- หน้าแรก
- นารูโตะ : แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นที่นี่
- บทที่ 4 : คำท้าทาย
บทที่ 4 : คำท้าทาย
บทที่ 4 : คำท้าทาย
“เอ่อ... คารินอยู่ไหน?” ฉันพยายามใช้เสียงที่ดูมีอำนาจ แต่เสียงของฉันกลับออกมาเป็นเหมือนเสียงกรีดร้องมากกว่า
ฉันกุมชายผ้าขนหนูที่นุ่มนิ่มไว้แน่น และตรวจสอบทันทีว่ามันปกปิดร่างกายของฉันได้มิดชิดดี ชายหนุ่มมองมาที่ฉันและมุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย แต่เขาไม่พูดอะไรเลย
เขาไม่ได้ยินฉันเหรอ?
"ฉันถามว่าคารินอยู่ที่ไหน?" ฉันย้ำอีกครั้ง พยายามทำเสียงให้ดูเป็นมิตรขึ้นกว่าเดิม
สีหน้าของเขาดูแข็งกร้าวขึ้นและในที่สุดเขาก็ตอบว่า "I don't know." แล้วเขาก็หันกลับไปดูทีวีจอแบนเล็กๆ ที่อยู่บนโต๊ะของคาริน
เขามาทำอะไรที่นี่? เขาไม่มีห้องเป็นของตัวเองหรือไง? ฉันกัดลิ้นเพื่อพยายามเก็บความคิดเห็นของตัวเองไว้
“เอ้อ...ถ้าไม่ว่าอะไร...ออกไปหน่อยได้ไหม ฉันจะได้แต่งตัว”
เขาไม่แม้แต่จะสังเกตด้วยซ้ำว่าฉันห่อตัวด้วยผ้าขนหนู หรืออาจจะสังเกตแต่ไม่สนใจ
“อย่าคิดว่าตัวเองสำคัญนักเลย ฉันไม่คิดจะมองเธอหรอก” เขาพูดกลับมา หันหลังให้และยกมือขึ้นปิดหน้า
เขามีสำเนียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจนมากจนฉันไม่เคยสังเกตมาก่อน อาจเป็นเพราะเขาไม่ยอมพูดกับฉันในครั้งก่อน
ฉันไม่รู้จะตอบกลับความหยาบคายของเขาอย่างไร ฉันได้แต่ถอนหายใจและเดินไปที่ลิ้นชัก บางทีเขาอาจจะไม่ใช่คนชอบผู้หญิง และนั่นคือสิ่งที่เขาหมายถึงเมื่อพูดว่า 'ฉันไม่คิดจะมองเธอหรอก' หรือไม่ก็...เขาแค่คิดว่าฉันไม่น่าดึงดูดใจ ฉันรีบใส่เสื้อชั้นในและกางเกงใน จากนั้นก็หยิบเสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นสีเขียวขี้ม้ามาใส่
“เสร็จรึยัง?” เขาถาม ทำให้ความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดของฉันหมดลงไปทันที
“ทำไมคุณถึงหยาบคายขนาดนี้!?” ฉันตะโกนเสียงดังกว่าที่ตั้งใจไว้มาก
แต่เมื่อมองจากสีหน้าประหลาดใจของผู้บุกรุก คำพูดของฉันก็ดูจะได้ผลตามที่ต้องการ
เขาจ้องมองฉันเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ฉันหวังว่าจะได้ยินคำขอโทษ... แต่ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะออกมา เขามีเสียงหัวเราะที่ฟังดูนุ่มลึก และน่าจะเป็นเสียงที่น่ารัก...ถ้าเขาไม่ได้ทำตัวน่ารังเกียจขนาดนี้ แก้มของเขามีรอยบุ๋มเมื่อเขายังคงหัวเราะต่อไป ส่วนฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนโง่เง่าโดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าจะพูดหรือทำอะไรดี ฉันไม่ชอบการเผชิญหน้า และชายคนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนสุดท้ายที่ฉันอยากจะเริ่มมีเรื่องด้วย
ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกและคารินก็พรวดพราดเข้ามาในห้อง
“ขอโทษที่มาช้านะ ฉันแฮงค์อย่างกับตกนรกเลย” เธอประกาศอย่างโอ้อวด แล้วมองพวกเราทั้งคู่ “ขอโทษนะ ฉันลืมบอกไปว่านารูโตะจะแวะมาที่นี่” เธอพูดพร้อมกับยักไหล่เหมือนจะขอโทษ
ฉันอยากจะคิดว่าฉันกับคารินจะเข้ากันได้และอาจจะสร้างมิตรภาพได้บ้าง แต่พอเห็นเพื่อนๆ และนิสัยชอบปาร์ตี้ยามค่ำคืนของเธอแล้ว ฉันก็ไม่แน่ใจอีกต่อไป
“แฟนเธอหยาบคายจัง” คำพูดหลุดออกจากปากฉันก่อนที่จะหยุดมันไว้ได้
คารินมองไปที่เด็กหนุ่มคนนั้น จากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ทำไมคนพวกนี้ถึงไม่หยุดหัวเราะเยาะฉันสักทีนะ?
