เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่52:คนงานเหมืองแร่ (ฟรี)

บทที่52:คนงานเหมืองแร่ (ฟรี)

บทที่52:คนงานเหมืองแร่ (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 52 คนงานเหมืองแร่

บนท้องทะเล ณ ศูนย์ใหญ่กองทัพเรือมารีนฟอร์ด

"ดูเหมือนจินเบจะทำหน้าที่ได้ไม่เลวเลยนะว่าไหม?"

"เกาะมนุษย์เงือกควรจะแข็งกร้าวแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เพื่อลดแรงกดดันของพวกเราที่มีในโลกใหม่"

จอมพลคองกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

"อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไปคุณคอง"

"เกาะมนุษย์เงือกไม่มีวันตัดขาดเส้นทางการเชื่อมต่อระหว่างแกรนด์ไลน์กับโลกใหม่ได้ อย่างมากที่สุดพวกเขาก็แค่ช่วยเรากำจัดโจรสลัดธรรมดาทั่วไปเท่านั้น"

พลเรือเอกเพียงหนึ่งเดียวแห่งกองทัพเรือ ณ ปัจจุบันเซนโงคุได้กล่าวแย้งออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

"ศัตรูตัวจริงของเรายังคงเป็นพวกสัตว์ประหลาดที่ฝังรากลึกอยู่ในโลกใหม่"

กลุ่มโจรสลัดหนวดขาว,กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรและกลุ่มโจรสลัดบิ๊กมัม กลุ่มโจรสลัดทั้งสามกลุ่มนี้คือผู้ปกครองโลกใหม่และศัตรูที่แท้จริงของกองทัพเรือ

แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ต้องนับรวมผมแดงเข้าไปด้วยอีกหนึ่งคน ถึงแม้ชายคนนี้จะเสียแขนไปข้างหนึ่งหลังจากกลับมาจากอีสต์บลูแต่ความแข็งแกร่งของเขากลับก้าวหน้าขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด เชื่อว่าคงอีกไม่นานก่อนที่เขาจะสามารถเทียบชั้นกับสัตว์ประหลาดทั้งสามตัวนั่นได้

"ไม่รู้จักอ่านบรรยากาศบ้างเลยนะ.. ฉันไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมนายถึงหาคนรักไม่ได้"

จอมพลคองกลอกตาและกล่าวแซวออกมา

"ผมก็แค่กำลังเตือนคุณ แล้วอีกอย่าง--"

"คุณคิดว่าใครเป็นคนผิดสำหรับเรื่องนี้? มันเพราะความขี้เกียจของคุณเองไม่ใช่หรือไงผมถึงต้องมานั่งทำงานไม่รู้จักจบจักสิ้น..."

เส้นเลือดบนหน้าผากของเซนโงคุกำลังเต้นตุบๆ

"แล้วก็เจ้าบ้าการ์ปเองก็เหมือนกันไม่ยอมเลื่อนขั้นเพราะต้องการอิสระ! แต่สุดท้ายก็เอาแต่วิ่งเล่นอยู่ข้างนอกทั้งวัน!"

ราวกับไปเปิดสวิตช์บางอย่างเข้าเซนโงคุได้ร่ายยาวออกมาราวกับปืนกล

"ส่วนเจ้าโง่เซเฟอร์เองก็เลือกที่จะหนีหายออกไปหลายปีมานี้หมอนั้นเอาแต่สอนนักเรียนทหาร! หมอนั้นไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลย! กองทัพเรือในตอนนี้มีผมเป็นพลเรือเอกอยู่แค่คนเดียวคุณรู้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไง?"

"ผมต้องทำงานของพลเรือเอกทั้งสามด้วยตัวคนเดียว! จนตอนนี้ผมหงอกเริ่มขึ้นมาบนหัวผมแล้ว!!"

จอมพลคองเองก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้ว่ากองทัพเรือในตอนนี้จะมีเสาหลักอยู่สามคนแต่แท้จริงแล้วพวกเขากลับมีพลเรือเอกเพียงแค่คนเดียวซึ่งนั่นก็คือเซนโงคุ

"ไม่ต้องกังวลทุกอย่างมันใกล้จะจบแล้ว,เพราะใบสมัครของฉันได้รับการอนุมัติแล้วหลังจากนี้กองทัพเรือจะอยู่ภายใต้การควบคุมของนายเซนโงคุ เมื่อเวลานั้นมาถึงนายสามารถมอบหมายงานให้กับทหารเรือคนอื่นได้เลย"

"คุณคิดว่าผมจะเป็นเหมือนคุณหรือไง?"

เซนโงคุมองไปยังรุ่นพี่ของเขาด้วยความดูถูกพร้อมกับพ่นลมออกมาทางจมูก

"ช่างเรื่องนั้นเถอะ,ตอนนี้เรามาแสดงความชื่นชมต่อจินเบกันก่อนดีกว่า เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองในฐานะเจ็ดเทพโจรสลัดได้เป็นอย่างดี"

"แล้วก็อย่าลืมส่งคนไปตรวจสอบที่เกาะมนุษย์เงือกด้วย"

จอมพลคองรีบเปลี่ยนเรื่องในทันที

"ปฏิกิริยาของจินเบมันดูแปลกไปนิดหน่อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาแข็งกร้าวขนาดนั้นแท้ๆ"

กองทัพเรือจำเป็นต้องค้นหาเบาะแสของมนุษย์เงือกที่หายตัวไปพร้อมกับเรือรบ แต่จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังค้นหาอะไรไม่เจอ

"เข้าใจแล้ว"

เซนโงคุที่กำลังโกรธอยู่ก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับออกมา

………….

เกาะมนุษย์เงือก,เขตมนุษย์เงือก

วันนี้มาร์คตื่นมาแต่เช้าทำอาหารกินเองเก็บขยะที่เหลือจากเมื่อคืนไปทิ้ง แล้วก็เดินโซซัดโซเซออกไปข้างนอกบ้าน

มนุษย์เงือกหลายคนต่างก็กล่าวทักทายเขาตลอดทาง

มาร์คเองก็ทักทายพวกเขากลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม

ทุกคนต่างก็รู้ว่ามาร์คเป็นเพื่อนของไบร์ทซึ่งเป็นผู้นำคนใหม่ของเขตมนุษย์เงือก ดังนั้นทุกคนจึงให้เกียรติเขาเป็นอย่างมาก

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพื่อนกับไบร์ทชีวิตของมาร์คเองก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเพราะเรื่องนี้

มาร์คได้พยายามสมัครเข้าร่วมกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว แต่โชคไม่ดีที่เขาถูกคัดออกมาซะก่อน

แต่เรื่องนี้จะโทษไบร์ทก็ไม่ได้เพราะเขาต้องการคนที่แข็งแกร่ง

แม้ว่ามาร์คจะเป็นอันธพาล แต่เขาก็เป็นคนที่ต่อสู้ไม่เก่ง

แต่มาร์คก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร เพราะความเคารพที่ได้รับมันทำให้เขารู้สึกดี

กิจวัตรประจำวันของมาร์คคือการออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ในเขตมนุษย์เงือกคนที่ขัดสนก็มักจะออกไปตกปลาเพื่อหาเงิน การขโมยและการหลอกลวงคนอื่นไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักในเขตมนุษย์เงือก เพราะพวกเขาทุกคนต่างก็ยากจนไม่ต่างกัน

แต่วันนี้ได้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นที่เขตมนุษย์เงือก

"ลูกพี่ไบร์ทมีเรื่องจะประกาศ!!"

ในตอนนั้นเองได้มีคนวิ่งเข้ามากระจายข่าว

มาร์คเองที่ได้ยินก็รีบตามอีกฝ่ายไปทันที

…………

ณ ลานกว้างแห่งหนึ่งบนเขตมนุษย์เงือก,มนุษย์เงือกจำนวนมากต่างก็กำลังเข้ามารุมล้อมบริเวณนี้ไว้อย่างเนืองแน่น

เมื่อมาร์คพยายามเบียดตัวเข้าไปข้างหน้า เหล่ามนุษย์เงือกต่างก็เปิดทางให้กับเขาด้วยความเคารพนับถือ

ตรงกลางของลานกว้าง,ไบร์ทที่ยืนอยู่บนหัวของอสูรทะเลซึ่งกำลังลอยอยู่บนฟ้าเริ่มป่าวประกาศธุระของเขาออกมา

"นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปบริษัทเหมืองแร่เกาะมนุษย์เงือกได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการแล้ว ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าฉันกับราชาเนปจูนมีข้อตกลงว่าบริษัทแห่งนี้จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคนงานจากเขตมนุษย์เงือกเป็นลำดับแรก"

มาร์คเงยหน้าขึ้นไปมองไบร์ทผู้ซึ่งเป็นจุดสนใจของทุกคน เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งเด็กที่เติบโตมาด้วยกันกับเขาซึ่งมีอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปีจะกลายเป็นบุคคลสำคัญแบบนี้

"ลูกพี่ไบร์ทอยากให้เราไปทำงานให้กับเนปจูนงั้นหรอ?"

