- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่59:ความร่วมมือ (ฟรี)
บทที่59:ความร่วมมือ (ฟรี)
บทที่59:ความร่วมมือ (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 59 ความร่วมมือ
สนามรบถูกเก็บกวาดเสร็จลงอย่างรวดเร็ว
สงครามครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะอันเด็ดขาดของเกาะมนุษย์เงือก โจรสลัดหลายหมื่นคนถูกสังหารจนหมดสิ้นในขณะที่ฝ่ายของไบร์ทเกิดความเสียหายเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็ได้รับบาดเจ็บเพียงแค่เล็กน้อยส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตก็มีเพียงแค่สองหลัก
สำหรับใต้ทะเลลึกแห่งนี้ข้อได้เปรียบของมนุษย์เงือกนั้นมันมหาศาลมาก
การได้รับชัยชนะเช่นนี้มาไม่นานหลังจากที่เริ่มดำเนินงานถือเป็นเรื่องน่ายินดี
อย่างน้อยมันก็ทำให้ทหารทุกคนตื่นเต้นและกระตือรือร้น
แต่ถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจ
แม้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะน้อยมากจนไม่ควรเอามาใส่ใจ แต่ไม่ว่ามันจะน้อยแค่ไหนความตายก็ยังเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอยู่ดี
ไบร์ทรู้ดีว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติของสงคราม แต่เขาก็ยังรู้สึกอึดอัดไม่น้อยเมื่อคิดว่าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่เคยเรียกขานเขาด้วยความเคารพเหล่านั้นต้องมากลายเป็นร่างไร้วิญญาณที่เย็นชืดแบบนี้
‘เราต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้!’
‘ไม่ว่าจะเป็นตัวฉันหรือทหารทุกคน!’
มันมีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะช่วยเขาหลีกเลี่ยงจากความล้มเหลวได้
หลังจากนั้นกองทัพที่ได้รับชัยชนะจึงเริ่มเดินทางกลับเกาะมนุษย์เงือกไปพร้อมกับเหล่าพ่อค้าที่เดินทางมาจากแดนไกล
เมื่อเรือของพวกเขาถูกล้อมรอบไปด้วยอสูรทะเลและกองทัพมนุษย์เงือก เหล่าพ่อค้าก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลและหวาดกลัวแม้ว่าพวกเขาจะตกลงร่วมมือกันแล้วก็ตาม
โชคดีที่ไม่นานนักพวกเขาก็เดินทางมาถึงเกาะมนุษย์เงือก
เหล่าทหารที่ประจำการอยู่หน้าประตูเกาะต่างตื่นเต้นขึ้นมาในทันที เมื่อเห็นสหายของตนเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย
"พวกเขากลับมาแล้ว!!"
"เราชนะใช่ไหม? เราชนะแล้วใช่ไหม?!"
"มันแน่นอนอยู่แล้ว!,ไม่เห็นลูกพี่ไบร์ทกับลูกพี่จินเบที่ยืนอยู่บนหัวอสูรทะเลหรือไง?"
เหล่าทหารโห่ร้องและกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ก่อนจะขึ้นไปต้อนรับสหายผู้ได้รับชัยชนะกลับมา
"โวยวายอะไรกัน?!"
"พวกนายกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ควรทำตามหน้าที่ให้มันดีที่สุด!"
ไบร์ทซึ่งยืนอยู่บนหัวอสูรทะเลได้ตะโกนออกมาเสียงดัง
เมื่อได้ยินคำพูดของไบร์ทเหล่าทหารที่กำลังตื่นเต้นก็เงียบลง
"ถ้าพวกนายอยากจะฉลองจริงๆ ก็ต้องรอให้ถึงคืนนี้"
ไบร์ทได้กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
สิ้นเสียงของไบร์ทเหล่าทหารที่เงียบอยู่ก็ระเบิดออกมาในทันที
"ลูกพี่ไบร์ทจงเจริญ!!"
"ผู้บัญชาการที่รักของพวกเรา! ผู้บัญชาการจงเจริญ!"
เสียงเชียร์ดังก้องไปทั่วท้องทะเลลึก
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,งั้นคืนนี้เรามาสนุกกันเถอะ!"
จินเบหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
"แน่นอน!"
"ชัยชนะในวันนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเราเหนือกว่ามนุษย์!"
อารองกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง
ไบร์ทเองก็ขี้เกียจเกินกว่าจะไปสนใจอารองแล้วเหมือนกัน
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,พวกคุณกำลังจะจัดงานเลี้ยงฉลองกันงั้นหรอ?"
"ไม่ทราบว่าฉันพอจะขอเข้าร่วมงานนี้ด้วยได้ไหม?"
ในตอนนั้นเองเสียงหัวเราะก็ได้ดังมาจากด้านหลังของประตู
เมื่อไบร์ทมองออกไปเขาก็เห็นร่างใหญ่ที่กำลังลอยออกมาจากหลังประตู
"ราชาเนปจูน?"
"ฉันรอพวกคุณอยู่ที่นี่มานานแล้ว!"
"ยินดีต้อนรับกลับเหล่าวีรบุรุษแห่งเกาะมนุษย์เงือก!"
ราชาเนปจูนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"วีรบุรุษ?"
ไบร์ทชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะสูดลมหายใจและหันไปหาเหล่าทหารของเขา
"พวกนายได้ยินไหม? ถ้าได้ยินจงส่งเสียงออกมาเหล่าวีรบุรุษทั้งหลาย!"
“โอ้ววว!!!”
เสียงคำรามแห่งชัยชนะที่ถูกเก็บกดมานานได้ดังกึกก้องไปทั่วท้องทะเลลึก
"คราวหลังก็อย่าลืมเชิดหน้าขึ้นมาด้วยล่ะ"
ไบร์ทได้กล่าวทิ้งท้ายออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เดินทางผ่านประตูเข้าไป ในตอนนั้นเองพวกเขาก็ได้พบว่าที่ด้านหลังของประตูมีผู้คนบนเกาะมนุษย์เงือกจำนวนมากกำลังรวมตัวกันอยู่ เมื่อผู้คนเหล่านั้นเห็นการกลับมาของพวกเขาเสียงเชียร์ก็ดังสนั่นขึ้นมาในทันที
พวกเขากำลังส่งเสียงเชียร์ให้กับชัยชนะที่เหล่าวีรบุรุษของพวกเขาได้นำกลับมา
ความเคารพ ชื่นชม และสรรเสริญ
เมื่อเดือนก่อนทหารเหล่านี้เป็นเพียงแค่อันธพาลในเขตมนุษย์เงือก ดังนั้นประสบการณ์เช่นนี้มันจึงเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสและไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นมาก่อน
ความตื่นเต้นของพวกเขามันแทบจะล้นออกมาจากอก พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการได้รับความชื่นชมจากคนอื่นมันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นขนาดนี้
พวกเขาไม่รู้จะตอบรับเสียงเชียร์เหล่านั้นยังไง พวกเขาจึงเลือกที่จะยืดอกรับทุกสิ่งที่เข้ามา
เพราะในตอนนี้พวกเขามีคุณสมบัติที่จะยืดอกแล้วจริงๆ
แม้พวกเขาจะไม่ได้รับอะไรตอบแทนเป็นชิ้นเป็นอัน แต่พวกเขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้รับอะไรกลับมามากมาย
"อะไรกัน? ความรู้สึกนี้..."
อารองรู้สึกอึดอัดมากกับความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต
‘แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เลวเลยแฮะ’
"ยินดีต้อนรับกลับสู่เกาะมนุษย์เงือก!"
หลังจากเดินตามเหล่าทหารเข้ามาในเกาะมนุษย์เงือก โดนัลด์ก็ได้กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจว่า
"ตอนนี้ฉันได้กลายเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกป้องเกาะมนุษย์เงือกแล้ว!"
"ผู้บัญชาการเขาชื่อไบร์ทใช่ไหม?"
"ดูเหมือนว่าเขาจะมีอำนาจมากกว่าจินเบอีกนะ!"
พ่อค้าคนหนึ่งได้กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ
"แม้แต่ราชาเนปจูนเองก็ยังต้องออกมาต้อนรับเขา!"
"สถานะของผู้บัญชาการคนนี้ดูจะสูงกว่าที่เราคิดไว้มาก!"
พ่อค้าอีกคนเองก็ประหลาดใจไม่ต่างกัน
"มันแสดงว่าเราได้เจอพันธมิตรที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือไง?"
โดนัลด์เองก็รู้สึกตื่นเต้นมากเช่นกัน
‘ยิ่งสถานะของพันธมิตรสูงมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งดีไม่ใช่หรือไง?’
เตโซโรเองก็กำลังมองไปที่แผ่นหลังของไบร์ทอยู่ห่างๆ ในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงแค่ความคิดเดียวเท่านั้น
หลังจากไทเกอร์และจินเบ ไบร์ทจะกลายเป็นตัวตนที่น่าทึ่งอีกคนหนึ่งของเกาะมนุษย์เงือก!
ก่อนที่งานฉลองจะเริ่มขึ้นยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำ
ในเวลาต่อมาบนดาดฟ้าของศูนย์บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง ได้มีการประชุมระหว่างผู้มีอิทธิพลของเกาะมนุษย์เงือกและเหล่าพ่อค้าชาวมนุษย์
ส่วนเหตุผลที่เลือกดาดฟ้าแทนห้องในอาคารนั้น เพราะว่าในศูนย์บัญชาการของพวกเขาไม่มีห้องไหนที่สามารถรองรับราชาเนปจูนได้
โดยผู้เข้าร่วมการประชุมจากเกาะมนุษย์เงือก ได้แก่ ไบร์ท จินเบ และราชาเนปจูน ส่วนทางด้านพ่อค้าชาวมนุษย์นั้นแน่นอนว่าเป็นเหล่าพ่อค้าทั้งหลายที่นำโดยโดนัลด์
"เราได้เห็นความจริงใจของพวกคุณแล้ว"
ในการประชุมครั้งนี้ไบร์ทรับหน้าที่เป็นตัวแทนของเกาะมนุษย์เงือก
"เกาะมนุษย์เงือกไม่ต้อนรับผู้ที่มีเจตนาร้าย แต่เราก็ไม่เคยเอาเปรียบคนที่เป็นเพื่อนกับเรา"
สีหน้าของเหล่าพ่อค้าในตอนนี้ต่างแสดงให้เห็นถึงความสุข
"ไม่ต้องห่วงท่านผู้บัญชาการไบร์ท พวกเราจะเป็นเพื่อนที่ดีของเกาะมนุษย์เงือกตลอดไป!"
โดนัลด์ดูจะดีใจมากกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด
‘ตราบใดที่ยังมีเงินอยู่ใครมันจะยอมทิ้งเพื่อนดีๆ แบบนี้กัน?’
"ดี! งั้นเรามาคุยรายละเอียดความร่วมมือกันเลยดีกว่า"
ไบร์ทได้กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
ถึงแม้จะดูเป็นทางการมากก็ตามแต่จริงๆ เรื่องที่คุยก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร
เพราะมันเป็นแค่เรื่องของการค้าขายเท่านั้น
โดยเนื้อหาของการเจรจาคือเหล่าพ่อค้าจะต้องขนส่งสินค้าจำเป็นมายังเกาะมนุษย์เงือก และทางเกาะมนุษย์เงือกก็จะทำการจัดหาแร่คุณภาพสูงและราคาถูกให้กับพวกเขา
หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ได้ทำการเจรจาต่อรองราคาแร่กัน และในที่สุดก็ได้ตกลงกันในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดเล็กน้อย
เหล่าพ่อค้าพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก เพราะแร่ที่เกาะมนุษย์เงือกจัดหามาให้นั้นมีคุณภาพสูงและสามารถขายได้ในราคาที่สูงมาก
ไบร์ทเองก็พอใจกับผลลัพธ์ที่ได้เช่นกันเขารู้ว่าแร่สามารถขายได้ในราคาที่สูงบนท้องทะเล แต่การทำเหมืองบนเกาะมนุษย์เงือกนั้นมันง่ายมากอีกทั้งคนงานมนุษย์เงือกเองก็มีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ถึงสิบเท่า ดังนั้นพวกเขาจึงถือได้ว่าเป็นมือฉมังสำหรับการทำเหมืองและไม่เพียงแค่มีประสิทธิภาพสูงเท่านั้น แต่ต้นทุนเองก็ค่อนข้างต่ำมันจึงทำให้กำไรของพวกเขาสูงกว่าเหล่าพ่อค้ามาก
ไบร์ทยังวางแผนที่จะจับอสูรทะเลเพิ่มอีกสักสองสามตัว เพื่อมาช่วยลดต้นทุนในการทำเหมืองอีกด้วย
ในตอนที่ทุกอย่างใกล้จะเสร็จแล้วนั้น โดนัลด์ก็ได้หยิบยกคำขอที่เขาเคยพูดถึงขึ้นมาอีกครั้ง
"คุณไบร์ทเพื่อความร่วมมือในระยะยาวของเรา คุณช่วยขอให้เกาะมนุษย์เงือกส่งกองกำลังมาคุ้มกันเราใต้ทะเลทีได้ไหม?"
"ตัวฉันเองยินดีช่วยเหลือเพื่อนอยู่แล้ว แต่ด้วยหน้าที่ของเหล่าทหารบนเกาะมนุษย์เงือกคือการปกป้องเกาะมนุษย์เงือกฉันจึงไม่มีสิทธิ์ส่งพวกเขาไปทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของพวกเขาได้หรอกนะ"
ไบร์ทได้ตอบเขาออกไปตามตรง
โดนัลด์เองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ใจ
"เว้นแต่ว่าจะมีคนยินดีจ่ายค่าตอบแทนให้"
ไบร์ทได้ยิ้มและกล่าวออกมา
"คุณไบร์ท.. คุณจะไม่ยอมเสียอะไรเลยจริงๆ สินะ"
โดนัลด์กล่าวออกมาด้วยความขมขื่น
เดิมทีเขาอยากได้คนมาช่วยคุ้มกันฟรีๆ แต่..
"แบบนี้เองก็ไม่เลว"
"ไว้เรามาคุยเรื่องค่าตอบแทนกันอีกทีนะครับ"
โดนัลด์ตอบรับออกมาอย่างหนักแน่น
แม้ว่าสิ่งนี้จะทำให้กำไรของเขาลดลงแต่มันก็ปลอดภัยกว่า
จริงอยู่ที่โดนัลด์ไม่กลัวความเสี่ยง แต่เขาเองก็ไม่ได้อยากเสี่ยงไปตลอดเหมือนกัน
ใต้ทะเลลึกไม่มีวันใจดีกับเขาไปได้เสมอ
เมื่อโดนัลด์เป็นผู้นำขั้นต่อไปก็เป็นเรื่องง่าย และเหล่าพ่อค้าเองก็เลือกที่จะยอมรับในสิ่งนี้
อย่างน้อยวิธีนี้ก็ทำให้พวกเขาสามารถเดินทางไปกลับเกาะมนุษย์เงือกได้อย่างปลอดภัย
แต่ถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ไม่ได้คิดที่จะปล่อยให้ทหารออกไปคุ้มกันพวกเขา เพราะเขามองว่ามันเป็นการสิ้นเปลืองความสามารถเกินไป
หลังจากนั้นไบร์ทก็ได้ไปหารือเรื่องนี้กับราชาเนปจูนเพื่อแยกกำลังพลบางส่วนจากกองทัพเนปจูน หรือรับสมัครคนเพื่อมาจัดตั้งหน่วยงานใหม่สำหรับดำเนินการในด้านนี้โดยเฉพาะ เพราะในอนาคตน่าจะมีพ่อค้าที่เข้ามาร่วมมือกับพวกเขาอีกเยอะมากซึ่งมันน่าจะสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาล
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง,ไบร์ทเองก็ได้เสนอข้อเรียกร้องของเขาออกมาเช่นกัน
"เกาะมนุษย์เงือกถูกแยกออกจากโลกบนทะเลและอารยธรรมมาอย่างยาวนาน ดังนั้นฉันหวังว่าเมื่อคุณนำสิ่งของจำเป็นต่างๆ มาคุณจะสามารถนำเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรที่ตรงกันมาให้เราได้เช่นกัน"
"นี่มัน.."
โดนัลด์และพวกต่างก็ชะงักไปชั่วขณะ
"ผมจะลองดู,แต่คุณไบร์ทสิ่งที่คุณต้องการนั้นถูกปิดกั้นอย่างแน่นหนาบนทะเล การจะหามันมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยด้วยระดับของเราแต่ผมสัญญาว่าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ"
โดนัลด์ตอบตกลงด้วยความลังเล
‘จริงงั้นหรอ?’
