เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่60:ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึก (ฟรี)

บทที่60:ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึก (ฟรี)

บทที่60:ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึก (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 60 ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึก

เตโซโรได้เล่าเรื่องหนึ่งให้ไบร์ทฟัง

เขาเล่าว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีเพื่อนที่ดีมากอยู่คนหนึ่ง แต่ต่อมาเพื่อนของเขาก็ได้กลายไปเป็นทาสของเผ่ามังกรฟ้าและถูกทรมานจนตาย ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเกลียดชังเผ่ามังกรฟ้ากับรัฐบาลโลกและต้องการแก้แค้นพวกเขามาเสมอ

ไบร์ทรู้ดีว่าเตโซโรพูดความจริง แต่เขาเล่าไม่หมด

เตโซโรมีเพื่อนแบบนั้นอยู่จริงและเพื่อนคนนั้นก็เป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด แต่เธอถูกเผ่ามังกรฟ้าทรมานจนตายตกในฐานะทาส

แต่สิ่งที่เขาไม่ได้เล่าคือตัวเขาเองก็เคยเป็นทาสของเผ่ามังกรฟ้าเช่นกัน และต่อมาตัวเขาก็หลบหนีออกมาได้โดยบังเอิญ เพราะลูกพี่ไทเกอร์ได้ขึ้นไปสร้างความวุ่นวายบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แมรีจัวส์และได้ปลดปล่อยทาสออกมา

ไบร์ทได้ยินเสียงของความเศร้าโศกและความโกรธเกรี้ยวที่อัดแน่นอยู่ภายในใจของเตโซโรในขณะที่เขากำลังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย

แต่ถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ยังไม่สามารถไว้ใจเตโซโรได้

เขาจะเชื่อใจคนที่หันหลังกลับมาข่มเหงผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะว่าตัวเองเคยถูกข่มเหงมาก่อนได้ยังไง

หรือมันอาจเป็นเพราะว่าศัตรูแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะแก้แค้นได้งั้นหรอ?

ด้วยเหตุนี้ไบร์ทจึงตอบกลับเตโซโรไปว่า

"ฉันไม่คิดเลยว่าคุณเตโซโรจะพบเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย.. คุณพูดถูกเรามีศัตรูคนเดียวกัน!"

"ฉันเองก็เคยเป็นสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ พรรคพวกของฉันหลายคนเองก็ได้เล่าอดีตที่น่าเศร้าของพวกเขาในตอนที่ถูกเผ่ามังกรฟ้าทรมานให้ฉันฟังอยู่บ่อยครั้ง ตัวฉันเองก็เชื่อว่ารัฐบาลโลกต้องรับผิดชอบต่อประสบการณ์อันน่าเศร้าที่เกิดขึ้นกับเกาะมนุษย์เงือกตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เพราะไม่ว่ายังไงเผ่ามังกรฟ้ามันก็เป็นคนเริ่มกระแสการซื้อนางเงือกมาเป็นทาส!"

เสียงของไบร์ทเต็มไปด้วยความจริงใจ

"ถ้าพวกมันไม่ใช่ศัตรูของเราแล้วใครจะเป็นศัตรูของเรา?"

"ใช่!,แต่รัฐบาลโลกกับเผ่ามังกรฟ้าแข็งแกร่งเกินไป ดังนั้นเราต้องร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมื่อใดที่เราทุกคนมีพลังอำนาจที่แข็งแกร่งมากพอเราก็จะสามารถโค่นพวกมันลงมาจากสวรรค์ได้!"

เตโซโรได้กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น

"คุณพูดถูกเรามาร่วมมือกันเถอะเตโซโร!"

ไบร์ทได้จับมือของเตโซโรเอาไว้แน่น

ทั้งสองรู้สึกว่าพวกเขามีความคิดที่ตรงกัน ดังนั้นพวกเขาจึงได้ตัดสินใจหารือเรื่องความร่วมมือของพวกเขาในทันที

ทั้งสองตกลงที่จะร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสบปัญหาอีกฝ่ายจะต้องให้การช่วยเหลือ

เกาะมนุษย์เงือกจะจัดหาแร่หลากหลายชนิดในราคาถูกให้กับเตโซโร แต่โดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ทองคำเตโซโรรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เกาะมนุษย์เงือกจะมีแค่เหมืองเหล็ก

ในทางกลับกันเตโซโรจะมอบเทคโนโลยี เครื่องจักร และแม้แต่ช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญให้กับเกาะมนุษย์เงือกเพื่อช่วยให้เกาะมนุษย์เงือกสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมของตนเองขึ้นมาได้

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง โดยกิลด์เตโซโรหวังว่าเกาะมนุษย์เงือกจะสามารถส่งคนมาช่วยเขาขนส่งสินค้าได้

เขากล่าวว่าการขนส่งสินค้าข้ามทะเลบนทะเลแห่งนี้นั้นใช้เวลานานเกินไปอีกทั้งต้นทุนและความเสี่ยงยังสูงมากอีกด้วย แต่หากมีคนจากเผ่ามนุษย์เงือกมาช่วยรับรองได้เลยว่าทุกอย่างมันจะแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และเขาก็ยินดีที่จะจ่ายค่าตอบแทนให้ด้วย

คำพูดของเตโซโรมันได้เปิดประตูสู่โลกใหม่ให้กับไบร์ท

‘ใช่,เกาะมนุษย์เงือกทำธุรกิจขนส่งในโลกนี้ได้’

‘มันเป็นเงินก้อนโตเลยไม่ใช่หรือไง?’

‘ใครในโลกนี้มันจะมาแข่งขันกับพวกเราได้?!’

‘หน่วยงานที่คอยคุ้มกันพ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางไปกลับเกาะมนุษย์เงือกควรได้รับการขยายกิจการ และเราอาจจะต้องจัดตั้งบริษัทขนส่งขึ้นมาด้วย’

ไบร์ทได้เล่าไอเดียของเขาให้เตโซโรฟัง เมื่อเตโซโรได้ฟังเขาก็ชื่นชมแนวคิดของไบร์ทมากและบอกว่าเขาสามารถแนะนำลูกค้าให้ไบร์ทได้

ความร่วมมือระหว่างพวกเขาทั้งสองได้รับข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว

"ขอให้ความร่วมมือของเราเป็นไปด้วยดีเตโซโร"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ฉันเองก็ตั้งตารอมันเหมือนกัน"

“ถ้างั้นวันนี้ฉันขอตัวก่อนแล้วกัน”

เตโซโรยิ้มตอบและกล่าวลาออกมา

เมื่อเตโซโรเดินจากไปรอยยิ้มบนใบหน้าของไบร์ทก็จางหายไปเช่นกัน หลังจากนั้นเขาก็ได้ไปหาจินเบและเล่าเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟัง

"ผู้ชายคนนั้นทำอย่างที่พูดได้จริงเหรอ?"

หลังจากฟังจบคิ้วของจินเบก็ขมวดขึ้นมาทันที

"ใครมันจะไปสน?"

"ถ้าเขายินดีจ่ายเราก็จะขายแร่ให้เขา และถ้าเขาจัดหาเทคโนโลยีตามที่ตกลงกันไว้ ได้เราก็จะให้ความช่วยเหลือเขา"

แม้ไบร์ทจะรู้ว่าเตโซโรทำได้ แต่บอกไปคนอื่นก็คงไม่เชื่อเขาอยู่ดี

เป็นเรื่องจริงที่เตโซโรเป็นคนสารเลวที่ไม่แตกต่างอะไรกับโดฟลามิงโก้ในอีกสิบเอ็ดปีต่อมา แต่ความคิดของเขาที่จะร่วมมือกับไบร์ทนั้นก็เป็นของจริงเช่นกัน ถามว่าทำไมไบร์ทถึงรู้ก็เพราะว่าเขาได้ยินมัน

“ก็ถูกของนาย”

จินเบรู้สึกเห็นด้วยกับไบร์ท

"แต่ฉันคิดว่าแนวคิดเรื่องบริษัทขนส่งนั้นดีมากเลยนะ"

จินเบได้หันไปพูดเรื่องที่เขาสนใจ ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า

"ถ้าทำได้ดีกำไรมันต้องไม่น้อยหน้าการทำเหมืองแน่!"

‘ลูกพี่จินเบคุณนี่ช่างไร้เดียงสาซะจริง’

‘คนที่ควบคุมทรัพยากรได้ย่อมมีอำนาจมากกว่าคนอื่นเสมอ’

ในตอนนั้นเองไบร์ทก็ได้กล่าวออกมาว่า

"ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าอยากเปิดบริษัทนี้จริงๆ เกรงว่าเราคงต้องใช้อสูรทะเลเพิ่มอีกหลายตัวแลย"

เนื่องจากสินค้าถูกส่งโดยเผ่ามนุษย์เงือก แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถเดินทางบนทะเลได้

ดังนั้นถ้าอยากจะขนส่งใต้ทะเล เรือของพวกเขาก็ต้องถูกลากโดยอสูรทะเล

"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ถ้าอย่างนั้นนายคงต้องทำงานหนักหน่อยแล้วล่ะไบร์ท"

จินเบหัวเราะและตบไปที่ไหล่ของไบร์ท

เพราะไบร์ทรับหน้าที่ในการจับอสูรทะเลมาตลอดอยู่แล้ว

………….

อีกด้านหนึ่ง,เตโซโรและชายหัวโตที่ชื่อทานากะก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่โรงแรม

"คุณเตโซโรเป็นยังไงบ้าง?"

"ชายคนนั้นตกลงที่จะร่วมมือกับเราหรือเปล่า?"

ทานากะได้ถามออกมาด้วยความคาดหวัง

เตโซโรเองก็ได้พยักหน้ารับออกมา

"เยี่ยม!"

"แบบนี้เราก็มีเจ็ดเทพโจรสลัดเป็นพันธมิตรแล้วสินะ หลังจากนี้โดฟลามิงโก้เองก็คงไม่กล้ามากดดันเรามากเกินไป"

ทานากะรู้สึกตื่นเต้นมาก

ในปีที่แล้วเตโซโรได้ไปขโมยผลปีศาจที่ดองกิโฮเต้ แฟมิลี่จัดประมูล ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดความขัดแย้งกันดังนั้นเตโซโรซึ่งยังอ่อนแออยู่จึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างรุนแรง

"มันไม่ใช่แค่นั้น,ด้วยความช่วยเหลือจากเกาะมนุษย์เงือก ธุรกิจของเรายังสามารถขยายตัวออกไปได้ไกลกว่าเดิมอีกด้วย!"

"ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้รับผลประโยชน์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเกาะมนุษย์เงือกซึ่งเต็มไปด้วยความเกลียดชังจะยินดีร่วมมือกับมนุษย์"

เตโซโรดูจะภูมิใจกับเรื่องนี้มาก

"แต่จะว่าไปแล้วผู้ชายที่ชื่อไบร์ทคนนั้นก็สุดยอดมากจริงๆ.."

"คุณเตโซโรฉันเพิ่งไปถามคนบนเกาะนี้มาพวกเขาบอกว่า.. ผู้ชายคนนั้นเพิ่งอายุแค่ 17 ปีเท่านั้นเอง"

ในตอนนั้นเองทานากะก็ได้พูดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

"ฉันยังได้ยินมาอีกว่าเขาคือคนที่นำการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาสู่เกาะมนุษย์เงือก!"

‘อายุ 17 ปีงั้นหรือ?’

ตอนนี้เตโซโรรู้สึกตกใจกับเรื่องที่ได้ยินอยู่ไม่น้อยเลย

"ฮู่ววว,ดูเหมือนว่าฉันจะได้เจอกับหุ้นส่วนที่ดีเข้าให้แล้วสินะ"

เตโซโรถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

แต่สิ่งที่ชายคนนั้นพูดถึงการโค่นล้มรัฐบาลโลกมันคงเป็นเพียงแค่การพูดลอยๆ เหมือนกับที่เขาไม่ได้เอาจริงเอาจังกับคำพูดของตัวเอง

‘ดึงเผ่ามังกรฟ้าลงมาจากสวรรค์งั้นหรือ?’

‘ฉันก็แค่พูดมันออกมาอย่างงั้นล่ะ’

‘ทั้งหมดที่ฉันทำก็เพื่อที่จะรวยขึ้นให้มากกว่านี้!’

‘รวยให้มากพอที่จะสั่นคลอนโลกนี้ได้!’

‘ถ้าฉันทำสำเร็จเมื่อไหร่ฉันก็จะเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง!’

ในตอนนี้ดวงตาของเตโซโรเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

‘รอฉันก่อนนะสเตลล่า.. ฉันจะแก้แค้นให้เธอแน่นอน!’

……………

ในเย็นวันนั้น,งานเลี้ยงฉลองก็ได้ถูกจัดขึ้นมาตามกำหนดการที่ลานกว้างเกียวคอร์ด

ราชาเนปจูนได้ทุ่มเงินมหาศาลซื้ออาหารและเครื่องดื่มมามากมาย เขาได้ทำการจัดงานเลี้ยงที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับเหล่าทหารผู้กล้าหาญ

เพราะท้ายที่สุดแล้วสงครามครั้งนี้ก็คือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่เกาะมนุษย์เงือกไม่เคยได้รับมันมานานแล้ว

ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วเกาะมนุษย์เงือกอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนบนเกาะมนุษย์เงือกทุกคนต่างก็รู้สึกปลาบปลื้มยินดี

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนชัยชนะในสงครามก็ถือเป็นสิ่งที่สามารถเสริมสร้างความภาคภูมิใจในชาติได้เป็นอย่างดี

งานเลี้ยงกินเวลานานจนฟ้ามืด,เหล่าทหารเองก็มีวินัยพอที่จะไม่ดื่มจนเมามาย

ไบร์ทและราชาเนปจูนเองก็ได้พูดคุยกันถึงการจัดตั้งบริษัทขนส่งในงานเลี้ยง แน่นอนว่าราชาเนปจูนเห็นด้วยหลังจากนั้นเขาก็ได้เรียกจินเบมาหารือรายละเอียดกันต่อ ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจว่ารอใช้ธุรกิจของเตโซโรเป็นตัวทดลองก่อนแล้วค่อยหารืออีกทีว่าจะขยายขนาดบริษัทนี้ต่อดีไหม

งานเลี้ยงสิ้นสุดลงแต่วันของไบร์ทยังไม่จบลง

ไบร์ทได้ไปที่เมอร์เมดคาเฟ่อันคุ้นเคย

แม้จะดึกมากแล้วแต่หน้าต่างของร้านก็ยังสว่างอยู่

ไบร์ทได้ผลักประตูร้านแล้วเดินเข้าไป โต๊ะและเก้าอี้ต่างก็ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบและเหล่านางเงือกเองก็ได้เลิกงานไปแล้ว

ในร้านตอนนี้เหลือเพียงแค่เชอร์รี่ซึ่งกำลังฟุบหลับอยู่ที่หลังเคาน์เตอร์

ในตอนนั้นเองไบร์ทก็หันไปเห็นอะไรบางอย่างบนเคาน์เตอร์

"เห็นอนาคตอีกแล้วเหรอ?"

ไบร์ทได้ยิ้มออกมาอย่างแผ่วเบา

…………..

“!!!!”

เชอร์รี่ได้สะดุ้งขึ้นมาเพราะเสียงที่ดังเข้ามาในหูอย่างกะทันหัน

เธอยังคงสับสนอยู่เล็กน้อย แต่ใช้เวลาไม่นานหูของเธอก็สามารถกำหนดที่มาของเสียงได้

"ฉันควรเติมน้ำตอนนี้เลยไหม? หรือว่าฉันต้องกรองมันก่อน?"

เสียงของชายคนหนึ่งที่กำลังบ่นกับตัวเองดังขึ้นมา

เชอร์รี่ได้ยืดตัวขึ้นมาและมองไปยังต้นเสียง

ภาพที่เธอเห็นคือไบร์ทกำลังชงกาแฟอยู่ด้วยความร้อนรน โดยที่มีผงกาแฟจำนวนมากที่เธอได้บดไว้ในตอนบ่ายกำลังกระจัดกระจายไปทั่ว

เชอร์รี่ได้ยกมือขวาขึ้นมาเท้าคางแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า

"เสร็จหรือยัง?"

"เธอตื่นแล้วเหรอ?"

ไบร์ทได้หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม โดยที่ในมือของเขามีแก้วกาแฟอยู่สองใบเขาได้เดินเข้ามาแล้ววางแก้วใบหนึ่งไว้ตรงหน้าเชอร์รี่

"ลองชิมฝีมือฉันดูสิ"

‘ถึงเธอจะเห็นอนาคต แต่เธอก็ไม่น่าจะลิ้มรสชาติจากอนาคตได้หรอกจริงไหม?’

เชอร์รี่รับแก้วกาแฟมาแล้วเป่ามันอย่างแผ่วเบาก่อนจะจิบ

"รสชาติแย่มาก"

เชอร์รี่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา

"ฮะ? จริงเหรอ? ฉันทำตามที่เธอบอกเลยนะ?"

ไบร์ทไม่เชื่อดังนั้นเขาจึงได้จิบกาแฟเข้าไปอย่างไม่ลังเล

หลังจากนั้นเขาก็ได้แสดงสีหน้าที่เรียบเฉยออกมา

"ดูเหมือนฉันจะไม่มีความสามารถในด้านนี้จริงๆ"

"ถ้าอยากทำก็ต้องพยายามให้เต็มที่"

เชอร์รี่ได้จิบมันเข้าไปอีกอึกก่อนจะกระซิบออกมาว่า

"ฉันจะเป็นคนสอนนายเอง"

“…..”

ไบร์ทอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า

"ได้โปรดสอนผมด้วย.. อาจารย์เชอร์รี่!"

…………..

ในเช้าวันรุ่งขึ้น,ขณะที่ไบร์ทเพิ่งทานมื้อเช้าเสร็จในร้านเมอร์เมดคาเฟ่ นางเงือกสาวคนหนึ่งก็ได้วิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับหนังสือพิมพ์ด้วยความตื่นเต้น

"ลูกพี่ไบร์ท! คุณได้ลงหนังสือพิมพ์ด้วย!"

‘หนังสือพิมพ์เหรอ?’

ไบร์ทขมวดคิ้วก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดู

บนหนังสือพิมพ์นั้นมีรูปของเขาอยู่จริงๆ และฟาดหัวข่าวข้างบนก็คือ…

《ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึกจากเกาะมนุษย์เงือก!!!》

‘เป็นเรื่องแล้วไง!’

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

กลุ่ม TGM VIP1 (61-120) เปิดแล้วนะครับราคา 100 บาท

จบบทที่ บทที่60:ภัยพิบัติแห่งท้องทะเลลึก (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว