เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 อันธพาลไลน่า

บทที่ 6 อันธพาลไลน่า

บทที่ 6 อันธพาลไลน่า


บทที่ 6 อันธพาลไลน่า

เมืองเชลล์ส

นี่คืออ่าวด้านในที่กว้างใหญ่ ปลายสุดเป็นทะเลสาบเล็ก ๆ เวลาน้ำขึ้น น้ำในทะเลสาบจะเชื่อมกับทะเล แต่พอน้ำลงก็จะแยกออกมาเหมือนเดิม

สิ่งที่ทำให้ฌอนรู้สึกโชคดีหน่อยก็คือ เหนือทะเลสาบนี้มีน้ำตกเล็ก ๆ อยู่พอดี

เขาผลักหินก้อนใหญ่ไปวางไว้ใต้น้ำตก ปล่อยให้น้ำไหลซัดใส่หินตรงนั้น

ปัง! ปัง!

เสียงหมัดกระแทกกับสายน้ำ ก่อนจะกระแทกใส่หินแข็ง ๆ ใต้ม่านน้ำตก

...เก้าร้อยเก้าสิบแปด, เก้าร้อยเก้าสิบเก้า, หนึ่งพัน!

แรงตกของสายน้ำไม่อาจกลบแรงหมัดของฌอนได้แล้ว รอยบนหินมีเพียงสองรอยชัด ๆ

รอยแรกเหมือนกำปั้นธรรมดาที่ทุบลงไป แต่รอยอีกฝั่งกลับมีรอยเฉือนเล็ก ๆ ตามขอบ

เพราะพลังหมัดจาก ปราณแห่งสายลม มันแผ่ออกไปเหมือนใบมีด ทำให้เกิดรอยตัดขึ้นมา รอยนั้นยืนยันว่าแนวคิดที่ฌอนคิดไว้ มันถูกจริง ๆ

หนึ่งพันหมัดทุบหินธารน้ำ, หนึ่งพันหมัดตัดเหล็กวายุ...

ใช่แล้ว หลังคิดอยู่ตั้งนาน ฌอนก็ไม่อายที่จะลอกชื่อวิชาต่อสู้พวกนี้มาจาก One-Punch Man ตรง ๆ

วันนี้เขาซ้อมแต่ละท่าไปแล้วสามพันครั้ง อีกสองรอบก็จะครบกำหนด พอน้ำขึ้น เขาจะออกไปจับปลาบูลฟิชที่อ่าวหนิวยูมากิน หลังจากนั้นการฝึกวันนี้ก็จะจบ

“ฌอน! เรือเฟอร์รี่มาถึงแล้วนะ! มีผู้หญิงคนนึงบอกว่าอยากเจอนายหน่ะเหมียว!”

เสียงเรียกดังมาจากฝั่ง เนียซโผล่มาพร้อมส่งเสียงลั่น

ฌอนที่กำลังจะเริ่มเซ็ตสุดท้าย เผลอออกแรงเกินไป หมัดฟาดหินเต็มแรง

เปรี้ยง!

หินแตกกระจายทันที เศษหินปลิวกระจายรอบ ๆ กำปั้น

ก้อนหินก้อนนี้อุตส่าห์ทนมาได้ตั้งหกพันหมัด แต่ข้างในมันก็เปราะบางสุด ๆ อยู่แล้ว การควบคุมแรงก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก เพราะงั้นทุกวันเขาจะปิดท้ายด้วยหมัดสุดท้ายใส่หินเสมอ

แต่วันนี้เพราะเนียซโผล่มากะทันหัน ทำให้เขาเสียจังหวะ หินเลยแตกก่อนกำหนด

“ฮึ่ย... ฉันยังต้องฝึกอีกเยอะเลยแฮะ...”

เขาหันไปถาม “มีเรื่องอะไร เนียซ?”

“วันนี้มีเรือเข้า... ฉันได้ยินมาว่าเกี่ยวกับตลาดมืดน่ะสิ”

ว่ากันถึงสี่ท้องทะเลของโลกโจรสลัด – อีสต์บลู, เซาท์บลู, เวสต์บลู, นอร์ธบลู

อีสต์บลูเป็นบ้านเกิดของเหล่าฮีโร่ รวมถึงราชาโจรสลัดในตำนานด้วย

เซาท์บลูขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยี แถมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของนาวิกโยธินในอนาคตก็มาจากที่นั่นเพียบ

นอร์ธบลูมีตำนานของเจอร์มา 66

ส่วนเวสต์บลู นอกจากจะเป็นบ้านเกิดของผมแดง หนึ่งในสี่จักรพรรดิแล้ว ยังถูกเรียกว่าเมืองแห่งดอกไม้ด้วย

แต่สิ่งที่ทำให้เวสต์บลูต่างออกไป ก็คือ ตลาดมืด ที่แพร่หลายไปทั่ว แม้แต่เกาะเล็ก ๆ อย่างเกาะเชลล์ยังรู้จักชื่อเสียงของมัน

คนเกาะเชลล์อาจไม่รู้หรอกว่ามีประเทศทรงพลังชื่อว่า ฟลาวเวอร์คันทรี อยู่ในทะเลพวกเขา แต่ทุกคนรู้แน่ว่าตลาดมืดของเวสต์บลูมันโหดขนาดไหน

ไม่ว่าจะยาสูบ เหล้า ปืน อาหาร ทาส ของฟุ่มเฟือย หรือแม้แต่การขนส่ง... ตลาดมืดมีเอี่ยวหมด เรียกได้ว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเวสต์บลูตอนนี้

โดฟลามิงโก้ที่เคยคุมตลาดอาวุธในนอร์ธบลู ยังเจาะตลาดเวสต์บลูไม่ได้เลย เพราะที่นี่มันเต็มไปหมดแล้ว

และหนึ่งในคนน่าจับตามองจากตลาดมืดก็คือ คาโปน เบจ – ว่ากันว่าเขามีพลังผลปีศาจพารามีเซีย ผลสตรองโฮลด์ เปลี่ยนร่างกายเป็นปราสาทได้ เวลาเปิดศึก เหล่าทหารกับอาวุธทั้งหลายก็พุ่งออกมาจากในร่างเขาเอง

คนอื่นคิดว่ากำลังล้อมเขา... แต่จริง ๆ แล้ว เขานั่นแหละที่ล้อมพวกมันอยู่

ไม่นาน ฌอนกลับถึงเชลล์ทาวน์ และได้เจอกับหญิงสาวจากตลาดมืด – ไลน่า

เธอสวยจนสะดุดตาไปทั้งเมือง ขายาว หุ่นเพรียว ผมสั้นสีดำสวยคมเหมือนเอดา หว่องจาก เรซิเดนท์ อีวิล ทั้งผู้ชายผู้หญิงเจอเข้าก็ต้องเหลียวมอง

แต่ถึงสวยขนาดนี้ ฌอนก็ยังได้กลิ่นอันตรายออกมาแรง ๆ อย่างน้อยก็ไม่แพ้ตอนที่เจอ ดาบใหญ่บูรี่ แน่นอน

“นายคือคนที่ฆ่าดาบใหญ่บูรี่ใช่รึเปล่า?”

ไลน่ามองเด็กหนุ่มตรงหน้า แล้วก็แปลกใจเล็กน้อย... เขาดูยังไม่ถึง 16 ด้วยซ้ำ

ตอนแรกเธอแทบหัวเราะ แต่ก็รีบเปลี่ยนสีหน้า จริงอยู่... ครั้งแรกที่เธอฆ่าคน เธอเพิ่งอายุ 12 เท่านั้น บนโลกที่แกรนด์ไลน์เป็นศูนย์กลาง อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป

เธอเคยได้ยินข่าวว่า มีเด็กวัยรุ่นคนนึงโผล่ขึ้นมาในตลาดนักฆ่า ใช้พลังผลปีศาจจัดการซีเรดเดอร์ที่มีค่าหัว 20–30 ล้านได้สบาย ๆ

บางที... เด็กคนนี้อาจเป็นผู้ใช้ผลปีศาจเหมือนกัน

“ใช่... โจรสลัดบูรี่ฉันเป็นคนฆ่าเอง ว่าแต่สาวสวยจากตลาดมืดอย่างเธอมาหาฉันมีธุระอะไรเหรอ?”

เขาคิดในใจ พวกนี้มาตามเรื่องรึเปล่า? ตลาดมืดกับซีเรดเดอร์(โจรสลัด)มีเอี่ยวกันงั้นสิ?

ไลน่าหยิบโปสเตอร์ค่าหัวของดาบใหญ่บูรี่กับโดรอนขึ้นมาให้ดู “ฉันมาเสนอธุระการค้ากับนาย หัวพวกนี้ขายให้ตลาดมืดได้ ราคาจะต่ำกว่ากองทัพเรือห้าส่วนก็จริง แต่เร็วและชัวร์”

“นอกจากนี้พวกเรายังรับจัดการลูกเรือที่เหลือของซีเรดเดอร์ให้ด้วย เรือก็เช่นกัน”

เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนเสริมว่า “เรือซีเรดเดอร์น่ะ มูลค่าไม่แพ้หัวโจรเลยทีเดียว ส่วนลูกเรือพวกนั้น... ตลาดมืดมีวิธีจัดการในแบบของเราเอง”

ฌอนถอนหายใจยาว... ให้ตายสิ นึกว่าจมพวกมันไปก็จบแล้ว ที่แท้ก็เหมือนจมถุงเงินลงทะเลไปชัด ๆ

“นอกจากซื้อ... พวกเธอขายด้วยรึเปล่า?”

“แน่นอนอยู่แล้ว” ไลน่ายิ้มมุมปาก

หลังการต่อรอง ฌอนยอมปล่อยหัวโจรสองคนให้ตลาดมืด ส่วนลูกเรือสิบกว่าคนกับเรือ เขาเก็บไว้เอง

เนียซที่เฝ้าดูมาหลายวันก็แยกแยะได้แล้วว่าใครซื่อสัตย์ ใครขี้เกียจ ใครคิดไม่ดี เขาเลยเสนอขายพวกที่ไร้ประโยชน์ให้ตลาดมืดไป

ในที่สุดก็เหลือลูกเรือสิบคน ถูกส่งขึ้นเรือเฟอร์รี่พร้อมหัวโจรสองหัวแช่แข็ง กับคำสั่งซื้อของที่เนียซต้องการ

เบอร์รี่ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนคราวนี้คือ 20 ล้าน โดย 8 ล้านจะจ่ายอีกทีเมื่อของถูกส่งถึงเกาะเชลล์

บนดาดฟ้าเรือเฟอร์รี่ ลูกเรือซีเรดเดอร์สิบคนถูกจับมาฟังคำพูดของไลน่า

“ฟังให้ดี... จากนี้ไปพวกนายคือทาสตลาดมืดโรสธอร์นแล้ว จงทำงานให้ซื่อสัตย์ซะ ตราบใดที่ทำงานครบ 20 ปี ก็อาจได้เลื่อนเป็นแก๊งล่างของพวกเรา”

คำพูดเหมือนมีหวัง... แต่ทุกคนรู้ ความจริงแล้วโอกาสจะรอดสักคนแทบไม่มี ยิ่งช่วงนี้สมาชิกใหม่หายตัวไปอย่างลึกลับบ่อย ๆ ด้วย

ยี่สิบปี...! ใครมันจะไปทนไหววะ!

ซีเรดเดอร์ที่คุ้นชินกับอิสระไม่มีวันทนอยู่ได้หรอก

พอเรือเฟอร์รี่ออกท่าไปได้ไม่นาน บนเรือก็เหลือเพียงกัปตัน ลูกเรือประจำเรือ และไลน่าคนเดียวจากตลาดมืด

โซ่ที่ล่ามซีเรดเดอร์ไว้ถูกทำให้หลวมเพื่อสะดวกเวลาทำงาน ตอนนี้พวกมันจึงสบโอกาสคิดจะก่อกบฏ ปล้นเรือข้ามฟากหนีออกจากทะเลแถวนี้ แล้วหาที่ซ่อนตัวกับพวกโจรสลัดใหญ่แทน

“ตายซะเถอะ อีผู้หญิงเน่า!”

หนึ่งในซีเรดเดอร์ร่างสูงพุ่งเข้าใส่ไลน่าเต็มแรง

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังสามนัดติด กระสุนหนึ่งเจาะหน้าผาก หนึ่งที่หัวใจ อีกนัดเข้าคอ

ร่างยักษ์ทรุดลงตายคาที่ เลือดไหลนองพื้น

“...เฮ้ย ได้ปืนนั่นมาตอนไหนกันวะ เร็วเกินไปแล้ว!”

ไลน่าเป่าควันออกจากปากกระบอกปืน ดวงตาคมกริบมองพวกที่เหลือ แล้วถามเสียงเย็น ๆ

“จะเลือกอะไรดีล่ะ... ยอมทำงานยี่สิบปี หรืออยากนอนแผ่แบบหมอนั่น?”

[ไรท์ : ขอแก้คำหน่อยนะครับ ซีเรดเดอร์ ความหมายมันคือ โจรสลัดธรรมๆไร้ค่าหัว  ผมจะแก้เป็น "โจรสลัด" แทน  ตอนก่อนๆ ผมเข้าใจผิดว่า  "ซีเรดเดอร์"  มันคือ ชื่อของกลุ่มโจรสลัด  ดังนั้นถ้าเจอคำว่า  ซีเรดเดอร์  ในบทถัดไปอาจจะเพราะไรท์อาจจะพลาดตอนกำลังแก้ไป แต่อยากให้เข้าใจ ความหมายของมันคือ  "โจรสลัด"  แทนนะครับ ] [ แต่ตั้งแต่บท 8 ขึ้นไป จะเป็น คำว่า "โจรสลัด" แทนแล้วครับ ] ]

จบบทที่ บทที่ 6 อันธพาลไลน่า

คัดลอกลิงก์แล้ว