากที่ตอบเธอ, เขาก็บินขึ้นไปบนฟ้าในทันที

ทั้งแซมและดีนต่างก็จ้องมาที่เขาด้วยความระมัดระวัง

เอาเถอะ, มันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเงื่อนไขในการได้เป็นนักผจญภัยแรงค์ SS ก็คือการเอาชนะมอนส์เตอร์คลาส S หรือพูดอีกนัยนึงก็คือ, เขาเคยเอาชนะสิ่งที่อยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาหรือแข็งแกร่งกว่ามาแล้ว

“ไม่นึกเลยนะเนี่ยว่านักผจญภัยแรงค์ SS จะโผล่มาที่นี่....ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ”

“หนอย! มีตัวปัญหามาเพิ่มอีกคนแล้ว! แกหน่ะ!!, อย่ามาขัดขวางแผนการของท่านพี่นะ”

คนตัวเล็กกว่าที่ตะโกนออกมาคนเป็นน้องชายที่ชื่อแซมสินะ

พูดอีกนัยนึงก็คือ, คนที่แข็งกว่านั้นก็คือพี่ชาย

“ข้าเองก็ประหลาดใจเหมือนกันแหล่ะ ข้าคิดว่าพวกเจ้าจะกลับตัวกลับใจตั้งแต่ตอนที่กิลด์ตั้งค่าหัวแล้วนะ ถึงยังไงถ้าพวกเจ้าก่อเรื่องขึ้นมานักผจญภัยแรงค์ SS ก็คงจะมาไล่ล่าพวกเจ้าอยู่แล้ว สงสัยคงเหนื่อยกับการใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวแล้วสินะ?”

“อย่ามาทำเป็นเล่นกับพวกข้านะ! พวกข้าก็แค่รู้จักระวังตัวเฉยๆ!”

“แต่ดูเหมือนความอดทนของเจ้าจะหมดแล้วนะ กองกำลังรักษาการณ์กับอัศวินจะจัดการกับพวกมอนส์เตอร์, และในเมื่อข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว, แผนการของพวกเจ้าก็คงจะจบสิ้นแล้วหล่ะ”

“เหอะ! คิดว่าตัวเองชนะแล้วรึไง? ถึงเจ้าจะชิงขลุ่ยไปได้แต่มันจะทำไมหล่ะ? มอนส์เตอร์ยังคงอาละวาดอยู่, ถ้าพวกข้าเอาชนะเจ้ากับยัยผู้กล้าได้มันก็จะเป็นชัยชนะของเรา”

พวกนี้คิดอะไรอยู่เนี่ย

 

พวกมันอยากจะสู้กับเราแล้วก็เอลน่าพร้อมกันหรอ?

 

ช่างน่าประหลาดจริงๆ, เขาเหลือบมองเอลน่า เธอมีสีหน้าไม่ยินดียินร้าย

“เจ้ากำลังดูถูกข้าสินะ ขนาดพวกนั้นร่วมมือกันยังรับมือกับข้าไม่ค่อยไหวเลย”

“เจ้าต่างหากหล่ะที่กำลังดูถูกพวกข้า! พวกข้ายังไม่ได้เอาจริงเลย!”

“ถ้างั้นก็มาเลย! ข้าจะทำลายพวกเจ้าด้วยชื่อของแอมส์เบิร์ก!”

“ไม่, เอลน่า ฟ็อน แอมส์เบิร์ก ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังเครื่องติดอยู่แต่คนที่จะโค่นพวกมันคือข้าต่างหาก”

เขาพูดในขณะที่มองเอลน่าที่กำลังตั้งท่าดาบด้วยความเยือกเย็น

พอได้ยินแบบนั้น, เอลน่าก็หันมาหาเขา

เธอขมวดคิ้วและสีหน้าของเธอก็กำลังบอกว่าเธอไม่เชื่อเขา นี่มันไม่ใช่สีหน้าที่เหมาะกับเด็กผู้หญิงอีกแล้ว

“ซิลเวอร์หรอ? ข้าไม่รู้หรอกนะว่าหูของเจ้ามีอะไรผิดปกติรึเปล่าแต่ข้ารู้สึกเหมือนเจ้าบอกว่าเจ้าอยากจะขโมยเหยื่อของข้าใช่ไหม?”

“ข้าจำไม่เห็นได้เลยว่าพูดแบบนั้น หูของเจ้านั่นแหล่ะมั้งที่ผิดปกติ ถ้าเจ้าเป็นอัศวินก็ไปคุ้มกันองค์จักรพรรดิสิ เดี๋ยวข้ารับมือกับศัตรูเอง”

“นี่เจ้า! ความหมายมันก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ! เจ้าต่างหากหล่ะที่ควรจะถอยไป! ข้าสู้กับพวกมันก่อนนะ!”

