เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 งานเลี้ยงอาหารค่ำ

บทที่ 50 งานเลี้ยงอาหารค่ำ

บทที่ 50 งานเลี้ยงอาหารค่ำ


“ขอบคุณทีมงานทุกคนที่เหนื่อยมาด้วยกันนะคะ”

หลังจากบันทึกเทปเสร็จ อารากิ คิโกะ ก็พาผู้จัดการส่วนตัวของเธอมาอยู่ต่อหน้าทีมงานหลัก แล้วโค้งคำนับกล่าว

รายการการสังเกตการณ์มนุษย์จนถึงตอนนี้ ออกอากาศไปแล้วสี่ตอน

ไม่ผิดจากที่ฟูจิวาระ เคย์คาดการณ์ไว้ เรตติ้งของรายการในตอนที่สามลดลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากนัก พอถึงตอนที่สี่ก็กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

แนวโน้มเรตติ้งโดยรวมถือว่าน่าพอใจมาก

ทีมงานหลักต่างก็ดีใจกันถ้วนหน้า สถานการณ์ของรายการดีขนาดนี้ ไม่เพียงแต่โบนัสผลงานจากสถานีจะมากกว่าปีก่อนๆ ประวัติการทำงานก็จะดูดีขึ้นด้วย: เคยทำรายการช่วงดึกที่ประสบความสำเร็จด้านเรตติ้ง!

และผู้ที่ได้รับประโยชน์นอกจากทีมงานหลักแล้ว ยังมีศิลปินรับเชิญอีกด้วย

ศิลปินรับเชิญเหล่านี้ไม่ได้มีส่วนร่วมในเนื้อหาหลักของรายการโดยตรง หน้าที่หลักของพวกเขาคือ “รับบทเป็นผู้ชม” หรือก็คือแขกรับเชิญในกรอบเล็กๆ และต้องแสดงปฏิกิริยาตามเนื้อหารายการแบบเรียลไทม์

ตัวอย่างเช่น เมื่อในรายการเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น แขกรับเชิญต้องทำหน้าประหลาดใจ เมื่อมีฉากตลก แขกรับเชิญก็ต้องหัวเราะตามไปด้วย

กรอบเล็กๆ แบบนี้มักจะอยู่มุมซ้ายบนหรือขวาล่าง แน่นอนว่ามีรายการวาไรตี้บางรายการที่บ้าคลั่ง เพื่อตอบสนองความต้องการในการออกอากาศของแขกรับเชิญทุกคน จึงเปิดหน้าต่างทั้งสี่มุมของจอ สี่หน้าใหญ่ๆอยู่บนสี่มุมของจอทีวี ดูแล้วเกะกะมาก

ดังนั้นฟูจิวาระ เคย์จึงตั้งข้อกำหนดให้กับรายการว่า โดยปกติแล้ว ในหน้าจอจะต้องมีหน้าต่างเพียงอันเดียว อย่างมากไม่เกินสองอัน เพื่อไม่ให้รบกวนความสนใจของผู้ชมและไม่ให้เกิดความรำคาญ

กลุ่มศิลปินตลกสามคน “แอปเปิ้ลทองคำ” ก็ได้รับเชิญมาเป็นแขกรับเชิญในรายการ พวกเขามีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว บางครั้งก็มักจะพูดคำคมออกมา ซึ่งทีมงานก็ได้ตัดต่อไปในรายการจริง และได้รับความรักจากผู้ชม

ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่รายการการสังเกตการณ์มนุษย์ออกอากาศ จำนวนผู้ชมในโรงละครของพวกเขาก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลุ่ม “แอปเปิ้ลทองคำ” สามคนดีใจมาก และรู้สึกขอบคุณฟูจิวาระ เคย์ และคนอื่นๆเป็นอย่างมาก

แน่นอนว่าแขกรับเชิญที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมมากที่สุดคืออารากิ คิโกะ ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารักและบุคลิกที่ดูซื่อๆ ทำให้เธอมีแฟนคลับจำนวนมาก เนื่องจากเธอมักจะทำเสียง “เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ” ในกรอบปฏิกิริยาเล็กๆ ผู้ชมจึงเรียกเธออย่างหยอกล้อหรือด้วยความรักว่า “เอ๊ะจัง”

อารากิ คิโกะ เดิมทีเป็นนักแสดง หลังจากมีชื่อเสียงมากขึ้น การได้รับบทละครก็คงจะง่ายขึ้น ในคำแนะนำของผู้จัดการ เธอจึงมาขอบคุณทีมงานเป็นพิเศษ ฃ

การอยู่ในวงการ การรู้จักเอาใจใส่เป็นสิ่งสำคัญมาก

“ไม่นานมานี้ได้ไปเที่ยวที่ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะมาค่ะ นี่เป็นเครื่องรางที่ขอมาจากศาลเจ้า ขอให้ทีมงานทุกคนรับไว้ด้วยนะคะ เพื่อความเป็นสิริมงคล”

พูดจบ อารากิ คิโกะ ก็เปิดกล่องเล็กๆออกมา ข้างในบรรจุเครื่องรางหลากหลายสีสัน คล้ายกับถุงโชคดี ด้านนอกเขียนว่า “เครื่องรางคุ้มครอง” สี่ตัวอักษรใหญ่ ข้างในบรรจุแผ่นกระดาษหรือแผ่นไม้ของเทพเจ้าที่บูชา

เครื่องรางก็คือเครื่องรางคุ้มครอง ตามความเชื่อของศาสนาชินโตของญี่ปุ่น มีสรรพคุณในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและปัดเป่าโชคร้าย

และประเภทของเครื่องรางก็มีมากมาย นอกจากเครื่องรางคุ้มครองที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้ว ยังมีเครื่องรางความรัก เครื่องรางความปลอดภัยในการเดินทาง เครื่องรางความปลอดภัยในการท่องเที่ยว เครื่องรางสอบผ่าน เครื่องรางชนะการแข่งขัน เครื่องรางให้พรรคการเมืองที่สนับสนุนชนะการเลือกตั้ง เครื่องรางไปเที่ยวสถานบริการแล้วไม่ให้ภรรยาจับได้ (พูดเล่น)...

“ว้าว สวยจังเลย ขอบคุณมากค่ะ คุณอารากิ!”

มิซูฮาระ ยูอิ ทำท่าประหลาดใจ แล้วเลือกอันหนึ่งจากกล่องใส่เข้าไปในกระเป๋า

“สวยงามจริงๆ เลย...แต่มีเครื่องรางให้เรตติ้งพุ่งกระฉูดบ้างไหม?” ฮาเซกาวะ เอย์ พูดพร้อมกับยิ้ม

ฟูจิวาระ เคย์ก็เลือกมาอันหนึ่งยัดใส่กระเป๋าเป้ แม้ว่าจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่ตั้งแต่ข้ามมิติมา เขาก็เริ่มมีความเกรงใจต่อเรื่องเหนือธรรมชาติ จากผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้าก็กลายเป็นผู้ที่เชื่อในทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว

“ช่วงนี้ทุกคนเหนื่อยกันมาก ทีมงานสร้างสรรค์ตอนเย็นไปทานข้าวด้วยกันนะคะ มีที่ไหนแนะนำดีๆ บ้างไหม?” มิซูฮาระ ยูอิ กล่าว

“เยี่ยมเลย งานเลี้ยงฉลองเหรอ?”

มิซูฮาระ ยูอิ ยิ้ม “ยังไม่ถึงเวลาฉลอง...อืม ถือว่าจัดล่วงหน้าแล้วกัน”

อารากิ คิโกะ ยืนอยู่ข้างๆ ไม่พูดอะไร สองมือวางแนบกับต้นขาอย่างสงบเสงี่ยม ดูแล้วเรียบร้อยน่ารัก

หลังจากปรึกษากันแล้ว ในที่สุดทุกคนก็ตัดสินใจไปที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับคิราคุโจ (ถนนช้อปปิ้งชื่อดัง -ผู้แปล) รสชาติดี ราคาต่อหัวก็อยู่ในงบประมาณ

ตอนเย็นทั้งทีมงานและศิลปินก็พากันไปที่คิราคุโจ มาถึงร้านอาหารนั้น

พนักงานร้านอาหารนำทางทุกคนไปยังห้องที่จองไว้ กลุ่มคนเดินคุยกันอย่างสนุกสนาน ในขณะนั้นเอง ก็มีกลุ่มคนเดินสวนมา ทั้งสองกลุ่มเห็นอีกฝ่ายก็ชะงักไปพร้อมกัน

“คุณมิซูฮาระ” ชายวัยสามสิบกว่าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มทักทาย “บังเอิญจริงๆเลยนะคะ พวกคุณก็มาจัดงานเลี้ยงฉลองเหมือนกันเหรอ?”

คุณมิซูฮาระโค้งคำนับเล็กน้อย “คุณทาคาดะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

“ได้ยินมาว่ารายการใหม่ของคุณเรตติ้งดี ยินดีด้วยจริงๆครับ ผมมักจะพูดกับผู้อำนวยการฮายาชิบ่อยๆ ว่าคุณมิซูฮาระเป็นคนที่มีความสามารถ”

คนที่มาคือทาคาดะ เคนจิ ซึ่งก็เป็นโปรดิวเซอร์เช่นกัน แต่เป็นของฝ่ายผลิตรายการของสถานีโทรทัศน์ฟุคุยามะโดยตรง

เมื่อเผชิญหน้ากับพนักงานของบริษัทลูกอย่างมิซูนามิ โปรดักชั่น สมาชิกของฝ่ายผลิตรายการของสถานีแม่ย่อมมีความรู้สึกเหนือกว่าโดยธรรมชาติ และซาซากิ ทาคากิ และคนอื่นๆ เมื่อเห็นทาคาดะ เคนจิ และกลุ่มของเขา ก็ก้มหัวลงโดยไม่รู้ตัว

“นี่ไม่ใช่ผลงานของฉันคนเดียว สมาชิกทุกคนในทีมงานต่างก็ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อรายการ”

“ถ้าพูดอย่างนั้น ผมก็มีส่วนช่วยด้วยสินะ” ทาคาดะ เคนจิยิ้ม “เพราะว่าตัวอย่างเปิดตัวของคุณที่สามารถออกอากาศในช่วงไพรม์ไทม์ได้ ก็เพราะตอนที่ผู้อำนวยการฮายาชิถามความเห็นของผม ผมก็พยักหน้าเห็นด้วย”

“ใช่ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ก็ต้องขอบคุณคุณด้วย” มิซูฮาระ ยูอิ พูดพร้อมกับยิ้ม

ทาคาดะ เคนจิมองไปรอบๆทุกคน สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของอารากิ คิโกะเป็นเวลานาน แล้วยิ้มพูดว่า “คุณคือคุณอารากิใช่ไหมครับ ผมเคยดูผลงานของคุณมาก่อน เป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่มีศักยภาพมาก”

“อ๊ะ ขอบคุณมากค่ะ” อารากิ คิโกะรีบตอบ “ฉันจะพยายามต่อไปค่ะ”

“ฮ่าๆ แต่ในเมื่อเป็นนักแสดง ก็ต้องหาเวลาขัดเกลาฝีมือการแสดงด้วยสิ เอาแต่แสดงในรายการวาไรตี้ในกรอบเล็กๆ ฝีมือการแสดงก็ไม่มีทางพัฒนาขึ้นหรอกนะ”

อารากิ คิโกะชะงักไป มองไปที่มิซูฮาระ ยูอิ และคนอื่นๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี ยิ้มก็ไม่ได้ ไม่ยิ้มก็ไม่ได้

ส่วนมิซูฮาระ ยูอิก็ยังคงยิ้มอยู่

ทาคาดะ เคนจิดูเหมือนจะไม่สนใจมิซูฮาระ ยูอิ และกลุ่มของเธอเลย เขายิ้มแล้วตบไหล่ของมิซูฮาระ ยูอิแล้วพูดว่า “เดี๋ยวถ้ามีเวลาว่างก็มาที่ห้องของพวกเราดื่มสักแก้วนะ”

พูดจบ เขาก็เดินโซเซออกไป

หลังจากที่ทาคาดะ เคนจิจากไป กลุ่มคนก็มาถึงห้องส่วนตัวของตัวเอง

ทุกคนนั่งลง มิซูฮาระ ยูอิพบว่าบรรยากาศดูจะอึดอัดเล็กน้อย จึงพูดกับทุกคนว่า “พวกคุณอย่าไปสนใจเลย ทาคาดะนั่นมีนิสัยชอบพูดจาเหลวไหลอยู่แล้ว รอให้ทีมของเราได้ทำรายการในช่วงไพรม์ไทม์เมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นฉันเชื่อว่าเขาจะเรียนรู้ที่จะสุภาพเอง”

ฮาเซกาวะ เอย์บ่นอยู่สองสามคำ ทุกคนก็พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับทาคาดะ เคนจิสองสามคำอย่างรู้กัน แล้วก็ไม่พูดถึงเขาอีก ถือเป็นการใช้จิตวิญญาณของอาคิว (เป็นตัวละครประเภทคนที่มีนิสัยกร่าง ยกตน ยโสโอหัง- ผู้แปล)

หลังจากสั่งอาหารแล้ว อาหารจีนก็ถูกยกมาเสิร์ฟทีละอย่าง มิซูฮาระ ยูอิพูดกับฟูจิวาระ เคย์ว่า “ฉันจำได้ว่าคุณเคยบอกฉันว่าคุณชอบทานอาหารจีน?”

ฟูจิวาระ เคย์เคยพูดกับมิซูฮาระ ยูอิไว้ครั้งหนึ่ง เขาพยักหน้า

“ได้ยินมาว่าอาหารจีนที่นี่ทำอร่อย คุณว่ายังไงบ้าง”

พนักงานเสิร์ฟยกซุปถ้วยเล็กๆ มาให้แต่ละคนก่อน ฟูจิวาระ เคย์เปิดฝาขึ้นมา น้ำซุปใสมาก มีเพียงหยดน้ำมันเล็กๆ ลอยอยู่ด้านบน กลิ่นหอมสดชื่นโชยเข้าจมูก

ฟูจิวาระ เคย์ใช้ช้อนกระเบื้องตักขึ้นมาเล็กน้อยแล้วชิมในปาก ตาเบิกกว้างเล็กน้อย “อร่อย!”

มิซูฮาระ ยูอิพูดอย่างภูมิใจ “ใช่ไหมล่ะ ได้ยินมาว่าเจ้าของร้านเป็นคนจีน เพราะคุณบอกว่าชอบทานอาหารจีน ฉันถึงได้ตั้งใจหาร้านนี้”

ในขณะนั้นเอง ประตูก็ถูกเคาะ ผู้หญิงคนหนึ่งสวมแว่นตาโผล่หน้าเข้ามา

“เอ่อ...ฉันเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณทาคาดะค่ะ คุณทาคาดะอยากจะเชิญคุณมิซูฮาระและคุณอารากิไปดื่มด้วย ไม่ทราบว่าสะดวกไหมคะ?”

จบบทที่ บทที่ 50 งานเลี้ยงอาหารค่ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว