- หน้าแรก
- นารูโตะ : แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นที่นี่
- บทที่ 11 : คุณดาร์ซีและนายอุซึมากิ
บทที่ 11 : คุณดาร์ซีและนายอุซึมากิ
บทที่ 11 : คุณดาร์ซีและนายอุซึมากิ
วันแรกในมหาวิทยาลัย
ช่วงสุดสัปดาห์ที่เหลือผ่านไปอย่างรวดเร็ว และฉันก็หลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าของนารูโตะได้สำเร็จ เมื่อฉันออกไปซื้อของใช้แต่เช้าในวันอาทิตย์ ฉันจะออกไปก่อนที่เขาจะมาถึงห้อง และกลับมาเมื่อเขาออกไปแล้ว
เสื้อผ้าใหม่ที่ฉันซื้อมาเต็มลิ้นชัก แต่ขณะที่ฉันกำลังจัดมัน เสียงที่น่ารำคาญของนารูโตะก็ดังขึ้นในหัวว่า "เธอรู้ใช่ไหมว่าเรากำลังจะไปปาร์ตี้ ไม่ใช่ไปโบสถ์นะ ฮิวงะ?" ฉันสงสัยว่าเขาคงจะพูดแบบเดียวกันกับชุดใหม่ของฉัน แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไปงานปาร์ตี้กับคารินอีก และไม่อยากไปที่ไหนที่นารูโตะจะไปด้วย เขาไม่ใช่เพื่อนที่น่าคบหา และการโต้เถียงกับเขาก็เป็นเรื่องที่เหนื่อยหน่าย
ในที่สุดก็ถึงเช้าวันจันทร์ วันแรกของการเรียนในมหาวิทยาลัย และฉันก็พร้อมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉันตื่นแต่เช้าเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้อาบน้ำ (โดยที่ไม่มีผู้ชายป้วนเปี้ยนอยู่) และไม่ต้องรีบร้อน เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงพลีทสีแทนถูกรีดอย่างสมบูรณ์แบบและพร้อมให้ฉันสวมใส่ ฉันแต่งตัว จัดกิ๊บติดผมให้เข้าที่ และสะพายกระเป๋า ฉันกำลังจะออกไปก่อนเวลาห้านาที เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ไปสาย เมื่อนาฬิกาปลุกของคารินดังขึ้น เธอปิดเสียงปลุกซ้ำ แต่ฉันก็ลังเลว่าจะปลุกเธอดีไหม บางทีชั้นเรียนของเธออาจจะเริ่มช้ากว่าฉัน หรือเธออาจจะไม่มีแผนที่จะไปเรียนเลยก็ได้
ความคิดที่จะพลาดการเรียนวันแรกทำให้ฉันเครียด แต่เธอก็อยู่ปีสองแล้ว บางทีเธออาจจะจัดการทุกอย่างได้อยู่แล้ว ฉันมองตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินไปที่ห้องเรียนแรก การศึกษาแผนที่มหาวิทยาลัยเป็นความคิดที่ดีจริงๆ และฉันก็หาอาคารเรียนแรกที่จะต้องไปได้
ในอีกยี่สิบนาทีต่อมา เมื่อฉันมาถึงห้องเรียนประวัติศาสตร์ ห้องเรียนก็ว่างเปล่า ยกเว้นคนหนึ่งคน เนื่องจากเขาดูเหมือนจะเป็นคนที่ชอบมาตรงเวลาเหมือนกัน ฉันจึงตัดสินใจนั่งข้างเขา เขาอาจจะเป็นเพื่อนคนแรกของฉันที่นี่ก็ได้
“ทุกคนไปไหนกันหมด?” ฉันถาม และเขาก็ยิ้ม รอยยิ้มของเขาทำให้ฉันรู้สึกสบายใจ
“น่าจะกำลังวิ่งไปทั่วมหาลัย เพื่อมาให้ถึงที่นี่ทันเวลาน่ะ” เขาหยอกล้อ และฉันก็รู้สึกชอบเขาในทันที เขาคิดเหมือนกับที่ฉันคิดเลย
“ฉันชื่อฮินาตะ ฮิวงะ” ฉันบอกพร้อมกับยิ้มอย่างเป็นมิตร
“ชิกามารุ นารา” เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่น่ารักไม่แพ้กัน
เราใช้เวลาที่เหลือก่อนเรียนคุยกัน เขาเรียนเอกวรรณคดีอังกฤษเหมือนกับฉัน และเขาก็มีแฟนชื่อเทมาริ ชิกามารุ พูดคุยกับฉันอย่างสนุกสนาน เมื่อฉันบอกเขาว่าคิบะเรียนอยู่ชั้นปีที่ต่ำกว่าฉันหนึ่งปี ฉันตัดสินใจในทันทีว่าเขาคือคนที่ฉันอยากทำความรู้จักให้มากขึ้น
เมื่อห้องเรียนเริ่มเต็ม ชิกามารุกับฉันก็แนะนำตัวเองกับอาจารย์ จากนั้นเมื่อการเรียนดำเนินไป ฉันเริ่มเสียดายที่ลงเรียนห้าวิชาแทนที่จะเป็นสี่วิชา ทำให้ฉันต้องรีบไปเข้าเรียนวิชาวรรณคดีอังกฤษที่เกือบสาย (ยังดีที่เป็นวิชาสุดท้ายของวัน) และก็มาถึงทันเวลาพอดี ฉันรู้สึกโล่งใจที่เห็นชิกามารุนั่งอยู่แถวหน้า โดยมีเก้าอี้ว่างอยู่ข้างๆ เขา
“สวัสดีอีกครั้ง” เขาพูดพร้อมกับยิ้มขณะที่ฉันนั่งลง
อาจารย์เริ่มการสอน อธิบายหลักสูตรของภาคเรียน และแนะนำตัวเองให้พวกเราได้รู้จัก เขายังเล่าเรื่องราวที่ทำให้เขามาเป็นอาจารย์และบอกเล่าความหลงใหลในวิชานี้ของเขา ฉันชอบที่มหาวิทยาลัยแตกต่างจากโรงเรียนมัธยมตรงที่อาจารย์จะไม่บังคับให้เรายืนขึ้นเพื่อแนะนำตัวเองหรือทำเรื่องน่าอับอายที่ไม่จำเป็นอื่นๆ ในขณะที่อาจารย์กำลังอธิบายรายชื่อหนังสือที่เราจะต้องอ่าน ประตูก็เปิดออก และฉันก็ได้ยินเสียงร้องโอดโอยหลุดออกมาจากริมฝีปากของฉันเมื่อเห็นนารูโตะพุ่งเข้ามาในห้องเรียน
“ยอดเยี่ยมไปเลย” ฉันพึมพำประชด
“เธอรู้จักนารูโตะด้วยเหรอ?” ชิกามารุถาม
นารูโตะคงมีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยแน่ๆ ถ้าคนดีๆ อย่างชิกามารุยังรู้จักเขาเลย
“ก็ประมาณนั้น” ฉันตอบ
“รูมเมทของฉันเป็นเพื่อนกับเขา แต่ฉันไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่นะ” ฉันเสริมด้วยเสียงกระซิบ และทันใดนั้นเอง ดวงตาสีน้ำเงินของนารูโตะก็จ้องมาที่ฉัน ฉันกังวลว่าเขาจะได้ยินสิ่งที่ฉันพูดไป แต่ถ้าเขาได้ยินแล้วจะทำไมล่ะ? บอกตามตรงว่าฉันไม่สนหรอกนะ ฉันคิดว่าเขาคงรู้ดีว่าความไม่ชอบกันระหว่างเราเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกเหมือนกัน ฉันอยากรู้ว่าชิกามารุรู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง และอดที่จะถามไม่ได้
“นายรู้จักเขาด้วยเหรอ?”
“ใช่… เขา...” เขาหยุดพูดและหันไปมองข้างหลังเราเล็กน้อย ฉันเงยหน้าขึ้นและเห็นนารูโตะกำลังนั่งลงข้างๆ ฉัน ชิกามารุเงียบไปตลอดเวลาที่เหลือในชั้นเรียน โดยไม่ละสายตาจากอาจารย์เลยแม้แต่วินาทีเดียว
“หมดเวลาแล้วสำหรับวันนี้ แล้วเจอกันวันพุธนะ” อาจารย์ฮิลล์บอกเมื่อการเรียนสิ้นสุดลง
“ฉันว่านี่จะเป็นวิชาโปรดของฉันเลย” ฉันบอกชิกามารุในขณะที่เราเดินออกไป และเขาก็เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเขากลับมืดมนลงเมื่อเราสังเกตเห็นว่านารูโตะกำลังเดินอยู่ข้างเรา
“ต้องการอะไร นารูโตะ?” ฉันถาม พยายามจะใช้น้ำเสียงเสียดสีเหมือนที่เขาชอบใช้
แต่ก็ไม่ได้ผล หรือฉันอาจจะใช้โทนเสียงไม่ถูกต้อง เพราะเขาดูเหมือนจะเปลี่ยนเรื่อง
“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร แค่ดีใจที่บังเอิญได้เรียนวิชาเดียวกัน” เขาพูดอย่างเยาะเย้ยก่อนที่จะเสยผมแล้วปล่อยให้มันตกลงมาที่หน้าผากตามเดิม
ฉันสังเกตเห็นสัญลักษณ์อินฟินิตี้แปลกๆ ที่เขาสักไว้เหนือข้อมือ แต่เขาดึงมือลงในขณะที่ฉันพยายามจะวิเคราะห์รอยสักที่อยู่รอบๆ
“ไว้เจอกันนะ ฮินะ” ชิกามารุบอกฉันก่อนจะเดินจากไป
“นี่...เธอต้องมาเป็นเพื่อนกับคนจืดชืดที่สุดในห้องเลยเหรอ?” นารูโตะพึมพำขณะมองชิกามารุเดินจากไป
“อย่าพูดถึงเขาแบบนั้นนะ เขาเป็นคนดีมาก ไม่เหมือนคุณ” ฉันประหลาดใจกับความหยาบคายในคำพูดของตัวเอง แต่ผู้ชายคนนี้ทำให้ฉันแสดงด้านที่แย่ที่สุดออกมา เขาหันกลับมาหาฉันอีกครั้ง
“ทุกครั้งที่เราคุยกัน เธอก็ยิ่งหยาบคายขึ้นนะ ฮิวงะ”
“ถ้าคุณยังเรียกฉันว่าฮิวงะอีกนะ...” ฉันเตือน และเขาก็หัวเราะ
ฉันเผลอมองตามร่างกายของเขาและจินตนาการว่า รอยสักและรอยเจาะทั้งหมดของเขาจะดูเป็นยังไง แม้จะมีรอยเหล่านั้น แต่เขาก็ยังดูน่าดึงดูดอยู่ดี แต่บุคลิกที่แย่ของเขาก็บดบังทุกอย่าง
เราเดินไปด้วยกัน ทางไปหอพักของฉัน และยังไม่ทันไรเดินไปได้ยี่สิบก้าว เขาก็ตะโกนขึ้นมาว่า “หยุดมองฉันได้แล้ว!” จากนั้นเขาก็เลี้ยวตรงหัวมุมและหายไปในทางเดินก่อนที่ฉันจะทันคิดคำตอบออก
หลังจากวันอันเหน็ดเหนื่อยแต่ก็สนุกสนาน ในที่สุดก็ถึงวันศุกร์ และสัปดาห์แรกในมหาวิทยาลัยของฉันก็กำลังจะสิ้นสุดลง ฉันพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้และตั้งใจว่าจะดูหนังในห้อง เพราะคารินน่าจะออกไปปาร์ตี้ และฉันจะได้อยู่ห้องคนเดียว การมีตารางเรียนทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และฉันก็สามารถจัดการงานต่างๆ ที่ต้องทำไปได้เยอะมาก ฉันคว้ากระเป๋าถือแล้วออกไปแต่เช้าเพื่อซื้อกาแฟสักแก้วเพื่อเพิ่มพลังสำหรับช่วงสุดสัปดาห์
“เธอชื่อฮินาตะใช่ไหม?” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดจากข้างหลังฉันที่กำลังยืนต่อคิวอยู่ที่ร้านกาแฟ
เมื่อหันกลับไป ฉันก็เห็นผู้หญิงผมสีชมพูจากงานปาร์ตี้ ถ้าจำไม่ผิดคารินเรียกเธอว่าซากุระ
“ใช่ ฉันชื่อฮินาตะ” ฉันตอบและหันกลับไปที่เคาน์เตอร์เพื่อหลีกเลี่ยงการสนทนาต่อ
“คืนนี้เธอจะไปปาร์ตี้ไหม?” เธอถาม
เธอต้องกำลังล้อฉันเล่นอยู่แน่ๆ ฉันถอนหายใจและหันกลับไปและกำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธ แต่เธอก็เสริมขึ้นว่า “เธอควรไปนะ มันน่าจะสนุกมากเลย”
แล้วเธอก็ใช้ปลายนิ้วลูบไปบนรอยสักรูปนางฟ้าขนาดใหญ่ที่แขนของเธอ ฉันหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ส่ายหัวแล้วตอบว่า “ขอโทษนะ ฉันมีธุระต้องทำ”
“แย่จัง ได้ยินว่าซาสึเกะอยากเจอเธอ” ฉันอดหัวเราะไม่ได้เมื่อได้ยินอย่างนั้น แต่เธอก็แค่ยิ้ม
“จริงจังนะ เขาเพิ่งพูดถึงเธอเมื่อวานเอง”
“ฉันไม่เชื่อหรอก... แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็มีแฟนแล้ว” ฉันบอกเธอ และรอยยิ้มของเธอก็ยิ่งกว้างขึ้น
“น่าเสียดายจัง เราน่าจะได้ไปเดทคู่กัน” เธอพูดอย่างกำกวม
“กาแฟได้แล้วครับ!” เมื่อบาริสต้าพูดขึ้น แต่ด้วยความเผอเรอ ฉันคว้าแก้วกาแฟเร็วเกินไป ทำให้กาแฟหกเล็กน้อยและลวกมือของฉัน ฉันสบถในใจแล้วหวังว่านี่คงไม่ใช่ลางร้ายสำหรับสุดสัปดาห์ของฉัน
ซากุระโบกมือลาฉัน และฉันก็ยิ้มอย่างเป็นมิตรให้เธอก่อนจะเดินจากไป คำพูดของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของฉัน “เดทคู่กับใคร?” กับเธอกับนารูโตะงั้นเหรอ? พวกเขาคบกันจริงๆ เหรอ? แม้ว่าซาสึเกะจะดูดีและดูน่าดึงดูด แต่คิบะคือแฟนของฉัน และฉันไม่มีทางทำอะไรที่จะทำให้เขาเสียใจได้ ฉันรู้ว่าเราไม่ได้คุยกันมากนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เราสองคนต่างก็ยุ่งมาก ฉันนึกขึ้นได้ว่าต้องโทรหาเขาคืนนี้เพื่อคุยกันและดูว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากได้เจอหญิงสาวผมสีชมพูอย่างน่าอึดอัด
จากนั้นวันของฉันก็ดีขึ้น ชิกามารุกับฉันวางแผนจะมาเจอกันที่ร้านกาแฟก่อนวิชาที่เราเรียนร่วมกัน และเขาก็ยืนพิงกำแพงอิฐรอฉันอยู่ เมื่อฉันเดินเข้าไปหา เขาก็ยิ้มกว้างให้
“วันนี้ฉันต้องออกก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงนะ ลืมบอกเธอไปว่าฉันจะขึ้นเครื่องบินกลับบ้านช่วงสุดสัปดาห์” เขาบอกฉันว่า เขาจะไปหาแฟนสาวของเขา
แต่ฉันก็ไม่ชอบความคิดที่ว่าจะต้องเรียนวิชาวรรณคดีอังกฤษโดยไม่มีเขา และต้องอยู่กับนารูโตะ ถ้าเขามาเรียนอะนะ...วันพุธเขาคงไม่มาเรียน แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจว่าเขามาไหมหรอก...
“เร็วขนาดนี้เลยเหรอ? เทอมนี้เพิ่งจะเริ่มเองนะ” ฉันถามชิกามารุ
“มันเป็นวันเกิดของเทมารี และฉันสัญญากับเธอไว้เมื่อหลายเดือนก่อนแล้วว่าจะไป” เขาพูดพร้อมกับยักไหล่
พอมาถึงในห้องเรียน นารูโตะนั่งลงข้างๆฉัน แต่ไม่ได้พูดอะไรเลย
และอย่างที่ชิกามารุบอกไว้ เขาออกไป ก่อนเลิกคลาสสามสิบนาที ซึ่งทำให้การมีอยู่ของนารูโตะที่นั่งติดกันชัดเจนขึ้นไปอีก
“วันจันทร์เราจะเริ่มเรียนเรื่อง Pride and Prejudice ของเจน ออสเตน” อาจารย์ฮิลล์ประกาศตอนท้ายคาบ
ฉันไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นได้ และเกือบจะร้องออกมาด้วยความดีใจ ฉันเคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาแล้วนับสิบครั้งและเป็นหนึ่งในเรื่องโปรดของฉัน ถึงแม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรกับฉันเลยตลอดทั้งคาบ แต่นารูโตะก็ยังคงเดินอยู่ข้างๆฉัน ฉันสาบานได้เลยว่าฉันรู้ว่าเขาจะพูดอะไรเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ในดวงตาของเขา
“ให้ฉันเดานะ” เขาเริ่มพูด... “เธอคงหลงรักคุณดาร์ซีหัวปักหัวปำแน่ๆ”
“ผู้หญิงทุกคนที่อ่านนิยายเรื่องนี้ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละ” ฉันยอมรับโดยไม่มองตาเขา
พอเราเดินมาถึงถนนทางแยกและฉันมองไปทั้งสองทิศทางก่อนจะข้ามถนน
“แน่นอนอยู่แล้ว” เขาหัวเราะและยังคงเดินตามฉันไปตามถนน
“ฉันพนันได้เลยว่าคุณไม่มีทางเข้าใจเสน่ห์ของคุณดาร์ซีหรอก” ฉันพูดโต้ตอบ
ฉันนึกถึงคอลเล็กชันนิยายจำนวนมหาศาลที่นารูโตะมีในห้องของเขา มันเป็นไปไม่ได้ที่หนังสือพวกนั้นจะเป็นของเขาหรอก...หรืออาจจะเป็นไปได้?
“ผู้ชายที่หยาบคายและไม่น่าคบหาแต่กลับกลายเป็นฮีโร่โรแมนติกเนี่ยนะ? มันไร้สาระสิ้นดี ถ้าอลิซาเบธมีสามัญสำนึก เธอคงจะไล่เขาไปตั้งแต่ต้นแล้ว” เขาพูด และฉันก็หัวเราะกับการเลือกใช้คำพูดของเขา...เขาได้ยินคำพูดของตัวเองไหมน่ะ...
ความจริงแล้วฉันกำลังสนุกกับการโต้เถียงเล็กๆ น้อยๆ นี้ และการอยู่ใกล้เขา แต่ฉันรู้ว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น (ถ้าโชคดีก็คงประมาณสามนาที) ก่อนที่เขาจะพูดอะไรที่ไม่เหมาะสมออกมา เมื่อเงยหน้าขึ้น ฉันเห็นรอยบุ๋มบนรอยยิ้มของเขา และก็อดชื่นชมไม่ได้ว่าเขาหล่อแค่ไหน แม้จะมีรอยเจาะและอะไรต่อมิอะไรมากมาย
“เธอเห็นด้วยใช่ไหมว่าอลิซาเบธเป็นคนโง่?” เขายกคิ้วขึ้น
“ไม่เลย เธอเป็นหนึ่งในตัวละครที่แข็งแกร่งและซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ฉันพูดเพื่อปกป้องตัวละคร โดยใช้คำพูดจากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องโปรดของฉันที่เขียนขึ้นมาเอง เขาหัวเราะอีกครั้งและฉันก็หัวเราะตาม แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เขาก็ประหลาดใจที่ตัวเองกำลังหัวเราะอย่างมีความสุขกับฉัน และก็หยุดไปในทันที รอยยิ้มของเขาก็หายไป มีบางอย่างเปล่งประกายในดวงตาของเขา
“ไว้เจอกันนะ ฮิวงะ” เขาพูดแล้วหันหลังกลับและหายไปในทิศทางที่เราเพิ่งเดินมา
"เขาเป็นอะไรของเขานะ?" ฉันพูดกับตัวเอง ก่อนที่ฉันจะเริ่มวิเคราะห์ทัศนคติของเขาได้ โทรศัพท์ของฉันก็เริ่มดัง ชื่อคิบะปรากฏบนหน้าจอ แต่ทำไมฉันรู้สึกผิดแปลกๆ เมื่อรับสาย...
“สวัสดี ฮินาตะ ฉันกำลังจะส่งข้อความไปหาเธอ แต่คิดว่าโทรไปดีกว่า” คิบะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูห่างเหินและติดๆ ขัดๆ
“ทำอะไรอยู่? ดูเหมือนยุ่งๆ นะ”
“ไม่หรอก กำลังไปร้านสเต๊กกับเพื่อนๆ” เขาอธิบาย
“อ๋อ โอเค งั้นฉันไม่กวนนานนะ ดีจังที่ถึงวันศุกร์แล้ว ฉันรอสุดสัปดาห์แทบไม่ไหวเลย!”
“เธอจะไปปาร์ตี้อีกแล้วเหรอ? แม่เธอยังผิดหวังอยู่เลยนะ” เดี๋ยวก่อน... ทำไมเขาถึงบอกแม่ฉันเรื่องนี้? ฉันดีใจที่เขาสนิทกับแม่ของฉัน แต่บางครั้งการคบกับเขาก็เหมือนมีน้องชายตัวเล็กๆ ที่ชอบเอาเรื่องของฉันไปฟ้องแม่ ฉันเกลียดความคิดแบบนี้ แต่ก็เป็นความจริง แทนที่จะพูดออกไปตรงๆ ฉันก็แค่ตอบว่า :
“ไม่หรอก ฉันจะอยู่หอพักสุดสัปดาห์นี้ ฉันคิดถึงคุณนะ”
“ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน ฮินะ คิดถึงมากเลย ไว้เดี๋ยวโทรหาใหม่นะ?”
ฉันตอบตกลง และเราก็พูด “รักนะ” แลกเปลี่ยนกันก่อนจะวางสาย
เมื่อมาถึงห้องของฉัน คารินกำลังเตรียมตัวสำหรับงานปาร์ตี้อีกงานหนึ่ง และฉันก็เดาว่าน่าจะเป็นงานที่ซากุระบอกไว้ที่บ้านชมรมนักศึกษาชายของนารูโตะ ฉันเปิด Netflix และดูหนัง
“มาเถอะน่า อย่าใจร้ายนักเลย” คารินตื้อชวน
“ฉันสัญญาว่าจะไม่นอนค้างที่นั่นเหมือนครั้งที่แล้ว แค่ไปหน่อยเดียวเอง! การดูหนังคนเดียวในห้องเล็กๆ นี่มันน่าเบื่อเกินไปนะ!” เธอบ่นและฉันก็หัวเราะ
เธอยังคงอ้อนวอนต่อไปขณะที่จัดผมและเปลี่ยนชุดสามครั้งจนตัดสินใจใส่ชุดเดรสสีแดง ที่เหลือให้คนมอง ได้จินตนาการน้อยมากๆ ฉันต้องยอมรับว่าสีที่ฉูดฉาดนั้นเข้ากับผมสีแดงของเธอได้ดี ฉันอิจฉาความมั่นใจในตัวเองของเธอ
ฉันคิดว่า ฉันเองก็มีความมั่นใจในระดับหนึ่งนะ...แต่ฉันรู้สึกว่าบางทีสะโพกและหน้าอกของฉันก็ใหญ่กว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ในวัยเดียวกัน ทำให้ฉันมีแนวโน้มที่จะใส่เสื้อผ้าไม่สวยเหมือนคนอื่นๆ คิดว่านะ...
ในขณะที่เธอพยายามโน้มน้าวฉันให้มาก...ถึงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อืม...” ฉันพูดไม่ทันจบ แล้วจู่ๆหน้าจอแล็ปท็อปของฉันก็ดับลงอย่างกะทันหัน ฉันกดปุ่มเปิดเครื่องและรอ... แล้วก็รอ... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หน้าจอยังคงมืดสนิท
“เห็นไหมล่ะ! นี่เป็นสัญญาณว่าเธอต้องไปนะ แล็ปท็อปของฉันอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ของเดอิดาระ ฉันก็เลยให้เธอยืมไม่ได้นะ...” เธอหัวเราะอย่างมีเลศนัยพร้อมเอามือป้องปากและจัดทรงผมตัวเองต่อ
เมื่อมองไปที่เธอ ฉันก็ตระหนักว่าจริงๆแล้ว ฉันก็ไม่อยากอยู่คนเดียวในห้องโดยที่ไม่มีอะไรให้ดูหรือทำเลย
“อืม...ก็ได้ๆ” ฉันตอบ และรูมเมทของฉันก็กระโดดและปรบมือด้วยความดีใจ
“แต่เราต้องกลับก่อนเที่ยงคืนนะ...”