ตอนที่ 16
ตอนที่ 16
ตอนที่ 16
เจียงเฉินเดินไปตามทางเดินในอาคารเรียน
เต็มไปด้วยคราบเลือดไปทั่วทุกหนแห่ง
เขามองดูร่องรอยเหล่านี้ ก็พอจะจินตนาการได้แล้วว่า ตอนนั้นมันเป็นภาพเหตุการณ์แบบไหน
เกมหนีตายจากซอมบี้
อาจจะกำลังเดินๆ อยู่ดีๆ เพื่อนร่วมชั้นข้างๆ ก็พลันกลายพันธุ์เป็นซอมบี้ กัดเข้าให้ทันที
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเข้าจมูก ตามมาด้วยความเจ็บปวดที่ลำคอถูกฉีกกระชาก
ทัศนวิสัยกลายเป็นสีแดงฉาน สติสัมปชัญญะค่อยๆ เลือนหายไป
จากนั้น ก็กลายเป็นอสูรกายกินคนเหมือนกัน
โลกถูกย้อมด้วยแสงอาทิตย์จนกลายเป็นสีเขียวเข้ม ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยเพื่อนร่วมชั้นที่บ้าคลั่ง เห็นใครก็กัด
พวกเขาวิ่งหนี พวกมันไล่ตาม
ต่อให้มีปีกก็ยากจะหนีพ้น
จนกระทั่งสุดท้าย ผู้รอดชีวิตส่วนน้อยหลบซ่อนอยู่ในห้องเรียนบางห้อง
ไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำ
ประทังชีวิตอย่างยากลำบากในวันสิ้นโลก
ว่าไปแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเห็นในแชตกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น กรรมการฝ่ายกีฬาที่ชื่อจางลี่ กับคุณครูฉินหลาน ดูเหมือนจะยังมีชีวิตอยู่
แต่ว่า เพราะอินเทอร์เน็ตล่มไปแล้ว เจียงเฉินก็ขาดการติดต่อกับพวกเขาไปเช่นกัน
ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้างแล้ว
เจียงเฉินพบว่า ยิ่งเดินขึ้นไปชั้นบน ซอมบี้ยิ่งน้อยลง
อาจเป็นเพราะตอนที่นักเรียนจำนวนมากหนีตาย ส่วนใหญ่จะวิ่งลงไปชั้นล่างกันกระมัง
คนเราในยามคับขัน มักจะเชื่อสัญชาตญาณมากกว่า
โรงเรียนมัธยมปลาย โดยทั่วไปมักจะมีการซ้อมหนีไฟ ตอนซ้อม ทุกคนก็จะวิ่งลงไปชั้นล่างกันเป็นปกติ
แต่ว่า ถ้าเกิดเหตุซอมบี้ระบาด การวิ่งลงไปชั้นล่างกลับจะทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
เพราะถ้าหากแตกตื่นจนไม่เลือกทาง เกิดสถานการณ์คนเบียดเสียดกันขึ้นมา ก็จะลงก็ลงไม่ได้ ขึ้นก็ขึ้นไม่ได้ เท่ากับว่าตายหมู่ทั้งหมด
ในที่สุดเจียงเฉินก็หา ห้อง ม.6/4 จนเจอ
อยู่บนชั้นสี่พอดี แถมยังอยู่ติดกับห้องกระจายเสียงของโรงเรียนอีกด้วย
"เอี๊ยด—"
เขาผลักประตูห้องเรียนเข้าไป ทันใดนั้นซอมบี้กว่าสิบตัวก็ถูกดึงดูดเข้ามา แต่พอมาถึงใกล้ๆ เจียงเฉิน พวกมันกลับชะลอฝีเท้าลง
"เพื่อนนักเรียนคนนี้ ขอทางหน่อย ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว"
เจียงเฉินพูดกับซอมบี้ไปตามเรื่องตามราว
ไม่สนใจว่าพวกมันจะฟังเข้าใจหรือไม่
บางทีอาจจะบังเอิญไปกระตุ้นระบบแจ้งเตือน ได้แต้มเพิ่มขึ้นมาบ้างก็ได้
น่าเสียดาย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
[แต้มระบบ: 256]
เจียงเฉินเหลือบมองยอดแต้มคงเหลือ ประสิทธิภาพก็ไม่เลว ถึงจะสู้ [ผู้สังเกตการณ์] ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่า [ตัวประกอบ] เยอะ
เขาหาที่นั่งสะอาดๆ ที่หนึ่ง นั่งลงไป วางมีดทำครัวไว้ข้างๆ
เพราะเป็นชั้น ม.6 บนโต๊ะเรียนจึงมีหนังสือวางอยู่ไม่น้อย
ฟิสิกส์, ชีววิทยา, เคมี...
มีครบทุกประเภท
เจียงเฉินอ่านไม่เข้าใจเลยสักอย่าง
ล้อเล่นน่า ก่อนทะลุมิติมาเขาเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วนะ
ความรู้คืนอาจารย์ไปหมดแล้ว
ด้วยความจนใจ เจียงเฉินจึงทำได้แค่หยิบตำราภาษาจีนเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านดู
[ท่านในฐานะคนปกติ เข้าเรียนในห้องเรียน แอบอ่านตำราภาษาจีน แต้มระบบ +20]
ทว่า อาจเป็นเพราะไม่ได้เข้าเรียนมานานแล้ว เจียงเฉินรู้สึกไม่ค่อยชินอยู่บ้าง
อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อม
มันเสียงดังเกินไป
รอบข้างเต็มไปด้วยซอมบี้ในชุดนักเรียน คำรามลั่นเดินเตร็ดเตร่ไปมา บางครั้งก็ชนเข้ากับโต๊ะเรียน เกิดเสียงดังขึ้น
เห็นได้ชัดว่า นี่มันต่างจากก่อนวันสิ้นโลกมาก
จะมีเพื่อนร่วมชั้นคนไหนมารบกวนการเรียนของคนอื่นอยู่ตลอดเวลาแบบนี้บ้าง!
ขาดจิตสำนึกสาธารณะหรือเปล่า?
"เพื่อนนักเรียนคนนี้ เธอทำเกินไปหน่อยแล้วนะ! เธอไม่เรียน คนอื่นเขายังต้องเรียนนะ!"
ซอมบี้ไม่พูดอะไร เอาแต่คำรามอย่างเดียว
ในที่สุดเจียงเฉินก็ทนไม่ไหวแล้ว
เขาหยิบมีดทำครัวขึ้นมา ชักมีดขึ้นเงื้อมีดลง ก็ทำให้ "เพื่อนร่วมชั้น" เหล่านี้เงียบสงบลงได้
[ท่านในฐานะคนปกติ กล้าที่จะปฏิเสธผู้ที่เจตนารบกวนการเรียนของเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น และได้ทำการเกลี้ยกล่อมพวกเขาสำเร็จ แต้มระบบ +30]
"เชี่ย! แบบนี้ก็ได้เหรอ?"
เจียงเฉินตกตะลึง พรสวรรค์ [คนปกติ] นี้นี่มันออกจะเพี้ยนไปหน่อยแล้ว
เขานึกขึ้นมาได้ทันที งั้นถ้าเขาเอาซากศพซอมบี้พวกนี้โยนออกไปข้างนอก จะถือเป็นการทำความสะอาดห้องเรียนหรือเปล่า?
คิดได้ก็ลงมือทำทันที
เจียงเฉินหาถุงมือยางคู่หนึ่งเจอที่หลังห้อง
เพราะพละกำลังมหาศาล จึงโยนซากศพออกไปนอกหน้าต่างได้อย่างง่ายดาย
[ท่านในฐานะคนปกติ รับผิดชอบทำความสะอาดห้องเรียนโดยสมัครใจ ทำให้ห้องเรียนสะอาดมาก แต้มระบบ +50]
"โห! ให้แต้มเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"
เจียงเฉินรู้สึกยินดีอยู่บ้าง ในที่สุดเขาก็จะได้อ่านหนังสือดีๆ สักที
นี่สิถึงจะเป็นบรรยากาศของโรงเรียน!
...
...
"พวกเธอได้ยินอะไรไหม เมื่อกี้เหมือนจะมีเสียงอะไรบางอย่าง"
ณ ห้องกระจายเสียงซึ่งอยู่ติดกับห้องของเจียงเฉินเพียงกำแพงกั้น
เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยปากถามขึ้นทันที
อวี๋เข่อซิน ขมวดคิ้ว เกรงว่า เด็กสาวตรงหน้าเธอคงจะใกล้สิ้นหวังเต็มทีแล้ว ถึงได้เกิดอาการหูแว่วซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้
นี่ไม่ใช่ข่าวดีเลย
ต้องรู้ด้วยว่า อารมณ์สิ้นหวังแบบนี้ มันติดต่อกันได้
และถ้าหากทุกคนสิ้นหวังกันหมดแล้ว สติสัมปชัญญะก็จะหลุดลอยไปจากทุกคน และเมื่อคนเราสูญเสียเหตุผลไป ก็เท่ากับว่าในสถานการณ์คับขัน ได้สูญเสียไพ่ใบสุดท้ายไปแล้ว
"ฉันก็เหมือนจะได้ยินนะ"
ฉินหลาน กลับไม่ได้ไม่เชื่อเสียทีเดียว หากแต่แนบหูเข้ากับประตูห้องกระจายเสียง ตั้งใจฟังอย่างละเอียด
"เหมือนจะเป็นเสียงของหนักอะไรบางอย่างตกลงมา ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย"
อวี๋เข่อซิน ลองแนบหูเข้ากับกำแพงอย่างครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย
"ตุ้บ!"
"ตุ้บ ตุ้บ!"
มีเสียงจริงๆ ด้วย?
อวี๋เข่อซิน ตกตะลึง
นี่มันเสียงอะไรกันแน่?
จากนั้น ไม่นาน เธอก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นไปอีก
ถึงขั้นสงสัยว่าตัวเองกำลังหูแว่วไปหรือไม่
"ท่านไม่เห็นหรือ น้ำในแม่น้ำฮวงโหหลั่งไหลมาจากสวรรค์!"
"ไหลลงสู่ทะเล... มิหวนคืน"
"ท่านไม่เห็นหรือ..."
เธอได้ยินเสียงคนอ่านบทกวี!
เสียงอ่านบทกวีในตำราภาษาจีน!
สวรรค์โปรด นี่มันวันสิ้นโลกนะ!
จะเป็นไปได้ยังไงที่จะมีคนมาอ่านบทกวีอยู่??!
เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนจะยิ่งฮึกเหิมองอาจมากขึ้น
ในไม่ช้า ทั้งสี่คนในห้องกระจายเสียงก็ได้ยินกันหมด
ทุกคนล้วนมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ถึงขั้นอ้าปากค้าง
"พวกเราตายไปแล้วหรือเปล่า ถึงได้ยินเสียงแบบนี้"
"ฮ่าๆๆ งั้นในที่สุดพวกเราก็จะหลุดพ้นแล้วสินะ? พ่อคะ แม่คะ หนูคิดถึงพวกท่านจังเลย"
ฉินหลาน รู้สึกสงสารนักเรียนสองสามคนนี้อยู่บ้าง แต่ว่า พอได้ยินเสียงอันองอาจหาญกล้าข้างหูนี้ เธอก็อดรู้สึกมึนงงไปบ้างเหมือนกัน คิดไม่ออกเลยจริงๆ
แต่ซอมบี้คิดออกแล้ว
ซอมบี้นับไม่ถ้วน มุ่งหน้าไปยังต้นเสียงนั้น คำรามลั่น วิ่งกรูเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
ซอมบี้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงวิ่งของพวกมัน เหมือนกับพายุฝนที่กระหน่ำลงบนหลังคากระเบื้องใยหิน เกิดเป็นเสียงดังรัวและทึบต่ำ
ในห้องกระจายเสียง ผิวน้ำในถังน้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ในทางเดินอันคับแคบเช่นนี้ จำนวนซอมบี้ที่มากมาย ได้กลายเป็นคลื่นซอมบี้ไปแล้ว!
ฉินหลาน และอีกสามคน เมื่อได้ยินเสียงเช่นนี้ ในที่สุดก็เข้าใจ ว่าพวกเธอไม่ได้หูแว่วไปเอง
หากแต่มีคนจริงๆ ที่กำลัง... อ่านบทกวี... อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ซอมบี้รายล้อม วันสิ้นโลกมาถึงเช่นนี้
"คนคนนี้... เขาบ้าไปแล้วเหรอ?"
"เพราะเดินมาถึงทางตันแล้ว ก็เลยจะบ้าระห่ำเป็นครั้งสุดท้ายงั้นเหรอ?"
ไม่มีใครตอบคำถามพวกเธอ มีเพียงเสียงอ่านบทกวีอันฮึกเหิมองอาจ ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ!
"ชีวิตเมื่อได้ดีต้องใช้ให้สุขสำราญ..."
"...จะขอร่ำสุราดับความเศร้าชั่วนิรันดร์ไปพร้อมกับพวกท่าน!"
เจียงเฉินอ่านจนรู้สึกสะใจ
เขาไม่คิดเลยว่า บทกวีที่เคยเรียนตอนมัธยม พอมาอ่านตอนนี้กลับรู้สึกคล่องปาก รู้สึกถึงความไม่ยึดติดและองอาจหาญกล้าถึงเพียงนี้
เพียงแต่ตอนนั้นมัวแต่รีบเร่งเดินทาง ไม่ได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของกวี
แต่ตอนนี้ ในอีกมิติเวลาคู่ขนานหนึ่ง ซอมบี้ระบาด โลกกำลังเผชิญหน้ากับจุดจบ
ในที่สุดเขาก็รู้สึกเข้าถึงอารมณ์นั้นได้
เขาเดินออกจากประตูห้องเรียน
มองดูฝูงซอมบี้ที่รวมตัวกันอยู่ตรงหน้า เอ่ยปากพูดเสียงเบา:
"พวกแกก็... มาฟังฉันอ่านบทกวีด้วยเหมือนกันเหรอ?"