“ตอนนี้รอบตัวจักรพรรดิไม่ปลอดภัยไม่ใช่รึไง?”

“มันเป็นคำสั่งจากองค์จักพรรดิ! และข้าก็ไม่สามารถยกโทษให้พวกมันได้! พวกมันพูดคำที่ข้าเกลียดที่สุดออกมา! ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะจัดการพวกมันด้วยตัวเอง.....ถอยไปซะไม่อย่างนั้นข้าจะจัดการเจ้าด้วย”

น่ากลัวชะมัด

 

นี่มันเครื่องติดสุดๆเลยไม่ใช่หรอ พวกนั้นพูดอะไรกับเธอเนี่ย? จริงๆเลย

คิดว่าให้ตามไปช่วยลีโอจะดีกว่าแท้ๆ

“หา! ว่างมากสินะ ผู้กล้ากับนักผจญภัยแรงค์ SS อยู่ด้วยกันมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ? ไม่เข้าใจรึไงว่าสถานการณ์จะได้ดีขึ้นแล้วจะได้สูสีกันด้วย?”

“สูสีหรอ? ฝั่งเจ้าด้อยกว่าเห็นๆเลยไม่ใช่รึไง”

“ซิลเวอร์ เจ้าไม่รู้สถานการณ์ข้างล่างเลยหรอ? รู้ไหมแม้กระทั่งตอนนี้จักรพรรดิอาจจะถูกจัดการไปแล้วก็ได้? การที่ผู้กล้าตรงนั้นมาสู้กับพวกเรามันก็ช่วยไม่ได้หรอก แกไม่ไปช่วยเขาแทนหล่ะ? ถ้าแกเป็นนักผจญภัยของจักรวรรดิ, จักรพรรดิจะต้องให้ความสำคัญกับอย่างแน่นอนถูกไหม?”

ข้างล่างนั้นกำลังเสียเปรียบอยู่จริงๆ

การให้หนึ่งในพวกเขาลงไปช่วยข้างล่างคงจะเป็นการดีกว่า ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้หล่ะก็นะ

อย่างไรก็ตาม, ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะเข้าใจผิดใหญ่แล้ว

“ข้าไม่ได้เป็นคนของจักรวรรดิ ข้าเป็นคนของกิลด์ นักผจญภัยจะทำงานเพื่อปกป้องผู้คนทั่วทวีปนี้แต่พวกเราไม่ได้ถูกบังคับให้ปกป้องประเทศชาติ ถึงยังไงพวกเราก็ไม่ได้รับเงินจากประเทศอยู่แล้ว พูดตามตรง, มันไม่สำคัญกับข้าหรอกต่อให้ชีวิตของจักรพรรดิต้องมาจบลงที่นี่ก็ตาม”

“อะไรนะ?”

“ถ้าเจ้าไม่อยากให้เขาตายเจ้าก็ต้องให้คนอื่นไปปกป้องเขา ข้ามาที่นี่เพื่อปกป้องเมืองนี้และชาวเมือง, ไม่ใช่ผู้มีสิทธิพิเศษ ข้าปกป้องผู้คนของประเทศนี้ไม่ใช่ตัวประเทศ มันต้องมีพวกที่ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่เสียเงินภาษีหรือพวกที่ทำสัญญาเพื่อให้ได้ตำแหน่งบางอย่างในประเทศนี้ไม่ใช่รึไง การปกป้องจักรวรรดิมันเป็นหน้าที่ของพวกราชวงศ์และอัศวินของพวกเขาต่างหาก ถ้าพวกเขาไม่ทำหน้าที่ตอนนี้การมีอยู่ของพวกเขาก็คงไม่มีค่าอะไรหรอก นี่คือสาเหตุที่ข้าไม่มีวันทำงานแบบนั้นให้พวกเขา”

“งานของพวกเขาหรอ?”

ดีนดูเหมือนจะสงสัยกับคำพูดของเขา

และเหมือนกับเพื่อตอบคำถามของเขา, พวกเขาก็ปรากฎตัวขึ้นในทันที

ที่ทางใต้ของเคียร์

มีเสียงเท้าย่ำพื้นดังมาจากอีกฝั่งนึงของฝูงมอนส์เตอร์ เหมือนกับเสียงฟ้าผ่า, เสียงนั้นค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นหนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์ก็ปรากฎตัวขึ้น

“นั่นมัน....!?”

