เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 15: เดินบนผิวน้ำ

Chapter 15: เดินบนผิวน้ำ

Chapter 15: เดินบนผิวน้ำ


ฉินมู่ วิ่งเร็วอย่างกับสายลม พลังฉีภายในของเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้นๆ  ไม่ว่าเขาจะวิ่งไปกี่ไมล์แต่ผู้เฒ่าคนอื่นๆก็วิ่งตามทัน แม้แต่ปู่ตาบอดเองก็ตามทุกคนทันอย่างกับวิ่งอยู่บนพื้นดินที่ราบเรียบ

ในตอนที่ ฉินมู่ เข้าไปในเขตป่าก็ได้มีเงาดำโผล่ขึ้นมาและตะโกนเข้าใส่ – “ตายซะ เจ้าเด็กน้อย...  !”

มันคือลิงปิศาจ ! มันปลดปล่อยเสียงคำรามออกมาทันทีเมื่อเห็น ฉินมู่ ‘ เด็กน้อย ‘ ที่เข้ามาบุกรุกเขตมันอีกครั้ง

เฒ่าหม่า ชายแขนเดียวมองไปที่ลิงปิศาจที่กำลังคุ้มคลั่งนั้น

การมองนี้ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆแต่มันก็ทำให้ลิงนั่นรู้สึกกลัว ราวกับว่าความตายจะมาเยือนมันได้ทุกเมื่อ ผลก็คือมันไม่กล้าทำตัวหยิ่งทะนงอีกต่อไป  มันทิ้งอาณาเขตของตัวเองแล้วหนีไปทันที

ฉินมู่ คอยวิ่งต่อกลับไปพร้อมกับใช้พลังฉีภายในของเขาโคจรไปตลอดในตอนที่เดินทาง เมื่อมาถึงหมู่บ้านเขาก็เพิ่งจะรู้สึกตัวจากการบ่มเพาะของเขาและพบกว่าตัวของเขาเต็มไปด้วยคราบสกปรก  เขาไม่รู้ตัวเลยคราบสกปรกพวกนี้ไม่ว่าจะเป็นเลือดดำหรือไขมันนั้นได้ออกมาจากตัวเขาเมื่อไหร่

“มู่เอ๋อ ไปที่แม่น้ำและล้างตัวซะ” – ย่าซี พูดขึ้น  - “ไอ้บอด ไปกับเขาด้วยเพื่อไม่ให้สัตว์ประหลาดที่แม่น้ำจะได้ไม่ต้องทำอะไรเขา”

ชายตาบอดหยิบไม้เท้าของตัวเองขึ้นมาและตาม ฉินมู่ ไปที่แม่น้ำ   ฉินมู่ นั้นถอดเสื้อผ้าทั้งหมดออกแล้วกระโดดลงไปในน้ำเพื่อล้างตัวเอาคราบสกปรกออก

ชายตาบอดใช้ไม้ไผ่ของเขาแตะไปที่ผิวน้ำส่งคำเตือนให้พวกปลาที่อาจจะทำร้าย ฉินมู่ ได้   มันกระโดดออกจากน้ำและว่ายหนีออกไปหลายหลา  ปลาพวกนี้มีความยาวกว่า 6.5 หลาและครีบของมันก็เหมือนหนวดทั้งแปดของปลาหมึกโดยยาวกว่า 3 หลา

หลังจากล้างตัวเสร็จ ฉินมู่ ได้มองไปที่คลื่นน้ำ เขารู้สึกมีความกล้ามากขึ้นและอารมณ์ของเขาเองก็คึกตามไปด้วย

พลังฉีภายในของเขาปะทุขึ้นมาจากลำคอและเขาก็ได้ร้องตะโกนออกมา ดูเหมือนว่าเหมือนเขาจะเปิดจุดอารมณ์ของเทพได้ !

เสียงร้องนั้นเดินทางผ่านทั้งภูเขาและป่าทำให้ผิวน้ำตรงนั้นสั่นสะเทือน

ในตอนที่เขาร้องนั้น ฉินมู่ ได้โผล่ขึ้นมาจากน้ำและอยู่ๆก็ได้กระโดดขึ้นมาวิ่งข้ามผิวน้ำไปด้วยความเร็วอันยิ่งยวด !

แต่ละก้าวนั้นมีพลังฉีปะทุออกมาตรงเท้าของเขากดไปที่ผิวน้ำจนมันระเบิดออกมา   เมื่อเท้าของเขาแตะไปที่ผิวน้ำ น้ำตรงบริเวณนั้นจะระเบิดออกไปทุกทิศทาง !

ก่อนที่น้ำนั้นจะร่วงลงกลับมาที่แม่น้ำได้ ฉินมู่ ก็ห่างออกไปจากจุดหนั้นหลายหลาแล้ว

ตึกๆๆๆๆๆ-- !

เสียงเท้าของ ฉินมู่ ที่กดลงไปที่ผิวน้ำนั้นดังก้องไปที่ว  ไม่นานเขาก็วิ่งออกไปได้หลายไมล์

ฉินมู่ รู้สึกอิสระราวกับนก  เสียงร้องของเขานั้นแสดงความดีใจออกมามากขึ้นเรื่อยๆและด้วยความดีใจนี้ทำให้เขาวิ่งไปทั่วแม่น้ำ  เสียงของมันราวกับเสียงดนตรีนสวรรค์ที่ขับกล่อมจากเหล่าทวยเทพพร้อมกับเสียงร้องของมังกรและฟินิกส์

ความเร็วของ ฉินมู่ นั้นน่าตกใจ ในเวลาสั้นเขาก็วิ่งไปที่อีกฝั่งของแม่น้ำได้  เมื่อมีลมเบาๆพัดผ่านผิวน้ำมาเขาก็ได้วิ่งกลับมาอยู่ที่จุดเดิมแล้ว

ชายตาบอดรู้สิ่งนี้จากไม้ไพ่ของตัวเองและสายลมที่พัดผ่านเส้นผมของเขาไป  เขาคอยฟังเสียงร้องอันตื่นเต้นของ ฉินมู่  เมื่อเห็นดังนั้นเขาได้พยักหน้าและยิ้มออกมา

“ตอนเจ้าวิ่งไปมานี่เจ้าไม่รู้สึกถึงลมเย็นที่พัดผ่านเป้าเจ้าหรอกรึ !” - เขาร้องออกมดังๆ – “เจ้าไม่หนาวรึไง  รึว่าเจ้าดีใจซะจนลืมไปว่าเจ้าโป๊อยู่ มู่เอ๋อ ?”

ฉินมู่ หล่นลงไปในน้ำและมีเสียงร้องตามมา

ไม่นานเด็กน้อยก็ว่ายกลับมาที่ฝั่งและขึ้นจากน้ำด้วยท่าทีเขินอายก่อนจะทำตัวให้แห้งเพื่อที่จะสวมชุดกลับคืน

การเคลื่อนที่ตรงแม่น้ำทำให้เขาจดจ่ออยู่แค่กับตัวเอง  ทำให้เขาลืมไปเรื่องที่เขาโป๊อยู่และเริ่มวิ่งไปมาที่แม่น้ำ ความจริงแล้วลมนี่ทำให้เขารู้เย็นและสดชื่น

“ดีที่ปู่บอดนั้นไม่เห็น...” – เขาคิดกับตัวเอง

ฉินมู่ แต่งตัวและจัดเครื่องแต่งตัวพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมา  เฒ่าหม่า,ปู่ใบ้และคนอื่นๆต่างก็ยืนอยู่ตรงป่าด้านหน้าเขา  แม้แต่ ย่าซี และผู้ใหญ่บ้านเองก็มาที่นี่ด้วย

หน้าของ ฉินมู่ แดงกล่ำขึ้นมา

“ยะ-ย่า ! ทำไมท่านทุกคนถึงมาที่นี่ ?” - เขาถามออกมาตะกุกตะกัก

ย่าซี หัวเราะออกมาและพูดขึ้น – “มู่เอ๋อ พวกเราทุกคนเคยเห็นก้นของเจ้ามานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นไม่เห็นมีอะไรจะต้องอายแล้ว เราได้ยินเสียงร้องอันมีชีวิตชีวาของเจ้าและมาที่นี่เพื่อมาดู”

“มานี่สิ มู่เอ๋อ” – ผู้ใหญ่บ้านพูดขึ้นพร้อมกับกระแอมเบาๆ – “เพราะเจ้าโดนผู้ฝึกยุทธทั้งห้าที่อยู่ในดินแดนแก่นวิญญาณไล่ล่า  เจ้าน่าจะได้รับบาดเจ็บที่ยากที่จะเห็นได้  มาให้ปู่หมอตรวจดูหน่อย”

ฉินมู่ ก้าวออกมาข้างหน้าและให้ปู่หมอตรวจดูตามร่างกายของเขา

เมื่อตรวจเสร็จ ปู่หมอได้ส่ายหน้าและพูดขึ้น – “ไม่มีแผลใหญ่ๆเลย แผลเองก็เริ่มสมานตัวแล้ว”

ผู้ใหญ่บ้านลองไปตรวจด้วยตัวเองแล้วบอกให้ ฉินมู่ กลับไปได้  ปู่เชือดรีบลากตัวเขาออกไปฝึกทักษะมีดต่อทันที

ด้วยความไม่พอใจที่ ฉินมู่ ต้องใช้การโจมตีกว่าห้าพันครั้งกว่าจะจัดการ กู่ ได้   ปู่เชือดได้ตัดสินใจที่จะเอาเขาไปฝึกหนัก

ปู่หมอมองดูการฝึกมีดของ ฉินมู่ พร้อมกับเดินเข้าไปหาผู้ใหญ่บ้าน

“ท่านเจออะไรหรือไม่ ?” – เขาถามขึ้นมา

“ความเร็วในการบ่มเพาะพลังฉีของเขาได้ก้าวหน้าขึ้นมาอีก...มันเร็วขึ้นไปอีก !” – ผู้ใหญ่บ้านพูดขึ้นไม่ได้ปิดบังอะไร – “ความต่างของเมื่อวานกับวันนี้นั้นได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่เหนือกว่าจินตนาการของข้า  เสียงร้องของเขาตะกี้นั้นสามารถทำได้ด้วยการสั่นลำคอด้วยพลังฉี เสียงร้องมันมีคุณลักษณะทั้งของปิศาจและเทพ  ถ้ามองข้ามเรื่องที่เขายังทลายกำแพงแก่นวิญญาณไม่ได้แม้แต่ผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในขั้นแก่นวิญญาณนั้นก็ไม่สามารถทำแบบนี้ได้ ! ถ้าเราเป็นมนุษย์ธรรมดาแบบเขา เราคงต้องใช้เวลากว่า 20 ปีในการบ่มเพาะให้พลังฉีภายในเรามาอยู่ในระดับนี้ได้”

เสียงร้องที่ ฉินมู่ เพิ่งปลอดปล่อยออกมานั้นคือการสั่นลำคอด้วยพลังฉี   ในเวลาเดียวกันเขาก็ท่องบทสวดของปิศาจที่เขาได้ยินมาในซากปรักหักพัง

สิ่งที่แปลกคือเขายังจำเสียงของเหล่าสตรีพวกนั้นได้ด้วยในตอนที่คิดถึงเสียงของปิศาจ  ดังนั้นเขาจึงจำบทสวดของเหล่าทวยเทพได้

ผลก็คือเขาได้รวมเสียงของเหล่าเทพลงในเสียงร้องโดยที่ไม่รู้ตัว

ในตอนที่คนอื่นได้ยินเสียงร้องของ ฉินมู่  พวกเขาจะคิดว่าพวกมันคือเสียงร้องธรรมดาเพราะไม่รู้ความหมายของมันแต่เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านนั้นได้ยินมันอย่างชัดเจน แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแน่

“เสียงสะท้อนของเทพและปิศาจ ? !  ” - ปู่หมอช็อคทันที – “เขาทำแบบนั้นได้ยังไงกัน ? ไม่ใช่ว่ามันน่ากลัวเกินไปหน่อยหรือที่เด็กอายุแค่ 12 จะทำแบบนั้นได้ในข้ามคืน ...เป็นไปได้หรือไม่ว่าเลือดวิญญาณทั้งสี่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ?”

ผู้ใหญ่บ้านส่ายหน้า   “แม้ว่าเลือดวิญญาณทั้งสี่จะพัฒนาการบ่มเพาะของเขาได้แต่การยกระดับให้มาถึงขนาดนี้นั้นเป็นไปไม่ได้”

ปู่หมอคิดแล้วตอบกลับ – “เป็นไปได้หรือไม่ว่า มู่เอ๋อ คืออัจฉริยะ ? รึว่าเขาเหมาะกับการบ่มเบาะตั้งแต่ที่เขาเกิด ?”

“ทำไมอัจฉริยะถึงได้มาเป็นคนธรรมดาได้ ?” - ผู้ใหญ่บ้านคิ้วขมวด – “อัจฉริยะโดยธรรมชาตินั้นจะเกิดมาพร้อมกับร่างวิญญาณ  อีกอย่างการใช้เสียงสะท้อนของเทพและปิศาจได้นั้น....อัจฉริยะที่ไหนจะทำแบบนี้ได้บ้าง ?”

“เสียงสะท้อนที่เขาใช้ออกมานั้น  มันดีรึแย่ ?” - ปู่หมอถาม

“ข้าเองก็ไม่รู้” - ผู้ใหญ่บ้านตอบกลับ – “ข้าได้ยินเสียงของเหล่าทวยเทพและปิศาจในเสียงร้องของเขา  เสียงของเทพและปิศาจนั้นกำลังต่อสู้กันอยู่ ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะดีรึแย่”

ปู่หมอส่งสายตาลังเลออกมาและถาม – “ถ้าเช่นนั้นเสียงของเทพและปิศาจนี่มาจากไหนกัน ?”

“ข้าไม่รู้ !”

ทั้งสองคนเริ่มปวดหัวขึ้นมา  นี่มันก็นานแล้วที่พวกเขามีอาการปวดหัวเพราะไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้  จำนวนของเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่พวกเขารับ ฉินมู่ ที่ซึ่งลอยมาตามน้ำนั้นมาเลี้ยงดู

ไม่นานความมืดก็เข้าครอบคลุม หมู่บ้านตกอยู่ในความมืดมิดอีกครั้ง  ที่บ้านไม้หลังหนึ่ง ย่าซี ได้นอนอยู่ในห้องของเธอและ ฉินมู่ นั้นก็นอนอยู่ในห้องของตัวเอง

ผ่านมาครึ่งคืนก็ได้มีเสียงเศร้าสร้อยดังก้องอยู่ในหัวของ ฉินมู่  มีเสียงอันไพเราะเพราะพริ้งดังตามมา  นั่นคือเสียงของเทพและปิศาจก่อนหน้านี้ พวกเขาเริ่มสู้กันอีก เสียงของทั้งคู่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

เสียงสะท้อนของเทพและปิศาจค่อยๆเข้าปะทะกัน  ภายในหัวของเขาอยู่ๆ ฉินมู่ ก็เปลี่ยนร่างเป็นวิญญาณและลอยอยู่บนฟ้ามองดูการปะทะของทั้งคู่

ตำแหน่งของการต่อสู้นี้เหมือนซากปรักหักพังที่เขาเคยอยู่แต่สถานที่นั้นกว้างและดูสง่าง่ามกว่ามาก  ความมืดนั้นเปลี่ยนรูปร่างเป็นหนวดแล้วแทงเข้ามาในแสงสว่าง ในขณะที่แสงสว่างได้ระเบิดตัวออกมาเพื่อปัดเป่าความมืดให้กระเด็นออกไป

ไม่นานในที่สุด ฉินมู่ ก็เห็นว่าสิ่งใดคือสิ่งที่สร้งาความมืดมิดและแสงสว่างขึ้นมา  ความมืดมิดนั้นคือคลื่นปิศาจที่ไม่รู้จบที่แห่เข้ามาอย่างกับคลื่นยักษ์

เสียงของปิศาจนั้นไม่ได้มีแค่เสียงเดียวแต่เป็นเสียงร้องของปิศาจนับพันล้านตัว !

แสงสว่างเองก็เหมือนกัน  มีเหล่าทวยเทพมากมายซึ่งสวมเกราะสีทองตะโกนก้องออกมาแห่กันเข้าต่อสู้กับเหล่าปิศาจ !

ตอนนี้ ฉินมู่ ยืนอยู่ด้านบนทั้งสองฝ่ายทำให้เหล่าปิศาจและทวยเทพเหมือนเป็นจุดเล็กๆด้านล่างเขา  เขาคิดว่านี่เป็นการต่อสู้ระหว่างแสงว่างและความมืดเพราะเขานั้นอยู่ไกลเกินไปเกินว่าจะมองเห็นได้ชัดเจน

ตอนนั้นเองเขาก็ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและนั่นก็ทำให้เขาเกิดความกลัวขึ้นมา !

ฉินมู่ ลืมตาขึ้นมา ตัวของเขานั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ  เขาตระหนักได้ว่าเสียงของเหล่าเทพและปิศาจนั้นดังก้องอยู่ในหัวเหมือนกับจะแยกหัวเขาออกเป็นสองส่วน

แต่ในตอนนั้นเองหยกตรงกลางอกเขาก็ค่อยๆลอยขึ้นไปตรงหว่างคิ้วของเขาก่อนจะเข้าไปแปะที่หน้าปาก  ความรู้สึกนุ่มนวลและอ่อนโยนไหลเข้ามาในหัวของเขาและเสียงทั้งคู่ก็ได้หายไป

ฉินมู่ ลุกขึ้นนั่งก่อนจะหายใจเข้าออกด้วยความสับสน  เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ไม่นานเขาก็ออกจากบ้านเดินเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อเอาหยกตัวเองไปเทียบกับรูปปั้นหินของหมู่บ้าน

ด้วยความมืดที่รายล้อมอยู่รอบๆทำให้หยกนั้นส่องแสงออกมา  ฉินมู่ มองไปที่หยกนั้นด้วยความสับสน  สายตาของเขาเป็นประกายขึ้นมากับแสงนั้น  ดูเหมือนว่าเขาจะดึงมันออกมาไม่ได้

ย่าซีเดินเข้ามาหาจากด้านหลังและเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

“แม้ว่าเราจะเลี้ยงดูเขามา  แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนที่นี่” – “เธอคิดกับตัวเองพร้อมกับรู้สึกเจ็บในหัวใจ –” สักวันเขาคงต้องจากไป... “

ทันใดนั้นสายตาของเธอก็แสดงความมุ่งมันออกมาราวกับเธอได้ตัดสินใจบางอย่าง

“โลกข้างนอกนั้นอันตรายกว่าดินแดนแห่งนี้ ! เขานั้นยังแข็งแกร่งไม่พอ ! ยังไม่พอ  !”

 

จบบทที่ Chapter 15: เดินบนผิวน้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว