- หน้าแรก
- ผู้เล่นในโลกมาเวล
- บทที่ 19 มื้อค่ำสไตล์อิตาเลียนสุดพิเศษของยูคิฮิระ โจอิจิโร่!
บทที่ 19 มื้อค่ำสไตล์อิตาเลียนสุดพิเศษของยูคิฮิระ โจอิจิโร่!
บทที่ 19 มื้อค่ำสไตล์อิตาเลียนสุดพิเศษของยูคิฮิระ โจอิจิโร่!
เวลาสองทุ่ม
เฮลส์คิตเชน ร้านอาหารยูคิฮิระ
ในร้านอาหารยังมีลูกค้านั่งอยู่ไม่น้อย ดูครึกครื้นเป็นพิเศษ
ยูคิฮิระ โซมะ พาดผ้าขนหนูสีขาวไว้บนบ่า มือซ้ายถือถาดอาหารเดินไปมาระหว่างโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว
สึนะก็คอยช่วยงานจิปาถะอยู่ข้างๆ แต่เนื่องจากมือไม้ไม่ค่อยคล่องแคล่ว จึงมักจะดูวุ่นวายอยู่เสมอ ทำให้ทั้งตัวดูยุ่งเหยิงไปหมด
“สึนะ ท่านลุงอยากดื่มชา รีบไปชงชามาให้ท่านลุงหน่อย”(ผู้แปล : ท่านลุงคือใคร นึกไม่ออก รอมีข้อมูลมากกว่านี้ก่อน)
ท่านลุงโผล่หน้าออกมาจากหน้าเคาน์เตอร์เก็บเงิน ชูนิ้วขึ้น
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”
“ท่านลุงอยากกินแซนด์วิชถั่วเขียว”
สึนะเพิ่งจะยื่นชาร้อนให้ท่านลุง พอได้ยินคำขอต่อมา ใบหน้าก็พลันปรากฏแววลำบากใจขึ้นมาเล็กน้อย เขาเกาศีรษะ จะไปทำแซนด์วิชถั่วเขียวอะไรนั่นเป็นได้ยังไง
“ให้ผมจัดการเองครับ”
ยูคิฮิระ โซมะ อาสาทำเรื่องนี้เอง
เพียงไม่นาน แซนด์วิชถั่วเขียวหอมกรุ่นก็เสร็จสดใหม่ ท่านลุงดื่มชาร้อน กินแซนด์วิชถั่วเขียวสุดโปรด เท่านี้ก็สบายใจแล้ว
แตกต่างจากความครึกครื้นทางด้านนี้ ในตอนนี้ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ กำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารในครัวหลังร้าน
อาหารรสเลิศมักจะต้องมีเครื่องปรุงรสมาช่วยเสริม
ใส่น้ำมันมะกอกลงไปในน้ำเล็กน้อย ห้ามใส่มากเกินไป ไม่อย่างนั้นจะมันเยิ้มและเหนียวหนืดเกินไป
จากนั้นบดข้าวโพดไรย์ให้เป็นแป้ง เทลงในน้ำแล้วคนให้เข้ากัน รอจนเมล็ดธัญพืชกลายเป็นซุปข้าวโพดข้นสำเร็จแล้ว จึงใส่เกลือและพริกไทยลงไป ใส่เนยหนึ่งช้อนโต๊ะและพาเมซานชีสปริมาณมาก คนให้เข้ากัน ทั้งร้านก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของซุปข้าวโพด
โพเลนตาสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิมที่สมบูรณ์แบบ เนียนนุ่ม ไม่ปรุงแต่ง ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
“หอมจังเลย!”
สึนะมองดูโพเลนตาในมือคุณลุงยูคิฮิระ น้ำลายก็ไหลออกมาจากมุมปากโดยไม่รู้ตัว
ถึงแม้โพเลนตาสไตล์อิตาเลียนนี้จะดูคล้ายกับซุปข้าวโพดข้นที่คุณแม่เคยทำ แต่กลิ่นกลับหอมเป็นพิเศษ ยั่วน้ำลายอย่างที่สุด
“เอาไปสิ ลองชิมดูก่อน”
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ มองสึนะอย่างขบขัน ตักใส่ถ้วยยื่นให้สึนะ
“ขอบคุณครับคุณลุง!”
สึนะรับมาอย่างตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกาย
“ไม่เป็นไร”
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ ลูบหัวสึนะ ในใจรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก
โซมะเป็นเหมือนเขตั้งแต่เด็ก ชอบทำอาหาร และชอบเห็นใบหน้าที่เปี่ยมสุขของลูกค้าหลังจากได้ลิ้มรสอาหารอร่อย
สีหน้าของสึนะเมื่อครู่ ทำให้เขานึกถึงตอนที่โซมะยังเป็นเด็กโดยไม่รู้ตัว
เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้ลูกชายคนเล็กมาอีกคน เพียงแต่เจ้าหนูนี่มักจะซุ่มซ่ามอยู่เสมอ
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ หัวเราะอย่างจนปัญญาแล้วส่ายหน้า จากนั้นก็ก้มหน้าลงไปยุ่งอยู่กับงานในมือต่อ
พักโพเลนตาไว้ห้านาทีเพื่อให้เซ็ตตัวเล็กน้อย ทาน้ำมันบางๆ ให้ทั่วถาดอบ เทลงในถาดอบ แล้วนำเข้าเตาอบ พักไว้อีกครั้ง เพื่อให้จับตัวเป็นก้อน
ในขณะที่เตาอบกำลังทำงาน ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ ก็หันไปเลือกมะเขือเทศลูกเล็กๆ ที่ดูดีจากในตะกร้าผัก
การอบมะเขือเทศจะทำให้รสชาติของมะเขือเทศเข้มข้นขึ้น
รสเปรี้ยวอมฝาดจางๆ ของมะเขือเทศอบ กลับสามารถขับเน้นความหวานของโพเลนตาอบออกมาได้
การผสมผสานของทั้งสองอย่าง จะทำให้รสชาติยกระดับขึ้นไปอีก
ใส่น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษลงบนมะเขือเทศให้มากขึ้น จากนั้นใช้กรรไกรกรีดมะเขือเทศเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้มะเขือเทศระเบิดเนื่องจากความร้อนตอนนำเข้าเตาอบ
โรยเกลือและพริกไทยให้ทั่ว จากนั้นบีบน้ำกระเทียมออกไป เมื่อผิวมะเขือเทศอบจนแตกและพองตัว น้ำกระเทียมก็จะซึมเข้าไปในมะเขือเทศในทันที
เพื่อให้มะเขือเทศมีรสเปรี้ยวอมหวานที่สมบูรณ์แบบเกือบจะที่สุด ยังต้องมีของวิเศษที่ขาดไม่ได้ น้ำตาลหยิบมือหนึ่งกับน้ำส้มสายชูบัลซามิกสองสามหยด และไทม์เล็กน้อยเพื่อตกแต่ง
มะเขือเทศใช้เวลาอบเพียง 10 นาที และตอนนี้โพเลนตาก็เสร็จแล้ว
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ ค่อยๆ เคาะถาดอบเบาๆ โพเลนตาก็หล่นลงบนเขียงดัง “ปัง” แถมยังกระเด้งขึ้นมาสองครั้งอย่างยืดหยุ่น
เริ่มจากหั่นโพเลนตาเป็นชิ้นเท่าๆ กัน โรยเกลือและพริกไทยบนผิวหน้า ราดด้วยน้ำมันมะกอกอีกชั้น แล้วจึงวางบนถาดอบ
“ฉ่า~”
ท่ามกลางความร้อน โพเลนตาส่งเสียงที่น่าหลงใหลออกมา
รอ 30 วินาที พลิกด้านจากข้างล่าง รอยย่างลายตารางที่สวยงามทำให้โพเลนตาดูหอมกรุ่นยิ่งขึ้น
หลังจากที่โพเลนตาอบเสร็จแล้ว มะเขือเทศอบอีกด้านก็พร้อมเสิร์ฟแล้วเช่นกัน
จากนั้นวางมะเขือเทศลงบนโพเลนตาแต่ละชิ้น แล้วราดน้ำที่เหลือจากการอบลงไปให้ทั่ว
แต่ถ้าคิดว่าเท่านี้ก็เสร็จแล้วล่ะก็ ผิดถนัด
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปิดท้ายก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
—ชีสนมแพะ
นี่คือรสชาติเค็มๆ มันๆ ของครีม วางชีสนมแพะลงบนโพเลนตาและมะเขือเทศแต่ละชิ้น จากนั้นโรยใบโหระพาเล็กน้อย
【โพเลนตาอบกับมะเขือเทศอบ】 จานนี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
…
ก่อนหน้านี้เขาได้ข่าวมาว่าคุณทอมป์สันซัพพลายเออร์คนนั้นสนใจอาหารอิตาเลียนเป็นพิเศษ เขาจึงตั้งใจเตรียมอาหารจานหลักจานนี้ขึ้นมา
สำหรับอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมแล้ว ความสำคัญของโพเลนตาไม่ต้องพูดถึง
แต่ว่า…
ไหนๆ ก็จะขอความช่วยเหลือจากเขาแล้ว มีแค่อาหารจานเดียวอาจจะยังไม่พอ ควรจะเตรียมเพิ่มอีกสักสองสามอย่างถึงจะดี
ทำเนื้อแก้มวัวกับพาสต้าไข่เส้นกว้างอีกสักจานดีกว่า ถือเป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ ให้คุณทอมป์สันด้วย
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ คิดในใจ
พอดีกับที่ตอนเที่ยงวันนี้เขาได้ตุ๋นเนื้อแก้มวัวไว้แล้ว ตอนนี้น่าจะเปื่อยนุ่มและเข้าเนื้อดีแล้ว เหมาะที่จะทำเมนูเนื้อแก้มวัวตุ๋นช้ากับพาสต้าไข่เส้นกว้างพอดี
“โซมะ!”
ในตอนนั้นเอง ยูคิฮิระ โซมะ ก็ถือจานที่ลูกค้ากินจนเกลี้ยงเดินเข้ามา ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ จึงรีบเรียกให้ลูกชายหยุด
“เอาโพเลนตาสามจานนี้ไปให้สึนะกับท่านลุงหน่อย พวกเขาก็ยุ่งมาทั้งคืนแล้ว ให้รองท้องกันก่อน”
“ครับพ่อ”
ยูคิฮิระ โซมะ พยักหน้า วางโพเลนตาอบสามจานลงบนถาดอย่างระมัดระวัง แล้วจึงยกออกไป
“อร่อย!”
สึนะกินโพเลนตาอบในมือ มีความสุขจนแทบจะร้องไห้ออกมา
ความกรอบจางๆ ที่มีกลิ่นหอมของข้าวโพดเมื่อเข้าปาก ผสมผสานกับรสเปรี้ยวอมหวานของมะเขือเทศ ราวกับเกิดปฏิกิริยาเคมีบางอย่างขึ้นมา เบ่งบานอยู่บนปลายลิ้น
นี่คือรสสัมผัสที่แตกต่างจากโพเลนตาแบบซุปข้าวโพดข้นก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
การที่คุณลุงเก็บเขามาได้ ถือว่าใช้โชคดีทั้งชีวิตไปแล้วจริงๆ!
ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่คุณลุงหรือโซมะทำ ก็สุดยอดไร้เทียมทาน อร่อยระเบิดไปเลย
ในครัวหลังร้าน ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ ได้ยินเสียงที่ดังมาจากห้องอาหารด้านหน้าก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วก็ยุ่งอยู่กับ “จานเด็ด” ในมือต่อ
เพื่อที่จะทานคู่กับเนื้อแก้มวัวตุ๋นช้า เขาจึงเลือกพาสต้าไข่เส้นกว้าง ซึ่งเป็นพาสต้าไข่เส้นกว้างสไตล์อิตาเลียน
ต้มน้ำให้เดือด โรยเกลือหยิบมือหนึ่งกับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย แล้วใส่พาสต้าไข่เส้นกว้างลงไป ต้ม 3-4 นาที
ระหว่างที่ต้มเส้น เขาก็ไม่ได้พัก แต่กลับให้สึนะช่วยไปเอาพาร์สลีย์จากข้างนอกมา ล้างแล้วสับให้ละเอียด
หลังจากที่พาสต้าไข่เส้นกว้างต้มเสร็จแล้ว ก็กรองน้ำออก จากนั้นโรยเกลือและพริกไทยป่นลงบนเส้น หยดน้ำมันมะกอกเล็กน้อย แล้วจึงใส่ใบพาร์สลีย์สดลงไป
จากนั้นตักซอสเนื้อแก้มวัวตุ๋นช้าหนึ่งช้อนลงในจาน แล้ววางพาสต้าไข่เส้นกว้างลงบนซอส สุดท้ายวางเนื้อแก้มวัวชิ้นสวยๆ สามชิ้นลงบนพาสต้าไข่เส้นกว้าง แล้วราดซอสลงไปอีกครั้ง
【เนื้อแก้มวัวตุ๋นช้ากับพาสต้าไข่เส้นกว้าง】 ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
…
เมนูต่อไปที่จะทำคือพานาคอตต้าเอสเพรสโซ่สไตล์อิตาเลียน
เริ่มจากนำเจลาตินแผ่นสองแผ่นไปแช่น้ำ จากนั้นใส่น้ำตาลทรายปริมาณมาก ครีม นม และเอสเพรสโซ่หนึ่งช็อตลงในหม้อ แล้วใช้ไฟอ่อนตุ๋นจนเกือบเดือดจึงปิดไฟ
บีบน้ำออกจากเจลาตินที่แช่จนนิ่มแล้ว แล้วใส่ลงในครีมร้อน คนจนละลายหมด จากนั้นเทส่วนผสมครีมลงในแก้วจนเต็มขอบ
แก้วที่ใช้เป็นแม่พิมพ์ชั่วคราวนี้ เขาได้เตรียมการไว้แล้ว—ล้างด้วยน้ำเย็น
วิธีนี้จะช่วยให้แยกออกจากพานาคอตต้าได้ง่ายในภายหลัง โดยไม่ทำลายรูปทรงโดยรวม
ยกแก้วขึ้นมาเคาะเบาๆ สองครั้งบนโต๊ะ วิธีนี้จะช่วยไล่ฟองอากาศในพานาคอตต้าออกไป จะได้ไม่มีรูพรุนเหมือนรังผึ้ง ทำให้เนื้อเนียนสวย
จากนั้นก็เริ่มทำคาราเมลเฮเซลนัทอบเชยกรอบ
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของพานาคอตต้า
หากไม่มีคาราเมล พานาคอตต้านี้ก็จะเป็นเพียงพานาคอตต้ากาแฟธรรมดาๆ ไม่ใช่ขนมหวานอิตาเลียนดั้งเดิม
เริ่มจากเทน้ำตาลทรายลงในหม้อ ใช้ไฟกลางเคี่ยวจนน้ำตาลกลายเป็นสีทองเข้ม แล้วใส่เฮเซลนัทอบลงในคาราเมล จากนั้นโรยผงอบเชยบดลงไป แล้วพักไว้ให้แข็งตัว
รอจนพานาคอตต้าในตู้เย็นเซ็ตตัวแล้ว ก็นำแก้วมาจุ่มน้ำเดือดที่ผิวหน้าเบาๆ เพื่อสร้างแรงดัน วิธีนี้จะทำให้สามารถเทพานาคอตต้าออกมาลงบนจานได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ทำลายรูปทรงและภาพรวม
จากนั้นหั่นคาราเมลเฮเซลนัทที่แข็งตัวแล้วเป็นชิ้นๆ วางตกแต่งบนพานาคอตต้า
พานาคอตต้าสไตล์อิตาเลียนที่หรูหราและอร่อยก็เป็นอันเสร็จสิ้น
เช่นเดียวกับโพเลนตาอบก่อนหน้านี้ ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ ก็ได้ทำส่วนของเด็กรับใช้สองคนกับท่านลุงไว้ด้วย
สามจานนี้คือมื้อค่ำสไตล์อิตาเลียนสุดพิเศษของเขา อาหารเรียกน้ำย่อยคือโพเลนตาอบกับมะเขือเทศ อาหารจานหลักคือเนื้อแก้มวัวตุ๋นช้ากับพาสต้าไข่เส้นกว้าง และของหวานคือพานาคอตต้าเอสเพรสโซ่กับคาราเมลเฮเซลนัทอบเชย
นี่คือมื้อค่ำแบบอิตาเลียนดั้งเดิม
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ คิดว่า นี่แหละคือวิธีการทำอาหารที่แสดงถึงความจริงใจของเขาที่มีต่อคุณทอมป์สัน
เขาเรียกให้ยูคิฮิระ โซมะ มาดูแลการสั่งอาหารของลูกค้าที่เหลือในครัว จากนั้นตัวเขาเองก็ยกอาหารเหล่านี้ออกไป นั่งลงตรงข้ามกับคุณทอมป์สันซัพพลายเออร์
“โอ้ ดูดีจริงๆ”
คุณทอมป์สันมองดูมื้อค่ำอันโอชะตรงหน้า เลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
“เชิญชิมครับ!”
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ ยิ้มเล็กน้อย เขาไม่คิดจะรบกวนช่วงเวลาแห่งความสุขในการทานอาหารของคุณทอมป์สัน จึงแนะนำสั้นๆ ว่า
“เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อย โพเลนตาอบกับมะเขือเทศครับ”
คุณทอมป์สันทำตามคำแนะนำของยูคิฮิระ โจอิจิโร่ กัดเข้าไปหนึ่งคำ จากนั้นสีหน้าของเขาก็พลันแข็งทื่อไป
กลิ่นหอมของข้าวโพดกับรสเปรี้ยวอมหวานของมะเขือเทศ บวกกับรสเค็มจางๆ ของชีส ก่อให้เกิดรสชาติที่ซับซ้อนในปาก ดูเหมือนจะผสมผสานกัน แต่กลับแยกชั้นกันอย่างชัดเจน ราวกับให้ความรู้สึกว่าวัตถุดิบกำลังต่อสู้กันอยู่ในปาก
รสชาติที่สดใส เริงร่าอยู่ในปาก ถึงแม้จะมีวัตถุดิบหลายชนิด แต่กลับให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างยิ่ง รู้สึกเหมือนกับจะกินจนมึนหัวไปเลย ทำให้กินไปหนึ่งคำก็อยากจะกินคำที่สองต่อ
ทั้งกรอบนอกนุ่มใน ทั้งรสชาติที่ซับซ้อนผสมผสานกัน นี่มันคือบทเพลงบรรเลงรสชาติที่ประพันธ์โดยไวโอลินชัดๆ
“จานนี้ เนื้อแก้มวัวตุ๋นช้ากับพาสต้าไข่เส้นกว้างครับ”
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ แนะนำอาหารจานต่อไปอย่างถูกจังหวะ
“นุ่มมาก!”
คุณทอมป์สันเบิกตากว้าง ในแววตามีความตกตะลึงเจือปนอยู่
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเนื้อแก้มวัวตุ๋นจะนุ่มจนมีน้ำออกมาขนาดนี้
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเห็นฝีมือแบบนี้มาก่อนเลย
ใช้ส้อมกดลงไปบนเนื้อแก้มวัวเบาๆ ราวกับจะดีดส้อมกลับมา ความนุ่มและความเด้งของเนื้อนั้นเหนือกว่าอาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิดที่เขาเคยเห็นมาในชีวิตประจำวันอย่างสิ้นเชิง
หั่นเนื้อแก้มวัวชิ้นเล็กๆ เข้าปากในทันที ก็รู้สึกเหมือนกับว่าทั้งตัวกำลังจะถูกความหวานโอบล้อม ราวกับจะละลายไปเลย แม้แต่ปลายลิ้นก็ยังสั่นสะท้าน ทำให้เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
อีกทั้งเนื้อแก้มวัวนี้ยังสามารถใช้ตะเกียบฉีกได้อย่างง่ายดาย เมื่อเข้าปากก็ยิ่งนุ่มละมุนอย่างที่สุด และทุกคำก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงน้ำเนื้อที่ระเบิดออกมาในปากราวกับระเบิด
นี่ไม่ใช่เนื้อวัวธรรมดา!
มันคือเนื้อวัวที่น่าทึ่ง!
ในปากเต็มไปด้วยความอร่อย ทานคู่กับพาสต้าไข่เส้นกว้างก็เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะรสชาติของซอสที่เข้มข้นอย่างยิ่ง รสชาติล้ำลึกอย่างที่สุด ถึงขนาดให้ความรู้สึกว่าจะกินไปได้จนชั่วนิรันดร์
อีกทั้งเขายังได้ลิ้มรสเปรี้ยวจางๆ จากเส้นพาสต้านี้อย่างเลือนลาง แต่รสเปรี้ยวนี้กลับช่วยลดความหนักของเนื้อและซอสได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้เกิดความรู้สึกว่าจะกินไปได้เรื่อยๆ ไม่มีวันเบื่อ
“ในเส้นนี้ใส่อะไรลงไปเหรอครับ?”
คุณทอมป์สันมองยูคิฮิระ โจอิจิโร่ ตรงหน้าอย่างสงสัย แววตาที่ตื่นเต้นนั้นไม่ได้ปิดบังเลยแม้แต่น้อย
เขาไม่เคยกินอาหารอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย
ไม่!
นี่ไม่ใช่อาหารที่ทำขึ้นมาเพื่อเติมท้องให้เต็มเพียงอย่างเดียว นี่คือการยกระดับของอาหารอย่างแท้จริง!
จะเรียกว่า นี่แหละคืออาหารที่แท้จริง!
สิ่งที่เขาเคยกินก่อนหน้านี้ ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นอาหารเลยด้วยซ้ำ
“น้ำบ๊วยครับ”
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ ยิ้มเล็กน้อย น้ำเสียงเรียบเฉย
“ตอนต้มเส้นผมใส่น้ำบ๊วยลงไปในน้ำด้วย ก็เลยเป็นพาสต้าไข่เส้นกว้างที่สดชื่นครับ”
อย่างนี้นี่เอง!
คุณทอมป์สันเข้าใจแล้ว
รสสัมผัสที่นุ่มละมุน เนื้อวัวที่หอมกรุ่น ซอสที่เข้มข้น และพาสต้าไข่เส้นกว้างที่สดชื่น…
ส่วนประกอบเหล่านี้ช่วยดึงความอร่อยของวัตถุดิบแต่ละชนิดออกมา ส่งเสริมซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นสุดยอด
ทำให้กินไปได้เรื่อยๆ ไม่หยุด ไม่สิ ไม่อยากจะหยุด
เพียงชั่วพริบตา พาสต้าเส้นกว้างชามใหญ่ก็ถูกคุณทอมป์สันกินจนหมด เขาพูดอย่างไม่รู้เบื่อว่า
“มีอีกไหมครับ? ผมอยากจะขออีกชาม”
“ได้ครับ”
ยูคิฮิระ โจอิจิโร่ พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นไปยกพาสต้าไข่เส้นกว้างมาอีกชามจากครัวหลังร้าน
กินอย่างรวดเร็ว ชามที่สองก็หมดลงไปอย่างสำเร็จ
“จานนี้เป็นของหวานครับ พานาคอตต้าเอสเพรสโซ่กับคาราเมลเฮเซลนัทอบเชย”
พานาคอตต้าเด้งดึ๋ง
ใช้ช้อนแตะเบาๆ พานาคอตต้าก็จะสั่นไหวไปตามจังหวะ ราวกับนางฟ้าตัวน้อยที่ทำจากนมกำลังเต้นระบำอยู่บนจาน
ตักพานาคอตต้าหนึ่งช้อนเข้าปาก ทันใดนั้นนัยน์ตาของคุณทอมป์สันก็เบิกกว้างขึ้น
นี่มันอะไรกัน?
อร่อย หวาน และนุ่มนวล ถึงขนาดทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่า—ทั้งตัวกำลังล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรแห่งกาแฟ มีกลิ่นหอมของนมเจือจางอยู่ หลงใหลจนไม่อยากจะจากไป
กาแฟกับนมเข้ากันได้ดีอย่างที่สุด
ทั้งสองอย่างเหมือนกับคู่รักที่สมบูรณ์แบบ ประนีประนอมซึ่งกันและกันในระหว่างการปะทะ มีเธออยู่ในฉัน มีฉันอยู่ในเธอ
นี่คือการยกระดับที่ยอดเยี่ยม!
ถึงแม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่กลับรู้สึกมึนๆ อย่างบอกไม่ถูก
“กรอบ!”
คุณทอมป์สันหยิบคาราเมลเฮเซลนัทอบเชยที่ทานคู่กันขึ้นมา ความกรอบเมื่อเข้าปาก ความหวานอมฝาดของเฮเซลนัท ความละเอียดอ่อนของอบเชย ถูกคาราเมลผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
นี่มันคือบทเพลงประสานเสียงแห่งการสร้างสรรค์และความคิดอย่างแท้จริง!
อิตาลี คืออิตาลี
ดินแดนแห่งดนตรี ชื่อเสียงเลื่องลือ!
[จบบท]