เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 ขุนนาง

ตอนที่ 15 ขุนนาง

ตอนที่ 15 ขุนนาง  


“น่ากลัวจังเลย.....!”

“ไม่เป็นไรนะคะองค์หญิง อีกไม่นานพวกอัศวินก็มาถึงแล้วค่ะ”

ข้างในคฤหาสน์, ฟีเน่พยายามปลอบคริสต้าด้วยการลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน

ในตอนนี้เองคนรับใช้ก็เข้ามาหาฟีเน่ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

“ทะ, ท่านฟีเน่คะ....คือว่า....”

“อะไรหรอ?”

“คือว่า....พวกชาวเมืองกำลังเรียกร้องขอเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ค่ะ.......”

จักรพรรดิห้ามไม่ให้พวกเขาออกมาจากบ้านของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม, มันเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะรู้สึกกังวลถ้ามีการต่อสู้เกิดขึ้นใกล้ๆดังนั้นพวกเขาจึงอยากจะขอลี้ภัยเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของลอร์ด

ฟีเน่ไม่ได้คิดจะโทษพวกเขาสำหรับเรื่องนี้

“แล้วภรรยาท่านขุนนางหล่ะ?”

“เธอไม่สามารถตัดสินใจได้ค่ะ, เธอบอกว่าให้องค์หญิงคริสต้ากับท่านฟีเน่ตัดสินใจได้เลย....”

“เข้าใจแล้วค่ะ....องค์หญิงคะ, จะเอายังไงดีคะ.....”

“....ข้าไม่รู้......ข้ากลัวจังเลย....”

คริสต้าจับเสื้อของฟีเน่แน่นด้วยความกังวล

พอเห็นแบบนี้ฟีเน่ก็จับมือเล็กๆของเธอ, แล้วตอบกลับไป

ตอนนี้ลอร์ดกำลังต่อสู้เคียงข้างองค์จักรพรรดิ ภรรยาของลอร์ดไม่สามารถตัดสินใจได้เพราะตอนนี้ความเห็นของคริสต้าใหญ่ที่สุด

“เข้าใจค่ะ....แล้ว, องค์หญิงจะละทิ้งผู้คนที่มีความรู้สึกเหมือนองค์หญิงหรอคะ?”

“ทำแบบนั้น....ไม่ได้หรอก....”

“ทำไมหล่ะคะ?”

“...เดี๋ยวท่านพี่จะโกรธเอา”

“ใช่ค่ะ, องค์ชายคงจะโกรธแน่ ถ้างั้นตอนนี้เอาแบบนี้ดีไหมคะ, พวกเราจะรับคนแก่, เด็ก, แล้วก็คนป่วยเข้ามาในคฤหาสน์ก่อน?”

“เอาแบบนั้นก็ได้....”

“ข้าจะออกไปข้างนอกซักพักนึง องค์หญิงอยู่คนเดียวได้ใช่ไหมคะ? ตอนนี้ทุกคนกำลังกังวลอยู่, ข้าจะไปช่วยให้พวกเขาสงบใจลงบ้าง”

“.....อืม.....”

คริสต้ายังคงดูเศร้าโศกแต่ฟีเน่ก็พาเธอไปนั่งด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเธอก็ออกจากห้องไปหลังจากที่บอกให้คนใช้คอยดูแลคริสต้า

ฟีเน่นั้นได้มุ่งหน้าไปที่ทางเข้า

ที่นั่นเธอเห็นอัศวินกำลังชักดาบใส่ประชาชนอยู่

“รีบๆกลับไปที่ม้าของพวกเจ้าซะ! ไม่ได้ยินคำสั่งขององค์จักรพรรดิรึไง!?”

“ข้าขอหล่ะ! ให้พวกเราเข้าไปเถอะนะ!”

“นี่พวกเจ้า!”

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!”

ด้วยความที่อยู่ในสถานการณ์ที่อ่อนไหว, ฟีเน่จึงตะโกนสั่งพวกอัศวิน

แม้ว่าตัวฟีเน่เองนั้นจะเป็นลูกสาวของดยุค, แต่เธอก็เป็นที่รู้จักเนื่องจากชื่อเสียงในฐานะเจ้าหญิงนกนางนวลสีน้ำเงิน, ชื่อที่จักรพรรดิเป็นคนตั้งให้ด้วยตัวเองและเธอก็ถูกปฏิบัติเหมือนกับส่วนหนึ่งของราชวงศ์

ณ จุดๆนี้, เสียงของราชวงศ์ถือว่ามีน้ำหนักมากที่สุด ดังนั้น, พวกอัศวินจึงลดดาบลงและขุกเข่าในทันที

“ทะ, ท่านฟีเน่.....”

“สิ่งที่พวกเจ้าควรชี้ดาบใส่นั้นไม่สมควรจะเป็นประชาชนหรอกนะ, ถูกไหม?”

“ครับ, เป็นดังที่ท่านว่า โปรดยกโทษให้กับความหยาบคายของพวกข้าด้วย.....”

ด้วยความพึงพอใจกับคำตอบของพวกเขา, ฟีเน่ก็มองไปยังฝูงชนที่อยู่หน้าประตู

จำนวนของพวกเขานั้นไม่ใช่แค่ร้อยสองร้อย

เธอเห็นทั้งสามัญชนและขุนนางที่มาดูงานเทศกาลเช่นเดียวกับพวกพ่อค้าด้วย แต่ละคนนั้นต่างก็ดูมีสีหน้าเป็นกังวล

“ข้าฟีเน่ ฟ็อน ไคลเนลต์ พวกท่านคงจะรู้จักข้าดีในฐานะเจ้าหญิงนกนางนวลสีน้ำเงิน”

ในขณะที่พูดเธอก็ชี้ไปยังเครื่องประดับผมนกนางนวลสีน้ำเงินของเธอ

มันคือหลักฐานของความสวยชั่วนิรันดร์ที่จักรพรรดิเป็นคนมอบให้ด้วยตัวเอง

ผู้คนรู้ดีว่าองค์จักรพรรดินั้นรักและเอ็นดูลูกสาวคนนี้ของดยุคไคลเนลต์เหมือนกับเป็นลูกของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม, ในฝูงชนนั้น, มีคนหนุ่มบางคนที่ผลักคนอื่นออกมายืนข้างหน้าฝูงชน

“โอ้! ท่านฟีเน่ครับ! นี่ข้าเอง! กีโด้!”

สำหรับฟีเน่, นี่คือเสียงที่เธอไม่อยากได้ยินมากที่สุด

คนที่ทำร้ายอาร์โนลด์, เพื่อนสมัยเด็กของเขาและคนที่เธอไม่สามารถมองข้ามการกระทำได้ กีโด้ ฟ็อน ฮอร์วาธและคณะผู้ติดตามของเขายิ้มออกมาในตอนที่พวกเขาเห็นฟีเน่

การที่เขาผลักฝูงชนออกมานั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าในใจของเขาคิดว่าเธอจะให้พวกเขาเข้าไป โดยไม่คิดจะเข้าร่วมการต่อสู้, เขากลับให้ความสำคัญกับชีวิตตัวเองและมองหาที่ซ่อนที่ปลอดภัย

ในขณะที่มองพวกเขา, ฟีเน่ก็รู้สึกเหมือนกับว่าสายเลือดขุนนางในตัวเธอถูกทำให้ด่างพร้อย

เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้ในตอนที่มองพ่อของตัวเอง แม้กระทั่งการกระทำของพี่ชายแสนดีของเธอก็ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ การกระทำของกีโด้นั้นมันทำให้คำว่าขุนนางดูไม่มีความหมายไปเลย

เพื่อที่จะได้รับความเคารพ, คุณจะต้องทำตัวให้สมควรได้รับมันก่อน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฟีเน่ไม่สนใจเขา

“พวกเราจะรับเด็ก, ผู้สูงอายุและคนป่วยเท่านั้น ส่วนคนที่แข็งแรงดีช่วยไปรวมตัวกันในอาคารหลังใหญ่ที่สุดที่ทุกคนหาได้แล้วสร้างแนวป้องกันที่ทางเข้าเอาไว้นะคะ สึนามิเป็นแค่การเคลื่อนไหวของมอนส์เตอร์กลุ่มใหญ่ พวกมันไม่สนใจชีวิตของมนุษย์หรอกค่ะ ในสถานการณ์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้อย่างการมีมอนส์เตอร์เข้ามาในเคียร์นั้น, ทุกอย่างจะไม่เป็นไรค่ะถ้าพวกเรามีเวลาซักพักนึง ตอนนี้ข้าจะเปิดประตูแล้วนะคะ”

“ทะ, ท่านฟีเน่ครับ? ข้าเอง! กีโด้! ท่านลืมไปแล้วหรอครับ?”

“ข้าจำได้ค่ะ ท่านกีโด้จากบ้านดยุคฮอร์วาธ”

“โอ้, ข้าดีใจจริงๆ ถ้างั้นพวกเราเข้าไปได้ใช่ไหมครับ?”

พอได้ฟังแต่คำพูดที่สมกับเป็นเขา, ฟีเน่ก็ปรี้ดแตกขึ้นมา

ถ้าคิดถึงอาร์โนลด์, ทางเลือกที่ฉลาดก็คงจะเป็นการยอมให้เขาเข้ามา ถึงยังไงการสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็นนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร

อย่างไรก็ตาม, ฟีเน่เลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น แม้ว่ามันจะขัดกับความต้องการของอาร์โนลด์ก็ตาม

ด้วยเหตุนี้เอง

“หัดรู้จักอายบ้างสิคะ! นอกจากท่านไม่คิดจะไปสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับองค์จักพรรดิ, ท่านยังเอาแต่มองหาสถานที่ที่รับรองความปลอดภัยของตัวเองอีก! นี่ท่านไม่รู้สึกผิดกับบรรพบุรุษที่สานต่อสายเลือดของบ้านฮอวาร์ธมาจนถึงตอนนี้บ้างเลยหรอ!?”

“หา….!? นี่เจ้า! เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกัน!”

“ท่านเป็นใครนั้นไม่สำคัญหรอกค่ะ คนที่จะเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ได้มีแค่เด็ก, ผู้สูงอายุ, และคนป่วยเท่านั้น คนที่นอกเหนือจากนี้ช่วยไปหาที่อื่นอยู่นะคะ นี่คือการตัดสินใจขององค์หญิงคริสต้า ถ้าท่านยืนกรานจะทำให้เสียเวลาไปมากกว่านี้, หลังจบเรื่องท่านก็ไปยื่นอุธรณ์กับองค์จักรพรรดิได้เลยค่ะ แต่เมื่อถึงตอนนั้น, ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครกันแน่ที่จะถูกลงโทษสำหรับเรื่องนี้, แม้ว่ามันจะชัดเจนสำหรับข้าก็ตาม!”

“ชิ....! อย่าลำพองตัวเองให้มากนักกับแค่เพราะมีลีโอนาร์ดคอยหนุนหลังอยู่! จำเอาไว้ให้ดีหล่ะ! ข้าจะไม่มีวันยกโทษให้เจ้าแน่!”

พอพูดจบ, กีโด้ก็ออกไปจากคฤหาสน์พร้อมกับผู้ติดตามของเขา

หลังจากที่เห็นว่ากีโด้เดินจากไปแล้ว, ฟีเน่ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วสั่งให้อัศวินเปิดประตูด้วยรอยยิ้ม

พอได้เห็นการกระทำเมื่อก่อนหน้านี้ของฟีเน่, ผู้คนก็ทิ้งลูกๆ, คนแก่และคนป่วยที่มากับพวกเขาเอาไว้และออกไปโดยไม่ปริปากบ่นอะไร

หลังจากที่เธอรับคนเหล่านี้เข้ามาแล้ว, ฟีเน่ก็กลับเข้าไปในคฤหาสน์และสั่งให้คนใช้ทำแนวป้องกันที่ทางเข้า

“ช่วยทำแนวป้องกันเอาไว้ให้หนาแน่นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ! ในตอนที่มอนส์เตอร์เข้ามาจะได้ช่วยกันยื้อพวกมันได้, มันจะไม่เป็นไรแน่นอนค่ะตราบใดที่พวกเราสามารถยื้อเอาไว้จนกว่าพวกมันจะเปลี่ยนเส้นทางได้”

“ครับ! ท่านฟีเน่!”

“ท่านฟีเน่คะ! องค์หญิงคริสต้าเรียกหาท่านค่ะ!”

“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ทุกคน, ไม่ต้องกลัวนะคะ พวกอัศวินจะมาช่วยพวกเราอย่างแน่นอน”

ฟีเน่บอกกับทุกคนที่อยู่ในคฤหาสน์ด้วยอารมณ์ที่สดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้

เธอคิดว่าอย่างน้อยเธอก็ต้องเป็นคนที่ยังยิ้มได้ อันที่จริง, นี่คือทั้งหมดที่เธอสามารถทำได้แล้ว

ในฐานะลูกสาวของดยุค, เธอสามารถใช้เวทมนตร์ได้อยู่บ้างแต่เธอเก่งแค่เวทย์ฟื้นฟูเท่านั้น เธอไม่สามารถใช้เวทย์โจมตีที่นิยมใช้กันในการต่อสู้ได้

เธอไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างเฉิดฉายเหมือนกับเอลน่า

เธอรู้สึกเจ็บใจกับเรื่องนี้ เธอออกจากดินแดนของตัวเองมาเพื่อหวังทำประโยชน์ให้กับอาร์โนลด์แต่จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่มีประโยชน์กับเขาซักเท่าไหร่เลย

สำหรับฟีเน่, การดูแลคริสต้าคืองานแลกที่อาร์โนลด์ขอให้เธอทำ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมเธอถึงคิดว่าเธอจะไม่ออกห่างจากคริสต้าไม่ว่ายังไงก็ตาม, แต่ว่า

“ถ้าพวกเราไม่ชิงขลุ่ยมาพวกมอนส์เตอร์จะเข้ามาเรื่อยๆ!!”

พอเห็นคริสต้ากรีดร้องออกมา, ฟีเน่ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

มันคือบทสนทนาระหว่างอาร์โนลด์กับคริสต้า

คริสต้าบอกว่าเคียร์จะถูกห้อมล้อมด้วยมอนส์เตอร์ และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

ตราบใดที่อาร์โนลด์ให้ความสำคัญกับคำพูดของเธอ, ฟีเน่เองก็ตัดสินว่าเธอต้องเชื่อด้วยเหมือนกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ฟีเน่กอดคริสต้าแน่น

“องค์หญิง ไม่เป็นไรนะคะ ข้าจะไปชิงขลุ่ยมาให้เอง ท่านบอกได้ไหมว่ามันอยู่ไหน?”

“ไม่ได้นะ...เดี๋ยวเจ้าก็ตายหรอก.....”

“ไม่เป็นไรค่ะ ข้าเป็นคนโชคดีอยู่แล้ว และถ้าตกอยู่ในอันตรายจริงๆ, ท่านอัลจะต้องมาช่วยข้าแน่นอนค่ะ”

“....จริงนะ?”

“ค่ะ, จริงๆค่ะ เพราะงั้นช่วยบอกมาเถอะนะคะว่าข้าจะไปหาขลุ่ยนั่นได้ที่ไหน?”

“....ข้าเห็นมันกำลังร่วงลงมาจากหอนาฬิกา.....นั่นน่าจะเป็นสาเหตุ......”

“เข้าใจแล้วค่ะ ข้าจะไปเอามันมานะคะ”

พอพูดจบ, แม้ว่าคนใช้จะคัดค้านแต่ฟีเน่ก็ออกไปยังหอนาฬิกา, ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดที่ใจกลางเมือง

ขนาดหอนาฬิกาของเคียร์นั้นแตกต่างจากเมืองอื่นๆ

มันมีความสูงหลายเมตรและดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวที่มาเคียร์, มันคือแลนด์มาร์คสำคัญของที่นี่

ฟีเน่วิ่งขึ้นหอนาฬิกานั้นด้วยความเหนื่อยหอบ

ในอีกด้านนึง, เอลน่ากำลังต่อสู้กับแซมและดีนอยู่บนฟ้าอย่างสูสี

“ชิ! น่ารำคาญชะมัด!”

ดีนตัดใจจากการต่อสู้ซึ่งๆหน้ากับเอลน่า มันไม่ใช่ว่าพวกเขาร่วมมือกันแล้วจะเอาชนะเธอไม่ได้แต่มันจะใช้เวลามากเกินไป

มันถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะใช้วิธีโกง

ดีนเอาขลุ่ยเวทมนตร์ที่สามารถสั่งการมอนส์เตอร์ได้(ขลุ่ยฮาเมลุน)ออกมา ถ้าเขาเพิ่มจำนวนมอนส์เตอร์, ในฐานะอัศวินเอลน่าจะต้องไปคุ้มกันจักรพรรดิแน่ๆ

และถ้าเป็นแบบนั้น, ดีนกับแซมก็จะเป็นฝ่ายเหนือกว่าเธอ

เพื่อที่จะให้มอนส์เตอร์มาที่เคียร์มากขึ้น, ดีนก็เอาขลุ่ยฮาเมลุนมาไว้ที่ปากของเขา อย่างไรก็ตาม, เอลน่ารู้สึกได้ตามสัญชาตญาณว่าเธอไม่สามารถยอมให้เป็นแบบนี้ได้ดังนั้นเธอจึงพุ่งตรงไปโจมตีดีน

“ไม่ยอมหรอกหน่า!”

“หนอยย!?”

ดีนสามารถหลบการโจมตีของเธอได้แต่ขลุ่ยฮาเมลุนกลับหลุดมือของเขาไปและกำลังตกไปที่เมืองเคียร์

พอเห็นแบบนี้, ดีนก็รีบไล่ตามมันไป

“บ้าจริง!”

“กลับมานี่นะ!”

ขลุ่ยนี้ไม่ใช่ของดีน มันคือสิ่งที่ผู้สนับสนุนของพวกเขาให้มา ด้วยการใช้สิ่งนี้, ดีนจึงสามารถวางแผนดึงคาร์ลอสเข้ามาพัวพันเพื่อสร้างสถานการณ์นี้ได้

อย่างไรก็ตาม, ผู้สนับสนุนบอกกับพวกเขาว่าพวกเขาต้องทำลายมันทิ้งหลังจากจบงาน มันคือสัญญาที่พวกเขาให้ไว้กับผู้สนับสนุน

หากไม่มีผู้สนับสนุนคนนั้น, มันก็คงจะเป็นเรื่องยากในการหนีหรือแม้กระทั่งเอาตัวรอดจากสถานที่แห่งนี้ การทำลายขลุ่ยนี่เกี่ยวโยงกับความอยู่รอดของพวกเขา

และนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ดีนไล่ตามมันอย่างไม่ลดละ พอเห็นดีนมีท่าทีแบบนี้, เอลน่าเองก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติและไล่ตามขลุ่ยไป

พวกเขาทั้งคู่ปะทะกันบนฟ้าอยู่หลายครั้ง, ซึ่งขลุ่ยก็กำลังร่วงลงไปที่พื้นอย่างรวดเร็ว

และในตอนที่มันไปถึงหอนาฬิกานั้นเอง, มือสีขาวก็ยื่นออกมาจากหอนาฬิกาแล้วคว้าขลุ่ยเอาไว้

“!!?”

ฟีเน่ที่รับขลุ่ยที่ตกลงมาอย่างแรงนั้น, สามารถทิ้งร่างลงทางฝั่งหอนาฬิกาได้สำเร็จอย่างพอดิบพอดี

เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกกับการที่สามารถคว้าขลุ่ยเอาไว้ได้แต่ไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงแหลมดังมาจากเอลน่า

“หนีไปซะ! ฟีเน่!!”

ในตอนที่เธอเงยหน้าขึ้นมา, ดีนก็ยิงเวทมนตร์จำนวนมากใส่หอนาฬิกา

ซึ่งนี่ก็ทำให้เธอสูญเสียที่ยืนแล้วร่วงลงไป

อย่างไรก็ตาม, ฟีเน่ไม่สนใจเรื่องนั้น

เธอรู้ถึงความอันตรายมาตั้งแต่แรกแล้ว นี่คือเหตุผลที่ทำไมฟีเน่ถึงโยนขลุ่ยไปทางเอลน่าที่กำลังมุ่งหน้ามาหาเธอ จากนั้นเธอก็เห็นเอลน่ารับขลุ่ยเอาไว้ด้วยสีหน้าประหลาดใจ, และเธอก็ยิ้มออกมา

“เห้อ....ในที่สุดเราก็ได้ทำตัวให้มีประโยชน์บ้างแล้ว”

“นังเด็กนี่!!”

ด้วยความโกรธ, ดีนยิ่งเวทมนตร์ใส่ฟีเน่ที่กำลังร่วงอยู่

เธอไม่มีทางหนีจากเวทมนตร์ที่กำลังพุ่งมาได้เลย

“ฟีเนนนน่!!??”

เอลน่าตะโกน

ด้วยความมั่นใจว่าเธอสามารถฝากฝังอาร์โนลด์ไว้กับเอลน่าได้, ฟีเน่ก็หลับตาลง

และในตอนที่เธอทำแบบนั้นเอง, เธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างสว่างวาบขึ้นมาจากบนฟ้าแต่ฟีเน่ไม่มีเวลามาสนใจมัน

แม้ว่าเธอจะเตรียมเผชิญหน้ากับความตายและหลับตาลงแล้ว, แต่ความเจ็บปวดและแรงกระแทกที่เธอคิดว่ากำลังจะเกิดขึ้นก็ไม่ได้มาถึง

มันตรงกันข้ามเลย, เธอกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น

ในตอนที่เธอลืมตาออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ, ฟีเน่ก็รู้สึกตัวว่าเธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของนักผจญภัยที่สวมหน้ากากเงิน

คำพูดของเธอนั้นได้ถูกความประหลาดใจพรากหายไปจนหมด ที่เธอบอกคริสต้าว่าเขาจะมาช่วยเธอมันก็แค่เพื่อทำให้คริสต้าใจเย็นลง เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าเขาจะมาช่วยเธอจริงๆ

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง, ก็มีอีกคนนึงที่ประหลาดใจพอๆกับฟีเน่

คนๆนั้นก็คือดีน

“หนอย....แกสามารถยกเลิกกระสุนเวทมนตร์ของข้าได้, นี่แกเป็นใครกันแน่.......? บอกชื่อมาซะ!!”

“.....นักผจญภัยภายใต้สังกัดกิลด์สาขาเมืองหลวงของจักรวรรดิ, นักผจญภัยแรงค์ SS, ซิลเวอร์....ข้ามาที่นี่เพื่อเอาชนะเจ้า”

หน้ากากเงินและเสื้อคลุมสีดำนั้นคือสัญลักษณ์ของซิลเวอร์

นักผจญภัยที่เป็นที่รู้จักในฐานะนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิ

จบบทที่ ตอนที่ 15 ขุนนาง

คัดลอกลิงก์แล้ว