“อัศวินทั้งหลาย! ข้า, เจ้าชายลำดับ 8 ลีโอนาร์ด เลคส์ แอดเลอร์ ขอออกคำสั่ง! จงปกป้องเคียร์ให้ได้! เดินหน้า!!”

พอพูดจบ, ลีโอก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับอัศวินนับพันคน

มอนส์เตอร์ไม่สามารถตอบสนองกับการปรากฎตัวขึ้นอย่างกระทันหันของอัศวินได้

แซมกับดีนพยายามจะเข้าไปหยุดพวกเขาแต่ก็ถูกซิลเวอร์กับเอลน่าเข้ามาขวางข้างหน้า

“ซิลเวอร์, เอาแบบนี้เป็นไง ข้าจะยกไอ้หมอนั่นให้เจ้า, ส่วนหมอนี่ข้าจัดการเอง”

“ก็ดูเป็นข้อตกลงที่ดีนะ เอาแบบนั้นก็ได้”

พอพวกเขาตกลงเรื่องเป้าหมายกันได้แล้ว, พวกเขาก็เตรียมตัวต่อสู้

ข้างใต้นั้น, อัศวินที่ลีโอพามาได้โหมกระหน่ำใส่มอนส์เตอร์เหมือนเกลียวคลื่น พวกมอนส์เตอร์ที่ระส่ำระส่ายมองไม่เห็นอะไรนอกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันไม่มีทางเลยที่พวกมันจะตอบสนองได้ในตอนที่เจอโจมตีจากด้านข้าง

เอาเถอะ, หลังจากผ่านไปซักพักพวกมันก็คงจะมองว่ากำลังเสริมเป็นภัยคุกคามและทำการสวนกลับ แต่ตอนนี้น่าจะยังไม่เป็นอะไรหรอก

 

ในระหว่างนี้, มาจัดการไอ้เจ้านี่ให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า

ตอนนี้การปกป้องเคียร์ได้มาถึงฉากสุดท้ายแล้ว

“หนอย! ไอ้พวกมนุษย์โสโครก!!”

ดีนปล่อยกระสุนเวทมนตร์ออกมานับไม่ถ้วนในขณะที่เคลื่อนไหวไปรอบๆแต่เขาก็ไล่ตามดีนไปในขณะที่คอยสกัดกั้นเวทมนตร์ไปด้วย

ตอนนี้ท้องฟ้าสว่างไสวเหมือนกับมีการจุดพลุ

ดีนดูเหมือนจะหงุดหงิดกับสถานการณ์ในตอนนี้

 

ดูเหมือนพวกนี้จะไม่ได้เอาจริงในตอนที่ต่อสู้กับเอลน่าเหมือนอย่างที่พูดไว้สินะ ตอนนี้พลังของมันเพิ่มขึ้นมาเยอะจริงๆ บางทีมันน่าจะเก็บพลังเอาไว้สำหรับตอนนี้แต่ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกแล้วก็เลยหันมาสู้จริงจัง

ดีนเข้ามาหาเขาด้วยเขี้ยวอันคมกริบซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแวมไพร์

ดีนคงมองแล้วว่าไม่สามารถเอาชนะเขาได้ในการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ และก็เป็นดังคาด, เขาใช้การต่อสู้ประชิดตัว

“ชิ!”

ซิลเวอร์เดาะลิ้นในขณะที่ใช้เวทมนตร์เพื่อขัดขวางดีนแต่เขาก็หลบมันได้อย่างสวยงาม

เขากำลังคิดว่าจะทิ้งระยะห่างแต่ก่อนที่จะได้ทำแบบนั้น, ดีนก็ต่อยเข้ามาที่ท้องของเขา

“อุ้ก!”

“หืม! เป็นอะไรไป!? นักผจญภัยแรงค์ SS!”

“หุบปากไปซะ!”

ดีนหลบเวทมนตร์ที่เขายิงสวนแล้ววนอ้อมหลังเขา

นี่มันไม่ดีแล้วไง เขาใช้เวทมนตร์ปกป้องร่างกายของตัวเอง

ในตอนนั้นเองดีนก็ผสานมือเข้าด้วยกันแล้วทุ่มใส่เขา

ความรู้สึกจากแรงกระแทกนั้นเหมือนกับเขาโดนค้อนทุบ, และเขาก็รู้สึกได้ถึงผลกระทบจากร่างกายของเขาในตอนที่ชนเข้ากับถนนในเมือง

“เจ็บชะมัด! อย่ามาทำอะไรตามใจชอบนะ.....”

“อะไรกัน? นี่เจ้าสู้ข้าตอนเอาจริงไม่ได้หรอเนี่ย?”

