- หน้าแรก
- ระบบกองทัพจักรกลวันสิ้นโลก
- บทที่ 5 - สังหารหมู่! กองทัพโดรนถล่มแดนเร้นลับ!
บทที่ 5 - สังหารหมู่! กองทัพโดรนถล่มแดนเร้นลับ!
บทที่ 5 - สังหารหมู่! กองทัพโดรนถล่มแดนเร้นลับ!
บทที่ 5 - สังหารหมู่! กองทัพโดรนถล่มแดนเร้นลับ!
🅢🅐🅛🅣🅨
ประตูมิติข้ามภพสว่างวาบขึ้น
ซูเหวินรู้สึกเพียงภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะ ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย
นี่คือค่ายทหารขนาดไม่ใหญ่นัก ตั้งอยู่ใจกลางเส้นทางที่ทอดไปทุกทิศทุกทาง เป็นศูนย์กลางกองกำลังประจำการของมนุษย์ในป่าชิ้นส่วน
ในฐานะแดนเร้นลับระดับหนึ่ง ในแง่หนึ่งป่าชิ้นส่วนก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านเริ่มต้นจำนวนมาก
ทุกครั้งที่ถึงฤดูปลุกพลังในเดือนมิถุนายน ก็จะมีผู้มีอาชีพหน้าใหม่จำนวนมากจากเมืองฐานที่มั่นต่าง ๆ มาเยือน
ประเทศฮว๋าเซี่ยหวังว่าผู้มีอาชีพที่เพิ่งปลุกพลังจะได้รับการฝึกฝนในแดนเร้นลับ
แต่ผู้เล่นใหม่ก็ย่อมมีระดับความสามารถไม่สูงนัก ประสบการณ์การต่อสู้และประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในแดนเร้นลับยิ่งแทบจะเป็นศูนย์
เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนเสียชีวิตจากการกินผลไม้ป่ามีพิษแล้วท้องร่วงตาย หรือหลงทางในป่าจนติดอยู่ข้างใน สมาคมผู้มีอาชีพทางการของประเทศฮว๋าเซี่ยจึงต้องแบกรับต้นทุนด้านกำลังคนและทรัพยากรที่มหาศาล เพื่อรักษาสถานีหน้าแห่งนี้ไว้ สำหรับตอบสนองต่อคำขอความช่วยเหลือจากผู้เล่นใหม่ได้ทันท่วงที และในขณะเดียวกันก็ให้การสนับสนุนด้านเสบียงต่าง ๆ เช่น กระสุน อาหาร น้ำ ยา และที่พักแก่พวกเขาด้วย
ซูเหวินเดินออกจากห้องโถงประตูมิติภายในค่ายทหาร
เขาไม่สนใจกลุ่มผู้มีอาชีพที่จับกลุ่มกันสามห้าคนอยู่รอบ ๆ บ้างก็กำลังพูดคุยถึงของที่เก็บเกี่ยวมาได้ บ้างก็กำลังวางแผนกันอยู่
เขาเลือกทิศทางที่เงียบสงบและเดินจากไปเพียงลำพัง
..
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
"ตรงนี้แหละ"
เขาหยิบเรดาร์ตรวจจับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ระบบมอบให้มาสำรวจดูรอบ ๆ ซูเหวินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
จากนั้นก็ก้มตัวลง ทุบขาตัวเองเบา ๆ ในใจก็แอบบ่นอยู่บ้าง
จะว่าไปแล้ว หมู่บ้านเริ่มต้นระดับหนึ่งนี่คนเยอะน่ารำคาญจริง ๆ
เพื่อหลีกี่ยงคนอื่นและไม่ให้เป็นที่สังเกต เขาถึงกับไม่กล้าใช้ยานพาหนะ แถมทางยังเดินยากฉิบหาย
ดูท่าแผนการสร้างเกราะจักรกลส่วนตัวคงต้องรีบดำเนินการโดยเร็วแล้ว
ขณะที่กำลังคิดว่าจะเลือกสเปคที่เหมาะสมอย่างไร เพื่อสร้างเกราะจักรกลที่มีฟังก์ชันการใช้งานทรงพลังพอสำหรับตัวเอง
ซูเหวินก็โบกมืออย่างสบาย ๆ
ประตูมิติที่ไร้รูปไร้ร่องรอยเปิดออก ขบวนเครื่องจักรกลเรียงแถวกันทยอยออกมาจากข้างใน
"ติ๊ด ๆ!"
