เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ได้เวลาลงมือ!

บทที่ 4 - ได้เวลาลงมือ!

บทที่ 4 - ได้เวลาลงมือ!


บทที่ 4 - ได้เวลาลงมือ!

🅢🅐🅛🅣🅨

ใช่แล้ว ทำไมถึงคิดไม่ถึงนะ!

เจียงฉือหรุ่ยอายุมากกว่าเขาสามปี แน่นอนว่าต้องปลุกพลังก่อนเขาถึงสามปี

แถมเธอก็ไม่ได้มี 'อาชีพขยะ' อย่างเขา แต่เป็น 'นักเล่นแร่แปรธาตุ' ที่เป็นที่ต้องการของตลาดมาก

เมื่อเทียบกับซูเหวินที่จนกรอบ เจียงฉือหรุ่ยคือเศรษฐินีตัวจริง

"พี่ฉือหรุ่ย..."

เขาจับมือหญิงสาวอย่างซาบซึ้ง

"หยุด ๆ ๆ นายอย่าทำแบบนี้ ฉันกลัว"

ใบหน้าสวยของเธอแดงก่ำ พยายามจะสะบัดมือเขาออกโดยสัญชาตญาณ

เพียงแต่ปากพูดไปอย่างนั้น แต่ในมือกลับไม่มีเรี่ยวแรง ราวกับจงใจไม่ออกแรงเพื่อให้เขาดึงไว้ได้

"โธ่เอ๊ย เราก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ยืมเงินนิดหน่อยจะเป็นไรไป ไม่ใช่ว่าจะไม่คืนซะหน่อย"

ปากก็พูดไปตามสูตรที่คุ้นเคย

แต่ซูเหวินไม่ได้แค่พูดไปตามมารยาทแบบคนที่จะเบี้ยวหนี้

ขอแค่รวบรวมเงินได้มากขึ้น เพื่อให้เขาสามารถสร้างกองทัพจักรกลอัจฉริยะได้เร็วขึ้น จะได้เข้าไปทำธุรกิจฟาร์มของในแดนเร้นลับ

การคืนเงินก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

พูดตามตรง ถ้าเจียงฉือหรุ่ยไม่เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน เขาก็เตรียมจะไปยื่นกู้กับธนาคารในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว

"ฉันไม่ห่วงว่านายจะเบี้ยวหนี้หรอก แต่ปัญหามันอยู่ที่นายเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะก็มายืมเงินพี่เยอะขนาดนี้... ฉันกลัวว่านายจะไปทำเรื่องไม่ดีน่ะสิ!"

"พี่ก็รู้ว่าผมเปลี่ยนอาชีพเป็นช่างจักรกลแล้ว ยังจะต้องห่วงว่าผมจะเอาเงินไปทำเรื่องไม่ดีอีกเหรอ?"

เรื่องซื้อวัตถุดิบ จะนับว่าเป็นเรื่องไม่ดีได้ยังไง?

ผมไม่ได้เอาเงินไปเที่ยวซ่องซะหน่อย!

"อีกอย่าง เงินก้อนนี้ถ้าอยู่กับพี่ ก็คงเอาไปซื้อหุ้นซื้อกองทุน แล้วก็เจ๊งหมดตัวอยู่ดี..."

"ใครบอก!"

พอซูเหวินพูดประโยคนี้ เจียงฉือหรุ่ยก็โวยวายขึ้นมาทันที

แต่พอจะถลึงตาใส่ ก็นึกถึงเรื่องที่ตัวเองทำผิดไปบางอย่างขึ้นมาได้ อารมณ์ก็เลยอ่อนลงไปแปดส่วน

"ฉะ ฉันอย่างน้อย... อย่างน้อยก็ไม่ได้ขาดทุนทุกครั้งซะหน่อย!"

จากนั้น เธอก็เริ่มบ่นพึมพำอะไรที่ฟังไม่เข้าใจ เช่น 'มันเป็นการปรับฐานทางเทคนิค อย่าตื่นตูม' หรือ 'คนอื่นกลัวฉันเข้าซื้อ คนอื่นโลภฉันเต็มพอร์ต'

"รอให้เมื่อไหร่ที่พี่เปิดจอแล้วหน้าไม่เขียวทั้งแผง ค่อยมาคุยเรื่องนี้กับผมแล้วกัน"

ซูเหวินมองเธอด้วยความสงสาร

พี่สาวคนดีของเขาคนนี้ ดูไม่เหมือนภรรยาคน แต่เหมือนนักเล่นหุ้นมากกว่า!

นักเล่นหุ้นก็เป็นแบบนี้แหละ บนหัวมักจะมีสีเขียว ๆ อยู่เสมอ (แสลงจีนหมายถึงโดนสวมเขา หรือในที่นี้คือพอร์ตหุ้นติดดอย)

...

วันรุ่งขึ้น

ตอนเที่ยง

ซูเหวินขับรถตู้เล็กที่เช่ามา ออกจากตลาดซื้อขาย

ระหว่างทาง เขาหาซอยเปลี่ยวจอดรถ ทำทีเป็นลงไปสูบบุหรี่

แต่ความจริงแล้วเข้าไปในท้ายรถ แล้วยัดของที่เต็มท้ายรถทั้งหมดเข้าไปในมิติส่วนตัว

จากนั้นเขาก็ขับรถต่อไป เอารถไปคืน แล้วเดินตัวปลิวไปยังลานประตูมิติ

ในที่สุดเจียงฉือหรุ่ยก็ให้ยืม

และให้ยืมถึงสองแสนแต้มเครดิต ซึ่งเป็นเงินเก็บเกือบทั้งหมดตลอดชีวิตยี่สิบกว่าปีของเธอ

ยังไงซะ พวกเขาทั้งคู่ก็ตัวคนเดียว กินอิ่มคนเดียวก็พอแล้ว เงินเดือนแค่นั้นก็พอสำหรับค่าครองชีพ

เธอยังกำหนดวันชำระหนี้ที่ยาวมาก ๆ ทำท่าเหมือนกลัวว่าซูเหวินจะเบี้ยวหนี้ เลยให้เวลาอย่างเต็มที่

"บุญคุณของคนสวยนี่ช่างตอบแทนได้ยากจริง ๆ!"

ขณะเดินอยู่บนถนน ซูเหวินก็ส่ายหัวอย่างรู้สึกทึ่ง

ต้องยอมรับว่า ครั้งนี้เขาเป็นหนี้บุญคุณเจียงฉือหรุ่ยครั้งใหญ่จริง ๆ

เงินลงทุนก้อนแรกในช่วงเริ่มต้นธุรกิจนั้น มีค่ามากกว่าตัวเลขเพียงอย่างเดียวจะวัดได้

แน่นอน เขาก็จะไม่ทำให้เธอผิดหวังเช่นกัน

ซูเหวินเชื่อว่าอีกไม่นาน เธอจะได้รู้ว่าการลงทุนครั้งนี้ของเธอ มันคุ้มค่าขนาดไหน

..

"สวัสดีครับ ผมต้องการตั๋วไป 'ป่าชิ้นส่วน' หนึ่งใบ"

ที่ห้องโถงจำหน่ายตั๋ว ซูเหวินแสดงใบรับรองที่ทำเมื่อวานที่ศูนย์ทดสอบ ชำระเงินห้าสิบแต้มเครดิต และได้รับตั๋วสำหรับเดินทางไปยังแดนเร้นลับมาหนึ่งใบ

อย่างที่เคยบอกไปแล้ว ระดับความอันตรายของแดนเร้นลับจะเรียงตามตัวเลขจากน้อยไปมาก

แต่ในแดนเร้นลับระดับเดียวกัน ระดับความอันตรายก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากันเสมอไป โดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภูมิประเทศ สภาพอากาศ และระบบนิเวศของอสูรกาย

ข้อมูลเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่นักบุกเบิกรุ่นก่อน ๆ สั่งสมมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือด หรือแม้กระทั่งชีวิต ซึ่งสามารถตรวจสอบได้บนเว็บไซต์ทางการของเมืองฐานที่มั่นสำหรับทุกคน

หลังจากพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว ซูเหวินก็เลือก 'ป่าชิ้นส่วน' เป็นจุดหมายแรกของเขา

ที่นั่นคือป่าดิบชื้นดึกดำบรรพ์ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณแปลกตา พื้นดินขรุขระไม่สม่ำเสมอจากการยกตัวและยุบตัวจากพลังลึกลับ จึงได้ชื่อนี้มา

อสูรกายในพื้นที่นั้น ส่วนใหญ่เป็นเผ่าพันธุ์ใต้ดินที่อาศัยอยู่ในถ้ำ ซึ่งมีลักษณะอยู่กึ่งกลางระหว่างกูลและก็อบลิน

สูงประมาณหนึ่งเมตรสองสิบเซนติเมตร แขนขาผอมบาง รูปร่างปราดเปรียว ฟันแหลมคมเล็บแหลมคม พลังระเบิดแข็งแกร่ง

เผ่าพันธุ์ใต้ดินไม่มีความสามารถในการตีเกราะและอาวุธ อาศัยเพียงท่อนไม้ หรือกรงเล็บและฟัน

แต่เนื่องจากอาศัยอยู่ใต้ดินในป่าทึบที่ทัศนวิสัยจำกัด จึงรับมือได้ยากมาก

น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นภัยคุกคามต่อซูเหวินที่ใช้โดรนในการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ นักบุกเบิกรุ่นก่อน ๆ ยังเคยค้นพบสายแร่ต่าง ๆ เช่น ทองแดง เหล็ก และดีบุก ท่ามกลางสันเขาและหน้าผาในป่าชิ้นส่วน

และนี่คือทรัพยากรที่ซูเหวินสนใจมากที่สุดในตอนนี้

..

เมื่อเข้ามาในห้องโถงรอ

สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา คือประตูมิติจำนวนมากที่เรียงรายกันเป็นวงกลมซ้อนวงอยู่ใต้โดมเหล็กกล้า

"ประตูมิติข้ามภพ นักปราชญ์ของสถาบันวิจัยนี่ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ"

ซูเหวินมองดูสิ่งมหึมาที่แผ่กลิ่นอายลึกลับเหล่านี้แล้วอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ

นี่คืออีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่ที่เป็นเสมือนเสาหลักของสังคมมนุษย์ มีความสำคัญรองลงมาจากการค้นพบวิธีการเปลี่ยนอาชีพที่มั่นคงในตอนนั้น

หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากทรัพยากรในต่างมิติที่แตกต่างกันไป สังคมมนุษย์คงจะล่มสลายไปนานแล้ว หากต้องพึ่งพาเพียงพื้นที่ควบคุมเล็ก ๆ รอบ ๆ เมืองฐานที่มั่นแต่ละแห่ง

เจียงเป่ยเป็นเมืองฐานที่มั่นระดับหก ที่นี่จึงมีประตูมิติสูงสุดเพียงระดับหก และมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ในตอนนี้ไม่มีใครเดินทางไป มันจึงดับแสงลง และตั้งตระหง่านอย่างเงียบ ๆ อยู่ใจกลางวงกลม

และไม่ไกลจากด้านหน้าของมัน ประตูมิติระดับห้าที่ส่องประกายแสงสีเงินขาวเจิดจ้าก็ดูโดดเด่นเป็นพิเศษ

ภาพทิวทัศน์ของดาวเคราะห์ต่างดาวที่รกร้างและเงียบสงัดภายในประตู พร้อมกับอาคารขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ไกล ๆ ในทะเลทรายสีเทาอันเวิ้งว้าง ดึงดูดสายตาของซูเหวิน

"ระเบียงจันทรา..."

เขาก็มองดูทิวทัศน์ในประตูมิติเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ต่อแถวอยู่ข้าง ๆ

แต่ในขณะที่สายตาของคนอื่นมองไปยังอาคารขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนซากปรักหักพัง เขากลับจ้องเขม็งไปที่ 'ดินทรายสีเทา' ที่ดูธรรมดาบนพื้น

ดินดวงจันทร์ ดินดวงจันทร์ที่สามารถสกัดฮีเลียม-3 ได้!

เพื่อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้ ในอนาคตเขาจะต้องไปที่นั่นอย่างแน่นอน

และ...

"วันนั้น คงอีกไม่นาน"

เขาพึมพำกับตัวเอง

สายตาของเขาละจากในประตูมิติ มองไปยังด้านหน้าประตู

กลุ่มคนหนุ่มสาวที่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันและพกพาอาวุธหลากหลายชนิด กำลังรวมตัวกันอยู่หน้าประตูใหญ่

แต่ละคนหล่อเหลาสง่างาม แต่ละคนมีท่าทีองอาจ

คนที่กำลังสั่งการพวกเขาอยู่ตรงกลาง ราวกับกำลังประกาศคำสั่งอะไรบางอย่าง คือหญิงสาวสวยที่ใบหน้าเย็นชา

ผมสีเงินยาวถึงเอว ถูกมัดเป็นหางม้าสูงอย่างเรียบง่าย

ชุดล่าสัตว์รัดรูปที่หรูหรา ห่อหุ้มเรือนร่างที่โค้งเว้าได้สัดส่วน

ใบหน้าเปลือยเปล่า ไม่ได้แต่งหน้า แต่ก็ยังคงงดงามจนหาที่เปรียบไม่ได้

เธอไม่ได้สวมเกราะ ในมือมีเพียงคทาสั้นที่ทำจากไม้วอลนัทสีดำประดับด้วยเครื่องประดับทองคำขาวที่ดูประณีต

แม้จะไม่ได้สวมเกราะถือดาบ แต่รัศมีของเธอกลับบดบังผู้มีอาชีพคนอื่น ๆ ที่สวมชุดรบเต็มยศทั้งหมด ราวกับเป็นราชินีที่อยู่เหนือสรรพสิ่ง

"หงส์น้อยแห่งตระกูลหลินสินะ..."

"คนที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็คือเหล่าอัจฉริยะของมหาวิทยาลัยเจียงเป่ยรุ่นที่ 20 สินะ..."

มีคนในแถวข้าง ๆ ซูเหวินอุทานด้วยความชื่นชม

ซูเหวินมองดูพี่สาวคนสวยผู้เย็นชาคนนี้แล้วก็รู้สึกทึ่งอยู่บ้าง

หลินชิงเฟิ่ง!

นักบวชเปลี่ยนอาชีพระดับสาม สาวกอัคคีสวรรค์!

หงส์น้อยแห่งตระกูลหลินแห่งเจียงเป่ย 'อันดับ 1' ที่มีพรสวรรค์และความสามารถโดดเด่นที่สุดในบรรดาผู้เหนือมนุษย์กลุ่มแรกที่ปรากฏตัวในมหาวิทยาลัยเจียงเป่ยเมื่อสามปีก่อน

ตลอดหนึ่งปีที่ข้ามมิติมา ซูเหวินได้ยินคนในโรงเรียนและนอกโรงเรียนพูดถึงเธอจนหูแทบจะเน่า

ในฐานะบุคคลที่เป็นหน้าเป็นตาของมหาวิทยาลัยเจียงเป่ย เธอคงจะเป็นผู้มีอาชีพที่โด่งดังที่สุดในหมู่คนหนุ่มสาว

จากความยำเกรงของผู้มีอาชีพที่อยู่ตรงหน้าเธอ และสายตาชื่นชมที่พนักงานโดยรอบส่งมา ก็ไม่ยากที่จะเห็นว่า ในปัจจุบันเธอมีอำนาจและสถานะสูงส่งเพียงใด

"เราเองก็ต้องระวังตัวแล้ว ควรจะทำตัวเงียบ ๆ หน่อย"

"เผื่อในอนาคตดังขึ้นมา แล้วไปไหนมาไหนก็มีแต่คนตามต้อย ๆ เหมือนเธอ แบบนี้ก็คงไม่ดีแน่"

ซูเหวินลูบคาง

พูดแล้วก็น่าละอาย

แต่ในตอนนี้ สำหรับซูเหวินที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ การจะไปถึงระดับเดียวกับหลินชิงเฟิ่งนั้น มันก็แค่เรื่องกล้วย ๆ

เขาใช้เวลาหนึ่งคืนกับอีกหนึ่งช่วงเช้าในการเตรียมการทางยุทธวิธี

เรื่องที่เขาจะทำต่อไปนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกกลัว

แดนเร้นลับ กำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว!

🅢🅐🅛🅣🅨

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - ได้เวลาลงมือ!

คัดลอกลิงก์แล้ว