เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 352 - ภาพวาดระดับโลก: ยินดีด้วยนะ (เสียงปรบมือ)

บทที่ 352 - ภาพวาดระดับโลก: ยินดีด้วยนะ (เสียงปรบมือ)

บทที่ 352 - ภาพวาดระดับโลก: ยินดีด้วยนะ (เสียงปรบมือ)


การเบิกเนตรเสร็จสิ้นแล้ว ละครฉากใหญ่ของอุจิวะ ซาสึเกะครั้งนี้ก็ย่อมต้องจบลง

พลังของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด สะท้อนกลับมาอย่างสมบูรณ์ผ่านโลกเครือข่ายจิตใจ พร้อมกับที่เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาที่เต็มไปด้วยความแค้นและความบ้าคลั่งของอุจิวะ ซาสึเกะหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด เปลวไฟสีดำก็ปรากฏขึ้น

ในวินาทีที่เห็นเปลวไฟสีดำ อุจิวะ เคย์ก็ชะงักไปเล็กน้อย ยังคิดว่าถึงแม้ซาสึเกะจะประสบกับเรื่องราวที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ความสามารถของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาที่เบิกเนตรได้ก็ยังคงเป็นเทวีสุริยาเหมือนเดิม

เพียงแต่ในไม่ช้า อุจิวะ เคย์ก็พบว่าตัวเองคิดผิด ในเปลวไฟสีดำนั้น น่าประหลาดที่ยังปะปนไปด้วยเปลวไฟสีขาวบริสุทธิ์ ก่อให้เกิดภาพที่แปลกประหลาดที่ดำกับขาวผสมผสานกัน เพียงแต่เปลวไฟสีดำมีสัดส่วนมากกว่า และสีดำในสถานการณ์เช่นนี้ก็ง่ายต่อการกลืนกิน ‘แสง’ มากกว่า ดังนั้นเมื่อมองแวบแรกจึงเห็นเป็นเพียงสีดำ

เปลวไฟเช่นนี้แข็งแกร่งกว่าเพลิงเทวีสุริยาในเนื้อเรื่องดั้งเดิมมากนัก อุจิวะ เคย์สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจนผ่านอำนาจของตนเองว่าในนั้นแฝงไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง

นั่นคืออารมณ์ที่เศร้าโศกและเจ็บปวดอย่างสุดขีด แต่บนพื้นฐานนี้ น่าประหลาดที่เขากลับไม่มีความแค้นมากมายนัก มีเพียงแค่อารมณ์อีกอย่างหนึ่ง

นั่นคือความคาดหวัง ความปรารถนา คือความหวังที่จะไถ่บาปให้แก่ผู้อื่น

ใช่แล้ว สำหรับซาสึเกะในตอนนี้แล้ว เมื่อเทียบกับการทำลายล้าง เมื่อเทียบกับความแค้น เมื่อเทียบกับอารมณ์ที่อยากจะล้างแค้นโคโนฮะหลังจากที่รู้ความจริงในเนื้อเรื่องดั้งเดิมแล้ว และยังมีความตั้งใจที่จะหลุดพ้นจากชีวิตที่อุจิวะ อิทาจิจัดฉากไว้ อนาคตที่จัดฉากไว้จึงเบิกเนตรเทวีสุริยาและคาคุซึจิที่ควบคุมเทวีสุริยาขึ้นมา ตอนนี้สภาพจิตใจของซาสึเกะแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ความสามารถของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาที่เบิกเนตรได้ย่อมต้องมีความแตกต่างกัน

ภายใต้อารมณ์ที่เศร้าโศกอย่างรุนแรง ซาสึเกะมีความตั้งใจที่จะทำลายโจ๊กเกอร์อิทาจิ แต่การทำลายนี้ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการล้างแค้น แต่เป็นการไถ่บาป

ต้องการที่จะไถ่บาปให้อิทาจิ ไม่ต้องการให้ตัวตนของเขาถูกดูหมิ่นเหยียดหยามต่อไป ต้องการที่จะยุติเรื่องตลกที่น่าหัวเราะและน่าเศร้านี้

บนพื้นฐานของความตั้งใจเช่นนี้ จึงได้ก่อให้เกิดเพลิงดำขาวที่เป็นตัวแทนของการทำลายล้างและตัวแทนของการไถ่บาปขึ้นมา

อุจิวะ เคย์ไม่รู้ว่าซาสึเกะจะตั้งชื่อเนตรวงแหวนนี้ว่าอะไร แต่มีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ใช่เทวีสุริยาแล้ว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เทวีสุริยามีอยู่แล้ว

แน่นอนว่า ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะอุจิวะ ซาสึเกะยังไม่เคยเห็นเทวีสุริยาของอุจิวะ อิทาจิ ย่อมไม่รู้ถึงการดำรงอยู่ของวิชาเนตรนี้ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเรียกมันว่าเทวีสุริยาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ชื่อที่แท้จริงจะเป็นอะไร ก็ยังคงต้องดูความคิดของซาสึเกะเอง

ส่วนสำหรับตอนนี้แล้ว ภายใต้การเผาไหม้ของเปลวไฟที่ดำกับขาวผสมผสานกัน โจ๊กเกอร์อิทาจิก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปในท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ไม่เหลืออะไรเลย

จากนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็แตกสลาย สรรพสิ่งก็พังทลายลงในวินาทีนี้

เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าเหลือเชื่อเช่นนี้ ซาสึเกะก็พลันยืนนิ่งไป ใบหน้าที่เคยเศร้าโศกจนน้ำตาไหลก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึง และในไม่ช้าก็กลายเป็นงุนงง

เพราะทิวทัศน์รอบตัวเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

ไม่ใช่เมืองก็อธแธมที่ถูกเงาห้อมล้อมอีกต่อไป แต่เป็นโลกที่สว่างไสวด้วยท้องฟ้าสีครามและเมฆขาว ที่ที่ยืนอยู่ก็ไม่ใช่เมืองก็อธแธมอีกต่อไป แต่เป็นผิวน้ำที่ราบเรียบราวกับกระจก

ภาพเช่นนี้ ทำให้ซาสึเกะตกตะลึงอย่างยิ่ง

ยิ่งทำให้ซาสึเกะตกตะลึงไปกว่านั้นคือ ตัวเขาที่สะท้อนอยู่ในผิวน้ำไม่ได้เป็นแบทแมนอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่บรูซ เวย์น-อุจิวะอะไรนั่น แต่เป็นตัวเขาในอดีต อุจิวะ ซาสึเกะในวัยสิบเจ็ดปี!

“นี่... มัน... เรื่องอะไรกันแน่?”

ขณะที่พึมพำในปาก ซาสึเกะก็พบว่าเสียงของตัวเองเปลี่ยนไป ความทรงจำก็กำลังเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่การสูญเสียความทรงจำบางอย่างไป แต่เป็นความทรงจำในฐานะคนในโลกนินจา อุจิวะ ซาสึเกะกำลังฟื้นคืนมา กำลังครอบคลุมความทรงจำในฐานะแบทแมน และความทรงจำของแบทแมนก็กำลังเลือนลางไปในขณะเดียวกัน เหมือนกับตอนที่เป็นแบทแมน ความทรงจำในโลกนินจาก็ถูกทำให้เลือนลางไปเช่นกัน

ความทรงจำของสองตัวตน กำลังเกิดการสลับสับเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง

จากนั้น ก็ในสถานการณ์เช่นนี้ เสียงปรบมือก็พลันดังขึ้นมาจากข้างๆ

ซาสึเกะเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกตะลึง ก็เห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา กำลังปรบมือด้วยรอยยิ้ม และคนหลังเมื่อสบตากับเขาก็ยังพูดว่า ‘ยินดีด้วยนะ’

จากนั้น คนแล้วคนเล่าก็ปรากฏตัวขึ้นรอบๆ ซาสึเกะ ล้อมซาสึเกะไว้ ทุกคนต่างก็ปรบมือและแสดงความยินดี ราวกับกำลังอวยพรให้ซาสึเกะเกิดใหม่

ในบรรดาคนเหล่านี้ บางคนซาสึเกะก็รู้จัก เช่น คาริน, ซึนาเดะ และอื่นๆ และบางคนซาสึเกะก็ไม่รู้จัก เช่น สามสหายทีมมินาโตะ, อุซึมากิ คุชินะ และอื่นๆ

แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ต่างก็กำลังส่งคำอวยพรแสดงความยินดีให้แก่ซาสึเกะ ก่อให้เกิดภาพวาดระดับโลกที่คารวะแด่นีออน เจเนซิส อีวานเกเลียน

สิ่งที่นำมาให้ซาสึเกะ ก็คือความงุนงงและสงสัยในชีวิต

อืม... โดยพื้นฐานแล้วทุกคนทำแบบนี้ก็เพราะถูกอุจิวะ เคย์ขอร้อง ถึงแม้ทุกคนจะรู้สึกว่ามันแปลก ๆ แต่ก็ยินดีที่จะร่วมมือกับอุจิวะ เคย์ เพราะอย่างไรเสีย การเฉลิมฉลองให้อุจิวะ ซาสึเกะแบบนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ เนื่องจาก ซาสึเกะได้เบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาแล้วจริง ๆ

ในบรรดาคนทั้งหมดที่อยู่ตรงนั้น คนที่ลังเลที่สุดคงจะเป็นคาริน ถึงอย่างไรแล้ว ซาสึเกะเป็นสหายของเธอ และก็เป็นคนที่เธอชอบ แล้วการที่ต้องมองดูซาสึเกะทนทุกข์ทรมานในโลกคาถาลวงตาก็รู้สึกผิดพอแล้ว ตอนนี้มาทำแบบนี้อีก ก็มีความรู้สึกเหมือนซาสึเกะถูกเอาไปปั่นหัว เพราะถึงอย่างไรแล้วเธอรู้ว่าซาสึเกะเป็นหนุ่มหล่อที่ ‘เท่’ แค่ไหน

แต่ว่านะ... สถานการณ์บังคับ เธออุซึมากิ คารินเป็นเพียงอุซึมากิตัวน้อยที่น่าสงสาร อ่อนแอ และไร้ที่พึ่ง ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นจึงทำได้เพียงไหลไปตามน้ำเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ซาสึเกะก็ได้พลังที่เขาใฝ่ฝันถึงอย่างเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผามาแล้วไม่ใช่เหรอ?

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ดูเหมือนว่าความทรงจำเดิมที่กลับคืนมาจะเริ่มทำงานแล้ว ซาสึเกะในที่สุดก็เข้าใจว่าตัวเองประสบกับอะไรมาบ้าง ทันใดนั้นสีหน้าก็ดูไม่ดีขึ้นมา เสียงก็แหบแห้งไปบ้าง และแฝงไปด้วยความโกรธแค้นที่ไม่สิ้นสุด “ถ้าอย่างนั้น ทุกสิ่งที่ข้าประสบมาในช่วงหลายวันนี้ ทั้งเมืองก็อธแธม ทั้งแบทแมน หรือจะเป็นตระกูลอุจิวะ ตัวตนของบรูซ เวย์นอะไรนั่น ล้วนเป็นของปลอม เป็นคาถาลวงตางั้นรึ?”

อุจิวะ เคย์ยิ้มแล้วพยักหน้า วางมือที่ปรบมือลง คนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็หยุดลงเช่นกัน

จากนั้น อุจิวะ เคย์ก็เอ่ยปากขึ้น “ใช่แล้ว ล้วนเป็นคาถาลวงตาที่ข้าสร้างขึ้นมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ เพื่อที่จะให้เจ้าเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา เป็นไง? เซอร์ไพรส์ไหม? ไม่คาดคิดใช่ไหม? รู้สึกขอบคุณข้ามากเลยใช่ไหมล่ะ?”

“ไม่ต้องเกรงใจ นี่เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว เพราะอย่างไรเสียในฐานะรุ่นพี่ของตระกูลอุจิวะ การดูแลและช่วยเหลือเจ้ารุ่นน้องอุจิวะคนนี้เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ดังนั้นเจ้าก็ไม่ต้องเกรงใจ”

ขณะที่พูด ก็ยังแสดงท่าทีที่ใจกว้างอย่างยิ่ง เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ของรุ่นพี่ที่ดูแลรุ่นน้อง

เพียงแต่ว่า ท่าทีเช่นนี้มันช่างทำให้ทุกคนในที่เกิดเหตุต้องเหลือบมอง รู้สึกว่าอุจิวะ เคย์ในตอนนี้มันช่างน่าตบจริงๆ และก็มีเรื่องให้บ่นมากมาย ในนั้นอุจิวะ โอบิโตะคือคนที่อยากจะบ่นที่สุด

แต่ว่า โอบิโตะไม่กล้า

เพราะจนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่ลืมความเจ็บปวดตอนที่อุจิวะ เคย์จะให้เขาเบิกเนตรวงแหวน ให้เขาได้สัมผัสกับ ‘เอาชีวิตรอด’ โดยตรง นั่นมันเกือบจะไม่ได้พาเขาไปส่งโดยตรงแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นบาดแผลทางใจของเขา เขากลัวว่าถ้าเขาแอบบ่นอุจิวะ เคย์ลับหลังแล้วจะถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกเล่นงานทีหลัง

เช่น ประสบการณ์ที่เลวร้ายของอุจิวะ ซาสึเกะให้เขามาเจอสักรอบ นั่นมันคงจะเป็นฝันร้ายจริงๆ

ดังนั้น สหายตายดีกว่าข้าตาย ‘ความรักอันลึกซึ้ง’ ที่มาจาก ‘รุ่นพี่’ นี้ก็ให้อุจิวะ ซาสึเกะรับไว้คนเดียวเถอะ

จากนั้น อุจิวะ ซาสึเกะก็หัวร้อนอย่างไม่คาดคิด อยากจะโดนตบเกรียนกับอุจิวะ เคย์ทันที

แล้วจากนั้น ก็เหมือนกับฉากเด็ดในเรื่อง ‘เทพมรณะ’ ตัวละครหนึ่งได้รับพลังที่แข็งแกร่ง เตรียมที่จะอวดเก่ง วินาทีต่อมาก็ถูกทุบตีอย่างหนัก

ซาสึเกะถูกเซ็นจู ฮาชิรามะที่หัวเราะเหอะๆ กดไหล่ไว้ และก็ถูกกลิ่นอายที่เฉียบคมจนน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งของฮาตาเกะ ซาคุโมะกดดันไว้โดยตรง

ของเซ็นจู ฮาชิรามะคือการกดดันด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างสมบูรณ์ ส่วนของฮาตาเกะ ซาคุโมะคือกลิ่นอายที่คมกริบราวกับจะตัดหัวซาสึเกะได้ทุกเมื่อ

ของสองอย่างนี้ทำให้ซาสึเกะมีความรู้สึกเหมือนวินาทีต่อมาก็จะ GG ไปแล้ว ทำให้ความโกรธของเขาถูกกดลงไปอย่างแรง ในขณะที่ร่างกายตึงเครียด ก็ไม่สามารถตอบสนองอะไรได้ ทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างงุนงง

จากนั้น อุจิวะ เคย์ก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไป บอกให้เซ็นจู ฮาชิรามะกับฮาตาเกะ ซาคุโมะอย่าไปขู่เด็กมัน รอให้กลิ่นอายที่กดดันซาสึเกะหายไปแล้ว ถึงค่อยเดินเข้าไปตบไหล่ซาสึเกะแล้วพูดว่า “เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาเป็นพลังที่แข็งแกร่งจริงๆ แต่ในที่ของเราแล้ว เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานั้นไม่ถือว่าเป็นอะไรเลย ถึงอย่างไรแล้ว ที่นี่ไม่ใช่โลกนินจาของพวกเจ้าอีกต่อไปแล้ว พลังที่เรียกว่ากระจกเงาหมื่นบุปผาถึงแม้จะไม่ใช่ของเกลื่อนกลาด แต่ก็ไม่นับว่าเป็นพลังสูงสุดเลยแม้แต่น้อย”

“ไม่ว่าจะเป็นเจ้า หรือจะเป็นพี่ชายของเจ้าที่สมองมีปัญหา ทำลายตระกูลอุจิวะอีกแห่งหนึ่งไปแล้ว ก็เป็นเพียงแค่นินจาที่ค่อนข้างแข็งแกร่งเท่านั้น”

“ดังนั้น ในที่ของเรา สิ่งแรกที่เจ้าต้องเรียนรู้ ก็คือการถ่อมตัวนะ ซาสึเกะ”

พูดจบอย่างยิ้มแย้ม ราวกับเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่สิ่งที่ซาสึเกะรู้สึกได้ ก็คือการข่มขู่ที่โจ่งแจ้ง และการกดดันที่ถูกข่มขวัญโดยตรง

ดังนั้น หัวใจที่พองโตขึ้นเพราะได้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาก็ถูกดับลงในทันที ในขณะเดียวกัน เขาก็เข้าใจสิ่งอื่นๆ จากคำพูดเหล่านี้ ทำให้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของเขาเบิกกว้างขึ้น ในขณะเดียวกันสมองก็หมุนอย่างรวดเร็ว

สุดท้าย อินดรากลับชาติมาเกิดคนนี้ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดเสียงทุ้ม “อย่างนี้นี่เอง... โลกคู่ขนานมีอยู่จริงสินะ... ก็อธแธมนั้น และโลกที่ชื่อว่าโลก ไม่ใช่แค่คาถาลวงตาสินะ?ถึงอย่างไรแล้ว แม้จะเป็นคาถาลวงตาที่สร้างขึ้นโดยเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างโลกที่สมจริงขนาดนั้น และไม่มีอยู่ในโลกนินจาโดยสิ้นเชิง เพราะคนไม่สามารถจินตนาการสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเห็นได้!”

หลังจากฟังคำพูดนี้จบ อุจิวะ เคย์ก็ยิ้มอย่างมีความหมาย ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ไม่ได้ตอบ

แต่ ท่าทีเช่นนี้ก็ได้บอกทุกอย่างแล้ว

(😘😘จากผู้แปลครับ ตอนแถมที่ 2😘😘)

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 352 - ภาพวาดระดับโลก: ยินดีด้วยนะ (เสียงปรบมือ)

คัดลอกลิงก์แล้ว