มาร์คสัมผัสได้ถึงความขุ่นเคืองที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของคนที่กล่าวถามออกมา เขารู้ดีว่าผู้คนในเขตมนุษย์เงือกส่วนใหญ่นั้นไม่พอใจในตัวเนปจูน

เหตุผลที่เป็นแบบนั้นเพราะความเฉยชาของพระราชวังริวงูที่ทำให้เขตมนุษย์เงือกซึ่งเคยเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าต้องกลายมาเป็นสถานที่ที่เลวร้ายแบบนี้

"ไม่ใช่เพื่อราชาเนปจูน ไม่ใช่เพื่อพระราชวังริวงู แต่เพื่อเกาะแห่งนี้และเพื่อตัวของพวกนายเอง!"

ไบร์ทกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา

"รายได้ทั้งหมดของบริษัทเหมืองแร่เกาะมนุษย์เงือก ยกเว้นค่าจ้างและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบริษัทจะถูกนำไปลงทุนสำหรับการพัฒนาเกาะมนุษย์เงือก!"

"เกาะมนุษย์เงือกจำเป็นต้องสร้างอุตสาหกรรมของเราเอง ผลิตสินค้าของเราเอง และกำจัดการพึ่งพามนุษย์ให้หมดไป!"

"เช่นเดียวกับกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง!!"

ผู้คนในเขตมนุษย์เงือกไม่เข้าใจเรื่องที่ไบร์ทพูดมาทั้งหมด แต่พวกเขาเข้าใจอยู่อย่างหนึ่งนั่นคืองานของพวกเขามันเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเกาะมนุษย์เงือก

พวกเขาเริ่มหันไปพูดคุยปรึกษากันในเรื่องนี้

ในตอนนั้นเองมาร์คก็ได้เงยหน้าและพูดขึ้นมาเสียงดังว่า

"ลูกพี่ไบร์ทพวกเราทุกคนเชื่อใจคุณเมื่อคุณบอกว่าต้องการปกป้องเกาะมนุษย์เงือกและจัดตั้งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองคุณก็ทำแบบนั้นจริงๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้มนุษย์หลายคนที่ต้องการสร้างปัญหาต่างก็ถูกจัดการไปถ้วนหน้า! ดังนั้นไม่ว่าคุณจะพูดอะไรพวกเราก็เชื่อมั่นในตัวคุณ!"

"สิ่งเดียวที่เราสนใจคือ.. เราจะหาเงินได้จริงหรือเปล่า?"

ก่อนที่จะพูดจบมาร์คก็ได้มองไปที่ไบร์ทและกระพริบตาให้กับเขา

มาร์คอดคิดถึงเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ผู้ชายคนหนึ่งได้เอาเครื่องดื่มและอาหารมาที่บ้านของเขาเพื่อขอความช่วยเหลือ

ในที่สุดผู้ชายคนนั้นก็ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขาว่าจะเลี้ยงข้าว

"แน่นอน!"

"เหตุผลที่ฉันให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคนงานจากเขตมนุษย์เงือกเป็นเพราะฉันรู้ดีว่าเขตมนุษย์เงือกเป็นสถานที่ที่ยากจนที่สุดบนเกาะมนุษย์เงือก และพวกเราทุกคนต่างก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องเงิน"

เสียงของไบร์ทดังก้องไปทั่วเขตมนุษย์เงือก

"ในฐานะคนที่เติบโตมาจากสถานที่แห่งนี้ แน่นอนว่าฉันย่อมอยากทำให้ทุกคนที่นี่ร่ำรวยขึ้น"

‘ได้เวลาแล้ว’

"ไม่มีปัญหา! นับรวมฉันเข้าไปด้วยลูกพี่ไบร์ท!!"

มาร์คกำหมัดขวาแน่นและยกมันขึ้นมาด้วยความมั่นใจ

หลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากทุกมุมถนน

"รวมผมเข้าไปด้วยลูกพี่ไบร์ท!"

"ผมด้วยลูกพี่ไบร์ท!"

“ผมด้วย!”

“……”

มาร์คเองก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่จะเผยยิ้มออกมา

‘ไบร์ทจำนวนที่นายคิดไว้มันจะพอไหมนะ?’

ตอนแรกมีคนตะโกนออกมาเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มร้องตะโกนตามออกมา

“ยอดเยี่ยมมาก!”

ไบร์ทพยักหน้าด้วยความพอใจ

“แต่ฉันขอพูดให้ชัดเจนไว้ก่อนเลยว่าคนที่ถูกเลือกพวกนายคือตัวแทนของเขตมนุษย์เงือก ดังนั้นถ้าพวกนายกล้าสร้างความวุ่นวายและทำให้เขตมนุษย์เงือกขายหน้า.. อย่าโทษฉันที่หยาบคาย!”

หลังจากสิ้นสุดคำพูดของไบร์ททหารจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองก็ได้เข้ามาทำการคัดเลือกคนงานเหมืองชุดแรกกว่า 2,000 คน แน่นอนว่ามาร์คเองก็เป็นหนึ่งในนั้นแถมเขายังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มคนงานเหมืองเล็กๆ โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดระเบียบและบริหารจัดการคนงาน

จำนวนคนงานเท่านี้ถือว่ามากเกินพอแล้วสำหรับไบร์ท

เพราะตอนนี้พวกเขายังคงไม่มีช่องทางในการจัดจำหน่าย ดังนั้นด้วยคนงานจำนวนมากขนาดนี้แร่ที่ขุดได้อาจมีจำนวนมากเกินกว่าความต้องการ

หากจำนวนคนงานมากขึ้นมันก็จะไปเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินให้กับพระราชวังริวงูซะเปล่าๆ

หลังจากที่คนงานเหมืองทั้งหมดมารวมตัวกันเหล่าทหารก็ได้เข้ามาแจกเอกสารและเครื่องมือให้กับพวกเขา

เครื่องมือเหล่านั้นคืออีเตอร์และกระเป๋าเป้นั่นเอง

เอกสารเหล่านี้จริงๆ แล้วเป็นเพียงกระดาษไม่กี่แผ่นซึ่งบันทึกวิธีการแยกแยะแร่ทั่วไปบางชนิด

เหล่าทหารได้ทำการฝึกอบรมคนงานเป็นเวลาหนึ่งวันเกี่ยวกับวิธีการจำแนกแร่และวิธีการขุด แน่นอนว่าพวกเขาอ่านมันมาจากเอกสารแนะนำเช่นกัน เพราะไม่มีใครบนเกาะมนุษย์เงือกที่มีประสบการณ์ทางด้านนี้

หลังจากนั้นไบร์ทก็ได้พาคนงานออกเดินทางจากเขตมนุษย์เงือกมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกผ่านฟองที่ครอบเกาะเอาไว้

ใช้เวลาไม่นานไบร์ทก็พาทุกคนมาถึงยังรอยแยกขนาดใหญ่ใต้ทะเล ผลจากการสำรวจพบว่าที่นี่มีแหล่งแร่เหล็กขนาดใหญ่ซ่อนอยู่

หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มทำงานพวกเขาเดินทางลงไปยังรอยแยกขนาดใหญ่ใกล้กับกำแพงภูเขาสูงชัน เหล่ามนุษย์เงือกต่างก็ลอยตัวกันอยู่ตรงบริเวณนี้และเริ่มฟาดอีเตอร์เข้าที่กำแพงอย่างต่อเนื่อง

"การทำงานในที่แบบนี้มันลำบากมากใช่ไหม?"

มาร์คพูดพลางฟาดอีเตอร์ในมือเข้าที่กำแพงภูเขา

"แน่นอน"

ไบร์ทเองที่กำลังฟาดอีเตอร์ของเขาอยู่ก็ได้หันมาตอบ

ตอนแรกมันอาจจะโอเคแต่ถ้าขุดเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ มันมีโอกาสสูงมากที่กำแพงภูเขานี้จะถล่มลงมา

ไบร์ทคิดว่าเขาควรพาอเล็กซานเดอร์มาที่นี่สักวัน เพื่อทุบส่วนบนของกำแพงภูเขานี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง

ถ้าควบคุมแรงดีๆ เหมืองเองก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร

นอกจากนี้แล้วเขาต้องหาอสูรทะเลเพิ่มอีกสักสองสามตัว ไม่งั้นการขนส่งแร่ที่ขุดขึ้นมาได้ก็จะกลายเป็นเรื่องยาก

"เฮ้! ไบร์ทมาดูนี้เร็ว!"

ในขณะที่เขากำลังใช้ความคิดอยู่กับตัวเองมาร์คที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ร้องตะโกนออกมาเสียงดัง

"นี่คือแร่เหล็กใช่ไหม?"

ไบร์ทได้หันกลับไปมองและเห็นว่ามาร์คกำลังถือหินสีแดงอยู่ในมือ ดูเหมือนว่าแหล่งแร่ที่นี่จะน่าทึ่งมากเพียงแค่ใช้อีเตอร์ขุดแค่ไม่กี่ทีพวกเขาก็ได้แร่กลับมาแล้ว

"ยินดีด้วยมาร์ค,นายคือคนแรกที่ขุดแร่ขึ้นมาได้"

ไบร์ทได้กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

แร่เหล็กก้อนนี้ไม่ต่างอะไรกับศิลาฤกษ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความก้าวหน้า

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

จบบทที่ บทที่52:คนงานเหมืองแร่ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว