เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่51:ธุรกิจ (ฟรี)

บทที่51:ธุรกิจ (ฟรี)

บทที่51:ธุรกิจ (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 51 ธุรกิจ

ไม่ไกลจากเกาะมนุษย์เงือกใต้ทะเลลึก,ฝุ่นควันได้ปกคลุมไปทั่วทะเลกระแสน้ำปั่นป่วนอย่างรุนแรงพร้อมการต่อสู้อันดุเดือดที่เพิ่งจบลง

"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ถึงแม้การฝึกของข้าจะไม่คืบหน้าเลย แต่มันก็สนุกมากจริงๆ ที่ได้ต่อสู้กับเจ้าสหาย!"

อเล็กซานเดอร์ได้หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างมีความสุข

ไบร์ทกำลังนั่งพักอยู่บนก้ามยักษ์ของอเล็กซานเดอร์ ช่วงนี้เขายุ่งมากถึงแม้ผู้บัญชาการอย่างเขาจะไม่ต้องไปลงพื้นที่ แต่ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองทุกอย่างล้วนแล้วแต่ต้องผ่านการอนุมัติและลงนามจากเขาก่อนเสมอ

ช่วงเวลาเดียวที่ตัวเขาจะสามารถผ่อนคลายได้มันมีแค่ตอนที่เขาออกมาจับอสูรทะเลกับอเล็กซานเดอร์ในแต่ละวันเท่านั้น

"แค่มีความสุขกับการต่อสู้อย่างเดียวมันคงไม่พอ.."

"เราควรพยายามทำให้ตัวเองแข็งแกร่งมากกว่านี้ เมื่อเป็นแบบนั้นนายก็จะได้สัมผัสกับการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นและเข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก!"

ไบร์ทกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

"เจ้าพูดถูกสหาย!"

"นักรบคือสิ่งมีชีวิตที่โหยหาความแข็งแกร่งอยู่เสมอ! และข้าอเล็กซานเดอร์จะต้องกลายเป็นนักรบแห่งท้องทะเลที่แข็งแกร่งที่สุด!"

อเล็กซานเดอร์ตอนรับไบร์ทด้วยความมุ่งมั่น

"อย่ามั่นใจเกินไปอเล็กซานเดอร์.. ฉันต่างหากที่แข็งแกร่งที่สุด!"

ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

"มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นนะสหาย!"

อเล็กซานเดอร์ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือไม่พอใจ แต่กลับกล่าวออกมาอย่างมีความสุขว่า

"การได้แข่งขันกับสหายคนสนิทและแข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกันเพื่อตัดสินหาผู้ชนะ.. มันคือเส้นทางที่นักรบควรก้าวเดิน!!"

"มาสู้กันต่อเถอะสหาย! เราจะได้แข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกัน!"

หลังจากเล่นกับอเล็กซานเดอร์ต่ออยู่พักหนึ่ง ไบร์ทก็เดินทางกลับเกาะมนุษย์เงือก

การปลุกฮาคิให้ตื่นขึ้นมาไม่น่าใช่ปัญหาสำหรับอเล็กซานเดอร์ เพราะสติปัญญาของเขาไม่ได้ต่ำเลยโดยเฉพาะไอคิวในการต่อสู้ของเขาเรียกได้ว่าน่าทึ่งมาก

ไบร์ทมุ่งหน้าตรงกลับไปยังศูนย์บัญชาการใหญ่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณท่าเรือทันที

ศูนย์บัญชาการใหญ่นั่นเป็นอาคารสูงหกชั้นแถมห้องส่วนใหญ่เองก็ยังว่างเปล่าไม่มีอะไร แต่ราชาเนปจูนเชื่อว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองจะต้องขยายตัวขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต ดังนั้นแทนที่จะต้องไปเสียเวลาต่อเติมในตอนนั้นก็ควรจะทำให้มันใหญ่ไปเลยในตอนนี้

เมื่อไบร์ทมาถึงศูนย์บัญชาการใหญ่ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองมาหาเขาในทันที

"ผู้บัญชาการครับนี่คือหนังสือพิมพ์ฉบับของวันนี้เชิญดูได้เลยครับ"

พูดจบอีกฝ่ายก็ได้ยื่นหนังสือพิมพ์ให้ไบร์ท

ไบร์ทรับมาและอ่านดูในทันที

บนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ปรากฏพาดหัวข่าวด้วยตัวอักษรสีดำหนาและเด่นชัด

《ภัยพิบัติแห่งใต้ทะเลลึกจากเกาะมนุษย์เงือก!!!》

เมื่อเขาเหลือบตามองขึ้นไปว่าเป็นข่าวจากสำนักพิมพ์ไหน

หนังสือพิมพ์วารสารเศรษฐโลก

‘ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เลยแฮะ’

ไบร์ทได้กลับไปที่ห้องสำนักงานและอ่านหนังสือพิมพ์ต่ออย่างละเอียด

ต้องย้ำก่อนว่าไบร์ทไม่ได้เป็นคนที่ไม่รู้หนังสือ

ถึงแม้ว่าเขาจะเคยเป็นอันธพาลในเขตมนุษย์เงือกก่อนที่ความทรงจำของเขาจะตื่นขึ้นมา แต่เชอร์รี่เองก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นไบร์ทไร้ซึ่งความรู้และการศึกษาด้วยเหตุนี้เธอจึงได้พาไบร์ทไปเรียนพวกความรู้พื้นฐานติดตัวเอาไว้

แน่นอนว่ามันเป็นแค่ความรู้พื้นฐานจริงๆ บนเกาะมนุษย์เงือกจะคาดหวังกับการศึกษาได้มากแค่ไหนกันเชียว?

หรือต่อให้เขาได้รับการศึกษาชั้นสูงบนเกาะมนุษย์เงือกก็ไม่รู้ว่ามันจะมีค่าหรือเปล่า?

แต่ถึงอย่างงั้นการอ่านหนังสือพิมพ์ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับไบร์ท

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติบนเกาะมนุษย์เงือก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง และหนังสือพิมพ์ยังได้บอกเล่าถึงวิธีที่พวกเขาสกัดกั้น ตรวจสอบผู้บุกรุก และสังหารผู้คนที่กล้าขัดขืนอีกด้วย

หลังจากนั้นหัวข้อก็เปลี่ยนไปเนื้อหาของหนังสือพิมพ์ได้หันไปพูดถึงการหารือว่าจะทำอย่างไรกับเส้นทางที่เชื่อมระหว่างโลกใหม่และแกรนด์ไลน์ต่อไปยังไง

ตัวผู้เขียนเองก็มองเรื่องนี้ไว้ในแง่ร้ายมาก เขาเชื่อว่าเส้นทางที่สำคัญที่สุดในโลกนี้จะถูกควบคุมโดยเกาะมนุษย์เงือกนับจากนี้เป็นต้นไป ดังนั้นโจรสลัดทุกคนที่ต้องการผ่านที่นี่ต้องยอมจำนนต่อเกาะมนุษย์เงือก

ในตอนท้ายของบทความผู้เขียนยังคงคร่ำครวญไว้ด้วยว่ายุคสมัยของโจรสลัดอันยิ่งใหญ่นี้อาจต้องพบกับความพ่ายแพ้ภายใต้ความแข็งกร้าวของเกาะมนุษย์เงือก

คิ้วของไบร์ทขมวดอยู่ตลอดในตอนที่อ่านหนังสือพิมพ์

สิ่งที่เขียนในนั้นไม่ต่างอะไรจากการเติมเชื้อเพลิงลงไปในกองไฟที่กำลังลุกโชน

ซึ่งมันก็มันเป็นเรื่องปกติของไอ้หน้าหนังนกมอร์แกน

สำนักพิมพ์อื่นเองก็คงเขียนข่าวประมาณนี้เช่นกัน ด้วยนิสัยที่ดุร้ายของพวกโจรสลัดคงไม่ต้องสืบเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้

บางทีโจรสลัดหลายคนอาจจะรู้สึกสนุกกับการฝ่าแนวป้องกันของเกาะมนุษย์เงือก

หรือบางทีพวกโจรสลัดอาจจงใจทำชั่วกับเกาะมนุษย์เงือกเพื่อแลกกับค่าหัวที่สูงขึ้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนมันก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเกาะมนุษย์เงือก

ดังนั้นกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองจำเป็นต้องสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง

ไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงโจรสลัดระดับจักรพรรดิกับเจ็ดเทพโจรสลัด ไบร์ทต้องการให้พวกโจรสลัดโดยทั่วไปในทะเลสั่นกลัวเมื่อได้ยินชื่อของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองของเกาะมนุษย์เงือก

แน่นอนว่าสิ่งนี้ต้องใช้เลือดในการส่งเสริมให้มันเกิดขึ้น

โอกาสนั้นอาจมาถึงแล้วเพราะหนังสือพิมพ์ฉบับนี้

‘ฉันคงต้องไปขอบคุณมอร์แกนหน่อยแล้วล่ะ’

‘เพื่อเป็นรางวัลฉันจะถอนขนหมอนั้นแค่ครึ่งเดียวตอนที่ฉันจับเขาได้ในอนาคต’

“ก๊อก ก๊อก”

เมื่อไบร์ทวางหนังสือพิมพ์ลงเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา

“เข้ามาได้เลย”

สิ้นเสียงของไบร์ทนางเงือกสาวคนหนึ่งก็ได้เปิดประตูเข้ามา

"ผู้บัญชาการเมื่อครู่มีรายงานมาว่า เกิดการปะทะขึ้นอีกครั้งที่บริเวณท่าเรือ"

"ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่หกแล้วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา"

ผู้หญิงคนนี้คือเลขาของไบร์ทที่ถูกส่งตัวมาจากพระราชวังริวงู โดยตัวเธอนั่นมีชื่อว่า ‘มิสเคย์ล่า’ เธอเป็นผู้หญิงที่มีน้ำมีนวลและหางที่เรียวยาว

ไบร์ทที่ได้ยินรายงานก็พยักหน้ารับ

สาเหตุที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยก็เป็นเพราะว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองเพิ่งเริ่มดำเนินงาน ดังนั้นโจรสลัดหลายคนที่เคยขึ้นฝั่งบนเกาะมนุษย์เงือกมาก่อนจึงไม่รู้ว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน และมักที่จะปฏิเสธการตรวจสอบก่อนออกเดินทาง

"แต่โจรสลัดในครั้งนี้แข็งแกร่งมาก"

"โชคดีที่คุณอลาดินจัดการแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว"

เคย์ล่าได้กล่าวรายงานเสริมออกมา

ครั้งนี้ไบร์ทถึงกับขมวดคิ้ว

ใต้ทะเลลึกเหล่ามนุษย์เงือกไม่เคยมีอะไรต้องกลัว

แต่กับบนฝั่งมันแตกต่างออกไป

โจรสลัดที่สามารถผ่านแกรนด์ไลน์มายังเกาะมนุษย์เงือกได้ย่อมมีดีไม่มากก็น้อย

"เข้าใจแล้ว"

ไบร์ทกล่าวตอบออกมาอย่างจริงจัง

ดูเหมือนว่าแผนการฝึกขั้นสูงจำเป็นต้องถูกเร่งให้เร็วขึ้น

เพราะจะให้มาหวังพึ่งกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ตลอดไปมันก็คงจะไม่ได้

"นอกจากนี้ราชาเนปจูนยังได้แจ้งมาด้วยว่า การเตรียมงานเบื้องต้นสำหรับบริษัทเหมืองแร่เสร็จเรียบร้อยแล้ว"

"ท่านหวังว่าคุณจะเริ่มประกาศรับสมัครคนงานโดยเร็วที่สุด"

มิสเคย์ล่าดันแว่นของเธอขึ้นมาด้วยสีหน้าที่สงบ

ทันใดนั้นดวงตาของไบร์ทก็เป็นประกายขึ้นมา

‘ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงสักที!’

นอกจากความแข็งแกร่งที่ต้องมากขึ้น ความมั่งคั่งเองก็ต้องเติบโตขึ้นเช่นกัน

"โอเค,ช่วยตอบกลับราชาเนปจูนให้ด้วยว่าฉันจะเริ่มประกาศรับสมัครเดี๋ยวนี้"

"รับทราบ"

เมื่อรับรายงานเสร็จมิสเคย์ล่าก็ออกจากห้องสำนักงานทันที

ไบร์ทต้องยอมรับเลยว่าคนที่พระราชวังริวงูส่งมานั้นแตกต่างมากจริงๆ ถ้าไม่มีคนพวกนี้มาช่วยเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองจะยุ่งมากแค่ไหน

หลังจากนี้เขาจำเป็นต้องกลับไปที่เขตมนุษย์เงือกเพื่อรับสมัครคนงาน

“ก๊อก ก๊อก”

แต่ในตอนนั้นเองประตูก็ได้ถูกเคาะอีกครั้ง

มิสเคย์ล่าได้เดินเข้ามาในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สีหน้าของเธอดูแปลกไปเล็กน้อย

"ผู้บัญชาการมีมนุษย์ต้องการเข้าพบคุณ"

"มนุษย์?"

ไบร์ทถึงกับเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย

"ใช่,เขาบอกว่าเขาต้องการคุยเรื่องธุรกิจกับคุณ"

‘น่าสนใจแฮะ’

‘มาถึงขนาดนี้แล้วพ่อค้าชาวมนุษย์ควรจะหลีกเลี่ยงเขาไม่ใช่หรือไง?’

"ปล่อยให้เขาเข้ามา"

ไบร์ทตัดสินใจที่จะลองเจอกับอีกฝ่าย

หลังจากนั้นไม่นาน,มิสเคย์ล่าก็ได้กลับมายังห้องสำนักงานของไบร์ทพร้อมกับชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง

เมื่อส่งคนเสร็จมิสเคย์ล่าก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ แล้วปิดประตูห้องลง

ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าไบร์ทนั้นมีผมสีทองที่เริ่มบางลงเล็กน้อย ใบหน้าที่ดูซีดเซียวของเขาถูกประดับไว้ด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืนๆ เขาเป็นคนตัวสูงที่ดูค่อนข้างแข็งแรงและไม่ใช่คนอ่อนแอ

ในขณะที่กำลังสังเกตอีกฝ่ายไบร์ทก็ได้ปล่อยฮาคิสังเกตของเขาออกมา

ทันใดนั้นไบร์ทก็ได้ยินเสียงที่ดังออกมาจากชายที่อยู่ตรงหน้า

ความกังวล ความไม่สบายใจ แต่แฝงไว้ด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น

ดูเหมือนว่าเขาจะมาที่นี่พร้อมกับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่

“เชิญนั่ง”

ไบร์ทพูดพร้อมชี้ไปที่โซฟาตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขา

เมื่ออยู่ต่อหน้าไบร์ทโดนัลด์แทบไม่กล้าหายใจ

วันนี้ถือเป็นวันที่สองแล้วนับตั้งแต่ที่เขาเดินทางมาถึงเกาะมนุษย์เงือก

ในช่วงนี้เขาได้เฝ้าสังเกตหน่วยงานที่ชื่อว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองโดยละเอียด

แล้วในที่สุดเขาก็ได้พบว่าอำนาจของหน่วยงานนี้บนเกาะมนุษย์เงือกนั้นพิเศษมาก เพราะแม้แต่กองทัพเนปจูนก็ยังต้องให้ความร่วมมือกับพวกเขา

แม้กระทั่งในวันนี้ที่เกิดความขัดแย้งขึ้นกับพวกโจรสลัด รองกัปตันของกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ก็ยังลงมือด้วยตัวเอง!

ในตอนนี้โดนัลด์รู้แล้วว่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งเกาะมนุษย์เงือกอย่าง ‘ชายชาตรีแห่งท้องทะเลจินเบ’ กำลังให้การสนับสนุนหน่วยงานนี้อยู่เบื้องหลัง!

เมื่อเป็นแบบนั้นก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกต่อไป

ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รวบรวมความกล้าเดินทางมายังที่นี่

โดยไม่คาดคิดเขากลับได้พบกับผู้บัญชาการของหน่วยงานนี้อย่างง่ายดาย

โดนัลด์พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักมนุษย์เงือกที่นั่งอยู่ตรงหน้าแต่ไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็มีเจ็ดเทพโจรสลัดหนุนหลัง!

โดนัลด์นั่งลงบนโซฟาด้วยความระมัดระวังพร้อมกับสูดหายใจเข้าแล้วตรงเข้าประเด็น

"เรียนท่านผู้บัญชาการผมมาที่นี่เพื่อหารือเรื่องธุรกิจกับท่าน"

"ฮืม?"

ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจกับความจริงจังและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นของอีกฝ่าย

"ขอฉันฟังรายละเอียดเพิ่มเติมหน่อยสิ"

โดนัลด์ถอนหายใจอยู่ภายในใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนการพูดคุยกับผู้บัญชาการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองผู้เคร่งครัดคนนี้จะง่ายกว่าที่เขาคิดไว้

"เรียนท่านผู้บัญชาการตัวผมมีชื่อโดนัลด์ ผมทำมาหากินด้วยการค้าขายกับเกาะมนุษย์เงือก ท่านสามารถตรวจสอบเรื่องนี้ได้ทุกเมื่อ ผมเชื่อว่าพ่อค้าแม่ค้าชาวมนุษย์เงือกหลายคนสามารถเป็นพยานให้กับตัวผมได้"

โดนัลด์แนะนำตัวออกมาก่อนเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นมิตรกับผู้คนบนเกาะมนุษย์เงือก จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า

"ผมเข้าใจเจตนาของท่านที่จัดตั้งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองขึ้นมาเพื่อปกป้องเกาะมนุษย์เงือกแห่งนี้ดี"

ตลอดเวลาที่ผ่านมาไบร์ทไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเลย

เมื่อเห็นว่าไบร์ทไม่คิดที่จะขัดจังหวะ โดนัลด์ก็เริ่มรู้สึกมั่นใจมากขึ้นหลังจากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า

"ท่านผู้บัญชาการท่านเองก็น่ารู้ดีว่าวิธีการที่เข้มงวดเช่นนี้จะนำมาซึ่งความเสียเปรียบ เรือสินค้าหลายลำที่ควรจะจอดเทียบท่าอยู่ที่นี่อาจไม่เข้ามาเทียบท่าเพราะเหตุนี้ก็เป็นได้”

"เกาะมนุษย์เงือกต้องพึ่งพาการค้าจากภายนอกอยู่แล้ว ดังนั้นหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกาะมนุษย์เงือกอาจไม่สามารถจัดหาสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิตได้เพียงพอต่อความต้องการ"

"หมายความว่าคุณจะเข้ามาเพื่อช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้งั้นเหรอ?"

ไบร์ทยิ้มและกล่าวถามออกมา

ต้องยอมรับว่าชายคนนี้มีไหวพริบทางธุรกิจที่ดี

มันปฏิเสธไม่ได้ว่าการดำเนินงานของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองกำลังไปปิดกั้นพวกพ่อค้าที่เดินทางเข้ามาไม่มากก็น้อย

สิ่งนี้ทำให้การแข่งขันระหว่างพ่อค้าลดลงตามไปด้วย

"ใช่แล้วครับ"

"ถึงแม้ว่าผมคนเดียวอาจจะทำเรื่องนั้นไม่ได้ แต่ผมสามารถติดต่อประสานงานกับพ่อค้าคนอื่นได้และแน่นอนว่ามันสามารถเติมเต็มช่องว่างที่เกาะมนุษย์เงือกต้องการได้แน่นอน"

โดนัลด์กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ

ไบร์ทพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนที่อุตสาหกรรมพื้นฐานของเกาะมนุษย์เงือกจะได้รับการพัฒนาพวกเขายังคงจำเป็นต้องพึ่งพาการค้ากับภายนอกอย่างแท้จริง

"ถ้าเป็นอย่างที่ว่ามาคุณไม่จำเป็นต้องมาหาฉันก็ได้ ตราบใดที่สินค้าของคุณไม่ใช่สินค้าผิดกฎหมายเราก็ไม่หยุดคุณอยู่แล้ว"

ไบร์ทกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

เขาได้ยินเสียงของชายคนนี้และรู้ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์บางอย่างอยู่ภายในใจ

โดนัลด์ลังเลก่อนที่จะตัดสินใจพูดออมาว่า

"แต่ท่านก็รู้ดีว่าเส้นทางการเดินเรือจากทะเลเบื้องบนมายังเกาะมนุษย์เงือกนั้นมันอันตรายมากสำหรับมนุษย์อย่างเรา ดังนั้นผมจึงหวังว่า…"

"ผมจะได้รับการสนับสนุนจากท่าน"

"การสนับสนุน?"

ไบร์ทเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย

"ผมหวังว่าผมจะได้รับการคุ้มครองจากเกาะมนุษย์เงือกในระหว่างการเดินทางมายังใต้ทะเลลึก"

โดนัลด์กล่าวตอบออกมาอย่างจริงจัง

"แน่นอนว่าทางเรามีค่าตอบแทนสำหรับทหารที่มาคุ้มครอง"

โดนัลด์ได้ยิ้มออกมาด้วยความประจบประแจง

‘ค่าตอบแทนงั้นเหรอ?’

ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

‘หมอนี้ต้องการติดสินบนฉันงั้นหรอ?’

‘แต่อยากจะให้ทหารของเกาะมนุษย์เงือกไปคุ้มกันตัวเองเนี่ยหน่ะ?’

‘เป็นความคิดที่ใจกล้าดีจริงๆ’

โดนัลด์มองมาที่ไบร์ทด้วยความกังวล

เขาไม่รู้จริงๆ ว่าผู้บัญชาการคนนี้จะตอบตกลงหรือระเบิดออกมาด้วยความโกรธ?

เขาจะร่ำรวยหรือตายโดยไม่มีดินกลบฝัง ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับช่วงเวลานี้!

ไบร์ทครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาว่า

"ฉันคงต้องขอคิดเรื่องนี้ดูก่อน"

โดนัลด์ที่ได้ยินก็ถึงกับกำหมัดแน่น

‘เขาตั้งใจจะไปขอคำแนะนำจากเจ็ดเทพโจรสลัดจินเบงั้นหรอ?’

ถึงแม้ว่ามันจะไม่สำเร็จอย่างสมบูรณ์ แต่ก็สำเร็จไปมากกว่าครึ่งแล้ว

"ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"

โดนัลด์กล่าวลาแต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไป เขาก็ได้ทำห่อพัสดุเล็กๆ ที่ห่อด้วยกระดาษอย่างแน่นหนาหล่นลงมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

มันทำให้ปากของไบร์ทถึงกับกระตุก

‘ฉันไบร์ทเป็นคนที่เที่ยงธรรมและซื่อสัตย์’

‘ไม่ว่ายังไงสิ่งนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี’

การทำเหมืองแร่เพียงอย่างเดียวคงจะไม่พอ ดังนั้นจำเป็นต้องทำการค้าเพื่อแลกเปลี่ยนเงินตราและเทคโนโลยีกลับมาด้วย

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

จบบทที่ บทที่51:ธุรกิจ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว