เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 102

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 102

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 102


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 102

เปลวไฟแห่งความเบิกบานลุกโชนในดวงตาของราอน

'มันคือดาบสัญชาตญาณ’

ดาบสัญชาตญาณคือวิชาดาบประเภทหนึ่งที่สามารถเพิ่มระดับได้ผ่านการต่อสู้จริง ไม่ใช่การจะฝึกฝนเทคนิคซ้ำแล้วซ้ำอีก

นอกจากนี้ยังเป็นเทคนิคที่เด็กฝึกจากสนามฝึกที่หกเกือบจะใช้เอาชนะเบอร์เรนได้

เนื่องจากมันสามารถใช้ในการต่อสู้จริงได้ทันทีและสามารถเพิ่มระดับขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดาบสัญชาตญาณระดับดีๆ จึงหาไม่ได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว

'และมันก็เป็นดาบสัญชาตญาณระดับสูง'

เขาเคยเรียนรู้ดาบสัญชาตญาณในชีวิตก่อนหน้านี้ เขี้ยวแห่งความวิกลจริตเป็นวิชาดาบขั้นสูง มันยอดเยี่ยมพอที่จะเรียกได้ว่าเป็นระดับสูงในหมู่ดาบสัญชาตญาณด้วยกัน

'แต่มันรุนแรงมาก’

มันเป็นเทคนิคล้ำค่า แต่ก็มีความรุนแรงอย่างมาก

เขี้ยวแห่งความวิกลจริต เช่นเดียวกับชื่อของมัน มันจะโหยหาการแทงเข้าไปที่คอของศัตรู

'ฉันต้องระวังให้ดี’

หากเขาทำพลาด ดาบก็สามารถแทงคอของเขาเองแทนคอของศัตรูได้ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องระมัดระวังระหว่างการเรียนรู้มัน

ราอนเปิดหนังสือและเริ่มอ่านอีกครั้ง เขาตรวจสอบทุกอย่างอย่างรอบคอบอีกครั้งเผื่อในกรณีที่เขาพลาดอะไรบางอย่างไป

'แปลกแฮะ’

เขารู้สึกซาบซ่าแปลกๆ ในหัวทุกครั้งที่อ่านหนังสือ เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขี้ยวแห่งความวิกลจริตมีอย่างอื่นที่ไม่ใช่วิชาดาบผสมอยู่ด้วย

'มันคืออะไรกัน’

เขาตรวจดูภาพวาดและคำศัพท์ในหนังสือโดยละเอียด แต่เขาไม่รู้ว่าเขาพลาดอะไรไป

"แต่มันก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าดี”

เขาจะต้องแกว่งดาบให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ก่อนไปถึงปราสาทฮาบุน เขาอาจจะสามารถบรรลุเขี้ยวแห่งความวิกลจริตได้ตอนที่ไปถึงที่นั่น

'ลองทำดีกว่า'

ราอนวางหนังสือลงแล้วลุกขึ้นยืน เขาควงดาบและพยายามฝึกท่าพื้นฐานของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตทีละท่า

พื้นฐานคือส่วนที่สำคัญที่สุดในวิชาดาบทุกแขนง เขาจะใช้มันได้ก็ต่อเมื่อเขามีท่าทางพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบแล้วเท่านั้น และท่าพื้นฐานนั้นก็ยิ่งสำคัญสำหรับดาบสัญชาตญาณ

ราอนฝึกฝนจนกระทั่งเขาปรับท่าทางได้สมบูรณ์ จากนั้นจึงชักดาบออกมา

เมื่อเขาตั้งท่าได้แล้วก็ถึงเวลาสำหรับการต่อสู้ที่แท้จริง ท้ายที่สุดแล้ว การฝึกฝนดาบสัญชาตญาณด้วยตัวเองก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

'ต้องเป็นการต่อสู้จริงๆ สินะ?’

ราอนยิ้และแตะที่ดาบที่ห้อยอยู่ข้างเอวของเขา

“คงจะดีไม่น้อยถ้าได้ต่อสู้กับพวกเขาหลังจากเวลาผ่านไปนานขนาดนี้”

***

วันรุ่งขึ้น ราอนไปที่สนามฝึกที่ห้าหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกฝนในยามรุ่งสาง สนามฝึกว่างเปล่า

หลังจากอบอุ่นร่างกายเบาๆ เขาก็กำลังฝึกท่าทางและหลักการของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตที่เขาได้เรียนรู้เมื่อวานนี้ ในเวลานั้นเองที่ประตูสนามฝึกเปิดออกและเบอร์เรนก็เข้ามา

“นึกว่าฉันจะเป็นคนแรกซะอีก…”

เบอร์เรนขมวดคิ้วและเริ่มวอร์มร่างกาย เนื่องจากมันเป็นเวลาสำหรับการฝึกแบบอิสระ จึงมีคนเข้ามาอีกน้อยมาก

หลังจากปรับท่าทางของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตแล้ว ราอนก็มองไปที่เบอร์เรน ดูเหมือนเขาคงกำลังเรียนรู้เทคนิควิชาดาบอันใหม่ที่เขาไม่รู้จักเช่นกัน

หลังจากดูเขาพักหนึ่ง ราอนก็กลับมาฝึกเขี้ยวแห่งความวิกลจริตต่อ หลังจากผ่านไปประมาณสองชั่วโมง ประตูสนามฝึกก็เปิดออก ริมเมอร์ก็เดินเข้ามาโดยเอามือไพล่หลัง

"ยังเหมือนเดิมกันเลยนะ”

เขาเดินเข้ามาแบบกร่างๆ และหาวไปด้วยเหมือนกับคนว่างงานจอมขี้เกียจ อย่างไรก็ตาม รอบดวงตาข้างซ้ายของเขาเป็นสีเข้มเล็กน้อยเหมือนรอยช้ำ

เขาถูกซ้อมในบ่อนพนันหรือเปล่านะ?

“ฉันจะไปนอนแล้ว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็…”

ขณะที่เขาเดินไปที่ห้องพัก ราอนก็ขวางทางไว้

“ช่วยดูผมต่อสู้หน่อยได้ไหมครับ”

"ต่อสู้เหรอ? กับใคร?”

ริมเมอร์มองหาคู่ต่อสู้ แต่ไม่มีใครยกมือขึ้น

“ผมจะสู้กับเบอร์เรน”

“ฮะ? ฉันเหรอ?”

ดวงตาของเบอร์เรนเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

"ทำไมอยู่ๆ ถึง...?”

"ไม่เหรอ?”

"ด-ได้สิ! ฉันจะสู้!"

เบอร์เรนรีบพยักหน้า

"ผมจะสู้ครับ! ... ให้ผมสู้เถอะนะครับ!”

'ฉันจะพลาดโอกาสนี้ไม่ได้'

เบอร์เรนไม่ได้ต่อสู้กับราอนเลยตั้งแต่เขาแพ้ระหว่างการสอบของเด็กฝึกหัดชั่วคราว เขารู้ว่าราอนแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังอยากลองต่อสู้กับเขา

"อืม... น่ารำคาญจัง”

ริมเมอร์ขมวดคิ้วและเกาแก้ม

“อาจารย์!”

"โอ้ว โอเค เตรียมตัวให้พร้อม”

"ครับ!”

เบอร์เรนพยักหน้าและวิ่งไปที่ตรงกลางลานฝึก

"ไม่ไปเตรียมตัวเหรอ?”

“อาจารย์ครับ ถ้ามันดูเหมือนว่าผมจะทำให้เบอร์เรนบาดเจ็บ ช่วยหยุดผมหน่อยนะครับ”

"หยุดเหรอ?”

"ครับ"

นั่นคือเหตุผลที่เขารอให้ริมเมอร์มาถึง

ดาบสัญชาตญาณนั้นควบคุมได้ยาก เขาสามารถสร้างบาดแผลสาหัสให้เบอร์เรนได้อย่างง่ายดายด้วยความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว

"เฮ้อ น่ารำคาญจริงๆ..."

"นะครับ”

ราอนโค้งคำนับแล้วไปที่สนามประลองชั่วคราว ยังไงริมเมอร์ก็จะหยุดเขาอย่างแน่นอน

ราอนกวัดแกว่งดาบฝึกทื่อๆ และเผชิญหน้ากับเบอร์เรน เด็กฝึกหัดทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็มายืนมองพวกเขา

“โอ๊ยย...มาเริ่ม...เฮ้อ...กันเถอะ”

ริมเมอร์แสดงท่าทีไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด

“ใช้ดาบเพื่อพัฒนาตนเองเท่านั้นและห้ามทำการใดที่ทำให้คู่ต่อสู้ถึงแก่ความตาย”

"ครับ!”

"ครับ"

“มีอะไรอยากจะบอกอีกฝ่ายบ้างไหม?”

เขากระดิกนิ้วส่งสัญญาณให้พวกเขารีบพูด

"ฉันจะใช้เทคนิคใหม่ นายควรจะระวังไว้เพราะมันอาจจะอันตราย”

“ฉันจะใช้สิ่งที่ฉันคุ้นเคยอยู่แล้ว มันจะแตกต่างจากครั้งก่อนแน่นอน”

ราอนบอกว่าเขาจะใช้เทคนิคใหม่ ส่วนเบอร์เรนบอกว่าเขาจะใช้เทคนิคเก่า

"เสร็จรึยัง? งั้น... เริ่มได้!”

ริมเมอร์ลดมือลง เบอร์เรนและราออนก็เตะออกจากพื้นทันที

* * *

* * *

เบอร์เรนกัดฟัน

'นี่เป็นโอกาสของฉัน’

เขาฝันที่จะได้สู้กับราอนมาโดยตลอดนับตั้งแต่พ่ายแพ้ให้กับเขา

การเติบโตของราอนอาจเรียกได้ว่ายอดเยี่ยม แต่เขาเองก็ฝึกซ้อมหนักอย่างไม่สิ้นสุดเช่นกัน เขาจะไม่แพ้แบบง่ายๆ อีกแล้ว

"ฮ่า!”

แทนที่จะใช้วิชาดาบแบบใหม่ เบอร์เรนใช้วิชาดาบคิรินที่เขาได้เรียนรู้จากการฝึกฝนของสายตรง

ฟรึ่บ!

ความเร็วของดาบเพิ่มขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะของเขา ดาบไปถึงหน้าผากของราอนในเวลาอันรวดเร็ว

'หือ?'

ดวงตาของเบอร์เรนเบิกกว้าง ก่อนที่ดาบของเขาจะโดนตัวราอน ดาบก็มีประกายออกมาราวกับสายฟ้า

แคร้ง!

การปะทะกันอย่างรุนแรงทำให้วิถีของดาบทั้งสองโค้งงอในพร้อมๆ กัน

“อึก…”

เบอร์เรนรีบถอยออกไปและกัดริมฝีปากของเขา

'เขาโจมตีล่วงหน้าเหรอ?'

ราอนโจมตีเขาก่อนที่เขาจะเคลื่อนไหวซะอีก เขาไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้

"ได้! งั้นเข้ามาเลย!"

เมื่อเบอร์เรนเปลี่ยนท่าหลังจากถูกผลักกลับ ราอนก็เตะพื้นและพุ่งเข้ามาหาเขา

เขาใช้เทคนิคที่สองของ 'วิชาดาบคิริน' กับราอน ดาบเหวี่ยงลงมาในแนวทแยง

แคร้ง!

มือของเขาสั่นเพราะพลังโจมตีอันมหาศาลของราอน ไม่ใช่พลังของดาบของราอนที่ทำให้เบอร์เรนสับสน

แต่เป็นจิตวิญญาณที่รุนแรงของราออน ความดุร้ายไม่เหมือนกับเป็นราอนทำให้เขาขนลุก

แคร้ง! แคร้ง!

เบอร์เรนกัดฟันและป้องกันการโจมตีต่อเนื่องของราอน

'ฉันไม่ได้ฝึกหนักมาเพื่อพ่ายแพ้แบบนี้!'

เขาดึงออร่าทั้งหมดที่เหลืออยู่ออกมา เขาเชื่อมโยงการหมุนโดยเริ่มจากร่างกายส่วนล่างไปจนถึงดาบ เพื่อเหวี่ยงมันตรงไปที่เขา

ดาบคิริน, ดาบเฉือน

การโจมตีแบบหมุนมุ่งเป้าไปที่ราอน

“อึก…”

แต่ราอนไม่ได้ถอยหนี เขาพุ่งเข้าหาดาบเฉือนด้วยจิตวิญญาณที่ดุร้ายกว่าเดิม

เคร้ง! เคร้ง!

เขาเหวี่ยงดาบของเขาซ้ำอีกและแยกดาบเฉือนออกจากกัน เขาดูเหมือนสัตว์ดุร้าย

แต่ดาบของราอนยังคงหิวโหยหลังจากกินดาบเฉือนเข้าไปจนหมด มันพุ่งเข้าหาเบอร์เรนเพื่อเขมือบอาหารชิ้นต่อไป

“เห้ย!”

เบอร์เรนกัดฟัน เขาย่อตัวลงและแทงดาบด้วยความคมจากลม

พรึ่บ!

แม้ว่ามันจะเป็นการโจมตีที่ดีที่สุดที่เขาสามารถทำได้ในปัจจุบัน แต่ดาบของราอนกลับดุร้ายยิ่งขึ้นและฟาดฟันเขา

ครืน!

จิตวิญญาณอันสุดขั้วของดาบของราอน ทำลายการโจมตีครั้งสุดท้ายของเบอร์เรนได้อย่างง่ายดาย

'ด-ดาบนั่นคืออะไร?’

เบอร์เรนอ้าปากค้าง ดาบของราอนดูเหมือนงูพิษที่มองหาจุดอ่อนในวิชาดาบของเขา มันรวดเร็ว มุ่งมั่น และทรงพลัง ทำให้เขาไม่สามารถหลบหนีได้

“อ๊ะ!”

เบอร์เรนรีบพยายามแกว่งดาบของเขา แต่ดาบของราอนกลับเร็วกว่า

แสงสะท้อนจากดาบฉายในดวงตาของเขา ดาบของราอนอยู่แค่ปลายจมูก

'มันยังไม่จบหรอก!'

เบอร์เรนคนก่อนคงจะยอมแพ้ไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่คนเดิม เขาหมุนตัวเพื่อที่จะกลับไปตั้งหลัก แต่ดาบของราอนก็ตามเขามาทันทีเหมือนกับสัตว์ที่มีชีวิต

แคร้ง!

ดาบของราอนเจาะทะลุเทคนิคของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวและพุ่งหาคอของเขา ดูเหมือนว่าราอนไม่มีความตั้งใจที่จะหยุด เนื่องจากความเร็วของดาบไม่ได้ลดลงเลย

'น-นี่มันบ้าไปแล้ว! นี่มันการฝึกซ้อมเฉยๆ นะ!’

ขณะที่เบอร์เรนเริ่มกรีดร้องอยู่ข้างใน ลมสีฟ้าก็ปรากฏขึ้น

เคร้ง!

นอกจากเสียงโลหะแล้ว ราอนก็กระเด็นออกไปไกล

"โอ๊ยยย..."

ริมเมอร์ยืนอยู่ตรงหน้าเบอร์เรนด้วยสีหน้ารำคาญใจ

"เฮ้อ..ขอบคุณนะครับ”

ราอนยกร่างที่โซเซของเขาขึ้นมาและโค้งคำนับให้ฃริมเมอร์

"อ-ไอ้เวร!" แกพยายามจะฆ่าฉันรึไง?”

เบอร์เรนชี้นิ้วที่สั่นเทาไปที่ราอน

“ฉันบอกให้นายระวังแล้ว”

“นั่นมันคำพูดทักทาย!”

“แต่ฉันพูดจริงนะ”

ราอนปัดฝุ่นเสื้อผ้าออกและตอบอย่างไม่ใส่ใจ

"ไอ้บ้าเอ้ย..."

เบอร์เรนถึงกับสติหลุดและใช้คำพูดหยาบคายที่เขาเกลียดมาก

“โอเค แค่นี้ใช่มั้ย?”

ริมเมอร์เก็บดาบเข้าฝักแล้วหาว

“งั้นฉันจะไปนอนแล้ว...”

"อย่าพึ่งครับ"

ราอนขวางริมเมอร์ไว้และส่ายหน้า

“หือ? แต่เธอไม่มีคู่ต่อสู้แล้วนะ ฉันไม่คิดว่าเบอร์เรนจะสู้ต่อหรอก”

"มีอีกตั้งหลายคนนี่ครับ”

เขาหันไปชี้เด็กฝึกหัดที่กำลังยืนดูพวกเขาอยู่

"พ-พวกเราเหรอ?”

"ทำไมถึงเป็นพวกเราล่ะ?”

เด็กฝึกหัดที่ถูกชี้อย่างกะทันหันเริ่มก้าวถอยหลัง

“ฉันเป็นตัวแทนเด็กฝึกหัดแท้ๆ แต่ไม่ค่อยได้ใส่ใจพวกนายเท่าไหร่เลย ฉันควรจะตรวจสอบความสามารถของพวกนายก่อนออกเดินทางสิ”

"แต่ฉัน..."

“เอ่อ… อ่า?”

"ด-เดี๋ยวสิ! หอพักของฉันถูกไฟไหม้...."

“ฉันขอปฏิเสธการปฏิเสธของพวกนาย งั้นฉันขอเริ่มที่เครนละกัน”

ราอนลากเครนเข้าสู่สนามประลองเนื่องจากเขาเป็นเป้าหมายที่ง่ายที่สุด

“ด-เดี๋ยวนะ เอาจริงเหรอเนี่ย?”

ริมฝีปากของเครนสั่นเทา ราอนคงบ้าไปแล้วที่จะให้เขาต่อสู้หลังจากโชว์วิชาดาบอันดุเดือดไปเมื่อครู่

"ค-ใครก็ได้! ท่านเบอร์เรนคร้าบบ!”

“หึ…”

เครนขอความช่วยเหลือ แต่เบอร์เรนหันหน้าหนีโดยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน

“อาจารย์ครับ...?”

“อืม...ทักษะของเธอจะดีขึ้นอย่างแน่นอนหลังจากต่อสู้นี้”

ริมเมอร์เร่งให้เครนรีบต่อสู้เพราะยังไงเขาก็หนีไม่พ้นอยู่แล้ว

“ไม่ต้องกังวลหรอก อาจารย์จะหยุดฉันถ้ามันอันตรายเกินไป”

ราอนยิ้มและชักดาบของเขาออกมา

"เอาล่ะนะ!”

"อ๊ากกกกกก!”

เสียงกรีดร้องของเด็กฝึกหัดดังก้องทั่วทั้งสนามฝึกที่ห้าตลอดทั้งวัน

***

“เฮอะ”

ราอนนั่งอยู่ที่สนามฝึกซ้อม สนามฝึกอันกว้างใหญ่นั้นว่างเปล่า เหลือเพียงเขานั่งอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง

“ไม่มีใครให้สู้ด้วยแล้ว”

เขาต่อสู้กับเด็กฝึกหัดทุกวันตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

เขาคิดว่ามันจะได้ประโยชน์สองอย่างในคราวเดียว: คือช่วยให้เด็กฝึกหัดคนอื่นๆ พัฒนาและได้ฝึกฝนเขี้ยวแห่งความวิกลจริตไปพร้อมกัน เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนเดียวที่คิดแบบนั้น

ไม่มีใครอยากสู้กับเขาอีกต่อไป

เบอร์เรนไม่ยอมมาที่สนามฝึกอีกหลังจากต่อสู้แพ้ไปเจ็ดครั้งติด ส่วนมาร์ธาก็ตะโกนว่า "ไปตายซะ!" ใส่หน้าเขาแล้วก็หายตัวไปหลังจากพ่ายแพ้สิบครั้ง

รูนันกำลังแอบมองเขาผ่านรอยแยกของประตูสนามฝึก

"ไม่สู้อีกเหรอ?”

ดูเหมือนว่าเธอจะแปลกใจมาก

"ก็คงไม่"

ราอนส่ายหัว รูนันก็เข้ามาในสนามฝึก เธอวิ่งเหยาะๆ มาหาเขาและนั่งลงข้างเขา

“เฮ้อ…”

ราอนส่ายหัว

'ให้สู้กับเด็กฝึกหัดอีกก็คงไม่ได้แล้ว’

ความกลัวของพวกเขาก็เป็นปัญหา แต่ความต่างชั้นของความสามารถก็กว้างมากเกินไป

'แต่อย่างน้อยก็ได้รู้อะไรมาบ้าง'

เขาเจอลักษณะเฉพาะของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตแล้ว

'หมาป่าดุร้าย'

เขี้ยวแห่งความวิกลจริต เป็นวิชาดาบที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งเชี่ยวชาญในการเจาะเข้าไปในการไหลที่ไม่เป็นระเบียบของคู่ต่อสู้หรือชิ้นส่วนที่มีข้อบกพร่องเพื่อแยกพวกมันออกจากกัน

เด็กฝึกหัดจึงกลัวว่าเขี้ยวแห่งความวิกลจริตจะค้นพบจุดอ่อนของพวกเขา มากกว่ากลัวความดุร้ายของมัน

แม้ว่าเบอร์เรนและมาร์ธาจะพยายามท้าทายเขาอีกหลายครั้งหลังจากทำใจได้ สุดท้ายพวกเขาก็วิ่งหนีไปอีก

'แต่...'

ราอนเหลือบมองรูนันที่นั่งข้างๆ เขา เธอไม่เคยขอให้เขาสู้ด้วยอีกเลยหลังจากการสู้กันในวันแรก ไม่เหมือนกับเบอร์เรนหรือมาร์ธา

ดูเหมือนว่าเธอจะเกลียดการต่อสู้กับเขา

"รูนัน”

“อื้อ?”

"สู้กะ..."

รูนันรุดถอยหลังไปก่อนที่เขาจะพูดจบ น่ามหัศจรรย์ที่เธอสามารถหนีเขาไปพร้อมกับเก้าอี้ได้

"ไม่เอา ฉันไม่สู้"

รูนันกลับมาอยู่ข้างๆ เขาเพื่อยืนยัน

'อาจจะเป็นเพราะไซเรีย'

ไซเรีย ซัลเลียน คงเป็นเพราะไอ้สารเลวนั่นที่ทำให้รูนันไม่อยากต่อสู้กับคนใกล้ตัว แม้ว่ามันจะเป็นแค่การฝึกซ้อมก็ตาม

ราชาแห่งแก่นแท้สามารถต่อสู้กับเจ้าได้ตลอดทั้งคืน แต่เจ้าคงจะถูกนิ้วก้อยของราชาแก่นแท้บี้แบนจนตายเสียก่อน

'แกเนี่ยนะจะสู้กับฉัน?’

ใช่ ส่งร่างกายของเจ้ามาสิ ราชาแห่งแก่นแท้จะสร้างโลกแห่งจิตวิญญาณและ...

'ขอปฏิเสธ’

อ-ไอ้เด็กนี่! ราชาแห่งแก่นแท้กำลังพูดเรื่องสำคัญ...

ราอนโบกมือเหมือนพัดเพื่อปัดราธให้ปลิวไป มันยังคงสบถในขณะที่ล่องลอยไปตามสายลม แต่ราอนกลับเมินเฉยเพราะเดี๋ยวมันก็กลับมาอยู่ดี

“เฮ้อ…”

ราอนถอนหายใจ

'แล้วฉันควรฝึกยังไงต่อดี?'

ขณะที่เขากำลังขบคิดว่าเขาจะเพิ่มความสามารถของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตได้อย่างไร ประตูเก่าๆ ในสนามฝึกก็เปิดออก

“เฮ้ ฉันได้ยินเสียงเธอถอนหายใจมาถึงนี่เลยนะ!”

นั่นคือริมเมอร์ เขาเดินมาพร้อมกับเกาหัวแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าราอน

"เธอคงไม่มีคู่ฝึกซ้อมแล้วใช่ไหมล่ะ?"

"ใช่ครับ พวกเขาวิ่งหนีผมหมดเลย”

"อืม ถ้าอย่างนั้น..."

เขายิ้มและชี้ไปที่ตัวเอง

"สู้กับฉันเป็นไง?”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 102

คัดลอกลิงก์แล้ว