เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่55:สงครามที่ใกล้เข้ามา (ฟรี)

บทที่55:สงครามที่ใกล้เข้ามา (ฟรี)

บทที่55:สงครามที่ใกล้เข้ามา (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 55 สงครามที่ใกล้เข้ามา

เกาะมนุษย์เงือก,พระราชวังริวงู

ราชาเนปจูนได้นัดพบไบร์ทและจินเบด้วยความร้อนรน

"ทั้งจอมตัดหัวแรดลีย์และธงดำโอเรียลพวกเขาทั้งคู่ต่างก็มีจุดแข็งและทักษะเฉพาะตัว แถมพวกเขายังเป็นพวกที่โหดร้ายและความเผด็จการของพวกเขาเองก็เป็นที่รู้กันทั่วโลก ฉันไม่คิดเลยว่าจู่ๆ พวกเขาคิดที่จะเปิดสงครามกับพวกเราแบบนี้"

ราชาเนปจูนกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากดูได้จากการที่เขาเผลอดึงหนวดของตัวเอง

"แรดลีย์กับโอเรียล?"

"ฉันเองก็เคยได้ยินชื่อพวกเขามาเหมือนกัน พวกเขามีชื่อเสียงมากที่สุดในบรรดารุกกี้ที่เข้ามาในแกรนด์ไลน์ปีนี้"

จินเบกล่าวเสริมออกมา

"ค่าหัวของแรดลีย์คือ 205 ล้านเบลีย์ส่วนค่าหัวของโอเรียลคือ 198 ล้านเบลีย์ ค่าหัวของพวกเขาถือว่าโดดเด่นมากในหมู่โจรสลัดบนแกรนด์ไลน์ดังนั้นเราไม่สามารถมองข้ามพวกเขาได้"

"และที่สำคัญกว่านั้นพวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง เพราะจนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่หยุดเกณฑ์คนบนหมู่เกาะชาบอนดี้"

ราชาเนปจูนได้เปิดหัวเรื่องขึ้นมาด้วยความกังวล

"เมื่อเป้าหมายในการบุกโจมตีเกาะมนุษย์เงือกของพวกเขาคือปล้นอย่างไม่เลือกหน้า โจรสลัดจำนวนมากจึงเลือกที่จะร่วมมือกับพวกเขา"

"ฉันเกรงว่ากองเรือโจรสลัดชุดนี้ที่เข้าโจมตีเกาะมนุษย์เงือกจะต้องเป็นกองเรือโจรสลัดขนาดใหญ่แน่นอน!"

"แล้วไง?"

ไบร์ทพูดพร้อมกับเอียงคอมองมาที่ราชาเนปจูน

"ไบร์ท! คุณเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ไหม?!"

"พายุที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนมันกำลังจะมา! เกาะมนุษย์เงือกทั้งหมดกำลังตกอยู่ในความโกลาหล!"

ราชาเนปจูนกล่าวออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด

"เรื่องนั้นผมรู้ดีแต่.."

"แล้วไง?"

ไบร์ทยังคงกล่าวอย่างใจเย็น

"ดังนั้นเราควร--"

ด้วยเหตุผลบางอย่างความกังวลของราชาเนปจูนก็ลดลง เมื่อได้เห็นการแสดงออกที่สงบนิ่งของไบร์ท

"สถานการณ์มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นราชาเนปจูน"

"ฉันเองก็คิดว่าพวกนั้นเป็นศัตรูที่ควรให้ความสนใจ แต่ครั้งนี้พวกมันพลาดที่คิดจะมาเป็นศัตรูกับเรา!"

จินเบได้กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

"ไม่ว่ายังไงฉันก็เป็นเจ็ดเทพโจรสลัด! พวกโจรสลัดรุกกี้นั้นมันจะทำอะไรฉันได้?"

จินเบได้แสดงท่าทีเย่อหยิ่งออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อได้ยินคำพูดของจินเบราชาเนปจูนก็แข็งค้างไปทันที

‘ใช่!,ฉันลืมไปได้ยังไงว่านอกจากเหล่าสัตว์ประหลาดในโลกใหม่และกองทัพเรือแล้ว จินเบเองก็เป็นคนที่แข็งแกร่งบนท้องทะเลแห่งนี้เช่นกัน!’

"แล้วคุณก็อย่าลืมว่าเรายังมีไบร์ทอยู่ด้วย"

จินเบได้ยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ

"ฉันเข้าใจแล้ว"

ทันใดนั้นรอยยิ้มก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของราชาเนปจูน ตราบใดที่ชายทั้งสองคนนี้ยังคงอยู่บนเกาะมนุษย์เงือกเรื่องยากลำบากใดๆ ก็จะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องง่าย

"อีกอย่างเรื่องนี้เองก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเรา"

"ไม่ว่าเราจะป่าวประกาศออกไปมากแค่ไหน มันก็ไม่มีค่าเท่ากับการที่โลกได้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงของเราด้วยตาของพวกเขาเอง!"

ไบร์ทได้ยืดตัวตรงขึ้นมาแล้วกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"

"ถึงแม้การสังหารมนุษย์จะไม่ใช่เรื่องดี แต่มันก็ต่างออกไปหากมนุษย์เหล่านั้นเป็นศัตรู!"

จินเบกอดอกและกล่าวเสริมออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม

"หลังจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง"

พูดจบไบร์ทก็ลุกยืนขึ้นมา

"เราจะประกาศให้โลกได้รู้ว่าในใต้ทะเลลึกแห่งนี้ ดาบอันแหลมคมของเกาะมนุษย์เงือกนั้นไร้เทียมทานแค่ไหน!"

"ไบร์ท.. จินเบไปเอาชัยชนะกลับมาสู่เกาะมนุษย์เงือกเถอะ!"

"ต่อให้แพ้เกาะมนุษย์เงือกก็จะยังสนับสนุกพวกคุณ"

ราชาเนปจูนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง

"พูดไปขนาดนั้นแล้วยังคิดว่าเราจะแพ้อีกงั้นหรอ?"

แต่ถึงจะพูดไปแบบนั้นพวกเขาเองก็ยังต้องเตรียมตัวอยู่ดี

ไบร์ทได้เรียกอารองมาพบและขอให้เขาไปหาตัวมนุษย์เงือกมาสักสองสามคนเพื่อจับตาดูหมู่เกาะชาบอนดี้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องขึ้นไปบนฝั่งแค่อยู่ในน้ำตื้นๆ ก็พอแล้ว

วิธีเดียวที่จะมายังเกาะมนุษย์เงือกได้คือการดำดิ่งลงมาในทะเล และด้วยกองเรือโจรสลัดใหญ่ขนาดนั้นมันไม่มีทางหนีพ้นสายตาของพวกเขาไปได้แน่นอนหากพวกมันมากันจริงๆ

นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเตรียมตัวแล้ว อย่างมากก็แค่ต้องแจ้งผู้ใต้บังคับบัญชาให้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มในอีกสองวันข้างหน้าและให้อาหารกับพวกอสูรทะเล

แม้ว่าศัตรูจะเป็นรุกกี้ระดับซูเปอร์โนวาสองคน แต่ไบร์ทก็ไม่เคยว่าพวกเขาจะแพ้ในใต้ท้องทะเลลึกอยู่แล้ว

บอกตามตรงถ้าเป็นในใต้ทะเลลึกต่อให้เป็นพวกสัตว์ประหลาดในโลกใหม่เขาก็ไม่กลัว

ถึงอย่างงั้นเหล่าทหารจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองต่างก็พากันตึงเครียด และเริ่มเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนกันมากขึ้น

พวกเขาทุกคนดูจะเครียดกันมาก ด้วยเหตุนี้ไบร์ทเองจึงต้องทำตัวจริงจังขึ้นสักหน่อย

"ในช่วงเวลานี้ไม่อนุญาตให้มีโจรสลัดเข้ามาในเกาะมนุษย์เงือกเด็ดขาด"

ไบร์ทได้ออกคำสั่งไปอย่างเด็ดขาด

แม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจอะไรกองเรือโจรสลัดนี้มากนัก แต่มันก็คงจะเป็นปัญหาเหมือนกันหากพวกมันใช้สมองและลอบส่งคนเข้ามาในเกาะมนุษย์เงือกเพื่อสร้างความวุ่นวาย

ส่วนที่ว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดการต่อต้านจากโจรสลัดคนอื่นที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับเกาะมนุษย์เงือกหรือไม่นั้น ไบร์ทไม่ได้สนใจมันแต่แรกแล้ว

จำนวนศัตรูของพวกเขามันก็ค่อนข้างเยอะมากอยู่แล้ว ดังนั้นมันไม่สำคัญหรอกถ้าจะมีศัตรูเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย

นอกจากโจรสลัดแล้วเรืออื่นๆ ที่อ้างตัวว่าเป็นเรือสินค้าเองก็ต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดเช่นกัน เพื่อที่จะได้ไม่มีใครมีโอกาสมาสร้างความวุ่นวายบนเกาะมนุษย์เงือก

หลังจากนั้นเขาก็แค่ต้องเฝ้ารอให้การต่อสู้ขั้นเด็ดขาดเกิดขึ้น

………….

สองวันต่อมาหลังจากที่เขาได้เห็นข่าวการรวมตัวของโจรสลัดจากหนังสือพิมพ์

ในช่วงสองวันที่ผ่านมาไบร์ทไม่ได้ไปหาอเล็กซานเดอร์เลยเขาใช้เวลาอยู่ในห้องสำนักงานของเขาตลอดเวลา ทุกคนในกองบังคับการต่างก็กำลังเตรียมตัวสำหรับสงครามมันทำให้เขาไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น

แม้แต่เชอร์รี่เขาก็ไม่ได้ไปหา เพราะเขารู้ดีว่าเชอร์รี่ไม่ได้กังวลอะไรอยู่แล้ว

เพราะเธอคือผู้หญิงที่มองเห็นอนาคตได้

หลังจากสงครามครั้งนี้จบลงเขาจะรีบแวะไปชิมกาแฟที่เชอร์รี่เป็นคนชง และบอกเล่าวีรกรรมของตัวเขาในสงครามครั้งนี้ให้เธอฟัง

ในเวลานี้ไบร์ทกำลังเอนตัวนอนอย่างสบายใจอยู่บนเก้าอี้ในห้องสำนักงาน

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

ในตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ได้ดังขึ้นมา

"เข้ามาได้เลย"

ไบร์ทกลับมานั่งตัวตรงตามปกติ

หลังจากนั้นประตูก็ถูกผลักพร้อมกับร่างของมิสเคย์ล่าที่เดินเข้ามา

"ผู้บัญชาการฉันเพิ่งได้รับข่าวมาว่าพวกโจรสลัดเริ่มดำลงใต้ท้องทะเลกันแล้ว"

เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง

"เข้าใจแล้ว"

"เร็วกว่าที่ฉันคิดไว้อีกแฮะ"

ทันใดนั้นไบร์ทก็ได้ลุกขึ้นมา

"เรามารีบแก้ปัญหากันดีกว่า"

ไบร์ทเดินมาที่ประตูอย่างช้าๆ พร้อมมิสเคย์ล่าที่ถอยออกมาเพื่อหลีกทางให้

เมื่อไบร์ทเดินออกมาจากห้อง อารองและฟุคาโบชิก็ได้มารออยู่ก่อนแล้ว

"ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง!"

"ฉันรอช่วงเวลานี้มานานแล้ว!!"

อารองกำดาบคิริบาจิเอาไว้แน่นด้วยแววตาที่ดุร้าย

"ผมจะทุ่มสุดตัวและไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังผู้บัญชาการไบร์ท!"

ฟุคาโบชิเองก็กำลังถือตรีศูลเอาไว้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

"ไปกันเถอะ"

ไบร์ทยิ้มออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนจะเดินลงบันไดไป

เมื่อไบร์ทเดินออกมาจากอาคารสายตาหลายคู่ต่างก็จับจ้องมาที่เขา

ข่าวที่ว่ากองเรือโจรสลัดกำลังจะโจมตีเกาะมนุษย์เงือกได้แพร่กระจายไปทั่วเกาะ ในขณะที่ผู้คนกำลังรู้สึกตื่นตระหนกราชินีโอโตฮิเมะก็ได้ออกมากล่าวสุนทรพจน์

โดยที่เธอขอให้ทุกคนอย่าได้ตื่นตระหนก เพราะกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองจะปราบปรามเหล่าโจรสลัดเพื่อปกป้องเกาะมนุษย์เงือก

แน่นอนว่าคำพูดของคุณป้าคนนี้เองก็พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง อย่างน้อยมันก็ทำให้ผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกรู้สึกสบายใจขึ้น

แต่แน่นอนว่าความสบายใจนี้เป็นเพียงแค่เรื่องชั่วคราว และทุกคนต่างกำลังตั้งตารอบทบาทของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง

ไบร์ทได้ยินเสียงต่างๆ มากมายผ่านฮาคิสังเกตของเขา แต่เสียงทั้งหมดที่เขาได้ยินต่างก็เป็นเสียงเดียวกัน

"ผู้บัญชาการไบร์ท.. คุณจะชนะใช่ไหม?"

ในตอนนั้นเองก็ได้มีคนตะโกนถามขึ้นมา

เสียงตะโกนที่ดังออกมานั้นมาจากเพียงคนแค่คนเดียว แต่ไบร์ทกลับได้ยินเสียงที่คล้ายกันดังออกมาราวกับคลื่นสึนามิ

ความคาดหวังและความกังวลทั้งหมดส่งผ่านกลายเป็นเสียงจนทำให้หูของไบร์ทอื้ออึง

หลังจากสงบจิตสงบใจแล้วไบร์ทก็ได้ตอบออกมาว่า

"เราจะชนะ.. และจะชนะตลอดไป!"

…………

ในเวลาต่อมา ณ ประตูของเกาะมนุษย์เงือก

"ทำไมถึงได้มาช้าจัง?"

จินเบและเหล่าสมาชิกกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ต่างก็รออยู่ที่นี่มานานแล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ถามด้วยออกมาด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าไบร์ทมาสาย

"ขอโทษทีลูกพี่จินเบ,พอดีมีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อย"

ไบร์ทกล่าวขอโทษออกไปทันที

"กำลังพูดถึงเสียงที่ดังมาจากที่ท่าเรืองั้นหรอ?"

จินเบกล่าวถามออกมา

"ขนาดเราอยู่ตรงนี้ยังได้ยินเลย"

"เสียงพวกนั้น.."

"มันคือเสียงเชียร์ที่ดังที่สุดที่ผมเคยได้ยินมา!"

ไบร์ทกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

ผู้คนต่างก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า "ลุยเลย!" ภาพนั้นมันเป็นภาพที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นมาก่อน

จินเบเองก็ถึงกับชะงักไปก่อนจะยิ้มออกมา

"ในเมื่อเป็นแบบนั้นเราคงต้องแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาหน่อยแล้ว!"

"ว่าไงนะ?! ลูกพี่จินเบเอาจริงเลยงั้นหรอ?!"

หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เดินออกมาจากประตูของเกาะมนุษย์เงือกไปพร้อมกัน

ด้านนอกประตู,กองร้อยทั้งห้าที่เดิมทีรับผิดชอบในการลาดตระเวนต่างก็มารวมตัวกันที่นี่ โดยมีอสูรทะเลตามมาด้วยถึงเก้าตัวส่วนอีกสี่ตัวที่เกินมานั้นเพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใหม่

"เราเองก็ไปกันเถอะ.."

"ไปคว้าชัยชนะกลับมาให้เกาะมนุษย์เงือก!"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ

…………..

ย้อนกลับไปไม่นานที่หมู่เกาะชาบอนดี้

แรดลีย์ยืนอยู่บนหัวเรือพร้อมกับดาบใหญ่บนหลัง เขามองไปยังชายที่ชื่อโอเรียลบนเรืออีกลำที่อยู่ข้างๆ ก่อนที่เขาจะยกแขนขึ้นและตะโกนออกมาว่า

"เหล่าสหายทั้งหลายได้เวลาแล้ว! เราจะไปที่เกาะมนุษย์เงือก ปล้น ฆ่า และเผาทำลายเกาะนั้นให้มอดไหม้!!"

“เฮ้!!!!!”

เสียงโห่ร้องของเหล่าโจรสลัดดังก้องไปทั่วท้องทะเลอันมืดมิด

ในตอนนั้นเองยางที่ใช้เคลือบเรือก็เริ่มพองขึ้นมา ก่อนที่เรือจะเริ่มจมลงสู่ท้องทะเลอย่างช้าๆ

กองเรือโจรสลัดของพวกเขาพร้อมทำลายล้างแล้ว!

ไม่นานหลังจากที่กองเรือโจรสลัดจากไป,เรืออีกหลายลำที่ถูกเคลือบก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนท้องทะเล

"โดนัลด์,นายบ้าไปแล้วเหรอ?!"

"เกาะมนุษย์เงือกกำลังตกอยู่ในอันตรายและอาจจะถูกทำลายไปเลยก็ได้.. นายอยากจะออกไปตายด้วยกันกับพวกเขาหรือไง?!"

คนบนฝั่งได้ตะโกนขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ

บนเรือลำหนึ่ง,โดนัลด์ก็ได้ตะโกนออกมาโดยไม่หันกลับไปมอง

"อย่ามาไร้สาระ! น้ำหน้าอย่างพวกมันจะเอาชนะมนุษย์เงือกใต้ทะเลลึกได้ยังไง?!"

แถมกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองเองก็ยังมีเจ็ดเทพโจรสลัดยืนหนุนหลังอยู่ด้วย!

ถึงต่อให้เจ็ดเทพโจรสลัดอย่างจินเบไม่ลงมือ แค่อสูรทะเลพวกนั้นตบออกไปไม่กี่ทีสงครามในครั้งนี้ก็จบแล้ว

"หวังว่าด้วยความช่วยเหลือในยามยากเช่นนี้ มันจะทำให้ผู้บัญชาการคนนั้นผ่อนปรนในการเจรจากับฉันลงบ้างนะ"

โดนัลด์ได้พูดกับตัวเองด้วยความภูมิใจ

ผู้คนบนฝั่งเองก็ยังคงไม่ยอมแพ้ พวกเขาได้หันไปตะโกนใส่เรือลำอื่นแทน

"พวกนายเองก็บ้าตามโดนัลด์ไปแล้วหรือไง?!"

"ฉันคิดว่าโดนัลด์พูดถูก,ใต้ทะเลคือโลกของเกาะมนุษย์เงือก.. โจรสลัดพวกนั้นไม่มีวันเอาชนะพวกเขาได้!"

"อีกอย่างฉันเองก็ไม่อยากพลาดธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาลนี้ไปด้วย.. ต่อให้ตัวฉันจะต้องตายก็ตาม!!"

คนบนเรือได้ตอบพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างออกมา

"ใช่!,โอกาสทางธุรกิจมหาศาลมันมาอยู่ตรงหน้าเราแล้ว!"

"พวกนายที่เลือกถอนตัวไปต่างหากที่จะต้องเสียใจทีหลัง!!"

ในตอนนั้นเองเสียงของโดนัลด์ก็ได้ดังแทรกขึ้นมา

"บ้าไปแล้ว! พวกนายมันบ้าไปกันหมดแล้ว!!"

คนบนฝั่งต่างก็พากันส่ายหัวกับความบ้าของพวกเขา

"เราจะรวยได้ยังไงถ้าเราไม่บ้าพอ!"

"พวกเราไปกันได้แล้ว!"

โดนัลด์ตะโกนออกมาด้วยแววตาที่เป็นประกาย

“เฮ้!!!!!”

กองเรือของพวกเขาเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

ชายผมเขียวคนหนึ่งกำลังยืนยิ้มอยู่ตรงหัวเรือ

หลังจากนั้นกองเรือของพวกเขาก็ได้จมลงสู่ท้องทะเล

ไม่นานท้องทะเลก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

แต่ความตื่นเต้นใต้ท้องทะเลมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้น

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

จบบทที่ บทที่55:สงครามที่ใกล้เข้ามา (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว