- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่60:ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึก (ฟรี)
บทที่60:ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึก (ฟรี)
บทที่60:ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึก (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 60 ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึก
เตโซโรได้เล่าเรื่องหนึ่งให้ไบร์ทฟัง
เขาเล่าว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีเพื่อนที่ดีมากอยู่คนหนึ่ง แต่ต่อมาเพื่อนของเขาก็ได้กลายไปเป็นทาสของเผ่ามังกรฟ้าและถูกทรมานจนตาย ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเกลียดชังเผ่ามังกรฟ้ากับรัฐบาลโลกและต้องการแก้แค้นพวกเขามาเสมอ
ไบร์ทรู้ดีว่าเตโซโรพูดความจริง แต่เขาเล่าไม่หมด
เตโซโรมีเพื่อนแบบนั้นอยู่จริงและเพื่อนคนนั้นก็เป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด แต่เธอถูกเผ่ามังกรฟ้าทรมานจนตายตกในฐานะทาส
แต่สิ่งที่เขาไม่ได้เล่าคือตัวเขาเองก็เคยเป็นทาสของเผ่ามังกรฟ้าเช่นกัน และต่อมาตัวเขาก็หลบหนีออกมาได้โดยบังเอิญ เพราะลูกพี่ไทเกอร์ได้ขึ้นไปสร้างความวุ่นวายบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แมรีจัวส์และได้ปลดปล่อยทาสออกมา
ไบร์ทได้ยินเสียงของความเศร้าโศกและความโกรธเกรี้ยวที่อัดแน่นอยู่ภายในใจของเตโซโรในขณะที่เขากำลังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แต่ถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ยังไม่สามารถไว้ใจเตโซโรได้
เขาจะเชื่อใจคนที่หันหลังกลับมาข่มเหงผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะว่าตัวเองเคยถูกข่มเหงมาก่อนได้ยังไง
หรือมันอาจเป็นเพราะว่าศัตรูแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะแก้แค้นได้งั้นหรอ?
ด้วยเหตุนี้ไบร์ทจึงตอบกลับเตโซโรไปว่า
"ฉันไม่คิดเลยว่าคุณเตโซโรจะพบเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย.. คุณพูดถูกเรามีศัตรูคนเดียวกัน!"
"ฉันเองก็เคยเป็นสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ พรรคพวกของฉันหลายคนเองก็ได้เล่าอดีตที่น่าเศร้าของพวกเขาในตอนที่ถูกเผ่ามังกรฟ้าทรมานให้ฉันฟังอยู่บ่อยครั้ง ตัวฉันเองก็เชื่อว่ารัฐบาลโลกต้องรับผิดชอบต่อประสบการณ์อันน่าเศร้าที่เกิดขึ้นกับเกาะมนุษย์เงือกตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เพราะไม่ว่ายังไงเผ่ามังกรฟ้ามันก็เป็นคนเริ่มกระแสการซื้อนางเงือกมาเป็นทาส!"
เสียงของไบร์ทเต็มไปด้วยความจริงใจ
"ถ้าพวกมันไม่ใช่ศัตรูของเราแล้วใครจะเป็นศัตรูของเรา?"
"ใช่!,แต่รัฐบาลโลกกับเผ่ามังกรฟ้าแข็งแกร่งเกินไป ดังนั้นเราต้องร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมื่อใดที่เราทุกคนมีพลังอำนาจที่แข็งแกร่งมากพอเราก็จะสามารถโค่นพวกมันลงมาจากสวรรค์ได้!"
เตโซโรได้กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
"คุณพูดถูกเรามาร่วมมือกันเถอะเตโซโร!"
ไบร์ทได้จับมือของเตโซโรเอาไว้แน่น
ทั้งสองรู้สึกว่าพวกเขามีความคิดที่ตรงกัน ดังนั้นพวกเขาจึงได้ตัดสินใจหารือเรื่องความร่วมมือของพวกเขาในทันที
ทั้งสองตกลงที่จะร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสบปัญหาอีกฝ่ายจะต้องให้การช่วยเหลือ
เกาะมนุษย์เงือกจะจัดหาแร่หลากหลายชนิดในราคาถูกให้กับเตโซโร แต่โดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ทองคำเตโซโรรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เกาะมนุษย์เงือกจะมีแค่เหมืองเหล็ก
ในทางกลับกันเตโซโรจะมอบเทคโนโลยี เครื่องจักร และแม้แต่ช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญให้กับเกาะมนุษย์เงือกเพื่อช่วยให้เกาะมนุษย์เงือกสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมของตนเองขึ้นมาได้
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง โดยกิลด์เตโซโรหวังว่าเกาะมนุษย์เงือกจะสามารถส่งคนมาช่วยเขาขนส่งสินค้าได้
เขากล่าวว่าการขนส่งสินค้าข้ามทะเลบนทะเลแห่งนี้นั้นใช้เวลานานเกินไปอีกทั้งต้นทุนและความเสี่ยงยังสูงมากอีกด้วย แต่หากมีคนจากเผ่ามนุษย์เงือกมาช่วยรับรองได้เลยว่าทุกอย่างมันจะแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และเขาก็ยินดีที่จะจ่ายค่าตอบแทนให้ด้วย
คำพูดของเตโซโรมันได้เปิดประตูสู่โลกใหม่ให้กับไบร์ท
‘ใช่,เกาะมนุษย์เงือกทำธุรกิจขนส่งในโลกนี้ได้’
‘มันเป็นเงินก้อนโตเลยไม่ใช่หรือไง?’
‘ใครในโลกนี้มันจะมาแข่งขันกับพวกเราได้?!’
‘หน่วยงานที่คอยคุ้มกันพ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางไปกลับเกาะมนุษย์เงือกควรได้รับการขยายกิจการ และเราอาจจะต้องจัดตั้งบริษัทขนส่งขึ้นมาด้วย’
ไบร์ทได้เล่าไอเดียของเขาให้เตโซโรฟัง เมื่อเตโซโรได้ฟังเขาก็ชื่นชมแนวคิดของไบร์ทมากและบอกว่าเขาสามารถแนะนำลูกค้าให้ไบร์ทได้
ความร่วมมือระหว่างพวกเขาทั้งสองได้รับข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว
"ขอให้ความร่วมมือของเราเป็นไปด้วยดีเตโซโร"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ฉันเองก็ตั้งตารอมันเหมือนกัน"
“ถ้างั้นวันนี้ฉันขอตัวก่อนแล้วกัน”
เตโซโรยิ้มตอบและกล่าวลาออกมา
เมื่อเตโซโรเดินจากไปรอยยิ้มบนใบหน้าของไบร์ทก็จางหายไปเช่นกัน หลังจากนั้นเขาก็ได้ไปหาจินเบและเล่าเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟัง
"ผู้ชายคนนั้นทำอย่างที่พูดได้จริงเหรอ?"
หลังจากฟังจบคิ้วของจินเบก็ขมวดขึ้นมาทันที
"ใครมันจะไปสน?"
"ถ้าเขายินดีจ่ายเราก็จะขายแร่ให้เขา และถ้าเขาจัดหาเทคโนโลยีตามที่ตกลงกันไว้ ได้เราก็จะให้ความช่วยเหลือเขา"
แม้ไบร์ทจะรู้ว่าเตโซโรทำได้ แต่บอกไปคนอื่นก็คงไม่เชื่อเขาอยู่ดี
เป็นเรื่องจริงที่เตโซโรเป็นคนสารเลวที่ไม่แตกต่างอะไรกับโดฟลามิงโก้ในอีกสิบเอ็ดปีต่อมา แต่ความคิดของเขาที่จะร่วมมือกับไบร์ทนั้นก็เป็นของจริงเช่นกัน ถามว่าทำไมไบร์ทถึงรู้ก็เพราะว่าเขาได้ยินมัน
“ก็ถูกของนาย”
จินเบรู้สึกเห็นด้วยกับไบร์ท
"แต่ฉันคิดว่าแนวคิดเรื่องบริษัทขนส่งนั้นดีมากเลยนะ"
จินเบได้หันไปพูดเรื่องที่เขาสนใจ ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า
"ถ้าทำได้ดีกำไรมันต้องไม่น้อยหน้าการทำเหมืองแน่!"
‘ลูกพี่จินเบคุณนี่ช่างไร้เดียงสาซะจริง’
‘คนที่ควบคุมทรัพยากรได้ย่อมมีอำนาจมากกว่าคนอื่นเสมอ’
ในตอนนั้นเองไบร์ทก็ได้กล่าวออกมาว่า
"ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าอยากเปิดบริษัทนี้จริงๆ เกรงว่าเราคงต้องใช้อสูรทะเลเพิ่มอีกหลายตัวแลย"
เนื่องจากสินค้าถูกส่งโดยเผ่ามนุษย์เงือก แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถเดินทางบนทะเลได้
ดังนั้นถ้าอยากจะขนส่งใต้ทะเล เรือของพวกเขาก็ต้องถูกลากโดยอสูรทะเล
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ถ้าอย่างนั้นนายคงต้องทำงานหนักหน่อยแล้วล่ะไบร์ท"
จินเบหัวเราะและตบไปที่ไหล่ของไบร์ท
เพราะไบร์ทรับหน้าที่ในการจับอสูรทะเลมาตลอดอยู่แล้ว
………….
อีกด้านหนึ่ง,เตโซโรและชายหัวโตที่ชื่อทานากะก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่โรงแรม
"คุณเตโซโรเป็นยังไงบ้าง?"
"ชายคนนั้นตกลงที่จะร่วมมือกับเราหรือเปล่า?"
ทานากะได้ถามออกมาด้วยความคาดหวัง
เตโซโรเองก็ได้พยักหน้ารับออกมา
"เยี่ยม!"
"แบบนี้เราก็มีเจ็ดเทพโจรสลัดเป็นพันธมิตรแล้วสินะ หลังจากนี้โดฟลามิงโก้เองก็คงไม่กล้ามากดดันเรามากเกินไป"
ทานากะรู้สึกตื่นเต้นมาก
ในปีที่แล้วเตโซโรได้ไปขโมยผลปีศาจที่ดองกิโฮเต้ แฟมิลี่จัดประมูล ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดความขัดแย้งกันดังนั้นเตโซโรซึ่งยังอ่อนแออยู่จึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างรุนแรง
"มันไม่ใช่แค่นั้น,ด้วยความช่วยเหลือจากเกาะมนุษย์เงือก ธุรกิจของเรายังสามารถขยายตัวออกไปได้ไกลกว่าเดิมอีกด้วย!"
"ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้รับผลประโยชน์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเกาะมนุษย์เงือกซึ่งเต็มไปด้วยความเกลียดชังจะยินดีร่วมมือกับมนุษย์"
เตโซโรดูจะภูมิใจกับเรื่องนี้มาก
"แต่จะว่าไปแล้วผู้ชายที่ชื่อไบร์ทคนนั้นก็สุดยอดมากจริงๆ.."
"คุณเตโซโรฉันเพิ่งไปถามคนบนเกาะนี้มาพวกเขาบอกว่า.. ผู้ชายคนนั้นเพิ่งอายุแค่ 17 ปีเท่านั้นเอง"
ในตอนนั้นเองทานากะก็ได้พูดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ฉันยังได้ยินมาอีกว่าเขาคือคนที่นำการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาสู่เกาะมนุษย์เงือก!"
‘อายุ 17 ปีงั้นหรือ?’
ตอนนี้เตโซโรรู้สึกตกใจกับเรื่องที่ได้ยินอยู่ไม่น้อยเลย
"ฮู่ววว,ดูเหมือนว่าฉันจะได้เจอกับหุ้นส่วนที่ดีเข้าให้แล้วสินะ"
เตโซโรถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
แต่สิ่งที่ชายคนนั้นพูดถึงการโค่นล้มรัฐบาลโลกมันคงเป็นเพียงแค่การพูดลอยๆ เหมือนกับที่เขาไม่ได้เอาจริงเอาจังกับคำพูดของตัวเอง
‘ดึงเผ่ามังกรฟ้าลงมาจากสวรรค์งั้นหรือ?’
‘ฉันก็แค่พูดมันออกมาอย่างงั้นล่ะ’
‘ทั้งหมดที่ฉันทำก็เพื่อที่จะรวยขึ้นให้มากกว่านี้!’
‘รวยให้มากพอที่จะสั่นคลอนโลกนี้ได้!’
‘ถ้าฉันทำสำเร็จเมื่อไหร่ฉันก็จะเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง!’
ในตอนนี้ดวงตาของเตโซโรเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
‘รอฉันก่อนนะสเตลล่า.. ฉันจะแก้แค้นให้เธอแน่นอน!’
……………
ในเย็นวันนั้น,งานเลี้ยงฉลองก็ได้ถูกจัดขึ้นมาตามกำหนดการที่ลานกว้างเกียวคอร์ด
ราชาเนปจูนได้ทุ่มเงินมหาศาลซื้ออาหารและเครื่องดื่มมามากมาย เขาได้ทำการจัดงานเลี้ยงที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับเหล่าทหารผู้กล้าหาญ
เพราะท้ายที่สุดแล้วสงครามครั้งนี้ก็คือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่เกาะมนุษย์เงือกไม่เคยได้รับมันมานานแล้ว
ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วเกาะมนุษย์เงือกอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนบนเกาะมนุษย์เงือกทุกคนต่างก็รู้สึกปลาบปลื้มยินดี
ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนชัยชนะในสงครามก็ถือเป็นสิ่งที่สามารถเสริมสร้างความภาคภูมิใจในชาติได้เป็นอย่างดี
งานเลี้ยงกินเวลานานจนฟ้ามืด,เหล่าทหารเองก็มีวินัยพอที่จะไม่ดื่มจนเมามาย
ไบร์ทและราชาเนปจูนเองก็ได้พูดคุยกันถึงการจัดตั้งบริษัทขนส่งในงานเลี้ยง แน่นอนว่าราชาเนปจูนเห็นด้วยหลังจากนั้นเขาก็ได้เรียกจินเบมาหารือรายละเอียดกันต่อ ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจว่ารอใช้ธุรกิจของเตโซโรเป็นตัวทดลองก่อนแล้วค่อยหารืออีกทีว่าจะขยายขนาดบริษัทนี้ต่อดีไหม
งานเลี้ยงสิ้นสุดลงแต่วันของไบร์ทยังไม่จบลง
ไบร์ทได้ไปที่เมอร์เมดคาเฟ่อันคุ้นเคย
แม้จะดึกมากแล้วแต่หน้าต่างของร้านก็ยังสว่างอยู่
ไบร์ทได้ผลักประตูร้านแล้วเดินเข้าไป โต๊ะและเก้าอี้ต่างก็ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบและเหล่านางเงือกเองก็ได้เลิกงานไปแล้ว
ในร้านตอนนี้เหลือเพียงแค่เชอร์รี่ซึ่งกำลังฟุบหลับอยู่ที่หลังเคาน์เตอร์
ในตอนนั้นเองไบร์ทก็หันไปเห็นอะไรบางอย่างบนเคาน์เตอร์
"เห็นอนาคตอีกแล้วเหรอ?"
ไบร์ทได้ยิ้มออกมาอย่างแผ่วเบา
…………..
“!!!!”
เชอร์รี่ได้สะดุ้งขึ้นมาเพราะเสียงที่ดังเข้ามาในหูอย่างกะทันหัน
เธอยังคงสับสนอยู่เล็กน้อย แต่ใช้เวลาไม่นานหูของเธอก็สามารถกำหนดที่มาของเสียงได้
"ฉันควรเติมน้ำตอนนี้เลยไหม? หรือว่าฉันต้องกรองมันก่อน?"
เสียงของชายคนหนึ่งที่กำลังบ่นกับตัวเองดังขึ้นมา
เชอร์รี่ได้ยืดตัวขึ้นมาและมองไปยังต้นเสียง
ภาพที่เธอเห็นคือไบร์ทกำลังชงกาแฟอยู่ด้วยความร้อนรน โดยที่มีผงกาแฟจำนวนมากที่เธอได้บดไว้ในตอนบ่ายกำลังกระจัดกระจายไปทั่ว
เชอร์รี่ได้ยกมือขวาขึ้นมาเท้าคางแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า
"เสร็จหรือยัง?"
"เธอตื่นแล้วเหรอ?"
ไบร์ทได้หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม โดยที่ในมือของเขามีแก้วกาแฟอยู่สองใบเขาได้เดินเข้ามาแล้ววางแก้วใบหนึ่งไว้ตรงหน้าเชอร์รี่
"ลองชิมฝีมือฉันดูสิ"
‘ถึงเธอจะเห็นอนาคต แต่เธอก็ไม่น่าจะลิ้มรสชาติจากอนาคตได้หรอกจริงไหม?’
เชอร์รี่รับแก้วกาแฟมาแล้วเป่ามันอย่างแผ่วเบาก่อนจะจิบ
"รสชาติแย่มาก"
เชอร์รี่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา
"ฮะ? จริงเหรอ? ฉันทำตามที่เธอบอกเลยนะ?"
ไบร์ทไม่เชื่อดังนั้นเขาจึงได้จิบกาแฟเข้าไปอย่างไม่ลังเล
หลังจากนั้นเขาก็ได้แสดงสีหน้าที่เรียบเฉยออกมา
"ดูเหมือนฉันจะไม่มีความสามารถในด้านนี้จริงๆ"
"ถ้าอยากทำก็ต้องพยายามให้เต็มที่"
เชอร์รี่ได้จิบมันเข้าไปอีกอึกก่อนจะกระซิบออกมาว่า
"ฉันจะเป็นคนสอนนายเอง"
“…..”
ไบร์ทอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า
"ได้โปรดสอนผมด้วย.. อาจารย์เชอร์รี่!"
…………..
ในเช้าวันรุ่งขึ้น,ขณะที่ไบร์ทเพิ่งทานมื้อเช้าเสร็จในร้านเมอร์เมดคาเฟ่ นางเงือกสาวคนหนึ่งก็ได้วิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับหนังสือพิมพ์ด้วยความตื่นเต้น
"ลูกพี่ไบร์ท! คุณได้ลงหนังสือพิมพ์ด้วย!"
‘หนังสือพิมพ์เหรอ?’
ไบร์ทขมวดคิ้วก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดู
บนหนังสือพิมพ์นั้นมีรูปของเขาอยู่จริงๆ และฟาดหัวข่าวข้างบนก็คือ…
《ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึกจากเกาะมนุษย์เงือก!!!》
‘เป็นเรื่องแล้วไง!’
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย