เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 101

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 101

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 101


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 101

ราอนเผาหนังสือที่จูเดียลเตรียมไว้ให้เขาหลังจากจำเนื้อหาในนั้นได้

หากมีคนพบหนังสือเล่มนี้คงจะมีปัญหาตามมา เผาทิ้งเลยจะดีกว่า

“อืม…”

ราอนเคาะนิ้วบนพื้น มองดูหนังสือที่ถูกเผา

“ฉันอาจจะต้องเรียนรู้วิชาดาบอันใหม่”

ตามหนังสือของจูเดียลบอกไว้ สัตว์ประหลาดในปราสาทฮาบุนมีรูปร่างที่ใหญ่โตและมีผิวหนังหนา ซึ่งยากต่อการตัดด้วยดาบ

เนื่องจากวิชาดาบพื้นฐานของซีกฮาร์ทมีความสมดุลระหว่างการโจมตีและการป้องกันที่ 5:5 จึงไม่เหมาะสำหรับการจัดการกับมอนสเตอร์จำนวนมากหรือสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่มีผิวหนังหนา

เทคนิคดาบจากการฝึกหมื่นเปลวเพลิงอาจจะได้ผล แต่มันใช้ออร่ามากเกินไป

เขาจะต้องมีวิชาดาบเชิงรุกที่เขาสามารถใช้ได้แบบสบายใจ

'ตอนนี้ฉันคงฝึกฝนวิชาดาบขั้นพื้นฐานมามากพอแล้ว'

วิชาดาบพื้นฐานของซีกฮาร์ทเป็นสิ่งเดียวที่เขาใช้และฝึกฝนมาตลอด ตอนนี้รากฐานของมันแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องสร้างพื้นด้านบน

“อืม…”

ราอนเปิดลิ้นชักล่างสุดของโต๊ะแล้วหยิบแผ่นจารึกสีเงินแวววาวออกมา ดาบที่เผาไหม้ซึ่งสลักอยู่ตรงกลางคือสัญลักษณ์ของดาบเปลวเพลิง

มันเป็นแผ่นเงินที่เขาได้รับจากการฆ่าปีศาจนักรบและช่วยเหลือทุกคนในระหว่างภารกิจที่สอง

ครืด

เขาเลียริมฝีปากขณะลูบแผ่นเงินเล่น เขาวางแผนที่จะใช้มันเพื่อทำให้ซิลเวียกลับเป็นสายตรง แต่พอคิดดูแล้วมันก็คงทำไม่ได้

'เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ’

เขาต้องการแผ่นทองคำเพื่อเรียกคืนตำแหน่งอันดับของสายตรงของซิลเวียกลับมา แค่สองสามอันก็คงไม่เพียงพอ เขาต้องการพวกมันจำนวนมาก

ดังนั้นเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด เขาตัดสินใจใช้มันลงทุนเพื่ออนาคตแทนที่จะเก็บมันไว้

"ต้องไปแล้ว”

ราอนใส่แผ่นจารึกสีเงินไว้ในกระเป๋าของเขา เขาออกจากห้องและพบกับจูเดียลระหว่างทางไปห้องรับแขก

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

จูเดียลโน้มตัวไปข้างหน้าและโค้งคำนับ

“ขอบใจนะ”

"ไม่เป็นไรค่ะ"

ราอนแสดงความขอบคุณในขณะที่รับคำทักทายของเธอและจูเดียลก็ส่ายหัวโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ

ดูเหมือนว่ารอยยิ้มเล็กๆ ที่เขาเห็นในตอนนั้นคือใบหน้าที่แท้จริงของเธอ

"กำลังจะไปไหนเหรอคะ?"

"ฉันจะไปใช้ไอ้นี่"

ราอนหยิบแผ่นจารึกสีเงินแวววาวออกมาจากกระเป๋าแล้วแสดงให้เธอดู

“ฉันจะขออะไรที่คุ้มค่าสุดๆ”

***

ราอนตรงไปยังคฤหาสน์ของหัวหน้าตระกูล คนเฝ้าประตูหยุดเขาไว้ แต่เมื่อเขาแสดงแผ่นเงินให้เขาดูเขาก็พาเขาไปที่ห้องโถง

'นี่คือเหตุผลว่าทำไมความสำเร็จจึงมีความสำคัญ'

ทัศนคติของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเห็นแผ่นจารึก การมีผลงานและการประสบความสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

“อืม…”

ราอนรู้สึกเหมือนกับว่าผู้คนกำลังจ้องมองด้วยสายตาทิ่มแทงมาที่เขาระหว่างทางไปที่ห้องโถง นักดาบและขุนนางทุกคนต่างก็จ้องมองเขา

ทั้งที่เมื่อก่อนพวกเขาไม่ได้สนใจราอนด้วยซ้ำ

“ถึงแล้วครับ”

คนเฝ้าประตูหยุดเดิน เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นประตูเหล็กขนาดมหึมาของห้องโถงอยู่ตรงหน้าเขา

เขาอธิบายเหตุการณ์ให้คนเฝ้าประตูหน้าห้องโถงฟัง จากนั้นเขาก็ส่งสารเข้าไปข้างใน ไม่นานก็ได้รับคำตอบ

“เข้าไปได้ครับ”

คนเฝ้าประตูใช้มือแตะประตู ประตูเหล็กขนาดมหึมาก็เปิดออก ในเวลาเดียวกันนั้นเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานอันทรงพลังของเกล็น มันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยชินกับมันต่อให้เขาจะมาที่นี่หลายครั้งแล้วก็ตาม

ราอนเดินไปบนพรมสีทองที่ปูพื้นและยืนอยู่ตรงกลางห้องโถง เกล็นมองเขาด้วยสายตาปกติ เขาอ่านความตั้งใจของเกล็นไม่ออกเลย

"ทักทายท่านลอร์ด!"

"พอแล้ว”

ขณะที่เขากำลังจะคุกเข่าและโค้งคำนับ เกล็นก็โบกมือ ราอนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ

"พูดมาสิ”

การได้เห็นท่าทางเย่อหยิ่งนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ข้านึกถึงราชาแห่งแก่นแท้ตอนอยู่ที่แดนปีศาจ ขุนนางจำนวนนับไม่ถ้วนหวาดกลัวกับการปรากฏตัวอของราชาแก่นแท้และ...

“เข้าใจแล้วครับ”

ราอนหยิบแผ่นจารึกเงินออกมาโดยไม่สนใจราธที่พูดจาขี้โม้ที่อยู่ข้างๆ เขา

"ผมต้องการใช้แผ่นจารึกเงินอันนี้ครับ”

“สิทธิ์ในการใช้แผ่นจารึกเงินนั้นขึ้นอยู่กับเธอ แต่เธอไม่ใช่เธออยากเก็บมันไว้เพื่อทำบางอย่างเหรอ?”

เกล็นโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยและบรรยากาศในห้องก็เย็นลง

"ใช่ครับ ผมวางแผนที่จะทำให้แม่กลับมาอยู่ในสายตรง”

"และเธอก็จะใช้มันตอนนี้?”

“มีบางอย่างที่ผมได้เรียนรู้ระหว่างภารกิจที่ยากลำบากและการดวลกับสายตรง”

ราอนพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“เรียนรู้อะไร?”

“ผมคิดว่าผลงานของผมค่อนข้างโดดเด่นแล้ว แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องสายตรงเลย นั่นคือตอนที่ผมนึกถึงคำที่ท่านบอกผมว่ามันเป็นเรื่องยากมาก”

เช่นเดียวกับที่เกล็นเคยพูด เขาจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกคนเพื่อที่จะได้เป็นสมาชิกของสายตรง การได้รับแผ่นจารึกทองแดงหรือเงินนั้นไม่เพียงพอแน่

“แค่แผ่นเงินคงไม่มีใครสนใจ ผมจึงคิดว่าควรใช้มันเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นแล้วรวบรวมแผ่นทองคำหลายๆ อันมาแทน”

"ลงทุนเพื่ออนาคตสินะ?”

"นั่นคือความตั้งใจของผมครับ”

“อืม”

เกล็นค่อยๆ พยักหน้า การแสดงออกและบรรยากาศของเขาไม่เปลี่ยนแปลงเลย

“แล้วเธอต้องการแลกเปลี่ยนแผ่นเงินนั้นกับอะไรล่ะ?”

"วิชาดาบ ผมต้องมุ่งหน้าไปที่ปราสาทฮาบุนเพื่อสอบจบการศึกษา ดังนั้นผมจึงต้องการเทคนิคการโจมตีที่จะทำให้ผมฆ่าสัตว์ประหลาดจำนวนมากได้”

"วิชาดาบสำหรับโจมตีสินะ...งั้นมาดูกัน"

เกล็นพยักหน้าและลุกขึ้นจากบัลลังก์ เขาสำรวจชั้นหนังสือที่อยู่ด้านข้าง ก่อนที่จะจ้องไปที่หนังสือสีดำที่อยู่ตรงกลาง

“เล่มนี้คงจะเหมาะ”

เขาสะบัดนิ้วแล้วหนังสือก็ลอยขึ้นมาเหมือนเมฆไปหาราอน

"นี่มัน…"

ราอนหรี่ตา ราอนคิดว่าเขาจะเรียกห้องสมุดทรงกลมเหมือนครั้งก่อน แต่เขากลับเลือกหนังสือให้ด้วยตัวเอง ขนที่หลังคอของเขาตั้งชัน เพราะมันเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเลย

'เขี้ยวแห่งดาบวิกลจริต'

บนหน้าปกของหนังสือสีดำ  มีคำว่า'เขี้ยวแห่งดาบวิกลจริต'ถูกเขียนในรูปแบบคล้ายกับเลือด มันเป็นเทคนิคที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

“เอาอันนี้ไหม? หรือว่าอยากเลือกเองมากกว่าล่ะ?”

“……”

ราอนสัมผัสหนังสือ ความหยาบของปกให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังสัมผัสเขี้ยวของสัตว์ร้าย

'ฉันเชื่อใจเขาได้ในเรื่องแบบนี้'

เขาแน่ใจว่าเกล็นไม่ชอบเขาแต่เกล็นมักจะมอบรางวัลอย่างยุติธรรมเสมอ ไม่มีทางที่เขาจะให้เทคนิคที่มีจุดบกพร่องหรืออ่อนแอเป็นรางวัล

"เอาเล่มนี้แหละครับ”

ราอนพยักหน้าทันทีเพราะเขาค่อนข้างชอบชื่อของมัน

“มันเหมาะกับเธอมาก”

"ขอบคุณครับ งั้นผม..."

"เดี๋ยวก่อน”

เมื่อราอนกำลังจะออกไปหลังจากโค้งคำนับ เกล็นก็ยกมือขึ้นห้ามเขา

* * *

* * *

“ฉันขอถามเธอเรื่องหนึ่ง”

"ครับ"

“เธอไม่กลัวหน่อยเหรอที่การสอบจบของเธอจะเกิดขึ้นที่ปราสาทฮาบุน?”

เกล็นก้าวมาข้างหน้า แม้ว่าเขาจะไม่กระจายแรงกดดันออกไป แต่ราอนก็รู้สึกหนักใจราวกับว่ามียักษ์กำลังมองลงมาที่เขา

“เธอคงรู้ดีว่าปราสาทฮาบุนเป็นสถานที่แบบไหน เพราะเธอมาหาหนังสือเกี่ยวกับการดาบ เธอได้คิดเรื่องปฏิเสธข้อสอบบ้างหรือเปล่า?”

"ไม่ครับ"

ราอนส่ายหัว เขาคิดว่ามันอาจเป็นอันตรายแต่เขาไม่ได้กลัวเลย และเขาก็ไม่คิดจะปฏิเสธด้วย

'ฉันแข็งแกร่งขึ้นไม่ได้ถ้าไม่เจอความยากลำบาก’

การเอาชนะวิกฤติเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการแข็งแกร่งขึ้นในชีวิตก่อน

ชีวิตปัจจุบันก็คงเหมือนกัน เขาแข็งแกร่งขึ้นก็เพราะการเอาชนะปีศาจสงครามเขียวและรอดชีวิตจากปีศาจกระหายเลือด

หากฝึกไปพร้อมกับคนอื่นเขาก็คงพัฒนาได้เท่ากับคนอื่น ดังนั้นเขาต้องใช้วิกฤตเป็นโอกาสเพื่อที่จะแข็งแกร่งเร็วกว่าคนอื่นๆ

“ผมได้บทเรียนจากการต่อสู้กับอีเดน”

"เธอเรียนรู้อะไรมาบ้างล่ะ?”

“การต่อสู้ด้วยชีวิตและความตายเพียงช่วงสั้นๆ ทำให้ผมเติบโตขึ้นมากเท่ากับการฝึกฝนในสนามฝึกหนึ่งปีอีกครับ ผมจึงดีใจที่จะมีประสบการณ์แบบนั้นอีก”

ราอนพูดความคิดที่ตรงไปตรงมาของเขา

“แล้วก็อาจารย์ริมเมอร์คงไม่มีทางมอบการสอบที่ไม่มีทางเอาชนะได้ให้ผมหรอกครับ ผมมั่นใจมันจะยาก แต่ผมมั่นใจว่าการไปจะทำให้คุ้มค่า”

"อย่างนี้นี่เอง"

การแสดงออกของเกล็นไม่ได้เปลี่ยนไป เกล็นไม่แม้แต่จะพยักหน้า แต่เขารู้สึกว่าบรรยากาศของห้องโถงเบาลง

"โอเค ออกไปได้”

"ครับ"

ราอนโค้งคำนับก่อนจะหันหลังกลับ

“ราอน ซีกฮาร์ท”

ขณะที่เขาเปิดประตูและกำลังจะออกไป เกล็นก็เรียกชื่อเขา

"วิธีในการใช้วิชาดาบมีหลายวิธี คิดดูให้ดีๆ ละกัน”

"ครับ"

ดูเหมือนจะเป็นคำแนะนำ แต่ราอนไม่เข้าใจความหมายของมัน เขาเพียงแค่พยักหน้า

เกล็นโบกมือส่งสัญญาณให้เขาออกไป ราอนโค้งคำนับเป็นครั้งสุดท้ายและออกจากห้องผู้ชม

***

"คิๆๆๆ”

น้ำเสียงดีใจดังมาจากด้านหลังเสาถัดจากบัลลังก์ของเกล็น

“มันทำให้มีความสุขขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“แน่นอนสิ ลูกศิษย์ของฉันซาบซึ้งในความเอาใจใส่ของอาจารย์ขนาดนี้”

ริมเมอร์ก้าวออกมาจากด้านหลังเสาโดยไม่ปิดบังรอยยิ้มของตัวเอง

“เห็นไหมล่ะ เขารู้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของฉันด้วย เขาเป็นเด็กน่ารักและฉลาดจริงๆ เขาแตกต่างจากเบอร์เรนขี้บ่นหรืองมาร์ธาที่ชอบสบถ ฉันอดไม่ได้ที่จะเอ็นดูเขา”

“ฉันไม่คิดว่าแกเป็นแบบนั้นนะ เพราะแกกำลังนินทาลูกศิษย์ลับหลังอยู่”

เกล็นยกยิ้มอย่างไม่พอใจกับรอยยิ้มกว้างของริมเมอร์

“อะไร? ใครนินทาพวกเขากัน? ฉันแค่ล้อเล่นพวกเขาเป็นเด็กน้อยที่น่ารักต่างหาก ฉันดูแลเด็กฝึกหัดทุกคนแบบเท่าเทียมกันเหอะ”

ริมเมอร์หัวเราะคิกคัก

“อย่างไรก็ตาม ราอนตระหนักได้ว่าการต่อสู้เพื่อแบบเสี่ยงตายมีประโยชน์อย่างมากต่อการเติบโตของเขา”

"หลายๆ คนก็รู้นะ แต่เด็กส่วนใหญ่ยังผ่านความกลัวไปไม่ได้”

เกล็นมองลงไปที่ใจกลางห้องโถง

'เขาไม่มีความกลัวเลย'

ไม่มีความกลัวในสายตาของราอน และเขาก็ไม่กระหายชื่อเสียง สิ่งที่เขาแสดงออกมาคือความสงบ ความสงบที่เกิดหลังจากเข้าใจสถานการณ์แล้ว

'เขาเป็นแบบนั้นได้ยังไง?'

เขาไม่เคยเห็นใครที่มีความคิดเช่นนี้ในวัยนั้นมาก่อน และการที่ราอนเป็นหลานชายของเขาเองก็ทำให้เขามีความสุขมาก

“ดูเหมือนนายจะชอบราอนเหมือนกันสินะ ปากของนายกระตุกแล้ว”

ในขณะที่เขากำลังคิดถึงราอนอย่างมีความสุข ก็ได้ยินเสียงยิ้มแย้มของริมเมอร์

"เงียบเหอะน่า”

เกล็นขมวดคิ้ว เอลฟ์โง่นั่นไม่สามารถอ่านบรรยากาศได้จริงๆ

“นายเพิ่งมอบเขี้ยวแห่งความวิกลจริตให้เขา”

ริมเมอร์ยิ้ม มองดูชั้นหนังสือเรียงราย

“นายสร้างห้องสมุดใหม่ที่นี่เพื่อเตรียมพร้อมจะมอบหนังสือวิชาดาบให้เขาสินะ ดูเหมือนนายจะหวงหลานชายของนายมากเลย”

"อย่ามาพูดอะไรบ้าๆ ”

"ฉันบ้าอยู่แล้ว แต่ฉันว่าทุกวันนี้ฉันพูดน้อยลงแล้วนะ”

“เฮ้อ…”

เกล็นไม่อยากรับมือกับเขาอีกแล้วและส่ายหัว

“‘เขี้ยวแห่งความวิกลจริต’ เป็นเทคนิคที่ยอดเยี่ยมแต่ก็มีความรุนแรงมาก ฉันสงสัยว่าราอนจะควบคุมมันได้หรือเปล่า”

"มันไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว ไม่ว่าเขาจะควบคุมมันได้หรือโยนมันทิ้ง นั่นก็ขึ้นอยู่กับเขา”

"โอ้..."

ริมเมอร์ปรบมือด้วยความชื่นชม

“แม้ว่าจะพูดอย่างนั้นแต่นายก็ให้คำแนะนำที่ดีมากกับเขา ฉันว่าท่านตาคงรักหลานชายของตัวเองมากกก...”

“แกทำให้ฉันไม่มีทางเลือก”

เกล็นเดาะลิ้นและยกมือขึ้น

“โอ้ว!”

ริมเมอร์ที่กำลังยิ้มแย้มอยู่ถูกลากไปหาเกล็นราวกับว่าเขาถูกด้ายพันไว้

“ที่ผ่านมาฉันยอมให้แกเพราะแกกำลังบาดเจ็บอยู่ แต่แกก็ไม่ยอมหยุดสักที”

"ด-เดี๋ยวก่อนสิ!" นายท่าน!”

“ในเมื่อตอนนี้อาการแกดีขึ้นแล้ว ฉันก็จะจัดการแกตอนนี้เลย”

ริมเมอร์พยายามดิ้นรนแต่เขาไม่สามารถต้านทานแรงดึงได้

"ท่านโรเอ็นนนน! ตาแก่นั่นไปอยู่ไหนเนี่ย?! ได้โปรดช่วยผมด้… อ้ากก!”

เสียงของริมเมอร์ถูกทุบตีดังก้องในห้องโถง ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบสามสิบปี

***

ราอนกลับมาที่อาคารเสริมพร้อมกับหนังสือวิชาดาบ เขานั่งลงที่ลานกว้างด้านหลังอาคาร

'มาดูกัน...'

เมื่อเปิดหนังสือก็พบว่ามีประโยคหนึ่งที่ผู้เขียนเขียนขึ้น

'จงเป็นนักดาบที่กลืนกินดาบของพวกมัน'

เขาไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่รู้สึกคล้ายกับคำแนะนำของเกล็นอยู่เหมือนกัน

เนื่องจากมันจะเสียเวลาในการอ่านสิ่งที่ไม่เข้าใจต่อไป เขาจึงพลิกไปยังหน้าถัดไปซึ่งมีคำอธิบายเกี่ยวกับวิชาดาบ พร้อมด้วยคำและภาพประกอบ

'ไหนดูซิ’

เขาอ่านหนังสือวิชาดาบและใช้วงแหวนไฟไปด้วย ห้าชั่วโมงผ่านไปเขาก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม

'...เขาให้เทคนิคแบบนี้กับฉันจริงๆ เหรอ?'

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 101

คัดลอกลิงก์แล้ว