เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 : แบ่งปันความลับ

ตอนที่ 4 : แบ่งปันความลับ

ตอนที่ 4 : แบ่งปันความลับ  


มีถาดขนมอยู่ในมือของฟีเน่ เธอน่าจะตั้งใจนำมาให้เขาและเข้ามาในห้องในตอนที่เขาไม่ได้เรียก

เขาบอกว่าไม่ต้องการอาหารอะไรดังนั้นเขาก็เลยคิดว่าจะไม่มีใครเข้ามาในห้อง พอมาคิดว่าเกิดการคำนวณผิดพลาดแบบนี้แล้วนั้น...

“จะ, เจ้าชายอาร์โนลด์ใช่ไหมคะ....? คนที่พึ่งจะเคลื่อนย้ายเข้ามา, และรูปร่างนั้นมัน........ท่านซิลเวอร์ไม่ใช่หรอคะ?.......”

“............”

จะหลอกเธอว่าเราชอบแต่งตัวแบบนี้ได้ไหมนะ? ไม่สิ, แบบนั้นน่าจะเป็นไปไม่ได้

หรือว่าจะฆ่าเธอดี? นั่นก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน ฟีเน่เป็นที่โปรดปรานของจักพรรดิ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอจักพรรดิจะต้องทำการสืบสวนด้วยตัวเองแน่ๆและผู้ต้องสงสัยหลักก็คงจะต้องเป็นเราอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเราตกเป็นผู้ต้องสังสัยหล่ะก็การชิงบัลลังก์ของลีโอก็คงจะจบสิ้นไปได้เลย

เขาไม่สามารถหลอกเธอและไม่สามารถฆ่าปิดปากเธอได้ด้วย

เขาไม่เห็นทางออกจากสถานการณ์นี้เลย

“......เข้ามาในห้องของข้าทำไม?”

“เอ่อ, คือว่า....ข้าพึ่งอบขนมเสร็จก็เลยคิดว่าควรนำมาให้องค์ชายด้วยค่ะ....และเนื่องจากเคาะเรียกแล้วองค์ชายไม่ตอบ, ข้าก็เลยคิดว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นก็เลย......”

“เห้ออ....”

พอเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของฟีเน่ในขณะที่ร่างกายของเธอดูเหมือนกำลังหดเล็กลงเรื่อยๆแล้วความเป็นปฏิปักษ์ของเขาก็เลยหายไป

และความตั้งใจของเขาในการใช้มาตรการรุนแรงกับเธอก็หายไปด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม, เขาไม่สามารถปล่อยเธอไปทั้งแบบนี้ได้

“เจ้ารู้ความลับของข้าแล้ว ถ้าขืนเป็นแบบนี้, ข้าก็คงไม่สามารถปล่อยเจ้าไปโดยไม่ทำอะไรได้”

“ขะ, ข้าจะไม่บอกใครแน่นอนค่ะว่าตัวตนที่แท้จริงของซิลเวอร์คือเจ้าชาย!”

“แต่เจ้ากำลังพูดด้วยเสียงที่ดังมากเลยนะ”

“คือว่า....”

“ใจเย็นก่อน ข้าได้ร่ายบาเรียป้องกันเสียงเอาไว้แล้ว ไม่ว่าเจ้าจะพูดอะไร, มันก็ไม่รั่วไหลออกไปสู่ภายนอกหรอก”

“งะ, งั้นหรอคะ.....ขอบคุณมากเลยค่ะ.....”

แก้มของฟีเน่กลายเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายขนาดไหน ถ้าคนนอกไม่สามารถได้ยินอะไรจากห้องนี้, มันก็หมายความว่าตอนนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับฟีเน่เธอก็ไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้......

“เจ้าไม่คิดว่าข้าจะทำอะไรเจ้ารึไง?”

“อย่างเช่นอะไรหรอคะ?”

“ยกตัวอย่างเช่น, ข้าอาจจะฆ่าปิดปากเจ้าก็ได้นะ”

“องค์ชายหน่ะหรอคะ? เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่องค์ชายจำเป็นต้องทำจริงๆข้าก็จะยอมรับมันค่ะ”

“.....ข้าไม่เห็นจำได้เลยนะว่าไปได้รับความไว้ใจจากเจ้ามากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ถ้าท่านคือซิลเวอร์ก็หมายความว่าท่านได้กำจัดมอนส์เตอร์เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ? ถ้างั้นตอนนี้ท่านก็เหมือนกับฮีโร่ที่ช่วยเหลือพวกเรา และความจริงที่ว่าท่านมาที่นี่ในฐานะเจ้าชายและแสดงศักยภาพต่างๆอย่างรอบคอบก็เพื่อน้องชายของท่านถูกไหมคะ? นี่แหล่ะค่ะคือเหตุผลที่ข้าไว้ใจท่าน คนที่สามารถเคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ของคนอื่นได้แบบท่านจะต้องเป็นคนดีแน่นอนค่ะ”

พอพูดจบ, ฟีเน่ก็เผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนออกมา

เธอเป็นคนดีจริงๆเพราะเธอยอมเชื่อใจคนอื่นมากถึงขนาดนี้

ในเมื่อเธอรู้แล้วว่าเขาคือซิลเวอร์, ก็เป็นธรรมดาที่เธอจะต้องรู้ว่าการกระทำทุกอย่างของเขานั้นก็เพื่อทำให้ดยุคตกต่ำและให้เขามาสนับสนุนด้วยการสร้างหนี้บุญคุณ แต่ถึงอย่างนั้น, ฟีเน่ก็ยังคงเชื่อในตัวเขา

ความเชื่อใจแบบนี้มันทำให้ทรยศไม่ลงเลย

“คนเดียวที่รู้ความลับของข้าก็คือเซบาส และเซบาสก็ไม่มีวันหักหลังข้า ถ้าความลับนี้รั่วไหลออกไป, ข้าจะไม่มีวันยกโทษให้เจ้า ดังนั้นห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครหล่ะ”

“ค่ะ! เข้าใจแล้วค่ะ”

พอได้ยินเสียงขานตอบด้วยความดีใจของเธอ, เขาก็ถอนหายใจ

เขาคิดว่าจะใช้เวทย์ลวงตาทำให้เธอคิดว่าเรื่องทุกอย่างเป็นความฝันแต่เห็นได้ชัดเลยว่าสุดท้ายแล้วมันก็จะถูกจับได้

และหลังจากที่ถูกจับได้, มันก็จะกลายเป็นปัญหาร้ายแรงกับพวกเขา ดังนั้นการให้ฟีเน่เชื่อในตัวเขาแบบนี้จะเป็นการดีกว่า

จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน, เขาก็สามารถทำความเข้าใจนิสัยส่วนใหญ่ของฟีเน่ได้แล้ว ถ้าความลับรั่วไหลออกไป, มันก็คงจะมาจากคนที่ใกล้ชิดกับเธอ ซึ่งมันก็ไม่น่าจะสายเกินไปต่อให้เขาใช้มาตรการรุนแรงในเวลานั้น

“แต่พอมาคิดว่าความลับที่เขาปกปิดมาตั้งนานถูกเปิดโปงแบบนี้แล้วมันก็......”

“ร่าเริงหน่อยสิคะ มาลองชิมขนมของข้ากันเถอะ อ้อ, เดี๋ยวข้าจะรินชาให้ท่านด้วยนะ”

ในขณะที่กำลังมองฟีเน่ที่กำลังจัดขนมลงบนโต๊ะและเริ่มเตรียมน้ำชานั้น, เขาก็เถียงกลับไปอยู่ในใจ

ทั้งหมดมันเป็นความผิดของเธอไม่ใช่รึไง.........

——————

“นี่คือรายงานสรุปสำหรับเหตุการณ์นี้ครับ”

อาเบลที่พึ่งกลับมากำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าดยุคและส่งรายงานให้เขา

ในขณะที่กำลังฟังเรื่องราวทั้งหมด, ดยุคก็พยักหน้าเป็นพักๆและแสดงความขอบคุณกับอาเบล

“ยอดเยี่ยมจริงๆ และข้าก็ต้องขอโทษด้วยที่มันกลายเป็นคำขอที่รุนแรงแบบนี้ นี่คือรางวังแยกต่างหากจากภารกิจแต่ข้าอยากให้พวกเจ้ารับมันเอาไว้ด้วยนะ”

พอพูดจบเขาก็วางถุงเล็กๆเบื้องหน้าอาเบล

ข้างในนั้นมีเงินอยู่

อย่างไรก็ตาม, อาเบลส่ายหัวและปฏิเสธ

“ขอแค่รางวัลจากภารกิจก็พอแล้วครับ ตามที่ข้าได้สรุปเอาไว้ในรายงานก่อนหน้านี้, ซิลเวอร์ต่างหากหล่ะครับที่เป็นคนทำให้พวกเราแก้ไขสถานการณ์ได้ โปรดยกโทษให้พวกเราด้วยนะครับ”

“งั้นหรอ...อืมม, เข้าใจหล่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีกข้าจะขอความช่วยเหลือจากเจ้านะ เมื่อถึงตอนนั้นข้าขอฝากพวกเจ้าด้วยหล่ะ”

“ครับท่าน, พวกเราจะตอบรับความคาดหวังของท่านและทำภารกิจให้สำเร็จด้วยฝีมือของพวกเราเองครับ”

พอพูดจบอาเบลก็จากไป

ตอนนี้คนที่เหลืออยู่ข้างในนั้นมีแค่เจ้าชายอาร์โนลด์กับดยุค

“เท่านี้, ก็เสร็จไปอีกหนึ่งเรื่องแล้วสินะ”

“ใช่ครับ ข้าไม่รู้จะขอบคุณองค์ชายยังไงดีถึงจะพอ แต่ข้าก็ขอขอบคุณมากๆเลยครับ”

“นำคำขอบคุณนั้นไปให้ลีโอเถอะ ถึงยังไงทั้งข้าและซิลเวอร์ก็มาที่นี่เพื่อลีโอ”

“ครับ...องค์ชาย, ดยุคบ้านไคลเนลต์จะให้ความร่วมมือและคอยสนับสนุนเจ้าชายลีโอนาร์ดอย่างเต็มที่ครับ พวกข้าจะตอบแทนความเมตตานี้ให้ได้อย่างแน่นอน”

หลังจากที่ได้ฟังประโยคนี้ในที่สุดเขาก็วางใจได้สักที จากนั้นเขาก็ยื่นมือขวาไปให้ดยุค พอเห็นแบบนั้น, ดยุคก็ยื่นมือมาจับมือของเขา

“พวกข้าอยู่ในการดูแลของเจ้าแล้วนะ”

“พวกข้าจะทำให้เจ้าชายลีโอนาร์ดได้ขึ้นครองบัลลังก์ให้จงได้ครับ”

“อืมม”

ด้วยสิ่งนี้, ลีโอก็จะสามารถตั้งตัวเป็นขั้วอำนาจที่สี่ในศึกชิงบัลลังก์ที่ตอนนี้มีอยู่สามขั้วอำนาจได้แล้ว

ด้วยความที่ดยุคที่ยิ่งใหญ่อย่างดยุคไคลเนลต์อยู่ฝ่ายพวกเขา, พวกที่กำลังรอดูทิศทางลมอยู่ก็จะมีส่วนที่ถูกพัดมาทางฝั่งลีโอด้วย

นอกจากนี้ท่านพ่อของพวกเขาก็รับรู้ว่าลีโอเป็นหนึ่งในผู้ชิงบัลลังก์แล้วด้วย, ในที่สุดพวกเขาก็มาอยู่ที่เส้นเริ่มต้นแล้ว

ถึงแม้ว่าเขาจะยังลดการป้องกันลงไม่ได้แต่เขาก็ยังอารมณ์ดีหลังจากที่ทำงานเสร็จไปแล้วหนึ่งงาน

อย่างไรก็ตาม, ดยุคก็ได้เริ่มพูดกับเขาต่อด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ

“องค์ชาย.....ตอนนี้ฝั่งท่านมีกำลังคนมากพอรึยังครับ?”

“กำลังคนหรอ...อืมจะว่ามีมันก็มีอยู่หรอกแต่มันยังไม่พอเลย ยังมีขุนนางบางส่วนที่ตัดสินใจอยู่เป็นกลางด้วย การจะเริ่มเจรจากับขุนนางพวกนี้พวกเราจำเป็นต้องมีคนที่ไว้ใจได้มากกว่านี้”

“เข้าใจแล้วครับ, ค่อยโล่งอกหน่อย”

“เจ้าจะให้ข้ายืมคนหรอ?”

“ใช่ครับ, ข้ากำลังคิดว่าจะให้ลูกสาวไปกับท่านด้วย”

“วะ—ว่าไงนะ?”

เขาตอบกลับไปโดยไม่ได้คิด

ดยุคเองก็ตอบสนองกลับไปด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น

“องค์ชายจะรู้สึกประหลาดใจก็ไม่แปลกหรอกครับ ข้าเองก็ประหลาดใจเหมือนกันในตอนที่ฟีเน่มาขอร้องข้าเมื่อวาน เห็นได้ชัดเลยว่าเธออยากจะตอบแทนองค์ชายที่ช่วยเหลือดินแดนของพวกเราเอาไว้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม....และในเมื่อลูกสาวคนนี้ไม่เคยขออะไรจากข้ามาก่อน...ข้าก็เลยรู้สึกหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่งที่เธอพูดออกมาแบบนั้นครับ”

“ไม่, เดี๋ยวก่อนสิ...ถ้าเจ้าจะเอาแบบนี้ข้าเองก็ลำบากใจนะ....”

“อย่าพูดแบบนั้นสิครับองค์ชาย ลูกสาวคนนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงของจักวรรดิจริงๆนะครับ แถมองค์จักพรรดิก็ชื่นชอบเธอด้วย เธอจะต้องมีประโยชน์กับท่านอย่างแน่นอนครับ”

“ตรงจุดนั้นข้าก็ยอมรับอยู่หรอก...แต่เจ้าจะโอแคแน่นะ, ท่านดยุค?”

มันมีข้อดีมากมายเกินกว่าที่จะนับถ้าพวกเขามีเธออยู่ฝั่งเดียวกัน ฟีเน่เป็นคนที่มีประโยชน์จริงๆ

อย่างไรก็ตาม, เหตุผลที่จู่ๆเธออยากจะไปเมืองหลวงนั้นต้องเป็นเพราะความจริงที่ว่าเธอได้รู้ถึงตัวตนของเขาเมื่อวานนี้แน่ๆ พูดตามตรง, ถ้าเธอยังเก็บตัวเงียบอยู่ในดินแดนของเธอมันจะทำให้เขาสงบใจได้มากกว่า

ในเมืองหลวงของจักวรรดิ, เธอจะมีโอกาสติดต่อกับผู้คนมากมายและเขาก็ไม่รู้เลยว่าจะมั่นใจได้ไหมว่าถ้าเกิดข้อมูลรั่วไหลแล้วจะหาแหล่งที่มาได้

ดังนั้นเขาจึงพยายามใช้ความเป็นพ่อของดยุคมาเปลี่ยนใจแต่ว่า

“มันคือสิ่งที่เด็กคนนั้นต้องการ ช่วยนำเธอไปใช้งานด้วยเถอะครับ”

“......”

เขาอยากจะเปลี่ยนใจเขาด้วยความน่ารักของลูกสาวของเขาแต่มันกลับไปกระตุ้นเขายิ่งกว่าเดิม เป็นพ่อยังไงกันนะ, คนๆนี้?

ตอนนี้เขาหมดข้ออ้างที่จะใช้ปฏิเสธแล้ว

สุดท้าย, เขาก็ต้องยอมอนุญาตให้ฟีเน่ตามมาด้วย

...

“ถ้างั้นข้าขอลานะคะ ท่านพ่อ, ท่านพี่”

“อืม, ไปนู่นก็ทำตัวให้มีประโยชน์หล่ะเข้าใจไหม?”

“อย่าลืมระวังสุขภาพร่างกายด้วยนะ”

พอบอกลาพ่อกับพี่ชายของเธอเสร็จ, ฟีเน่ก็ขึ้นรถม้า

เธอโบกมือให้พวกเขาจากหน้าต่างรถม้าจนกระทั่งร่างของพวกเขาหายไปจากนั้นเธอก็กลับมานั่งและจ้องเขาที่นั่งหลับตาอยู่ตรงข้าม

“เจ้าชายอาร์โนลด์ ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้เป็นคนที่มีพรสวรรค์อะไรนักแต่ได้โปรดช่วยดูแลข้าด้วยนะคะ”

“เห้ออ.....”

“นี่ท่านโกรธอยู่หรอ......?”

“ข้าแค่ประหลาดใจหน่ะ นับจากนี้ไป, พวกเราจะต่อสู้ชิงบัลลังก์ มันเป็นการต่อสู้ที่มืดมนและเต็มไปด้วยคาวเลือด ถ้าเจ้าอยากจะถอนตัวก็ทำได้แค่ตอนนี้เท่านั้นนะ รู้รึเปล่า?”

“ข้าเข้าใจดีค่ะ แต่ถึงอย่างนั้น, ข้าก็อยากจะทำตัวให้มีประโยชน์ แล้วก็, ถ้าข้าอยู่ใกล้ตัวองค์ชาย, มันจะทำให้ท่านจับตาดูข้าได้ง่ายกว่าไม่ใช่หรอคะ?”

“ไม่, ถ้าเจ้าอยู่ในดินแดนของตัวเองมันจะทำให้ข้าวางใจได้มากกว่านี้เยอะเลย”

“เอ๋!!!?”

พอเห็นฟินี่ที่กำลังโบกมือไปมาด้วยความตื่นตระหนก, เขาก็ถอนหายใจ

การถูกเด็กผู้หญิงแบบนี้เปิดโปงความลับของข้า, ก็คงจะไม่เป็นไรหรอกมั้ง...... เขาคิด

จบบทที่ ตอนที่ 4 : แบ่งปันความลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว