- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่57:คนละชั้น (ฟรี)
บทที่57:คนละชั้น (ฟรี)
บทที่57:คนละชั้น (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 57 คนละชั้น
"หมายความว่าพวกนายจะไปที่เกาะมนุษย์เงือกเพื่อทำธุรกิจงั้นหรอ?"
จินเบยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือและมองไปยังเหล่าพ่อค้าที่กำลังพยักหน้าอยู่ซ้ำๆ และพยายามอธิบายออกมาอย่างสุดความสามารถ
‘ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันจริงๆ’
"ผมได้ทำข้อตกลงกับท่านผู้บัญชาการเอาไว้แล้ว.. ดังนั้นผมไม่กล้าที่จะผิดสัญญาเด็ดขาด"
โดนัลด์กล่าวออกมาด้วยความถ่อมตัว
"พวกนายเองก็น่าจะได้ยินเรื่องโจรสลัดพวกนั้นแล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่กลัวว่าเกาะมนุษย์เงือกจะแพ้สงครามนี้บ้างหรือไง?"
จินเบมองมาที่โดนัลด์ด้วยความประหลาดใจ
"เป็นไปไม่ได้!"
"โจรสลัดพวกนั้นจะเอาชนะเกาะมนุษย์เงือกในทะเลลึกได้ยังไง? การกระทำของพวกนั้นมันไม่ต่างอะไรจากมดที่พยายามเขย่าต้นไม้"
โดนัลด์กล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา
"ใต้ทะเลลึกเกาะมนุษย์เงือกแข็งแกร่งที่สุด! ทุกคนในโลกต่างก็รู้เรื่องนี้ดีแต่ไอ้โง่พวกนั้นมันโง่เกินกว่าจะคิดถึงสามัญสำนึกข้อนี้ได้!"
"ถึงแม้ผมเชื่อว่าเกาะมนุษย์เงือกจะได้รับชัยชนะในสงครามครั้งนี้ แต่มันก็คงหลีกเลี่ยงที่จะเกิดการสูญเสียไม่ได้ดังนั้นผมจึงได้นำเสบียงมาสนับสนุน เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่ผมสามารถช่วยเหลือได้"
จินเบที่ได้ฟังก็ถึงกับพูดไม่ออก
‘ผู้ชายคนนี้มีความสามารถมากจริงๆ’
‘ทั้งที่เขาต้องการฉวยโอกาสนี้เพื่อสร้างความมั่งคั่งจากสงคราม แต่เขาก็ยังสามารถพูดให้ตัวเองดูดีได้’
‘แต่คนแบบนี้แหละที่เกาะมนุษย์เงือกต้องการ’
ไบร์ทเคยพูดไว้ว่าการจะสร้างพันธมิตรที่ดีและไม่มีวันถูกทำลายนั้นเป็นเพียงความคิดเพ้อฝัน
เพราะมันมีแค่ผลประโยชน์เท่านั้นที่สามารถผูกมัดพ่อค้าเหล่านี้เอาไว้ได้
ดังนั้นชายที่ให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าชีวิตจึงเป็นพันธมิตรที่มีศักยภาพมหาศาล
"ว่าแต่คุณจินเบ.."
"คุณมาอยู่ที่นี่กับเราแบบนี้มันจะไม่เป็นไรจริงๆ งั้นหรอ?"
พ่อค้าคนหนึ่งได้ถามออกมาด้วยความระมัดระวังเขาไม่ได้มีความกล้าเท่ากับโดนัลด์
"ปัญหาเหรอ?"
"ถึงแม้จะใช้เวลานานหน่อย แต่ถ้ารีบไปตอนนี้น่าจะทันเห็นตอนจบพอดี"
จินเบไม่ได้ตอบแต่เหมือนกำลังพูดอยู่กับตัวเอง
"ไปกันเถอะ,ฉันจะพาพวกนายไปที่เกาะมนุษย์เงือกเอง"
เตโซโรซึ่งปนอยู่ในกลุ่มพ่อค้ากำลังมองไปที่จินเบด้วยความสงสัย
‘ผู้ชายคนนี้ดูจะไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย’
‘ปกติแล้วเมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ ผู้นำอย่างเขาก็ควรจะไปอยู่ที่แนวหน้าของสนามรบไม่ใช่หรือไง?’
‘แล้วทำไมเขาถึงได้มาโผล่อยู่ที่นี่?’
‘อาจเป็นไปได้ว่าจินเบไม่ได้ให้ความสำคัญกับโจรสลัดพวกนั้นอยู่แล้ว หรือไม่ก็อาจมีตัวตนลึกลับที่ทำให้จินเบสามารถปล่อยวางเรื่องพวกนั้นได้อย่างสบายใจ?’
‘ช่างมันเถอะ,เพราะอีกไม่นานเดี๋ยวฉันก็ได้รู้คำตอบแล้ว’
………….
กลับมายังปากหลุมยักษ์,การต่อสู้อันดุเดือดกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
กระแสน้ำที่น่าสะพรึงกลัวของไบร์ทไม่เพียงแต่บดขยี้เรือจนแตกเป็นเสี่ยงๆ มันยังได้พัดพาให้เรือลำอื่นเข้าชนกันจนชั้นเคลือบเรือแตกกระจายและถูกแรงดันน้ำบดขยี้ในเวลาต่อมา
เหล่าโจรสลัดที่กำลังรุกคืบเข้ามาต่างก็พากันตกตะลึงกับการโจมตีที่ไม่คาดคิดของไบร์ท
"นั่นมันอะไรกัน?"
‘มันคือพลังของมนุษย์เงือกงั้นหรือ?’
‘มันแข็งแกร่งขนาดนั้นได้ยังไงกัน?!’
ไม่ทันที่พวกเขาจะได้หายจากความตกตะลึง เหล่ามนุษย์เงือกก็ได้กระโจนเข้าใส่พวกเขาแล้ว
เหล่ามนุษย์เงือกต่างก็แหวกว่ายมาหาพวกเขาด้วยความเร็วที่ราวกับตอร์ปิโด แต่มนุษย์เงือกเหล่านั้นกลับพุ่งผ่านพวกเขาไปโดยไม่คิดแม้แต่จะหันกลับมามอง
แน่นอนว่าในเมื่อมันเป็นสงครามไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่ทำอะไรเลย
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ,ไปลงนรกซะ! ไอ้พวกมนุษย์ชั้นต่ำ!!"
อารองหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งความเร็วของเขาถือว่าเร็วมากในหมู่มนุษย์เงือก ดาบคิริบาจิในมือได้ฟาดฟันร่างของโจรสลัดไปหลายคนด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อเลือดของเหล่าโจรสลัดฟุ้งกระจายไปทั่วทะเล
ถึงแม้อารองจะเร็วมาก แต่ก็ยังมีคนที่เร็วกว่าเขาอยู่
"ต่อไปถึงตาฉันแสดงฝีมือบ้างแล้ว!"
ทันใดนั้นดาบก็ได้สะท้อนแสงออกมาเป็นประกายใต้ทะเลลึก วิชาแปดดาบของเฮียวโซนั่นเป็นของจริงยิ่งบวกกับความเร็วของเงือกที่เขามีด้วยแล้วมันยิ่งน่ากลัว เพราะเหตุนี้เองผู้ชายคนนี้จึงได้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารแห่งท้องทะเลลึก
โจรสลัดหลายคนรู้สึกได้ถึงเงาดำที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นร่างกายของพวกเขาก็ได้ปรากฏบาดแผลมากมายขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
แล้วยังมีโจรสลัดอีกหลายคนที่พบว่าฟองบนตัวของพวกเขามันได้แตกออก
ในที่สุดเหล่าโจรสลัดก็ตระหนักได้ถึงสถานการณ์อันสิ้นหวังที่พวกเขากำลังเผชิญ
"เร็วมาก! พวกบ้านี้เร็วเกินไป!!"
"ปืนกับปืนใหญ่เองก็ไร้ประโยชน์ไปแล้ว แถมพวกเราเองก็แตะต้องพวกมันไม่ได้ด้วยซ้ำ!"
"ให้ตายเถอะ! กลับไปตั้งรับกันก่อน! เป้าหมายของพวกมันคือการทำลายเรือของเรา!!"
เพียงชั่วพริบตาเหล่าโจรสลัดก็ตกอยู่ในความโกลาหล
แต่กว่าพวกเขาจะรู้ตัวมันก็สายเกินไปแล้ว ในช่วงเวลาสั้นๆ เหล่ามนุษย์เงือกได้ข้ามผ่านโจรสลัดทั้งหมดและมุ่งตรงมายังกองเรือโจรสลัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนด้านหลังของเหล่าโจรสลัดที่กำลังรีบกลับมาตั้งรับด้วยความร้อนรนนั้น…
"โฮกกกกก!!"
อสูรทะเลยักษ์ทั้งเก้าตัวได้ร้องคำรามออกมาและพุ่งเข้าใส่เหล่าโจรสลัดพร้อมกับกรงเล็บอันป่าเถื่อนดุร้าย
พวกมันกางกรงเล็บออกมาและฉีกกระชากโจรสลัดที่ขวางหน้าออกเป็นชิ้นๆ แม้ว่าจะมีคนที่โชคดีไม่ถูกขย้ำจนเละแต่พวกเขาก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่เช่นกัน เพราะกระแสน้ำที่เหล่าอสูรทะเลพัดพามานั้นทำให้พวกเขาไม่สามารถว่ายน้ำได้อย่างราบรื่น แต่พวกเขาก็ถือว่ายังโชคดีที่ไม่มาชนกันเองจนฟองที่เคลือบตัวอยู่แตกออก
ความโกลาหลทวีคูณความรุนแรงขึ้นตลอดเวลา
ในขณะที่พวกโจรสลัดกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย เหล่ามนุษย์เงือกเองก็ไม่เคยหยุดมือเช่นกัน
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ,นี่แหละคือความน่าสะพรึงกลัวแห่งท้องทะเลลึก!"
ดาบคิริบาจิอันคมกริบได้แทงทะลุผ่านฟองขนาดใหญ่ที่เคลือบเรืออยู่ไปอย่างง่ายดาย
“โป๊ะ!”
เมื่อเสียงฟองที่แตกออกดังขึ้นมาน้ำทะเลก็ได้ล้นทะลักเข้ามาและบดขยี้เรือจนย่อยยับ
"อ้ากกกกก!"
พวกโจรสลัดที่ยังอยู่บนเรือทำได้แค่กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
ภาพแบบเดียวกันปรากฏขึ้นมาทั่วทะเลแห่งนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของเหล่ามนุษย์เงือกฟองที่บอบบางไม่อาจใช้เป็นเกราะกำบังได้และเรือโจรสลัดเองก็เริ่มถูกทำลายลงทีละลำ
เสียงคร่ำครวญและเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วท้องทะเล
"….."
แรดลีย์มองฉากที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เห็นได้ชัดว่าใต้ทะเลลึกนั้นหนาวมาก แต่เหงื่อกับไหลอาบไปทั่วใบหน้าของเขา
ชั้นเคลือบเรือไม่สามารถสร้างอากาศได้ พวกมันทำได้แค่กักเก็บอากาศไว้เท่านั้น
ดังนั้นหากพวกเขาไม่มีเรือ..
พวกเขาก็จบสิ้นแล้ว!
‘นี่คือพลังของเกาะมนุษย์เงือกงั้นหรอ?’
"อย่ามาล้อเล่นกับฉัน!!"
ด้วยฟองที่เคลือบตัวอยู่เขาได้ดีดตัวออกไปจากดาดฟ้าเรือพุ่งตรงเข้าไปสู่ท้องทะเลลึก หลังจากนั้นเขาก็ได้ดึงดาบใหญ่ที่อยู่บนหลังของเขาออกมา
"พวกแกทุกตัวต้องตาย!"
มือทั้งสองข้างของเขากำดาบเอาไว้แน่น เขาได้ฟาดฟันดาบออกไปสุดแรงก่อนจะระเบิดคลื่นดาบรูปจันทร์เสี้ยวฉีกกระชากน้ำทะเลออกมา!
ไบร์ทมองคลื่นดาบที่พุ่งตรงเข้ามาหาเขาอย่างใจเย็น
สำหรับโจรสลัดค่าหัวเกิน 200 ล้านเบลีย์ความแข็งแกร่งของผู้ชายคนนี้ถือว่าไม่เลว อย่างน้อยมันก็ใกล้เคียงกับโซโรก่อนช่วงไทม์สคิป
แต่ถึงอย่างงั้นมันก็ยังไม่มากพอ!
ไบร์ทได้ยกมือขวาขึ้นมาอย่างใจเย็น
“ครืดดด!”
คลื่นดาบรูปจันทร์เสี้ยวราวกับกำลังปะทะเข้ากับกำแพงเหล็ก ไม่ว่ามันจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงนี้ไปได้
"นี่มันบ้าอะไรกัน?!"
ดวงตาของแรดลีย์ถึงกับว่างเปล่า
เขาทำได้แค่เฝ้ามองคลื่นดาบของเขาถูกสะท้อนออกและสลายหายไปด้วยความไม่เข้าใจ
มือขวาของไบร์ทนั้นได้ถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยฮาคิเกราะ แม้ว่ามันจะยังไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่หวังแต่มันก็ทำให้ความสามารถในการป้องกันของไบร์ทเพิ่มขึ้นมามาก
ในตอนนั้นเองหยดน้ำก็ได้ปรากฏขึ้นมาในมือไบร์ท หลังจากนั้นเขาก็ได้ซัดมันออกไป
"กระสุนน้ำ!" (อุจิมิซึ)
กระสุนน้ำได้พุ่งผ่านหน้าของแรดลีย์ไปอย่างรุนแรง
เมื่อเขาหันหน้าตามไปมองเขาก็ได้เห็นรูขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาบนฟองที่เคลือบเรือของเขาไว้ แม้แต่เรือที่อยู่ข้างในเองก็ยังถูกเจาะทะลุ
หลังจากนั้นเรือของเขาก็..
“บูมมม!”
"ไม่!!!!"
เส้นเลือดบนหน้าผากของแรดลีย์ปูดโปนขึ้นมาอย่างรุนแรง
แต่ถึงอย่างงั้นมันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี
"ฉันจะฆ่าแก!!"
แรดลีย์ได้ร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น เขาได้พุ่งตัวออกไปด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีในชีวิตมันทำให้ความเร็วของเขาในตอนนี้ใกล้เคียงกับมนุษย์เงือกมาก
คลื่นดาบขนาดใหญ่เปล่งประกายขึ้นมาบนท้องทะเลพร้อมดาบของเขาที่ถูกฟาดฟันลงมา
แต่ไบร์ทกลับเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบไปอย่างไม่ใส่ใจ และเขาก็สามารถหลบการโจมตีอันสิ้นหวังของแรดลีย์ได้อย่างแม่นยำ
แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ตัวแต่มือของเขามันกำลังร้องตะโกนทิศทางการโจมตีออกมาให้ไบร์ทได้ยิน
ถึงแม้ว่าไบร์ทจะไม่สามารถคาดการณ์อนาคตได้เหมือนคาตาคุริ แต่ฮาคิสังเกต ‘เสียงสัมผัส’ ของเขามันก็ไม่น่าจะเลวร้ายไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก
แรดลีย์ยังไม่ทันที่จะได้ถอนดาบกลับมา ไบร์ทก็ได้ยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
"!!!!!"
ความกลัวปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของแรดลีย์
‘ผู้ชายคนนี้มันเป็นสัตว์ประหลาดประเภทไหนกัน!’
‘ทำไมคนที่แข็งแกร่งอย่างฉันถึงได้อ่อนแอราวกับเด็กเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน!’
"แรดลีย์! ก้มหัวลง!"
ในตอนนั้นเองเสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา
‘เสียงนี่มันโอเรียล!’
‘หมอนั้นโดนกระแสน้ำพัดหายไปพร้อมกับเรือทั้งลำแต่ก็ยังมีชีวิตรอดกลับมาได้อีกงั้นหรอ?’
แรดลีย์ไม่มีเวลาให้คิดมากนักเขาจึงก้มหัวลงในทันที
‘บางทีหมอนี้อาจจะทำสำเร็จก็ได้.. ไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นผู้ใช้พลังผลปีศาจ!’
"ไปตายซะมนุษย์เงือก!!"
ทันใดนั้นเงาสีแดงก็ได้พุ่งทะยานออกมา
ไบร์ทเอียงหัวหลบมันไปอย่างไม่ใส่ใจ
ไม่ไกลจากแรดลีย์ชายที่ชื่อโอเรียลกำลังหอบหายใจออกมาอย่างหนัก ก่อนที่จะมีเงาสีแดงหลายดวงพุ่งออกมาจากด้านหลังของเขาและเข้าปิดล้อมไบร์ทเอาไว้จากทุกทิศทาง
ไบร์ทรู้ตัวตนที่แท้จริงของเงาเหล่านี้ดี
โอเรียลคนนี้เป็นผู้ใช้พลังผลเลือดสายพารามิเซีย เขาสามารถสร้างและควบคุมเลือดในร่างกายได้ตามต้องการ
ด้วยความสามารถในการควบคุมเลือดเขายังสามารถใช้ท่าเสริมกำลังเช่นเดียวกับเกียร์สองของลูฟี่ได้อีกด้วย แต่วิธีการต่อสู้หลักของเขาคือการปลดปล่อยเลือดออกมาเพื่อโจมตี
เมื่อเลือดของเขาเข้าโจมตีร่างกายของอีกฝ่ายสำเร็จ เขาก็จะสามารถฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้โดยตรง
แต่คู่ต่อสู้แบบนี้ไม่มีค่าสำหรับไบร์ท
ในตอนนั้นเองสายฟ้าก็ได้ระเบิดออกมาจากร่างของไบร์ท และเขาก็ได้ทำการหลบเลือดที่พุ่งเข้ามาด้วยการหมุนตัวแค่ไม่กี่ครั้ง เลือดทุกหยดล้วนแล้วแต่มีเสียงดังนั้นมันจึงยากมากที่เขาจะโดนการโจมตีแบบนี้เล่นงาน
ทันใดนั้นไบร์ทก็ได้กลายเป็นเส้นแสงสีฟ้าทะลวงผ่านน้ำทะเลไป เพียงพริบตาเดียวเขาก็มาโผล่อยู่ตรงหน้าของโอเรียล
ตอนนี้แรดลีย์รู้สึกสับสนในตัวเองมาก
‘หมอนี้ออมมือให้ฉันงั้นหรอ?’
“โป๊ะ!”
กว่าพวกเขาจะรู้สึกตัวฟองที่เคลือบตัวอยู่ก็ได้แตกออกแล้ว
"บ้าเอ๊ย!"
"เป็นไปได้ยังไงกัน?!"
‘ทำไมมันถึงได้เร็วขนาดนี้!!’
โอเรียลกัดฟันแน่นพร้อมเลือดในร่างกายที่กำลังสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง มันทำให้ร่างกายของเขาเริ่มบวมขึ้นมาก่อนที่เลือดจะไหลออกมาจากร่างและปกคลุมร่างกายของเขาไว้จนกลายเป็นเกราะโลหิตสีแดงสด
โอเรียลได้เหวี่ยงหมัดออกไปสุดแรง
"ไปลงนรกซะ.."
“แครกกก!”
ไบร์ทได้คว้าหมัดของอีกฝ่ายเอาไว้และบีบมันจนแตก หลังจากนั้นเขาก็ได้ยกหมัดขึ้นมา
"หมัดหน่ะเขาต่อยกันแบบนี้"
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม..."
โอเรียลในตอนนี้ได้หัวเราะออกมาด้วยความว่างเปล่า
ในตอนนั้นเองไบร์ทก็ได้ปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวออกมา หมัดของเขามันทำให้น้ำทะเลโดยรอบตกลงสู่สภาวะสุญญากาศในทันที
หลังจากนั้นหมัดของเขาก็ได้พุ่งเข้าใส่หน้าอกของโอเรียล
ชุดเกราะโลหิตของเขาแตกกระจายไปพร้อมกับกระดูกหน้าอก หลังจากนั้นเลือดและเนื้อของเขาก็ได้ระเบิดกระจายออกไปทั่วทะเล
ดวงตาของโอเรียลไร้ซึ่งแสงแห่งชีวิต
สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือเหล่ามนุษย์เงือกที่กำลังพุ่งเข้าใส่โจรสลัดที่เหลืออยู่
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย