เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 16: สาวน้อยในวัด

Chapter 16: สาวน้อยในวัด

Chapter 16: สาวน้อยในวัด


ตาอันประกายจับจ้องไปที่หยก แม้ว่า ฉินมู่ จะอายุแค่เพียง 11 รึ 12 ปีแต่เขาก็เข้าใจหลากหลายอย่าง

อีกครั้งที่  ฉินมู่ ได้ออกไปข้างนอกกับ ย่าซี เพื่อช่วยทำคลอด มันไม่ได้มีผลลัพธ์ที่น่าเศร้า ทุกอย่างนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น  เมื่อเห็นครอบครัวที่สุขสันต์นั้นทำให้หัวใจเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

เรื่องนี้ทำให้ ฉินมู่ ถามว่าเขาเกิดมาได้ยังไงและพ่อแม่เขาไปอยู่ที่ไหนแต่ ย่าซี ไม่สามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ เธอทำได้แค่บอกเขาว่าเธอพบเขาที่แม่น้ำและหยกนั่นก็อยู่กับเขามาตั้งแต่แรก

นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ฉินมู่ นั้นหวงหยกนี่หนักหนา  เขาหวังว่าสักวันมันจะช่วยเขาตามหาพ่อแม่ตัวเองเจอและถามทั้งคู่ว่าเหตุใดถึงต้องทิ้งเขา

หลังจากผ่านไปสักพัก ฉินมู่ ได้เก็บหยกกลับมาที่ตรงอกที่เดิม  สีหน้าของเขาดูสงบลงพร้อมกับจำสิ่งที่เกิดขึ้นนี้และความลึกลับของหยกนี่ไว้ในหัวใจ   ย่าซี  ที่ซึ่งคอยแอบอยู่ด้านหลังเขาได้กลับมาบ้านก่อนที่เขาจะรู้ตัว

วันต่อมา เฒ่าหม่า, ปู่บอด, และปู่ใบ้ได้ออกไปล่าสัตว์เพื่อเอาเลือดวิญญาณมาให้ ฉินมู่   ชายทั้งสี่คนนั้นจัดการพื้นที่รอบหมู่บ้านจนไม่เหลือสัตว์อสูรเลยรึให้เจาะจงคงเป็นภายในรัศมีหลายร้อยไมล์  ดังนั้นพวกเขาต้องเดินทางไปไกลกว่าเดิมเพื่อหาสัตว์อสูรวิญญาณที่ให้เลือดให้การปรับแต่งร่างกาย

ผู้ใหญ่บ้านนั้นมีปัญหาในการเคลื่อนที่อยู่แล้ว ปู่หมอเองก็ต้องออกไปเก็บสมุนไพรบ่อยๆ  ปู่เชือดนั้นบางครั้งบางคราวก็คลังขึ้นมา และปู่หูหนวกเองก็สนใจแต่การวาดรูปและการคัดลายมือ

ดังนั้น ย่าซี จึงเป็นเพียงคนเดียวที่คอยอยู่กับ ฉินมู่ ตอนที่เขาบ่มเพาะ

แต่ ย่าซี เองก็ไม่ได้อยู่หมู่บ้านตลอด  ในฐานะช่างทอผ้าและหมอตำแยแล้วหมู่บ้านใกล้เคียงมักจะของให้เธอทำเสื้อผ้าให้และขอให้เธอไปทำคลอดให้ด้วย

เช้าวันนี้ ย่าซี เองก็ได้ออกจากหมู่บ้านไป, ปู่หมอก็ออกไปเก็บสมุนไพรอย่างเช่นเคย   ปู่เชือดและปู่หูหนวกได้หามผู้ใหญ่บ้านมายังทางเข้าหมู่บ้านและวางเขาไว้ตรงนั้น   จากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง

ด้วยความเบื่อ ฉินมู่ เลยตรงไปที่แม่น้ำ   ตั้งแต่ที่วัวของเขาได้เปลี่ยนเป็นผู้หญิงและโดนฆ่าตายไป เขาจึงไม่เหลืองานอะไรให้ทำอีกต่อไป

เขายืนอยู่ข้างๆแม่น้ำก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆจนอกของเขาเต็มไปด้วยอากาศ  เขาเริ่มโคจรพลังฉีของตัวเองก่อนอกของเขาจะค่อยๆกลับเป็นปกติดังเดิม

เขายังไม่ได้หายใจออกมาแต่เขากลับใช้พลังฉีของเขาให้พลังงานกับแขนขาของเขาทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น  จากนั้นเขาก็ได้บีบอัดอากาศข้างในแขนขาตัวเองบังคับให้มันหดตัวลงสิบเท่า

ฉินมู่ ทำการหายใจต่อแต่หน้าอกของเขาไม่ได้พองตัวขึ้นมา  ในตอนที่เขาไปถึงขีดจำกัดของตัวเอง เขาก็ได้พุ่งออกไปข้างหน้าเหมือนกับธนูที่โดนปล่อยออกจากคัน !

ฉินมู่ วิ่งข้ามแม่น้ำไปอย่างกับพายุและทำให้น้ำนั้นแยกออกเป็นสองส่วน

ตอนนั้นเองก็ได้มีก้อนโลหะส่องประกายออกมาอยู่เหนือแม่น้ำ  ฉินมู่ ได้หยิบเอามีดฆ่าหมูออกมาในตอนที่เขาวิ่ง  มันส่องแสงออกมาอย่างกับมังกรที่แหวกว่ายไปในอากาศ

นี่คือทักษะมีดฆ่าหมู ! มันก็เหมือนกับคนที่คิดมันขึ้นมา ทักษะมีดนี้นั้นมีความป่าเถื่อนและมีพลังที่จะปฏิเสธการคุกเข่าให้กับสวรรค์และโลก  มีดที่ส่องประกายนี้สะบัดไปมาซึ่งมีความสามารถที่จะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางทาง

อยู่ๆแสงจากมีดก็ได้หายไป ฉินมู่ ได้เก็บมีดมนั้นลงไปที่ฝักด้านหลังของเขา

เขาเปลี่ยนไปใช้ทักษะหมัดของ เฒ่าหม่า  เขาโคจรพลังฉีของเขาไปที่แขนและมือ  เขากำหมัดแน่น  ฉินมู่ ตอนนี้เหมือนกับแม่น้ำหยางซีที่ไหลทะลวงทุกอย่างไปพุ่งสู่บนท้องฟ้าและไหลลงสู่ทะเลเหมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด

8 ทบสายฟ้าท่าแรก น้ำพุสายฟ้าจากทะเลทิศตะวันออกอันโดดเดี่ยว !

เขาต่อยออกไปเรื่อยๆ ฉากที่แม่น้ำที่ไหลวนรวมกันกลายเป็นพายุสายฟ้าของมหาสมุทรโผล่ขึ้นมาในหัวของ ฉินมู่   แก่นแท้ของมันก็คล้ายกับรูปร่างของทักษะหมัดของเขา

แต่ในตอนที่มันกำลังก่อตัวขึ้นมานั้น อยู่ๆหมัดของเขาก็แบออกครึ่งหนึ่ง นิ้วและฝ่ามือของเขาก็เริ่มสั่น  อากาศตรงฝ่ามือนั้นบีบอัดกันอย่างรวดเร็วจนระเบิดออกมาทำให้ผิวน้ำรอบๆกระจายออกไป

“มันยังไม่สมบูรณ์” - ฉินมู่ คิดในตอนที่วิ่ง – “ข้ายังทำฝ่ามือสายฟ้าไม่ได้”

ฉินมู่ แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา  ทักษะระดับต่ำที่สุดของ 8 ทบสายฟ้านั้นจำเป็นให้ผู้ฝึกยุทธินั้นสร้างฝ่ามือสายฟ้าให้ได้  ทุกหมัดนั้นจะมีสายฟ้าระเบิดออกมา  โดยหมัดพวกนั้นจะมีพลังอันน่าทึ่งและสามารถกำจัดวิญญาณของฝ่าตรงข้ามได้

มันคือทักษะสวรรค์ที่ซึ่งผู้ที่ฝึกอยู่ในระดับสูงสุดจะสามารถควบคุมสายฟ้าไว้ในมือได้ซึ่งระดับนั้น ฉินมู่ ยังไม่นับว่าใกล้เคียงเลย

ในตอนที่ ฉินมู่ ยังคงวิ่งต่อไปนั้นเขาได้คว้าท่อนไม้ฝ่าที่เหน็บไว้ด้านหลังของเขา  เขาใช้มันแทงไปรอบๆ  เขาไม่ได้แสดงทักษะกระบองธรรมดา  ทักษะนี้เป็นทักษะที่ปู่บอดสอนเขามาซึ่งจริงๆแล้วมันคือทักษะหอก  ท่อนไม้ของเขานั้นคือหอกที่เข้าทะลวงน้ำอย่างกับมังกรที่โกรธเกรี้ยว  ทุกการควง,พลิกและแทงนั้นจะทำให้น้ำเกิดระเบิดขึ้นมา

เมื่อเขาพอใจกับผลที่ได้ ฉินมู่ ได้เปลี่ยนไปหยิบค้อนเหล็กขนาดใหญ่ที่อยู่บนหลังมาแทน  จากนั้นเขาก็ได้แสดงทักษะค้อนที่ปู่บอดสอนเขามา  ทักษะค้อนนี้ดูเรียบง่ายและโหดร้ายแต่มันกลับมีกำลังมหาศาลในการโจมตีแต่ละครั้ง   ในการโจมตีแต่ละครั้งนั้นด้วยการที่ ฉินมู่ นั้นวิ่งอย่างรวดเร็วจึงทำให้พลังของมันเพิ่มขึ้นไปอีกสองเท่า !

หลังจากวิ่งและฝึกทักษะแต่ละอย่างอยู่หลายรอบ ในที่สุด ฉินมู่ ก็รึกว่าพลังฉีของเขาเริ่มที่จะหมดลง   ร่างกายของเขาเริ่มที่จะหมดแรง  เขามองไปรอบๆและพบว่าเขาอยู่ห่างจากน้ำตกมาหลายไมล์ซึ่งค่อนข้างไกลจากหมู่บ้าน

“ข้าวิ่งมาไกลขนาดนี้โดยไม่รู้ตัวเลยรึ ?” - เขาคิด

ฉินมู่ ยังคงมองไปรอบๆจนกระทั่งเขาเห็นเกาะที่อยู่ใจกลางแม่น้ำ  มีกระแสน้ำอันเชี่ยวกราดไหลเวียนรอบเกาะนั้น  สิ่งที่เห็นนั้นทำให้เขาทึ่งและเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหามันทันที

ไม่นาน ฉินมู่ ก็ขึ้นไปบนเกาะและไปยืนอยู่บนพื้นดิน

เกาะนี้ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายนัก คิดจากที่ว่ามันอยู่ตรงใจกลางแม่น้ำ มันเหมือนเป็นแค่เนินเขาเล็กๆที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งพันหลาและสูงประมาณ 130 หลา

บนเกาะนี้มีป่าที่หนาทึบซึ่มีแค่เสียงของกระแสน้ำเท่านั้นที่ดังขึ้นมา  ลึกเข้าไปในป่าไม่ไกลจากที่ ฉินมู่ อยู่มีวัดที่ดูโบราณอันสง่างามอยู่ในป่าแห่งนั้น

เขาเดินเข้าไปในป่าไปยังวัดนั้น  ฉินมู่ เห็นว่าตามสิ่งก่อสร้างนั้นเก่าและมีใยแมงมุมอยู่ทั่วทุกที่ ชัดแล้วว่าที่นี่ไม่ได้มีใครมาดูแลมานานแต่มันก็ยังถือว่าเป็นสถานที่ที่ดีในการพัก

ฉินมู่ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าวัด  ประตูข้างหนึ่งที่เป็นทางเข้านั้นได้พังไปแล้วเผยให้เห็นแสงสว่างหม่นๆข้างใน  เขาเห็นรูปปั้นของพระพุทธเจ้าซึ่งส่องแสงสีทองตั้งอยู่ข้างในนั้น

แต่เนื่องจากไม่มีใครมาที่นี่มานาน ทองส่วนมากจึงหลุดล่วงออกจากรูปปั้นเผยให้เห็นทองแดงที่หล่อขึ้นมา

มีโซ่หนาขนาดใหญ่พันรอบรูปปั้นนั้นเพื่อไม่ให้มันขยับไปไหน  เขามองไปตามโซ่พวกนั้นและพบว่ามันมาลากจากวัดเล็กนี่ไปจนถึงชายฝั่งของเกาะนี้และฝังลึกลงไปในแม่น้ำ

“แปลกจริๆ...ทำไม โซ่ต้องล่ามพระพุทธรูปนี่ไว้ด้วย ?”- ฉินมู่ คิดกับตัวเอง – “ปู่บอดเคยบอกว่ามีกฎเกี่ยวกับการจุดธูปก่อนที่จะเข้าวัด เพราะข้าไม่มีธูป ข้าจึงทำได้แค่มองอยู่ด้านนอกเท่านั้น”

ฉินมู่ กระแอบออกมาก่อนจะคุกเข่าแล้วกราบลงไป

“ข้าจากหมู่บ้านคนพิการซึ่งอยู่ใกล้ๆแม่น้ำ  ข้าพบวัดของท่านและอยากจะพักที่นี่สักพัก  ถ้าข้าไปรบกวนเจ้าของของเกาะนี้ ข้าขออภัยด้วย”

เขาลังเลไปสักพักก่อนจะสวดมนต์ตามที่ปู่บอดเคยสอนเขาไว้

“ตั้งแต่ข้ายังเด็ก ข้าผู้นี้มีร่างกายที่อ่อนแอ จุดกำเนิดพลังหยางของข้าได้หายไป ถ้ามีเทพอยู่ที่นี่จริงๆโปรดอย่าทำร้ายข้า”

ชายตาบอดนั้นเป็นชายแก่ที่มากประสบการณ์ ดังนั้น ฉินมู่ เลยเชื่อคำพูดเขา  ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรถ้าจะสวดตามที่ปู่บอดเคยสอนเขามา

หลังจากสวดมนต์เสร็จ  ฉินมู่ ก็ได้นั่งลงที่บันไดหินหน้าวัด  เขาถอดรองเท้าเหล็กและเหล็กถ่วงออกจากน่องแล้วเริ่มฟื้นฟูแรงตัวเองโดยใช้เทคนิคการปรับลมหายใจ

เขาได้ใส่รองเท้าและเหล็กถ่วงนี่ตลอดในตอนที่เขาวิ่งข้ามแม่น้ำมา  ของชุดนี้เป็นของที่ปู่ใบ้ทำมาให้เขาซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าอันเดิมที่เขาเคยใส่

ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นที่ด้านหลัง ฉินมู่

“เจ้าพูดเรื่องที่น่าสนใจดี” – เสียงของผู้หญิงดังขึ้นมา – “หืม..ข้าว่างั้นข้าจะไม่กินเจ้าแล้ว ดีล่ะ !”

ฉินมู่ หันกลับไปทันทีเพื่อดูว่าใครกันที่เป็นคนพูด

มีเด็กสาวตัวน้อยนั่งอยู่บนฝ่ามือของพุทธรูปนั้นมองมาที่เขาแล้วหัวเราะ เธออายุพอๆกับเขา เธอไม่ใส่รองเท้าและสวมชุดธรรมดา ผมของเธอมัดเป็น 3 จุก  ผมสองข้างยาวจนมาถึงหน้าอกของเธอและอันที่สามนั้นห้อยอยู่ที่หลังของเธอ

ขาของเธอห้อยลงมาจากฝ่ามือพุทธรูปพร้อมกับแกว่งไปมา  กำไลสีทองรอบข้อเท้าของเธอส่งเสียงออกมาทุกครั้งที่ขาเธอแกว่ง  เสียงหัวเราะอันสดใสของเธอนั้นทำให้กำไลนั้นสวยยิ่งขึ้นราวกับพระอาทิตย์ที่เพิ่งโผล่ขึน้มา

ฉินมู่ รีบลุกขึ้นแล้วพูด – “ให้ข้าเรียกเทพธิดาน้อยว่ายังไงดี...”

“เทพธิดาน้อย ?”- เด็กสาวกระโดดลงมาและยิ้มกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ – “ชื่อของข้าคือ เสียนเควียนเอ๋อ  และข้าอาศัยอยู่ใกล้ๆนี่  ข้าไม่เคยเห็นเทพธิดาน้อยมาก่อน  เจ้าล่ะชื่ออะไร ?”

เมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ  ฉินมู่ ก็คิดว่าเธอไม่ใช่คนเลวและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก – “ชื่อของข้าคือ ฉินมู่ ซึ่งหมายถึงเด็กเลี้ยงวัว  ฉิน นั้นคือแซ่ของข้า  ผู้อาวุโสในหมู่บ้านมักจะให้ข้าไปเลี้ยงวัวเสมอ”

“โอ้ ?” – เสียนเควียนเอ๋อ เดินมาที่หลังประตูวัดแล้วดึงมันให้เปิดออกเพื่อที่เธอจะได้มามองเขาใกล้ๆ   จากนั้นเธอก็มองไปที่ด้านหลังเขาแล้วหัวเราะคิกคักออกมา – “วัวเจ้าอยู่ไหนกัน ?”

ฉินมู่ ลังเลไปสักพักก่อนจะพูดขึ้น – “มันเปลี่ยนร่างเป็นผู้หญิง ดังนั้นมันจึงไม่ใช่วัวอีกต่อไป”

“เรื่องน่าสนใจแบบนั้นเกิดขึ้นจริงๆรึ ?” – เสียนเควียนเอ๋อ ถามออกมาด้วยท่าทีตกใจและเริ่มแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมา – “มันเปลี่ยนร่างได้ยังไงกัน ? เจ้าเปลี่ยนร่างได้หรือไม่ ?”

ฉินมู่ ส่ายหน้า – “ตอนนี้ข้าทำไม่ได้แต่ย่าข้าทำได้”

“ข้าก็คิดว่าเจ้ารู้ !” - เสียนเควียนเอ๋อ ตอบกลับด้วยความผิดหวัง – “เจ้าเคยเห็นเรื่องน่าสนใจอะไรอีก ? เร็วเข้า ! เข้ามาแล้วรีบเล่าให้ข้าฟังหน่อย !” - ในตอนที่ ฉินมู่ กำลังจะเดินไปข้าหน้าเพื่อเข้าไปในวัด เขาก็มองผ่านสาวน้อยคนนี้ไปและเห็นกองกระดูกสีขาวอยู่ด้านหลังพระพุทธรูป  เขารู้สึกแย่ขึ้นมา  ขาของเขาหยุดกลางกันและพูดขึ้นอย่างลังเล – “ปู่บอดนั้นบอกข้าว่าให้จุดธูปและสวดมนตูก่อนที่จะเข้าไปในวัด  เพราะข้าไม่มีธูป มันจะดีกว่าถ้าข้าอยู่ด้านนอก”

“เข้ามาเถอะน่า ! ”  - เสียนเควียนเอ๋อ ยิ้มหวาน

“ข้าคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าข้าอยู่ด้านนอก” - ฉินมู่ กระพริบตาแล้วถอยกลับมาพร้อมกับยิ้มให้แบบจริงใจยิ่งกว่าที่ปู่ด้วนเคยยิ้มให้ – “ทำไมเจ้าไม่ออกมาแทนล่ะ ? งั้นข้าจะได้บอกเรื่องสนุกๆและน่าสนใจให้เจ้าฟัง”

สายตาของ เสียนเควี้ยนเอ๋อ สั่นคลือเล็กน้อย เธอกัดปากตัวเองและหัวเราะออกมา – “ข้ารู้เรื่องน่าอายที่มีแต่เด็กผู้ชายและผู้หญิงนั้นทำได้ เข้ามาสิและข้าจะสอนเจ้าเอง”

ถ้าเทียบกับความสดใสและความเด็กของเธอก่อนหน้านี้ เสน่ห์และจังหวะหายใจของเธอตอนนี้นั้นดูยั่วยวนเล็กน้อย

ใบหน้าของ ฉินมู่ เริ่มแดงกล่ำและเขาก็เริ่มหายใจถี่ขึ้น

“ข้ามีไตที่ไม่แข็งแรงตั้งแต่ยังเด็ก ...”- เขายังคงพูดแบบดื้อด้าน

“เข้ามาที่นี่เดี๋ยวนี้ !  ” – สาวน้อยคนนั้นเริ่มคำรามออกมาจากลำคอ

 

 

 

จบบทที่ Chapter 16: สาวน้อยในวัด

คัดลอกลิงก์แล้ว