‘แต่ลองคิดดูแล้วก็เหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริง’
ไบร์ทตระหนักได้ทันทีว่าแม้เทคโนโลยีในโลกนี้จะล้ำสมัย แต่เทคโนโลยีที่ได้รับการส่งเสริมอย่างแท้จริงนั้นยังคงล้าหลังอยู่มาก
แน่นอนว่าเรื่องนี้มันมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น การขนส่งบนท้องทะเลที่ไม่สะดวกและการหมุนเวียนของเทคโนโลยีที่ยากลำบาก แต่ก็ยากที่จะบอกว่ามันไม่มีใครอยู่เบื้องหลังการปิดกั้นนี้
"แค่นี้ก็พอแล้ว"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความเข้าใจ
เขาไม่ได้ต้องการอะไรมากมายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สำหรับเขาแค่ช่วยเกาะมนุษย์เงือกลดการพึ่งพาโลกภายนอกลงได้ก็เพียงพอแล้ว
การประชุมได้จบลงตรงนี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ไบร์ทเองก็ได้เชิญเหล่าพ่อค้ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองในคืนนี้ด้วย
เหล่าพ่อค้าเองก็ตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย
จากนั้นเขาก็ได้ส่งเหล่าพ่อค้าไปเข้าพักที่โรงแรม แต่ในตอนนั้นเองชายคนหนึ่งก็ได้มาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าไบร์ท
"คุณเตโซโร?"
ไบร์ทเองก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกันที่ได้เจอกับผู้ชายคนนี้
‘เขามาหาฉันทำไม?’
"ฉันมาที่นี่เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือกับคุณ"
เตโซโรกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
"ถ้าเป็นเรื่องความร่วมมือเราก็เพิ่งตกลงกันไปเมื่อกี้เองไม่ใช่เหรอ?"
ไบร์ทเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย
แน่นอนว่าเตโซโรเป็นหุ้นส่วนที่ยอดเยี่ยม และในอนาคตผู้ชายคนนี้ก็จะกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
เหตุผลที่ทำให้ไบร์ทลังเลก็เป็นเพราะว่าผู้ชายคนนี้ตรงกับสำนวน ‘ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง’ สิ่งที่ตัวเขาทำในอนาคตนั้นไม่ได้ต่างอะไรจากเผ่ามังกรฟ้าเลย
ด้วยเหตุนี้เองไบร์ทจึงตัดสินใจที่จะปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นหุ้นส่วนธรรมดาคนหนึ่ง และจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาให้มากนัก
แต่ไบร์ทก็ไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาเองแบบนี้
"ฉันกำลังพูดถึงความร่วมมือที่มากกว่านั้น"
"พวกนั้นหาเทคโนโลยีชั้นสูงมาให้คุณไม่ได้หรอก แต่ฉันสามารถจัดหาได้ทุกอย่างที่เกาะมนุษย์เงือกต้องการ!"
เตโซโรกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
ไบร์ทไม่สงสัยในคำพูดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อยเพราะในอีกไม่กี่ปีจ้างหน้าผู้ชายคนนี้จะสร้างเมืองทองคำขึ้นมา ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังไปไม่ถึงขั้นนั้นแต่ความสามารถของเขาก็ยังไกลเกินกว่าที่โดนัลด์และพ่อค้าคนอื่นๆ จะเอื้อมถึง
"คุณเตโซโร,คุณคิดราคาเท่าไหร่?"
ไบร์ทถามออกมาด้วยความสนใจ
เตโซโรอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ เพราะคำพูดของเขามันดูเย่อหยิ่งมากแต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่สงสัยมันเลยแม้แต่น้อย
เตโซโรได้สูดหายใจเข้าแล้วกล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า
"ฉันคิดว่าเราน่าจะร่วมมือกันได้"
"เพราะท้ายที่สุดแล้วเราก็มีศัตรูคนเดียวกัน!"
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย
กลุ่มลับ TGM VIP1 (61-120) เปิดแล้วนะครับราคา 100 บาท (ุปัจจุบันแปลถึงตอนที่ 71)