“มัวทำอะไรอยู่!? จริงๆแล้วเจ้าคงไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนักใช่ไหม!? หรือว่าเจ้าออมมืออยู่? คงยังออมมืออยู่สินะ!! เจ้าคิดว่าที่ทำอยู่มันเท่รึไง? พูดตรงๆมันโคตรเห่ยเลย!”

ถูกศัตรูดูถูก, แถมพรรคพวกของเขายังมาทำหน้าเหมือนเยาะเย้ยอีก

เอาจริงๆ, การเป็นนักผจญภัยนี่มันไม่ง่ายเลย

อย่างไรก็ตาม, ถ้าแค่ประมาณนี้ยังพอทนได้อยู่

เพื่อน้องชายคนสำคัญและอัศวินที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพื่อเขา เพื่อเหล่าทหารที่จะเพิกเฉยหรือหนีไปก็ได้แต่กลับเลือกที่จะยืนหยัดต่อสู้

และเพื่อผู้คนในเมืองนี้

ถ้ามันเพื่อพวกเขา ความเจ็บปวดระดับนี้มันยังทำให้รู้สึกคันไม่ได้ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม, อารมณ์ของเขามันก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน

“เห้อ! ข้ามันโง่จริงๆที่หลงกลัวคนอย่างเจ้าแล้วหลบซ่อนตัวอยู่ตั้งนาน! สุดท้ายแล้วเจ้ามันก็แค่มนุษย์หล่ะนะ!”

“แสดงว่าพวกแกซ่อนตัวอยู่จริงๆสินะ ดูเหมือนว่าถึงจะเป็นแวมไพร์ก็ตกต่ำเป็นเหมือนกันนะเนี่ย”

พอพูดจบ, เขาก็ลุกขึ้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มันไม่มีแผลบนร่างของเขาเลย แน่นอนว่า, ไม่มีความเสียหายด้วย

ดีนรู้สึกประหลาดใจกับภาพนี้แต่เขาก็สังเกตุเห็นความผิดปกติรอบๆในทันที

“เหวออ!! แขนข้า!! ขะ, แขน?”

“เจ็บ! เจ็บ....หรอ? มันฟื้นฟูแล้ว?”

ไม่ใช่แค่กองกำลังรักษาการณ์ที่กำแพงของเคียร์เท่านั้นแต่ยังรวมถึงอัศวินที่ลีโอพามาโจมตีฝูงมอนส์เตอร์ด้วย, ตั้งแต่ตอนที่เขาปรากฎตัวขึ้นมานั้นก็ไม่มีใครตายเลย

ถ้ามีใครได้รับบาดเจ็บ, คนๆนั้นก็จะได้รับการฟื้นฟูในทันที

“หนอยแหน่ะแก.....!? อย่าบอกนะว่า, แกต่อสู้ในขณะที่สร้างบาเรียรักษาไปด้วย!?”

“ถูกแค่ครึ่งเดียวนะ”

สิ่งที่เขาร่ายนั้นไม่ใช่แค่บาเรียรักษา

ในตอนที่เขามาถึง, เขาก็สร้างบาเรียรักษาขึ้นมาและเริ่มต่อสู้ในขณะที่คงสภาพของบาเรียนั้นพร้อมกับเตรียมเวทมนตร์อีกเวทย์นึงด้วย

และตอนนี้การเตรียมเวทย์ที่ว่านั้นก็สำเร็จแล้ว

“ข้าต่อสู้พร้อมกับร่ายเวทย์บาเรียสองแบบ แต่ก็เอาเถอะ, อีกบาเรียนึงมันพึ่งสำเร็จหล่ะนะ”

ในตอนนั้นเอง,

วงเวทย์ขนาดยักษ์ก็ปรากฎขึ้นจากทั้งเมืองของเคียร์ จากวงเวทย์นั้นมีโซ่นับไม่ถ้วนพุ่งออกมาแล้วมัดดีนกับแซมเอาไว้

“เหวอ!? นี่มัน!!”

“บ้าชะมัด! ปล่อยข้าไปนะ!!”

“พวกแกทำลายไม่ได้หรอก โซ่พวกนี้สร้างขึ้นจากเวทย์คำสาปโบราณ คนที่ถูกโซ่นี้จับได้จะถูกสาปให้อ่อนแอลง เอาหล่ะ....พวกแกเตรียมใจพร้อมรึยังหล่ะ?”

ตอนที่เรากำลังยุ่งอยู่กับการสร้างบาเรีย, ก็อัดเรามาซะเยอะเลยนะ

 

ตอนนี้มันถึงเวลาลงโทษแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 16 ค่าชดเชยของแผนการ

คัดลอกลิงก์แล้ว