เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 103

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 103

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 103


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 103

ราอนแตะฝักดาบและหันหน้าไปทางริมเมอร์ที่อยู่กลางลานฝึก

“จะสู้เหรอครับ? แต่อาจารย์ไม่เคยสนใจที่จะดูผมสู้ด้วยซ้ำ”

“ฉันก็ต้องออกแรงบ้างสิจะได้ไม่มีสนิมเกาะ แล้วก็นะ...”

ริมเมอร์ยิ้มและชักดาบของเขาออก

“ฉันรู้สึกเศร้าใจมากเลยที่เห็นลูกศิษย์ของฉันต้องนั่งหดหู่เพราะคู่ซ้อมหนีไปหมด...”

"งั้นก็ได้ครับ"

ราอนพยักหน้าและชักดาบออกมา

'เขาเป็นเอลฟ์ที่ดีมากจริงๆ'

ริมเมอร์ไม่ชอบเรื่องน่ารำคาญแต่เขาคงเป็นห่วงนักเรียนมากกว่า ดูเหมือนว่าเขาเตรียมจะช่วยราอนอยู่แล้ว

'นี่เป็นโอกาสที่จะเพิ่มความเชี่ยวชาญของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตอย่างมากในคราวเดียว'

ริมเมอร์อยู่ในระดับที่สูงกว่าเขามาก การต่อสู้กับริมเมอร์จะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสามารถของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตได้มากแต่ยังเพิ่มความสามารถโดยรวมของเขาอีกด้วย

“น่าเสียดายที่เรามีผู้ชมเพียงคนเดียว แต่มาเริ่มกันเลยดีไหม?”

"ครับ”

ทั้งสองมองไปที่รูนันซึ่งยืนอยู่ตรงกลาง

"เริ่มได้"

รูนันพยักหน้าแล้วยกมือขึ้นแล้วลดลง

"ย้าก!”

ราอนกัดฟันและเตะพื้น เขาใช้หลักการของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตเพื่อแกว่งดาบของเขา

มันตัดผ่านบรรยากาศเหมือนเลื่อยตัดต้นไม้

“ว้าว เธอเก่งขึ้นมากนะ”

ริมเมอร์ชื่นชมเขาขณะที่ฟันดาบ พลังงานสีเขียวกระจายออกเป็นทรงกลม

แคร้ง!

การโจมตีที่รุนแรงของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตและพลังงานอันอ่อนโยนของริมเมอร์ปะทะกัน

'นี่มัน...'

รารอนหรี่ตาลง ริมเมอร์สยบพลังโจมตีของเขาโดยไม่ปัดออกหรือป้องกันมัน

มันน่าทึ่งจริงๆ ที่เขาหยุดการโจมตีอันดุร้ายของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตได้

"อยากรู้เหรอ?”

ริมเมอร์ควงดาบของเขาที่เรืองแสงเป็นสีเขียวเข้ม

“วิชาดาบอันนี้ควบคุมการโจมตีของคู่ต่อสู้โดยกระจายดาบออร่าบางๆ ออกมา มีหลายวิธีในการเผชิญหน้ากับดาบด้วยดาบ เธอสามารถหาวิธีการใช้ดาบของคู่ต่อสู้มาเป็นพลังของตัวเองได้”

"อย่างนี้นี่เอง"

ราอนพยักหน้าและลับดาบของเขาที่มีหลักการของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตให้คมยิ่งขึ้นและแทงเข้าไป

ในเวลาเดียวกัน เขาก็เตรียมพร้อมสำหรับเทคนิคต่อไป มันเป็นรูปแบบที่ห้าของเขี้ยวแห่งความวิกลจริต, ทิ่มแทงลื่นไหล

การโจมตีอันทรงพลังหลายชุดมุ่งเป้าไปที่ริมเมอร์

เคร้ง! เคร้ง!

ริมเมอร์ลดท่าทางลงและถือดาบในแนวทแยงเพื่อมุ่งเน้นไปที่การป้องกัน

'เข้าทางฉันล่ะ’

ดวงตาของราอนเป็นประกาย เขี้ยวแห่งความวิกลจริตเก่งมากในการรับมือกับคู่ต่อสู้สายป้องกัน เขาจึงมีโอกาสที่จะชนะ

แคร้ง!

เขาใช้ทุกเทคนิคของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตเพื่อเจาะทะลุการป้องกันของริมเมอร์

การโจมตีอันทรงพลังระเบิดราวกับหมาป่าตัวใหญ่แทะเหยื่อ แต่การป้องกันของริมเมอร์นั้นเหมือนกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันแตกหัก

“เฮอะ!”

ราอนกัดริมฝีปาก เขาไม่สามารถหาช่องว่างใดๆ ได้แม้จะใช้ทุกเทคนิคแล้วก็ตาม

"ยอมแพ้แล้วเหรอ?”

เขามองเห็นรอยยิ้มของริมเมอร์ระหว่างช่องของดาบที่ปะทะกัน

“ดาบสัญชาตญาณที่เธอได้มานั้นทรงพลังมาก มันสามารถทะลุผ่านวิชาดาบอื่นๆ ได้อย่างง่ายดายแม้ว่าเธอจะมีทักษะต่ำก็ตาม แต่มันก็มีข้อเสียอยู่!”

"อึ่ก!”

ริมเมอร์บิดข้อมือของเขา แรงมหาศาลทำให้ราอนกระเด็นออกไป

“อืม…”

ราอนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

“ดาบสัญชาตญาณเป็นเทคนิคที่อาศัยเพียงสัญชาตญาณเหมือนกับชื่อของมัน แต่นั่นไม่ได้แปลว่าให้หยุดคิด เธอยังต้องคิดต่อไปในขณะใช้เทคนิคนั้น  ลองคิดดูสิว่าทำไมมันถึงมีชื่อแบบนั้น”

"ชื่อเหรอครับ? หมายความว่าไงครับ?"

"ฉันบอกใบ้ให้เยอะแล้ว บอกมากกว่านี้ก็ไม่ดีสิ”

ริมเมอร์ยักไหล่

“เฮ้อ…”

ราอนถอนหายใจอย่างเซ็งๆ และพยักหน้า

'เขาพูดถูก’

หากเขาเอาแต่พึ่งพาอาจารย์ต่อไปเขาคงทำเองไม่เป็น เขาได้รับคำใบ้มาแล้วต่อไปเขาต้องคิดและค้นหามันด้วยตัวเอง

'ชื่อของมัน, ชื่อของมัน...'

แม้ว่าเขาจะรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นหลังจากใช้เขี้ยวแห่งความวิกลจริต แต่เขาก็รู้สึกว่าความคิดของเขาค่อยๆ หายไป

เหลือเพียงความต้องการที่จะแทงดาบผ่านช่องโหว่ของคู่ต่อสู้

'เมื่อกี้ก็ด้วย'

ดาบของเขาแทงไปที่ช่องโหว่ที่ริมเมอร์จบจงใจสร้างขึ้น ก่อนที่เขาจะถูกหยุดไว้ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่

"ผมคิดว่าผมต้องลองอีกหน่อย”

“โอเค เข้ามาได้เลย”

ริมเมอร์ยิ้มและกระดิกมือเรียกเขา

"ย้าก!”

เขาสูดลมหายใจลึกๆ และเตะพื้นดิน เขาแทงดาบไปที่ริมเมอร์ซึ่งยังตั้งท่าสำหรับการป้องกันไว้

แคร้ง!

เสียงเหล็กกระทบกันดังก้องไปทั่วสนามฝึกซ้อม

ซู่ว!

ราอนกระโดดกลับมาเล็กน้อยเพื่อฟันอีกครั้ง ดาบของริมเมอร์หันไปทางขวา มันเป็นการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยายามเจาะทะลุเหมือนก่อนหน้า

ราอนใช้วงแหวนไฟ วิชาดาบยังคงดุร้ายแต่จิตใจของเขาสงบลง

ทันใดนั้นราอนก็สังเกตเห็นเอวด้านซ้ายของริมเมอร์ มันไม่ใช่ช่องโหว่

'แต่ว่า...'

เขามีลางสังหรณ์ว่าเขาจะสร้างช่องจากตรงนั้นได้

ฟึ่บ!

ราอนฟันดาบของเขาในแนวทแยง ริมเมอร์ยืดไหล่ของเขาอย่างนุ่มนวลเพื่อรับมือกับการโจมตีที่รุนแรง

แคร้ง!

ทันทีที่ข้อมือของริมเมอร์ถูกปัดออกเนื่องจากดาบที่ปะทะกัน ช่องโหว่ก็ปรากฏขึ้นที่เอวซ้ายของริมเมอร์

ราอนหันข้อเท้าทันทีเพื่อเปลี่ยนวิถีดาบ เขาเหวี่ยงดาบโดยใช้การหมุนจากน่องขากับต้นขาแล้วเหวี่ยงดาบ

"เฮือก!”

ความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นในดวงตาของริมเมอร์เป็นครั้งแรก เขาก้าวถอยหลังและยกดาบของเขาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

แคร้ง!

เขาต้านทานการโจมตีอันทรงพลังของราอนไม่ได้และถอยหลังไปสามก้าว

“อ-อะไรกัน? เมื่อกี้เธอเปลี่ยนวิถีดาบ...”

"ผมเห็นมันแล้ว”

"เห็นเหรอ?”

"ครับ"

เขาสามารถมองเห็นช่องโหว่ของคู่ต่อสู้ได้แล้วหลังจากที่จิตใจของเขาเป็นอิสระจากเขี้ยวแห่งความวิกลจริต

ไม่สิ ไม่ใช่มองเห็นช่องโหว่ แต่เขาเห็นวิธีเปิดช่องโหว่ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเขาสามารถอ่านท่าถัดไปของคู่ต่อสู้ได้

"ได้ไงกัน?"

“ผมคงบอกไม่ได้ครับ”

ราอนยิ้มและตอบกลับแบบยอกย้อน

“ฉันไม่ได้สอนให้เธอพูดแบบนั้น”

“เด็กๆ เรียนรู้จากสิ่งที่เห็น”

ราอนใช้เท้าแตะพื้น จากนั้นพุ่งไปหาริมเมอร์ซึ่งยังไม่ตั้งท่า

"อีกรอบนะครับ!”

* * *

* * *

ริมเมอร์ผิวปากมองดูราอนที่พุ่งเข้ามาหาเขาและเหวี่ยงดาบขึ้น

“เธอยังมีหนทางอีกยาวไกล”

ในขณะที่เขาเตรียมการป้องกันอย่างสมบูรณ์ การเคลื่อนไหวของราอนก็เปลี่ยนไป เขายืดตัวขึ้นเพื่อจะป้องกันดาบที่เล็งไปที่ข้อมือซ้ายของเขา

'เฮ้ย!’

ริมเมอร์ขมวดคิ้วและหมุนตัว เขาสร้างออร่าที่ปลายดาบเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้

แคร้ง!

แต่ดาบของราอนก็ถอยกลับไปแล้ว มันไม่ใช่แค่สัญชาตญาณ เขาดูเหมือนสัตว์ร้ายกำลังมองหาช่องของคู่ต่อสู้ผ่านประสบการณ์

'เด็กคนนี้...'

เขาบอกใบ้ไปเพียงเล็กน้อยแต่ราอนก็เริ่มตระหนักถึงรูปแบบที่แท้จริงของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตได้แล้ว เขาประหลาดใจมากจนขนลุก

ฟรึ่บ!

ริมเมอร์ฟันดาบของเขาอย่างรุนแรง พลังงานสีเขียวบนดาบของเขากระจายออกไปเพื่อปกป้องทุกทิศทางจากด้านหน้า ยกเว้นเพียงที่ดียว

ดวงตาขอราอนส่องแสงสีแดงเข้ม เขาบิดดาบอันดุร้ายเพื่อเล็งไปที่ช่องว่างอันโดดเด่นนั้น

'เขาทำได้แล้ว!’

เขาทำได้เพียงหัวเราะกับความไร้สาระของสถานการณ์ ราอนสามารถเข้าใจ 'เขี้ยวแห่งความวิกลจริต' ที่แท้จริงในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ซ้อมกับริมเมอร์

'ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยให้เขาไปได้เร็วกว่าอาจารย์ของเขา'

แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เป็นอาจารย์แต่มันก็สนุกสนานในทุกช่วงเวลาเพราะราอนและเด็กฝึกหัดคนอื่นๆ

“เอาล่ะ เข้ามาอีกสิ!”

ริมเมอร์เหวี่ยงดาบของเขาอย่างต่อเนื่องและสร้างช่องโหว่เฉพาะที่ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่จะค้นพบได้

และราอนก็แทงเข้ามาในช่องเล็กๆ นั้นอย่างโหดร้าย ราวกับว่าเขาอ่านใจได้

'บ้าไปแล้ว!'

เขาไม่สามารถหยุดตัวเองไม่ให้หอบ การโจมตีที่รุนแรงนั้นมาจากวิถีที่สลับซับซ้อน เมื่อเขาสำเร็จวิชาดาบอันนี้แล้ว นักรบธรรมดาๆ ก็คงไม่สามารถเผชิญหน้ากับเขาได้

“ถ้ามันง่ายเกินไปก็ไม่สนุกสิ”

ริมเมอร์ลบช่องโหว่ออกไป เขาเหวี่ยงดาบไปในทางที่ราอนไม่สามารถเจาะทะลุได้ในสภาพปัจจุบันเพื่อกดดันเขา

เขาเหนือกว่าทั้งในด้านพลังและความแม่นยำ แต่ราอนก็ไม่ยอมแพ้

ราอนแกว่งดาบพร้อมสายตาที่ดุร้าย เลิกมองหาและเริ่มสร้างช่องโหว่ให้ริมเมอร์เอง

'ใช่แล้วล่ะ'

ริมเมอร์พยักหน้า ศัตรูในสนามรบไม่ได้สร้างช่องโหว่ให้ เราต้องค้นหามันเอง และเขี้ยวแห่งความวิกลจริตเป็นวิชาดาบที่เหมาะที่สุดในการสร้างช่องโหว่ขึ้นมา

เคร้ง! เคร้ง!

ริมเมอร์และราอนเหวี่ยงดาบเข้าหากันอย่างไม่หยุดยั้ง

'เขากำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ'

การโจมตีเริ่มแข็งแกร่งขึ้นและการเคลื่อนไหวของเขาไม่มีช่องโหว่อีกต่อไป ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นมาก

"ย้าก!”

ราอนเหวี่ยงดาบพร้อมกับกู่ร้อง ทันทีที่เขาตั้งท่าป้องกัน ราอนก็พยายามบิดเบือนการป้องกันของเขา มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วจนน่ากลัว

'เขาเป็นใครกัน...'

ขาแทงทะลุแนวป้องกันครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่มันยังเร็วเกินไปที่จะปล่อยให้ราอนได้สัมผัสกับชัยชนะ

“ไว้โตกว่านี้ก่อนนะ!”

ริมเมอร์ล้อมรอบดาบของเขาด้วยลมพายุและยิงออร่าไปที่ดาบ มันเป็นเทคนิคที่ขั้นสูงของเขา, ทิ่มแทงจิตวิญญาณลม

'ทีนี้จะทำยังไงล่ะ?'

เทคนิคนี้ยังทรงพลังเกินไปสำหรับราอน ริมเมอร์เลียริมฝีปากด้วยความคาดหวังว่าราอนจะจัดการกับมันอย่างไร

ฟรึ่บ!

ราอนวิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมดาบ เขาเหวี่ยงดาบโดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้าของเขาจะขาดออกจากกันเพราะลมจากจากพลังของเขา

เคร้ง!

ทิ่มแทงจิตวิญญาณลมยังไม่สูฐสลายไปแม้จะเจอการฟันอันทรงพลังก็ตาม แต่ราอนไม่ได้หยุด เขาใช้จังหวะเท้าเพื่อถอยหลังและแกว่งดาบต่อไป

รอยแตกปรากฏขึ้นในทิ่มแทงจิตวิญญาณลมทีละน้อยและในที่สุดมันก็เริ่มพังทลายลง และเปิดช่องโหว่ขึ้นมา

เคร้ง!

ราอนหายใจออกยาวขณะที่เหวี่ยงดาบ แสงสีแดงสาดส่องราวกับดวงอาทิตย์ที่แผดจ้า และทิ่มแทงจิตวิญญาณลมก็ละลายหายไปในอากาศ

“ห๊า!”

ริมเมอร์อ้าปากค้าง

'เมื่อกี้เขาทำอะไร?’

เขาแค่อยากให้ราอนพัฒนาเขี้ยวแห่งความวิกลจริตจากการได้เห็นทิ่มแทงจิตวิญญาณลมของเขา แต่จริงๆ แล้วราอนสามารถกลับทำลายมันได้ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าราอนบ้าแค่ไหน

ฟรึ่บ!

ราอนยืนอยู่อย่างมั่นใจตรงกลางลานฝึกซ้อม ซึ่งมีฝุ่นฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ

"เฮ้ เธอ..."

"อย่าเข้าไปนะคะ”

ขณะที่เขากำลังจะเข้าใกล้ราอน รูนันก็มาคว้าแขนของเขาเอาไว้

"ฮะ?"

"อย่าพึ่งเข้าไปค่ะ”

ริมเมอร์มองไปข้างหน้าและสังเกตเห็นว่ารูม่านตาของราอนขยายออก

'อยู่ในภวังค์เหรอ?’

ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจแก่นแท้ของมันในขณะที่ต่อสู้กับทิ่มแทงจิตวิญญาณลม

'อะไรกัน...?'

ไม่รู้ว่าเขาทำได้บ่อยขนาดนี้ได้ยังไงในเมื่อเป็นสิ่งที่เราควรทำได้เพียงหนึ่งหรือสองครั้งเท่านั้น

รูนันปล่อยมือของริมเมอร์และเดินออกนอกสนามฝึก ดูเหมือนว่าเธอจะไปหยุดคนอื่นๆ ไม่ให้เข้ามา

'เธอสังเกตด้วยเหรอ?’

ริมเมอร์เองยังไม่สังเกตเห็นภวังค์ของราอนเลย เขาไม่รู้ว่ารูนันสังเกตเห็นได้ยังในเมื่ออยู่ไกลขนาดนั้น

“ช่างเป็นเด็กที่โชคดีอะไรขนาดนี้”

ริมเมอร์ส่ายหัวของเขาและนั่งลง ดูเหมือนว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปกป้องราอน

“ฉันต้องรีบไปดื่มซะด้วยสิ”

เขาเลียริมฝีปากและมองดูพระอาทิตย์กำลังตก

***

"เฮ้อ..."

ราอนลืมตาขึ้น  รอบข้างมืดไปหมด ดวงอาทิตย์ที่เคยอยู่บนท้องฟ้ากลายเป็นดวงจันทร์ แต่เขาก็ไม่แปลกใจมากนัก

'ฉันตกอยู่ในภวังค์สินะ’

เขาได้ตกอยู่ในภวังค์ของการรู้แจ้งเมื่อเผชิญหน้ากับดาบอันทรงพลังของริมเมอร์ในตอนท้าย

เขาต้องเลือกระหว่างการรู้แจ้งอันใหม่หรือรักษาอันเก่าไว้ เขาจึงตัดสินใจทำมันไปพร้อมๆ กันเพื่อที่จะได้รับการรู้แจ้งที่สุดยอดยิ่งกว่าเดิม

"ผลลัพธ์ออกมาดีสินะ”

ริมเมอร์นอนอยู่บนพื้นและขมวดคิ้ว

“ขอบคุณนะครับ”

ราอนเก็บดาบเข้าฝักและโค้งคำนับอย่างสุภาพ

แม้ว่าเขาจะดูผ่อนคลาย แต่พลังของริมเมอร์ก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เขาคงอยู่เฝ้าเขามาจนถึงตอนนี้

"ควรไปขอบคุณเธอด้วย”

ริมเมอร์ชี้ไปทางด้านหลัง ผมสีเงินปลิวไสวอยู่ข้างประตูสนามฝึกซ้อม

"เสร็จแล้วเหรอ?"

รูนันเปิดประตูเข้ามา

“เธอสังเกตเห็นก่อนฉันซะอีก”

ราอนพยักหน้าและยืนอยู่หน้ารูนัน

“ขอบคุณนะ”

“นายแข็งแกร่งขึ้นหรือเปล่า?”

"ใช่"

“งั้น...เราไม่ต้องสู้กันอีกใช่ไหม?”

ราอนพยักหน้าด้วยรอยยิ้มแล้วสีหน้าของรูนันก็สดใสขึ้นเล็กน้อย

“เธอคงได้รับการรู้แจ้งที่ดีสินะ เธอพูดว่าแข็งแกร่งขึ้นอย่างมั่นใจเลย”

ริมเมอร์ลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของเขา

"ใช่ เขี้ยวแห่งความวิกลจริตอาจเป็นเขี้ยวของอสูรร้าย แต่ก็สามารถเกิดการรู้แจ้งได้เช่นกัน แท้จริงแล้วเขี้ยวแห่งความวิกลจริตคืออสูรที่มีจิตใจที่สงบ”

เขี้ยวแห่งความวิกลจริต ไม่ใช่ดาบสัญชาตญาณที่มีลักษณะเฉพาะคือความดุร้ายและความรุนแรง มันเป็นวิชาดาบพิเศษที่ใช้ประสบการณ์และจิตใจในการสร้างช่องโหว่ในคู่ต่อสู้

หนทางอีกยาวไกล แต่เขารู้สึกเหมือนอยู่ที่ขั้นแรกของเขี้ยวแห่งความวิกลจริตที่แท้จริงแล้ว

"ถือว่าคุ้มค่าเวลาของฉัน วันนี้เหล้าคงอร่อยน่าดู”

ริมเมอร์ยิ้มและเริ่มเดินไปที่ทางออกของสนามฝึก

“ขอบคุณครับ”

ราอนแสดงความขอบคุณอีกครั้ง ริมเมอร์โบกมือและออกจากสนามฝึกซ้อม

"ราอน, มาฝึกกันเถอะ”

เธอเข้ามาใกล้เขาแล้วชักดาบออกมา เธอไม่ได้พูดถึงการต่อสู้แต่เป็นการฝึกดาบของตัวเอง

"โอเค”

เขาเป็นหนี้บุญคุณรูนันอีกครั้ง เขายินดีช่วยเธอฝึกได้มากเท่าที่เธอต้องการ

ราอนสังเกตทักษะดาบของรูนัน ต้องขอบคุณที่ได้เรียนรู้เขี้ยวแห่งความวิกลจริต ทำให้เขาสามารถบอกได้ทันทีว่าเธอขาดอะไร

“ในระหว่างเทคนิคที่สอง ให้เหยียดเท้าออกประมาณหนึ่งข้อนิ้ว และเหยียดเข่าให้ตรงขึ้นอีกนิดหน่อย”

“อึ้ม”

ดาบของรูนันคมขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น พรสวรรค์ของเธอคงอยู่ในระดับทวีป เธอสามารถปรับปรุงให้ถูกต้องจากคำแนะนำเพียงครั้งเดียว

ราอนให้คำแนะนำเพิ่มเติมกับเธออีกสองสามข้อก่อนจะเงยหน้าขึ้น เขาพยักหน้าเล็กน้อยและมองดูพระจันทร์ดวงใหญ่ที่ส่องแสงบนสนามฝึก

'เตรียมพร้อมเกือบหมดแล้ว'

เหลือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 103

คัดลอกลิงก์แล้ว