โดรนตัวคลานทรงกลมกระจายตัวออกไป ทะลักเข้าไปในป่าทึบ
หุ่นยนต์อัตโนมัติที่ดูน่ารักเหล่านี้ ประกอบด้วยป้อมปืนทรงกลมและฐานรองรับพร้อมระบบรักษาสมดุลด้านล่าง รวมถึงล้อที่หมุนได้ทุกทิศทาง ความเร็วสูงสุดบนถนนสามารถทำได้ถึงแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วในการเคลื่อนที่ในสนามรบก็สามารถทำได้ถึงห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง
เนื่องจากซูเหวินไม่มีเงินพอที่จะติดตั้งอาวุธพลังงานและขีปนาวุธ ชุดอาวุธของโดรนตัวคลานจึงเรียบง่ายมาก:
ปืนใหญ่อัตโนมัติ 40 มม./L45 หนึ่งกระบอก พร้อมกระสุนเจาะเกราะแกนเหล็กและกระสุนระเบิดสังหารอย่างละ 300 นัด
ควบคู่กับปืนกลร่วมแกน 14.5 มม. หนึ่งกระบอก ป้อมปืนสามารถหมุนได้ 360 องศาเต็มมุม และมุมเงยก็สามารถทำได้ถึง 90 องศาที่น่าสะพรึงกลัว
แต่ไม่มีมุมก้ม
และก็ไม่จำเป็นต้องมีมุมก้ม
ฐานรองรับพร้อมระบบรักษาสมดุลที่ปรับระดับได้และล้อที่หมุนได้ทุกทิศทาง ทำให้โดรนตัวคลานสามารถเคลื่อนที่ได้ในทุกสภาพภูมิประเทศด้วยโครงสร้างแบบล้อ ส่วนการปรับมุมยิงนั้นยิ่งเป็นเรื่องง่ายดาย
กองร้อยโดรนตัวคลานจำนวน 24 ลำ ทะลักออกมาจากประตูมิติอย่างต่อเนื่อง จัดขบวนรบอย่างเป็นธรรมชาติ และเริ่มกวาดล้างป่าทึบรอบตัวซูเหวินแบบปูพรม
นกในป่าตกใจบินหนีขึ้นฟ้า ต้นไม้ล้มระเนระนาด พงหญ้าราบเป็นหน้ากลอง เผยให้เห็นปากถ้ำที่ซ่อนอยู่จำนวนมาก
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหนึ่ง
จากนั้นเผ่าพันธุ์ใต้ดินจำนวนนับไม่ถ้วนก็คำรามก้องราวกับกระแสน้ำ ทะลักออกมาจากปากถ้ำ!
เจ้าพวกนี้ สูงโดยเฉลี่ยไม่เกินหนึ่งเมตรสองสิบเซนติเมตร ฟันแหลมคมปากแหลมคม ทั้งตัวไม่มีขน ใต้ผิวหนังสีขาวซีดมองเห็นเส้นเลือดสีดำได้อย่างชัดเจน
หากสู้กันตัวต่อตัว เผ่าพันธุ์ใต้ดินไม่มีทางเอาชนะผู้มีอาชีพทั่วไปได้อย่างแน่นอน
อย่างมากก็แค่กรงเล็บและเขี้ยวพิษของมันที่ค่อนข้างอันตราย ดังนั้นการบาดเจ็บล้มตายที่เกิดจากเจ้าพวกนี้ โดยพื้นฐานแล้วจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ผู้มีอาชีพถูกลอบโจมตีหรือซุ่มโจมตี
ทว่า ภาพที่เห็นในตอนนี้...
มันเยอะเกินไป!
ทุกปากถ้ำมีเผ่าพันธุ์ใต้ดินหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย การกวาดล้างอย่างเอิกเกริกของหุ่นยนต์ตัวคลานได้ปลุกและยั่วยุเผ่าพันธุ์ใต้ดินทั้งหมดในบริเวณนี้ให้ตื่นขึ้นมาแล้ว!
เผ่าพันธุ์ใต้ดินนับพันนับหมื่น หากกรูกันเข้ามาพร้อมกัน ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้มีชีพระดับสามต้องถอยหนี ทำให้ทีมนักผจญภัยที่เก่งกาจที่สุดต้องเผ่นหนี
พูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือ อสูรกายจำนวนมากขนาดนี้ หากไม่มี AoE (การโจมตีเป็นวงกว้าง) ขนาดใหญ่มาก ๆ เช่น คาถาระดับต้องห้ามที่ครอบคลุมพื้นที่หลายพันเมตรในครั้งเดียว แค่ใช้ดาบฟันปืนยิง ต่อให้ผู้มีอาชีพจะเก่งกาจจนไม่โดนอสูรกายตัวไหนทำร้ายได้เลย ก็คงจะเหนื่อยตายอยู่ดี
น่าเสียดาย...
พวกมันดันมาเจอกับกองทัพจักรกลอัจฉริยะที่ซูเหวินเตรียมพร้อมไว้แล้ว
ป่าที่ถูกถางเรียบ ทำให้พวกมันสูญเสียที่กำบังซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการลอบโจมตี เผ่าพันธุ์ใต้ดินที่ไม่สามารถสร้างธนูหรือหน้าไม้ได้ ในพื้นที่โล่งแจ้งก็กลายเป็นเป้านิ่ง
"ตู้ม ๆ ๆ!"
โดรนตัวคลานเริ่มเปิดฉากยิง
พลังทำลายของปืนใหญ่อัตโนมัติสี่สิบมิลลิเมตรนั้น เกินกว่าที่ร่างกายเนื้อจะทนทานไหว
ดินระเบิดแรงสูง 60 กรัมในแต่ละนัด มีปริมาณเทียบเท่ากับระเบิดมือ F1 'เลมอน' เมื่อระเบิดออก เป้าหมายที่ไม่มีเกราะป้องกันในรัศมีสิบเมตรล้วนอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิดและแรงกระแทก
ร่างกายเนื้อ ในที่สุดก็ไม่อาจสู้เหล็กกล้าและดินปืนได้
ความกล้าบ้าบิ่นที่เปล่าประโยชน์ของเผ่าพันธุ์ใต้ดิน ในตอนนี้กลายเป็นเรื่องตลกไปโดยสิ้นเชิง
กระสุนเจาะเกราะแกนเหล็กขนาด 14.5x115 มม. มีพลังงานปากลำกล้องสูงถึงสามหมื่นห้าพันกว่าจูล
มากกว่ากระสุนปืนกล .50 BMG (12.7x99 มม.) ที่ใช้ในปืนบาเร็ตต์ M82A1 เกือบครึ่งหนึ่ง
พลังทำลายที่น่าสะพรึงกลัวนั้น เพียงพอที่จะเจาะทะลวงเกราะเหล็กกล้าเนื้อเดียวหนา 20 มม. ในระยะหนึ่งพันเมตร แล้วยังสามารถฉีกร่างมนุษย์ที่หลบอยู่ด้านหลังออกเป็นสองท่อนได้อีก
อัตราการยิงสูงสุดเก้าร้อยนัดต่อนาที ยิงแบบเบิร์สต์สั้นสองนัดเพื่อการซุ่มยิงที่แม่นยำ
ราวกับมีปืนไรเฟิลซุ่มยิงต่อต้านยานเกราะยี่สิบสี่กระบอกกำลังยิงพร้อมกัน
เสียงปืนที่ดังกึกก้องแต่ละครั้ง ฉีกกระชากแถวของเผ่าพันธุ์ใต้ดินให้กลายเป็นทางเดินเลือดเนื้อ
มากที่สุดถึงขั้นยิงทะลุร่างสิบศพที่ยืนเรียงกันในคราวเดียว
หากเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา ในตอนนี้ก็ควรจะหันหลังวิ่งหนีไปแล้ว
น่าเสียดายที่เผ่าพันธุ์ใต้ดินเหล่านี้ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา
พวกมันอาศัยเพียงสัญชาตญาณดิบของสัตว์ พุ่งออกจากถ้ำที่ปลอดภัย กางขาพุ่งตรงเข้าใส่เครื่องจักรเหล็กขนาดมหึมา จู่โจมอย่างบ้าคลั่ง พยายามใช้ฟันและกรงเล็บที่เปราะบางของมันโจมตีเกราะเหล็กผสมหนา 20 มม. ของ 'ตัวคลาน'
ท่ามกลางความบ้าคลั่งเช่นนี้ การสังหารหมู่ที่ครอบคลุมไปทั่วทั้ง 'ป่าชิ้นส่วน' ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
..
'ตัวคลาน' ยี่สิบสี่ลำ ราวกับรถปราบดินยี่สิบสี่คัน
พวกมันจัดขบวนเป็นรูปกลีบดอกไม้ กระจายตัวหมุนออกจากศูนย์กลาง
ที่ใดที่พวกมันผ่านไป ภูเขาก็ราบเรียบ ต้นไม้ก็ล้มระเนระนาด ถ้ำก็ถูกเปิดออก เผ่าพันธุ์ใต้ดินก็ถูกกำจัด
[สังหารอสูรกายระดับหนึ่ง ตามการประเมินผลโดยรวม ได้รับแต้มเทคโนโลยี 1 แต้ม]
[สังหารอสูรกายระดับหนึ่ง... ได้รับแต้มเทคโนโลยี 2 แต้ม]
[สังหาร... ได้รับแต้มเทคโนโลยี 1 แต้ม]
..
แม้ว่ารายรับแต่ละครั้งจะน้อยมาก บางตัวที่อ่อนแอยังไม่ให้แต้มด้วยซ้ำ
แต่ความเร็วในการสังหารเผ่าพันธุ์ใต้ดินของกองทัพโดรนนั้นน่ากลัวเกินไป ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่นาที ก็เข้าสู่หลักพันแล้ว
ซูเหวินยืนอยู่บนเนินเขาโล่งเตียน มองดูการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างเฉยเมย
ท่ามกลางเศษเนื้อที่ปลิวว่อน เสียงกระดูกและกล้ามเนื้อที่ถูกหัวกระสุนที่มีพลังงานจลน์มหาศาลทะลวงผ่าน ฟังแล้วชวนให้เสียวฟัน
เผ่าพันธุ์ใต้ดินนับไม่ถ้วน โบกสะบัดอาวุธที่น่าหัวเราะอย่างท่อนไม้และก้อนหิน พร้อมกับเสียงคำรามแปลก ๆ เหมือนมนุษย์ยุคหิน พุ่งเข้าใส่แนวป้องกันของกองทัพจักรกลอัจฉริยะราวกับขยะที่ถูกคลื่นซัดมา
แล้วก็เหมือนกับคลื่นที่ซัดเข้าใส่โขดหิน แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
หากไม่นับรอยขีดข่วนที่เกิดจากก้อนหินและกรงเล็บที่กระแทกใส่โดรน 'ตัวคลาน' ทำให้สีเคลือบกันน้ำด้านนอกถลอก
ผลงานการต่อสู้ของพวกมัน จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นศูนย์
ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง จำนวนการตายของพวกมันกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
สี่พัน.... ห้าพัน.... หกพัน....
ซูเหวินมองดูจนถึงกับหาวออกมาดัง ๆ
"ปล่อยโดรนขึ้นบิน"
เมื่อเขาสั่งการ 'รังโดรนผึ้งงาน' ที่มีลักษณะเหมือนรังผึ้งก็ถูกปล่อยออกจากมิติส่วนตัวสู่โลกแห่งความจริง
ในช่องยิงแนวดิ่งแต่ละช่อง โดรนสี่ใบพัดแต่ละลำก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับเสียงหึ่ง ๆ ต่ำ ๆ ของใบพัดที่หมุนด้วยความเร็วสูง
'ผึ้งงาน' ก็เหมือนกับ 'ตัวคลาน' ในสายเทคโนโลยีของอารยธรรมที่ไม่รู้จัก เดิมทีแล้วไม่ใช่ยูนิตสำหรับต่อสู้
โดรนระดับ t1 ล้วนเป็นพวกที่รับผิดชอบงานด้านโลจิสติกส์ การดับเพลิง และงานจิปาถะอื่น ๆ
เหตุผลที่มีชุดอาวุธ ก็เป็นเพียงเพื่อให้ลูกค้าใช้ป้องกันตัวเมื่อทำงานในพื้นที่พิเศษ เช่น ดาวเคราะห์ดึกดำบรรพ์ที่รกร้างบางแห่งเท่านั้น
เมื่อเทียบกับจักรกลอัจฉริยะสำหรับต่อสู้โดยเฉพาะระดับ t2, t3 หรือสูงกว่าในอนาคต ก็เหมือนกับนกฮัมมิ่งเบิร์ดเทียบกับมังกรยักษ์
ทว่า แม้แต่พวกทำงานจิปาถะที่ยังไม่นับว่าเป็นเบี้ยตัวหนึ่ง การจัดการกับอสูรกายในแดนเร้นลับระดับหนึ่ง ก็ยังง่ายดายเหมือนกินข้าวดื่มน้ำ
"ดะ ๆ ๆ"
'ผึ้งงาน' อีกหนึ่งกองร้อยจำนวนยี่สิบสี่ลำ หลังจากไต่ระดับความสูงเสร็จ ก็กระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
พวกมันลอยนิ่งอยู่ที่ความสูงร้อยเมตร ใช้เรดาร์ควบคุมการยิงที่ซับซ้อนสแกนสนามรบ จากนั้นก็เริ่มยิงเป้าหมายศัตรูทีละตัวอย่างแม่นยำ
ปืนกลสามลำกล้อง 5 มม. ดูเหมือนจะมีลำกล้องเล็ก
แต่ในความเป็นจริง เพียงแค่ยิงเบิร์สต์สั้น ๆ ก็สามารถอาศัยความได้เปรียบจากที่สูง ยิงหัวของเผ่าพันธุ์ใต้ดินจนพรุนเป็นรังผึ้งได้โดยตรง
โดรนเงียบราวกับนกฮัมมิ่งเบิร์ด เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วในอากาศ วูบวาบไปมา บางครั้งก็ส่งเสียงหึ่งสั้น ๆ ออกมา แล้วดอกไม้เลือดก็จะเบ่งบานขึ้นในป่าเบื้องล่าง
เบื้องหลังดอกไม้เลือด คือเผ่าพันธุ์ใต้ดินที่ตายไปแล้วหนึ่งตัว
ด้วยการสนับสนุนของคอมพิวเตอร์ควบคุมหลักสุดล้ำ โดรนทุกลำแทบจะไม่ยิงพลาดเป้าเลยแม้แต่นัดเดียว เรียกได้ว่าใช้ทรัพยากรทุกอย่างได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
อสูรในถ้ำแห่งป่าที่ทำให้ผู้มีอาชีพระดับหนึ่งต้องหวาดกลัว ในตอนนี้ต่อหน้าซูเหวิน ก็เป็นเพียงแต้มเทคโนโลยีที่เย็นชาเท่านั้น
ต้นทุนในการคร่าชีวิตพวกมัน ต้องการเพียงกระสุนห้ามิลลิเมตรหนึ่งนัด
..
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เสียงปืนใหญ่และปืนกลขนาดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว
แต่ในป่าทึบ การเดินทางไม่ใช่เรื่องง่าย
กว่าที่นักบุกเบิกคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบนอกจะตามเสียงมาถึง ซูเหวินก็ได้ขึ้น 'ตัวคลาน' ออกจากที่นี่ และมุ่งหน้าไปยังสายแร่ที่อยู่ลึกเข้าไปเพื่อขุดแร่แล้ว
และเหล่านักบุกเบิกที่มาช้าไป เมื่อเดินผ่านป่าออกมา สิ่งแรกที่พวกเขาเห็น ก็คือภาพอันน่าสะพรึงกลัวของภูเขาซากศพและทะเลเลือด
🅢🅐🅛🅣🅨
[จบแล้ว]