ตอนที่ 15
ตอนที่ 15
ตอนที่ 15
เธอชื่อ เสวี่ยชิงชิว เป็นบล็อกเกอร์ชื่อดังทางอินเทอร์เน็ต มีชื่อเสียงพอสมควรบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น
ส่วนใหญ่จะทำคอนเทนต์คอสเพลย์สไตล์โบราณ นานๆ ครั้งก็จะไลฟ์สดบ้าง
แฟนคลับมักจะบอกว่าเธอหน้าตาเหมือนพี่สาวนางฟ้า เพียงแต่เป็นเวอร์ชันเย็นชา
แต่บุคลิกของเธอกับรูปลักษณ์ภายนอกนั้นแตกต่างกันมาก
จริงๆ แล้ว เสวี่ยชิงชิวเป็นคนประเภทอ่อนโยน ออกจะเอ๋อโดยธรรมชาติอยู่บ้าง งานอดิเรกคือทำอาหาร
เมืองหนิงเจียงคือบ้านเกิดของเธอ
บางครั้งเวลาเครียดจากงานมากเกินไป ไม่อยากพูดคุยกับใคร เธอก็จะหนีกลับมาที่บ้านเกิด ทำอาหารอร่อยๆ ทำคอนเทนต์คอสเพลย์
ให้ตัวเองได้พักผ่อนบ้าง
เพียงแต่ การกลับบ้านครั้งนี้ ดันมาเจอเข้ากับวันสิ้นโลกมาถึงพอดี
โชคยังดีที่บ้านเกิดของเธอมีวัตถุดิบทำอาหารอยู่ไม่น้อย
และเธอก็บังเอิญอยู่ที่บ้านพอดี
จึงรอดพ้นจากการกลายเป็นซอมบี้หน้าตาน่าเกลียดไปได้
เสวี่ยชิงชิวอยู่แต่ในบ้านมาตลอด และเธอจะคอยสังเกตการณ์สถานการณ์ภายนอกผ่านทางหน้าต่างอยู่เสมอ
บ้านของเธออยู่ชั้นสอง
ม่านหน้าต่างก็ปิดไว้หมด เหลือเพียงช่องว่างเล็กๆ ช่องหนึ่งเท่านั้น
สองวันที่ผ่านมา เธอเห็นคนจำนวนไม่น้อย เดินผ่านหน้าต่างบ้านของเธอไป
มีทั้งกลุ่มเล็กๆ และมาคนเดียว
กลุ่มเล็กๆ กลุ่มนั้นขับรถประจำทางกันมา มีทั้งชายและหญิง
เดิมทีเสวี่ยชิงชิวก็คิดอยากจะตามออกไปด้วย แต่เธอยังไม่ทันได้ขยับตัว ก็เห็นหัวหน้ากลุ่มบนรถ เอามือล้วงเข้าไปในเสื้อของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างเปิดเผย
คนอื่นๆ ที่เหลือทำเป็นมองไม่เห็น
คนที่ต้องขับรถก็ขับไป คนที่ต้องสูบบุหรี่ก็สูบไป
ตอนนั้นเองเธอถึงได้พบว่า ผู้หญิงบนรถประจำทางทุกคน มีสีหน้าเฉยชา ดวงตาว่างเปล่า
เสวี่ยชิงชิวถึงได้เข้าใจอย่างชัดเจนว่า วันสิ้นโลกไม่ใช่แค่ซอมบี้เดินเพ่นพ่านเท่านั้น แต่ยังเป็นการล่มสลายของระเบียบกฎเกณฑ์ สัญชาตญาณดิบอยู่เหนือความเป็นมนุษย์
ด้วยระดับความสวยของเธอ เกรงว่า ก่อนวันสิ้นโลกจะเคยได้รับความปรารถนาดีมากเท่าไหร่...
งั้น... หลังจากวันสิ้นโลกก็จะได้รับความประสงค์ร้ายมากเท่านั้น
ส่วนผู้รอดชีวิตที่ลุยเดี่ยว...
ก็เพิ่งมีไปคนหนึ่งเมื่อกี้ ที่เผลอทำเสียงดังออกมา ล่อซอมบี้มาสองสามตัว
ผลคือต้องจบชีวิตลงในปากซอมบี้
ถึงขั้นที่ซอมบี้พวกนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในตรอกเล็กๆ ไม่ยอมไปไหน ทำให้เสวี่ยชิงชิวใจหายใจคว่ำไปพักใหญ่
จนกระทั่ง การมาถึงของเด็กหนุ่มคนนั้น
เสวี่ยชิงชิวเห็นเขาหน้าตาดูอ่อนวัย แถมยังสวมชุดนักเรียน ขี่จักรยานมาอีกต่างหาก
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นโศกนาฏกรรมอีกครั้ง
ใครจะรู้ เขาจัดการซอมบี้สองสามตัวนั้นอย่างง่ายดาย ราวกับหั่นผักหั่นแตงกวา
เสวี่ยชิงชิวคิดอยากจะเรียกเด็กหนุ่มคนนี้ไว้ เพราะถ้าได้ติดตามเขาไป ต้องปลอดภัยมากแน่ๆ
แต่ว่า เธอก็ลังเลอีกครั้ง
ก็เพราะ ตอนนี้มันคือวันสิ้นโลก ขีดจำกัดทางศีลธรรมของแต่ละคนต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่ากลัว
เธอกลัวว่า "นักเรียน" คนนี้ จะเป็นหมาป่าในคราบลูกแกะ
...
...
โรงเรียนมัธยมหนิงเจียงแห่งที่ 4, หน้าประตูโรงเรียน
สิบโมงเช้า
[ท่านในฐานะคนปกติมาเข้าเรียนสาย แต้มระบบ +20]
เจียงเฉินเหลือบมองข้อความแจ้งเตือน
"ดี ดี ดี เล่นแบบนี้ใช่ไหม? ก็จริง ใครๆ ก็เคยนอนตื่นสายกันทั้งนั้นแหละ สมเหตุสมผลดี"
พอเข้ามาในโรงเรียนเท่านั้นแหละ เขาถึงได้เข้าใจ ว่าอะไรคือเริ่มต้นระดับนรก
คนเยอะเกินไปแล้ว
โรงเรียนมัธยมหนิงเจียงแห่งที่ 4 มีนักเรียนสามระดับชั้น ม.4 ม.5 ม.6 นักเรียนทั้งหมดรวมกันเกรงว่าคงมีสามถึงสี่พันคน
เขารู้แค่ว่าคนเยอะ แต่ไม่คิดเลยว่าคนจะเยอะขนาดนี้
แค่เดินเข้าไปในอาคารเรียน เกิดเสียงฝีเท้าขึ้น ฝูงซอมบี้กลุ่มหนึ่งก็พุ่งกรูเข้ามาทันที
ดูเหมือนจะคำรามลั่น เตรียมใช้ปากที่เหมือนกินแก้วมังกรมาเยอะ ฉีกร่างเจียงเฉินเป็นชิ้นๆ
ทว่า พอพวกมันเข้าใกล้เจียงเฉิน กลับพลันสูญเสียเป้าหมายไปทันที
ถึงขั้นที่ต้องหลีกทางไปด้านข้างโดยไม่สมัครใจ
"ที่แท้เพื่อนร่วมชั้นก็ต้องหลีกทางให้กันด้วยสินะ สมเหตุสมผลจริงๆ"
เจียงเฉินเดินตรงไปข้างหน้าอย่างสบายอารมณ์ ไม่รู้ตัวเลยว่า เหล่านักเรียนซอมบี้ได้เปิดทางให้เขาแล้ว
เพราะทางเดินมันแคบเกินไป ซอมบี้ก็ต้องหลีกทางให้เจียงเฉิน พวกมันจึงจำต้องแนบตัวติดกับผนัง
เหมือนกับตอนก่อนวันสิ้นโลก ที่นักเรียนทำผิด แล้วถูกครูประจำชั้นลากออกมา ยืนทำโทษอยู่ตรงทางเดิน
เห็นภาพนี้ เจียงเฉินก็หยุดฝีเท้าลง
หันกลับไป ยิ้มให้กับเหล่าซอมบี้ แล้วเอ่ยปากพูดว่า:
"หวัดดีจ้ะ เพื่อนๆ ทุกคน!"
เสียงของเขาก้องกังวานไปตามทางเดิน ในไม่ช้า ซอมบี้อีกกลุ่มหนึ่ง ก็ได้ยินเสียง แล้ววิ่งมาทางนี้
จากนั้น ก็พากันยืนทำโทษอยู่สองข้างทางเดินเหมือนกัน
ภาพช่างงดงามเกินกว่าจะทนมองตรงๆ ได้
[ท่านในฐานะคนปกติ หลังจากเข้ามาในโรงเรียนแล้ว ทักทายเพื่อนร่วมชั้นอย่างสุภาพมาก แต้มระบบ +30]
...
...
ณ ห้องกระจายเสียงอาคารเรียน
"พวกเธอได้ยินไหม เหมือนมีคนกำลังพูดอยู่เลย"
นักเรียนหญิงคนหนึ่งนั่งหมดแรงอยู่บนพื้น สีหน้าอิดโรย ในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
"เธอหูฝาดไปหรือเปล่า จะเป็นไปได้ยังไง ข้างนอกซอมบี้มีเยอะแค่ไหน เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ"
"นั่นสินะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น แสงสว่างอันริบหรี่ในดวงตาของนักเรียนหญิงคนนี้ ก็ดับวูบลงไป
ฉินหลาน เห็นดังนั้น ก็พูดอะไรปลอบใจไม่ออก
เพราะว่า...
ในห้องกระจายเสียง เหลือคนอยู่เพียงสี่คนเท่านั้น
ฉินหลาน, อวี๋เข่อซิน, และนักเรียนหญิงอีกสองคน
หายไปห้าคน
สาเหตุคือเมื่อวานนี้
นักเรียนเสี่ยวหวังคนนั้น พาเด็กนักเรียนชายอีกสองคน เข้าไปในห้องด้านในของห้องกระจายเสียง
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็แดงก่ำ เส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปน ร่างกายส่งเสียงดังกร๊อบแกร๊บ ข้อต่อบิดเบี้ยวผิดปกติ
จากนั้น ก็คำรามลั่นแล้วกัดนักเรียนอีกสองคนนั้นทันที
เพราะคาดไม่ถึงว่าทุกคนไม่ได้ออกไปไหนแล้ว ยังจะติดเชื้อไวรัสซอมบี้ได้อีก
ดังนั้น หลังจากความวุ่นวายผ่านไป
จากเดิมผู้รอดชีวิตเก้าคน ตอนนี้ลดจำนวนลงเหลือเพียงสี่คนอย่างรวดเร็ว
อวี๋เข่อซิน ถึงแม้สีหน้าจะดูย่ำแย่เช่นกัน แต่แววตายังคงมีเหตุผลอย่างยิ่งยวด
เธอยังคงครุ่นคิดอยู่ว่า อะไรกันแน่ที่ทำให้นักเรียนแซ่หวังคนนั้นติดเชื้อ เนิ่นนานผ่านไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว
"ข้อมูลน้อยเกินไป"
"หมายความว่าไง?"
อวี๋เข่อซิน มองผู้รอดชีวิตอีกสามคนที่เหลือ แล้วพูดเสียงเบา:
"ความเข้าใจเกี่ยวกับซอมบี้ของพวกเรามันน้อยเกินไป ก็เพราะ พวกเราติดแหง็กอยู่ในที่เล็กๆ แค่นี้มาตลอด ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ภายนอกเลย"
"แล้วจะทำยังไงดีล่ะ พวกเราออกไปก็ไม่ได้ แถมยังไม่ได้กินข้าวมาสามวันแล้ว ร่างกายก็ไม่มีแรงแล้วด้วย"
อวี๋เข่อซิน ขมวดคิ้ว ถึงแม้เธอจะได้ที่หนึ่งของระดับชั้นมาตลอด ไอคิวสูง
แต่พอเจอสถานการณ์แบบนี้เข้า ก็จนปัญญาเหมือนกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้ดีว่า ถ้าคนเราหมดสิ้นความหวังไปแล้ว อาจจะเข้าสู่ภาวะจิตใจพังทลาย เดินไปสู่การทำลายตัวเองได้
นี่ก็เป็นเหตุผลที่เธอไม่ได้บอกความจริงกับเด็กสาวคนนั้นไป ว่าเธอหูฝาดไปเอง
ตอนนี้มันคือวันสิ้นโลกที่ซอมบี้เดินเพ่นพ่าน จะมีใครมาพูดจาเสียงดังอยู่ข้างนอกได้ยังไง?
ถึงแม้จะมีคนบ้าจริงๆ ก็คงจะล่อซอมบี้มาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ถูกพวกมันฉีกกัดกินจนหมดสิ้นไปแล้ว
...
...
ณ อีกฟากหนึ่ง
"ห้อง ม.4/2, ห้อง ม.4/3..."
"ไอ้เวรเอ๊ย ห้อง ม.6/4 มันอยู่ไหนวะ?"