พวกเขาเริ่มทำให้ฉันโกรธแล้วนะ
“นารูโตะ อุซึมากิ ไม่ใช่แฟนฉัน!” เธออุทานขณะหัวเราะแทบตาย เธอผ่อนคลายลงเล็กน้อย หันไปทางนารูโตะแล้วขมวดคิ้ว
“นายไปพูดอะไรกับเธอน่ะ?” แล้วเธอก็หันมามองฉัน
“นารูโตะเขาเป็น... เป็นคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง”
เยี่ยมไปเลย นั่นหมายความว่านารูโตะเป็นคนหยาบคายโดยธรรมชาติสินะ...
เขาไม่สนใจและเปลี่ยนช่องทีวีด้วยรีโมทในมือ
“คืนนี้มีปาร์ตี้ด้วย เธอควรมาด้วยกันนะ ฮินาตะ” เธอบอกฉัน
“ฉันไม่ค่อยชอบปาร์ตี้เท่าไหร่ แล้วอีกอย่างฉันต้องไปซื้อของบางอย่างสำหรับโต๊ะทำงานและผนังห้องด้วย”
ฉันมองไปที่นารูโตะซึ่งแน่นอนว่าเขากำลังทำตัวเหมือนกับว่าพวกเราทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้ด้วยซ้ำ
“น่า... มันก็แค่ปาร์ตี้น่า! ตอนนี้เธออยู่มหาวิทยาลัยแล้วนะ แค่ปาร์ตี้มันไม่ทำร้ายเธอหรอก” คารินยืนกราน
“เฮ้ แล้วจะไปซื้อของยังไง? เธอไม่มีรถนี่นา”
“ฉันกะว่าจะนั่งรถบัสไปน่ะ อีกอย่าง ฉันไปปาร์ตี้ไม่ได้หรอก เพราะฉันยังไม่รู้จักใครเลย” ฉันพูด และนารูโตะก็หัวเราะอีกครั้ง นั่นเป็นการบอกเป็นนัยว่าเขาตั้งใจฟังพอที่จะล้อเลียนฉันได้
“ฉันว่าจะอยู่ห้องคุยกับคิบะทาง Skype”
“อย่าแม้แต่จะคิดนั่งรถบัสในวันเสาร์เลยนะ! คนแน่นจะตายไป เขาไปส่งเธอที่ร้านได้นี่... ใช่มั้ยนารูโตะ? แล้วที่ปาร์ตี้ก็มีฉันอยู่นี่ไง เธอก็รู้จักฉันคนหนึ่งแล้วนะ มาเถอะ... น่า...นะ” เธอกำมือเข้าหากันอย่างโอเวอร์ราวกับกำลังวิงวอน
ฉันเพิ่งรู้จักเธอแค่หนึ่งวัน ฉันควรจะไว้ใจเธอได้เหรอ? แล้วฉันก็นึกถึงสิ่งที่แม่เคยเตือนเรื่องปาร์ตี้ขึ้นมา คารินดูน่ารักดีนะ จากการที่ได้คุยกับเธอแค่สั้นๆ แต่ปาร์ตี้งั้นเหรอ..?
“ฉันไม่แน่ใจ... ไม่สิ ฉันไม่ต้องการให้นารูโตะขับรถไปส่งที่ร้านหรอก” ฉันพูด
เขายกตัวขึ้นบนเตียงของคารินพร้อมสีหน้าเยาะเย้ย
“โอ๊ย น่าเสียดายจัง! ฉันตั้งหน้าตั้งตารอที่จะใช้เวลากับเธอเลยนะ” เขาตอบกลับอย่างห้วนๆ และประชดประชันจนฉันอยากจะปาหนังสือใส่หัวสีทองของเขา
“พอเหอะ คาริน เธอก็รู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางไปปาร์ตี้หรอก” เขาพูดด้วยสำเนียงอันเป็นเอกลักษณ์
ด้านที่อยากรู้อยากเห็นซึ่งมีอยู่มากในตัวฉัน อยากจะถามเขาว่าเขาเป็นใครมาจากไหน แต่ด้านที่อยากเอาชนะของฉันก็อยากจะพิสูจน์ให้คนอวดดีที่น่ารำคาญคนนี้เห็นว่าเขาคิดผิด
“ถ้าเธอพูดขนาดนี้แล้วล่ะก็...ฉันจะไป” ฉันตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มที่หวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ “มันจะต้องสนุกแน่ๆ”
นารูโตะส่ายหัวด้วยความไม่เชื่อ และคารินก็กรีดร้องด้วยความดีใจแล้วโอบกอดฉันแน่น
“ดีเลย! เราจะได้สนุกกัน!” เธออุทาน
และในใจของฉันก็ภาวนาว่า เธอจะพูดถูกนะ...