- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่48:ความซื่อสัตย์ (ฟรี)
บทที่48:ความซื่อสัตย์ (ฟรี)
บทที่48:ความซื่อสัตย์ (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 48 ความซื่อสัตย์
ไบร์ทและนักรบแห่งท้องทะเลผู้ยิ่งใหญ่อเล็กซานเดอร์กำลังเจรจากันอยู่
สุดท้ายนักรบแห่งท้องทะเลผู้กระหายในความแข็งแกร่งก็ไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้ และในที่สุดเขาก็ได้ตกลงตามข้อเสนอที่จะเป็นเพื่อนกับไบร์ท
เงื่อนไขของไบร์ทคือเขาจะสอนฮาคิให้กับอเล็กซานเดอร์เพื่อให้เขากลายเป็นนักรบแห่งท้องทะเลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่วนอเล็กซานเดอร์เองก็ต้องช่วยเหลือไบร์ทเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ
สถานการณ์นี้ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์
"ตกลงตามนั้นสหาย!"
"นับจากนี้ไปพวกเราจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข!"
สีหน้าท่าทางของอเล็กซานเดอร์นั้นเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันและดูจะมีความสุขมาก
"แน่นอน"
ไบร์ทยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์มาก การได้เป็นเพื่อนกับคนแบบนี้มันทำให้ไบร์ทรู้สึกสบายใจ
"ไบร์ท!"
ในตอนนั้นเองเสียงของอารองก็ได้ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ไบร์ทได้หันกลับไปและเมื่อฝุ่นควันจางลง อารองและคนอื่นๆ ก็รีบวิ่งเข้ามาหา
เมื่อมองไปยังจ้าวทะเลยักษ์ที่กำลังโชว์ฟันและก้ามด้วยความตื่นเต้นอยู่บนก้นทะเลพวกเขาก็ถึงกับใจสั่น ในตอนนั้นอารองก็ได้กล่าวถามออกมาด้วยความกังวลว่า
"จบแล้วเหรอ?"
ถึงแม้ว่าจ้าวทะเลตัวนี้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ยังไม่ตายแถมยังเคลื่อนไหวได้อีกต่างหาก
ไบร์ทเองก็สัมผัสได้ถึงความกังวลของอารอง
ไม่สิ,เรียกว่าเขาได้ยินความกังวลของอารองจะถูกกว่า
เสียงหนึ่งได้ดังออกมาจากร่างของอารอง
มันเป็นเสียงแห่งความกังวล
สิ่งนี้มันทำให้ดวงตาของไบร์ทเบิกกว้างขึ้นมาเล็กน้อย
‘มันคือความสามารถในการอ่านใจงั้นหรอ?’
เพื่อยืนยันเรื่องนี้ไบร์ทได้ใช้ฮาคิสังเกตกวาดไปยังฟุคาโบชิและมนุษย์เงือกที่นำทางมา แน่นอนว่าเขาได้ยินเสียงของความกังวลนอกจากนี้ยังมีเสียงของความตื่นเต้นรวมอยู่ด้วย
ไม่ใช่,สิ่งนี้ไม่ใช่การอ่านใจและไบร์ทก็ไม่ได้ยินเสียงความคิดของพวกเขาด้วย แต่เขาสามารถรับรู้อารมณ์ของพวกเขาได้
หากพูดกันแล้วจะถือว่ามันเป็นความสามารถของราชินีโอโตฮิเมะเวอร์ชั่นที่ด้อยกว่าก็ได้
แต่ถึงอย่างงั้นมันก็ยังน่าทึ่งอยู่ดี เพราะว่ามันเป็นเพียงแค่หนึ่งในความสามารถของฮาคิสังเกตของเขาเท่านั้น
"มันจบแล้ว"
"ไม่จำเป็นต้องสู้ ไม่จำเป็นต้องกำจัด เพราะตอนนี้ผมเป็นเพื่อนกับเขาแล้ว"
ไบร์ทกล่าวตอบออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
"สหาย!"
"ขอแสดงความนับถือต่อมิตรภาพระหว่างนักรบ!"
อเล็กซานเดอร์ยกก้ามยักษ์ทั้งสี่ขึ้นมาอย่างมีความสุข
เมื่อเห็นการกระทำของอเล็กซานเดอร์อารองก็ตกใจมาจนวิ่งเข้าไปหาไบร์ทโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่นานเขาก็ต้องหยุดเพราะอารองสังเกตเห็นว่าอเล็กซานเดอร์ไม่ได้โจมตีหรือทำอะไรที่เป็นอันตราย
แต่ในตอนนั้นเองเขาก็ได้หวนคิดถึงคำพูดของไบร์ทเมื่อครู่
"ไบร์ท!!"
"นายฝึกจ้าวทะเลสำเร็จงั้นหรอ?"
อารองถามออกมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
"ไม่ใช่การฝึก"
"พวกเราเป็นเพื่อนกัน"
ไบร์ทได้กล่าวแก้ไขความเข้าใจผิด
"ใช่,อย่าได้มาทำลายมิตรภาพของนักรบ!"
อเล็กซานเดอร์เองก็ได้คำรามสวนออกมา
แต่ครั้งนี้อารองไม่กลัวอีกต่อไป
เขาได้มองไปที่ร่างกายอันใหญ่โตมโหฬารของอเล็กซานเดอร์ ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เริ่มเปล่งประกาย
"ไบร์ทสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน!!"
‘ไม่,ที่จริงแล้วมีอยู่คนหนึ่ง’
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้แม้แต่ตัวไบร์ทเองก็ไม่เคยคิดถึงมันเหมือนกัน
"เราเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกได้แน่!"
"เราจะต้องสร้างจักรวรรดิมนุษย์เงือกที่ยิ่งใหญ่ได้แน่นอน!!"
ตอนนี้อารองมั่นใจในเรื่องนี้มาก
ฟุคาโบชิเองก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกัน
แม้แต่จ้าวทะเลก็ยังสามารถทำให้เชื่องได้ ถ้าคนแบบนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกได้แล้วใครจะทำได้?!
"ในเมื่อมีจ้าวทะเลตัวแรกแล้ว.. มันก็จะต้องมีตัวที่สองและตัวที่สาม!"
"เมื่อเวลานั้นมาถึงเราก็จะสามารถจัดตั้งกองทัพจ้าวทะเลขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์!!"
ความคิดของอารองในตอนนี้บ้าคลั่งมาก
"ใครจะหยุดยั้งพวกมันได้? อะไรบนโลกนี้ที่จะหยุดยั้งพวกมันได้?"
‘ไม่ว่าคุณจะตื่นเต้นแค่ไหน แต่ขอบอกเลยว่ามันเป็นไปไม่ได้’
"เป็นไปไม่ได้"
"พวกเราจะเชื่อฟังแค่คำสั่งของราชาเท่านั้น"
อเล็กซานเดอร์กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
"ฉันเข้าใจ"
ไบร์ทหันไปกล่าวอย่างเห็นด้วย
จ้าวทะเลแบบอเล็กซานเดอร์มีอยู่น้อยมาก จ้าวทะเลส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มีความปรารถนาใดๆ พวกเขาเพียงแค่รอคอยการเรียกหาของโพไซดอนอย่างเงียบสงบ ต่อให้จะสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปราบพวกเขาได้
แต่เรื่องนั้นมันไม่ได้สำคัญ เพราะไม่ว่ายังไงโพไซดอนก็อยู่ข้างเขาอยู่แล้ว
ตราบใดที่ชิราโฮชิสามารถเติบโตมาได้อย่างปกติสุข เมื่อพลังของเธอตื่นขึ้นมาจ้าวทะเลทั้งหมดก็ต้องต่อสู้เพื่อเกาะมนุษย์เงือก
พูดถึงเรื่องนี้แล้วเขาไม่รู้ว่าเขาควรปล่อยให้ราชาเนปจูนสอนสั่งชิราโฮชิต่อไปดีหรือเปล่า?
เพราะนิสัยขี้แยในผลงานต้นฉบับของเธอดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่
"ลูกพี่อารองพาอสูรทะเลตัวนั้นกลับไปก่อนเถอะ"
ไบร์ทพูดพร้อมกับชี้ไปที่อสูรทะเลที่กำลังนอนอยู่บนพื้นทะเล เหตุผลที่พวกเขาออกเดินทางมาในครั้งนี้ก็เพื่อจับตัวมัน
ตอนนี้ไบร์ทรู้แล้วว่าที่อเล็กซานเดอร์เปิดฉากโจมตีเขาอย่างกะทันหันก็เพราะเห็นว่าเขาสามารถจัดการกับอสูรทะเลได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้เองไบร์ทจึงได้ถูกยกย่องให้กลายเป็นนักรบมนุษย์เงือกที่แข็งแกร่ง
"แล้วก็อย่าลืมเก็บเรื่องจ้าวทะเลไว้เป็นความลับจากคนอื่นด้วยยกเว้นลูกพี่จินเบ ย้ำอีกครั้งว่าอย่าปล่อยให้มันแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด!"
ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่สามารถปิดไว้ได้นานนัก แต่ก็ควรจะปิดไว้เป็นความลับให้ได้สักพัก
หากรัฐบาลโลกรู้เรื่องนี้เข้าละก็พวกนั้นอาจคิดว่าโพไซดอนตื่นขึ้นแล้วก็ได้ ซึ่งมันจะกลายเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับเกาะมนุษย์เงือก
"เข้าใจแล้ว!"
อารองตอบรับอย่างไม่ลังเล
เพราะเขามั่นใจในตัวไบร์ทมาเสมออยู่แล้ว
หลังจากนั้นอารองและพวกก็ได้พาตัวอสูรทะเลกลับไป
ส่วนไบร์ทยังคงอยู่ต่อและสอนอเล็กซานเดอร์ถึงวิธีการฝึกฮาคิที่ลูกพี่จินเบเคยสอนเขามา
"ว้าว! ดูเหมือนว่ามันจะเป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก!"
หางค้อนของอเล็กซานเดอร์ได้แกว่งไปมาอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้นค้อนที่ปลายหางก็ได้กระแทกลงไปที่พื้นทะเลซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดรูขนาดใหญ่ขึ้นมาบนพื้นทะเล
"ใช่,มันเป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก!"
"ถ้านายเรียนรู้มันได้สำเร็จมันจะทำให้ความแข็งแกร่งของนายพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด ตอนนี้นายเข้าใจมันแล้วใช่ไหมอเล็กซานเดอร์?"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ข้าไม่เข้าใจ"
นักรบแห่งท้องทะเลผู้ภาคภูมิใจคนนี้ได้ตอบออกไปตามตรง
เขาเกือบลืมไปเลยว่าจ้าวทะเลนั้นไม่รู้หนังสือ
ด้วยความสิ้นหวังไบร์ทจึงได้สัญญากับอเล็กซานเดอร์ว่าเขาจะสละเวลามาสอนฮาคิให้อีกฝ่ายทุกวัน
อเล็กซานเดอร์เองก็ได้ตบหน้าอกแล้วบอกกับไบร์ทว่าถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรก็สามารถบอกเขาได้ทุกเมื่อ เพราะเขาจะอยู่ใกล้ๆ เกาะมนุษย์เงือกเสมอ
ก่อนจะกล่าวลากันไบร์ทก็ได้พูดขึ้นมาว่า
"เรามาแข็งแกร่งไปด้วยกันเถอะ.. เพื่อนของฉัน"
หากไบร์ทได้ต่อสู้กับคู่ต่อสู้ระดับอเล็กซานเดอร์ ฮาคิของเขาก็จะถูกฝึกฝนและแข็งแกร่งขึ้นมาได้แน่นอน
"โอ้วววว!!"
"ช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกันบนเส้นทางสู่ความแข็งแกร่ง นี่แหละ..นี่แหละคือมิตรภาพของนักรบ!! ช่างงดงามยิ่งนัก!"
ไบร์ทไม่คิดเลยว่าอเล็กซานเดอร์จะแสดงปฏิกิริยาต่อคำพูดของเขารุนแรงแบบนี้ น้ำเสียงของเขาถึงกับมีการสะอื้นออกมาด้วยซ้ำ
"เรามาแข็งแกร่งไปด้วยกันเถอะสหาย!"
หมัดของไบร์ทได้สัมผัสเข้ากับก้ามยักษ์ของอเล็กซานเดอร์
ดูเหมือนเขาจะได้เพื่อนดีๆ เพิ่มมาอีกคนแล้ว
หลังจากบอกลาอเล็กซานเดอร์ไบร์ทก็กลับมายังป่าแห่งทะเล ทันทีที่มาถึงสนามฝึกลูกพี่จินเบก็รีบวิ่งเข้ามาหาเขาในทันที
"อารองบอกว่านายฝึกจ้าวทะเลสำเร็จงั้นเหรอ?"
จินเบได้กระซิบถามออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ไบร์ทยังคงได้ยินเสียงของความตื่นเต้นที่ไม่อาจระงับได้ของเขา
"ลูกพี่จินเบมันไม่ใช่การฝึก แต่มันคือการสร้างมิตรภาพระหว่างผมกับจ้าวทะเล"
"ฮาคิสังเกตของผมมันตื่นขึ้นมาแล้ว"
ไบร์ทเองก็ได้กระซิบตอบจินเบเช่นกัน
จินเบที่ได้ฟังคำตอบก็ทั้งตกใจและสงสัย แม้ว่าจะเป็นเรื่องดีแต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ไบร์ทถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
"ฮาคิสังเกตนี้มันพิเศษมาก"
"เหตุผลที่ผมสื่อสารกับจ้าวทะเลได้ก็เป็นเพราะฮาคิสังเกตนี้"
ไบร์ทได้กล่าวบอกกับจินเบไปตามตรงโดยไม่ปิดบัง
ทันใดนั้นเองดวงตาของจินเบก็หดแคบลงในทันที
เขาเข้าใจได้ในทันทีว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร
"จะต้องไม่มีใครรู้เกี่ยวกับความลับนี้เพิ่มอีก!"
จินเบได้กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ก่อนหน้านั้นผมอยากจะนัดเจอกับราชาเนปจูน"
มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องทำให้มันชัดเจน
………….
หลังจากนั้นไม่นาน,ไบร์ทก็ได้เข้าไปพบกับราชาเนปจูนในห้องน้ำชาของพระราชวังริวงู
ตอนนี้ไบร์ทเองก็ถือว่ามีอำนาจมากเหมือนกัน เขาเพียงแค่แจ้งล่วงหน้าแล้วมุ่งหน้าตรงเข้ามาในพระราชวังริวงูทันที
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ไบร์ทคุณมาได้ทันเวลาพอดีเลย!"
ราชาเนปจูนได้ยิ้มออกมาด้วยความดีใจทันทีที่ได้พบหน้ากัน
"การสำรวจแร่ได้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ตอนนี้เราได้ค้นพบแหล่งแร่เหล็กขนาดใหญ่ในรอยแยกใต้ทะเลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางทิศตะวันออก!"
"ตอนนี้บริษัทเหมืองแร่เริ่มมีความคืบหน้าไปบ้างแล้ว"
"ดีแล้วล่ะ.."
"แต่วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องคุยกับคุณ"
ไบร์ทพยักหน้ารับเล็กน้อย
ทันใดนั้นสีหน้าของราชาเนปจูนก็เริ่มจริงจังขึ้นมา
"วันนี้ผมได้เป็นเพื่อนกับจ้าวทะเล"
ไบร์ทตรงเข้าเรื่องในทันที
แต่คำพูดของไบร์ทมันทำให้ดวงตาของราชาเนปจูนเบิกกว้าง
มนุษย์เงือกและเงือกนั้นสามารถสื่อสารกับสัตว์ทะเลได้ แต่ไม่ว่าความสามารถในการสื่อสารของคนๆ หนึ่งจะแข็งแกร่งแค่ไหนเขาคนนั้นก็ไม่มีทางสื่อสารกับจ้าวทะเลได้
สิ่งนี้คือกฎเหล็กของเกาะมนุษย์เงือกมาอย่างยาวนานหลายพันปี
"หรือว่าคุณอาจจะเป็น——"
ราชาเนปจูนอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ
เพราะเขาคิดมาตลอดว่าเธอคนนั้นคือลูกสาวของเขา
‘แต่มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ เธอคนนั้นเป็นนางเงือกไม่ใช่หรือไง?’
‘แถมเวลามันก็ไม่ตรงกันด้วย’
"ผมไม่ใช่"
ไบร์ทได้ส่ายหัวปฏิเสธออกมา
"ผมก็แค่มีความสามารถพิเศษนิดหน่อยที่ช่วยในการสื่อสาร ผมรู้มาจากเพื่อนจ้าวทะเลว่าราชาตัวจริงของพวกเขา ตอนนี้กำลังอยู่บนเกาะมนุษย์เงือก.."
"ราชาคนนี้เกิดขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อน"
ไบร์ทได้กล่าวเสริมออกมาอย่างใจเย็น
ราชาเนปจูนก็เงียบไปทันที
ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าไบร์ทรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว
“เฮ้อออ!”
"เธอคือชิราโฮชิเองล่ะ"
ราชาเนปจูนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกแล้วตอบออกไปตามตรง
คำตอบที่ได้รับทำให้ไบร์ทยิ้ม
เมื่อราชาเนปจูนเลือกที่จะบอกความจริง มันหมายความว่าเขาไว้ใจไบร์ทจริงๆ
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็ซื่อสัตย์ต่อกัน
"เอาล่ะ,ราชาเนปจูนเรามาคุยกันเรื่องเจ้าหญิงชิราโฮชิกันดีกว่า"
ไม่มีใครรู้ว่าไบร์ทและราชาเนปจูนกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่
หลังจากที่ไบร์ทออกมาจากพระราชวังริวงู ชีวิตของเขาก็ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติฝึกฝนและจับอสูรทะเล แต่ตอนนี้เขามีภารกิจเพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง นั่นคือการช่วยอเล็กซานเดอร์ฝึกฝนฮาคิให้สำเร็จ
ในช่วงเวลานี้ไบร์ทก็ได้ไปถามเชอร์รี่ว่าเธอรู้เรื่องอเล็กซานเดอร์มานานแล้วหรือยัง แต่เชอร์รี่ก็ทำเพียงแค่ยิ้มและไม่ได้พูดอะไรออกมา
………….
วันเวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ เพียงพริบตาวันเวลาก็ผ่านไปกว่าหนึ่งอาทิตย์แล้ว
ในช่วงนี้การฝึกฝนฮาคิของอเล็กซานเดอร์ไม่ได้มีความคืบหน้ามากนัก แต่เขากับไบร์ทต่างก็จับอสูรทะเลมาได้หลายตัวมันทำให้จำนวนอสูรทะเลของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มขึ้นมาเป็น 11 ตัวซึ่งเกินจากที่คิดไว้ตอนแรกมาหนึ่งตัว
ไบร์ทได้หารือกับจินเบว่าจะใช้อสูรทะเลตัวนี้เป็นรางวัล
เนื่องจากการฝึกขั้นพื้นฐานได้สิ้นสุดลงแล้ว เหล่าอันธพาลในตอนแรกจึงดูเหมือนทหารขึ้นมาไม่น้อย และในที่สุดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองก็เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ
เขาควรจะต้องมอบขวัญกำลังใจให้กับเหล่าทหารที่เฝ้ารอมาอย่างยาวนานจริงไหม? แล้วอสูรทะเลตัวนี้ที่เหลืออยู่ก็ค่อนข้างเหมะสมทีเดียว
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย