เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่45:เรื่องดี (ฟรี)

บทที่45:เรื่องดี (ฟรี)

บทที่45:เรื่องดี (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 45 เรื่องดี

เมื่อราชินีโอโตฮิเมะกระดูกหักในอ้อมกอดอันอบอุ่นของลูกชายคนโต

เหล่านางเงือกก็รีบไปเรียกหมอมาด้วยความร้อนรน

โชคดีที่ผู้คนบนเกาะมนุษย์เงือกต่างก็รู้โดยทั่วกันว่าราชินีโอโตฮิเมะมีร่างกายที่บอบบางมาก ไม่อย่างงั้นได้มีคนไปแจ้งกองทัพเนปจูนว่ามีคนพยายามลอบปลงพระชนม์ราชินีโอโตฮิเมะแน่

ไบร์ทกำลังมองไปที่ฟุคาโบชิซึ่งกำลังแบกแม่ของเขากลับพระราชวังริวงูด้วยความเหนื่อยใจ

"ไม่ต้องห่วงหรอกฟุคาโบชิ แม่สบายดี!"

"ท่านแม่ได้โปรดอย่าขยับ มิฉะนั้นอาการบาดเจ็บจะแย่ลง"

"ก็บอกว่าสบายดีไงถ้าไม่เชื่อละก็ดูนี้- อ๊า!"

"ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าขยับ?"

ดวงตาของไบร์ทเต็มไปด้วยความสงสัย

‘ราชาเนปจูนคุณใช้ชีวิตแต่งงานยังไง?’

"ถึงแม้ว่าราชินีโอโตฮิเมะจะบอบบางมาก แต่เธอก็เป็นคนที่น่าสนใจมากเลยนะว่าไหม?"

เหล่านางเงือกต่างหันมาพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น

"ใช่,ราชินีทั้งใจดีแล้วก็อ่อนโยนแถมเธอก็ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งแบบราชวงศ์เลยสักนิด"

"เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว,ราชินีโอโตฮิเมะก็เป็นนางเงือกธรรมดาทั่วไปเหมือนเราก่อนที่จะแต่งงานกับราชาเนปจูน"

"ไม่หรอก,ราชินีโอโตฮิเมะเป็นคนพิเศษมาตั้งแต่แรกแล้ว"

ไบร์ทได้กล่าวขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ

แม้แต่ก่อนที่เขาจะเกิดราชินีโอโตฮิเมะก็เริ่มกล่าวคำปราศรัยพวกนั้นแล้ว ในตอนนั้นเธอยังเป็นเพียงแค่วัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น

ผู้หญิงคนนี้กังวลเกี่ยวกับเด็กคนอื่นๆ ตั้งแต่ที่ตัวเธอเองยังเป็นเด็ก

"ในเมื่อเราไม่สามารถกลายเป็นแบบราชินีโอโตฮิเมะได้.."

"ทำไมเราไม่พยายามให้มากขึ้นเพื่อเป็นภรรยาของผู้บัญชาการดูล่ะ?"

เหล่านางเงือกได้กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

คำพูดของพวกเธอมันทำให้ไบร์ทชะงัก

ทุกคนบนเกาะมนุษย์เงือกต่างรู้ดีว่าบนเกาะนี้มีผู้บัญชาการอยู่เพียงคนเดียว

"จริงด้วย,ตอนนี้ไบร์ทก็มีอำนาจมากจนแม้แต่เจ้าชายก็ยังยอมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาแถมราชินีก็ต้องมาขอร้องไบร์ทด้วยตัวเอง! มันคงจะดีไม่น้อยเลยถ้าฉันได้แต่งงานกับเขา"

"ปัง!,เก็บข้าวของแล้วเตรียมตัวกลับบ้านได้แล้ว!"

เชอร์รี่ปิดหนังสือในมือและกล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิด

"โอ้ว,เชอร์รี่โกรธใหญ่แล้ว"

เหล่านางเงือกยังคงทำตัวน่าหงุดหงิดเหมือนเดิม

หลังจากนั้นเมื่อนางเงือกทั้งหมดออกไป ในร้านก็เหลือเพียงแค่ไบร์ทกับเชอร์รี่

เชอร์รี่ได้ชงกาแฟมาให้ไบร์ทตามปกติ

"ทำแบบนั้นไปมันจะไม่เป็นไรใช่ไหม?"

เชอร์รี่ใช้มือขวาที่เรียวยาวประคองใบหน้าอันงดงามของเธอ แสงไฟที่ลอดผ่านเป็นครั้งคราวมันทำให้ความงามของเธอดูลึกลับอย่างน่าประหลาด

"มันก็ไม่ได้ดีหรือแย่อะไร,แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง มันทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับพระราชวังริวงูแน่นแฟ้นขึ้น"

ไบร์ทยกกาแฟขึ้นมาจิบ

ราชาเนปจูนเป็นคนดีมากตัวไบร์ทมั่นใจในเรื่องนี้

แล้วในอนาคตทุกอย่างจะยังเหมือนเดิมไหม?

พวกเขาจะยังคงใกล้ชิดกันแบบนี้อยู่หรือเปล่า?

แม้แต่ตัวไบร์ทเองก็ไม่สามารถรับประกันเรื่องนี้ได้

แต่อย่างน้อยการมีอยู่ของฟุคาโบชิก็อาจช่วยเพิ่มเขตกันชนระหว่างพวกเขาได้

"ไบร์ทนายฉลาดขึ้นเยอะเลยนะ"

ในขณะที่พูดเชอร์รี่ก็ได้ยกมุมปากของเธอขึ้นมาเล็กน้อย

"อย่ามาทำเหมือนกับว่าฉันโง่มาตลอดอย่างงั้นนะ!"

ไบร์ทกล่าวทวงออกมาด้วยความไม่พอใจ

"แต่ก่อนเวลานายเจอเรื่องอะไรก็จะเอาแต่พูดว่า 'เชอร์รี่เราควรทำยังไงต่อ' หรือไม่ก็ 'เชอร์รี่คิดออกแล้วหรือยัง' นายเอาแต่เรียก เชอร์รี่.. เชอร์รี่อยู่ได้ ซึ่งมันน่ารำคาญมากนะรู้ไหม"

เชอร์รี่ยกนิ้วขึ้นมาห้ามไบร์ทแล้วกล่าวระบายออกมา

“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ”

ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ถึงแม้ตอนเด็กไบร์ทจะชอบไปเที่ยวเล่นกับพวกลูกพี่ของเขา แต่ด้วยวัยที่ต่างกันทำให้เขามักจะไปเล่นกับเชอร์รี่บ่อยกว่า

ทุกครั้งที่เจอปัญหาพวกเขาก็จะช่วยกันแก้ไขปัญหา โดยที่เชอร์รี่จะใช้สมองของเธอส่วนไบร์ทก็จะใช้หมัดของเขา

มาดามเชอร์รี่คนนี้ฉลาดมาตั้งแต่เด็กแล้ว

"เพราะว่าเป็นเธอไงเชอร์รี่.."

"ฉันรู้ดีว่าเธอเป็นคนที่ไว้ใจได้และพึ่งพาได้เสมอเชอร์รี่"

คำพูดของไบร์ทมันทำให้แก้มของเชอร์รี่แดงขึ้นมาในทันที

"ตาทึ่ม.."

"ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วคืนนี้อยากจะนอนพักที่นี่ไหม?"

เชอร์รี่แกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"เป็นพระคุณอย่างยิ่ง!"

"สองวันมานี้ฉันยุ่งมากจนเบื่อที่จะเดินทางไปกลับไกลๆ แล้ว"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความเบื่อหน่าย

"ยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ใช่,ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝึก เรื่องจับอสูรทะเล แถมตอนนี้ยังต้องมาตามหาจ้าวทะเลที่ดุร้ายซึ่งมักจะมาวนเวียนอยู่แถวเกาะมนุษย์เงือกเพื่อไล่มันออกไปก่อนที่มันจะมาสร้างปัญหา"

ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

"จ้าวทะเล?"

"บางทีมันอาจจะมีเรื่องดีที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นก็ได้นะ"

ในตอนนั้นเองมุมปากของเชอร์รี่ก็ได้ยกขึ้นมาอย่างกะทันหัน

"ฮืม?"

แม้จะสงสัยแต่ไบร์ทก็ไม่ได้ถามออกไปว่าเธอไปเห็นอนาคตแบบไหนมา

…………

วันรุ่งขึ้น,หลังทานมื้อเช้าเสร็จไบร์ทก็ตรงไปยังสนามฝึกทันที

เมื่อมาถึงเหล่าทหารก็เริ่มฝึกกันอย่างกระตือรือร้นแล้ว

แม้แต่น้องใหม่เองก็มาถึงแล้วเช่นกัน

"อรุณสวัสดิ์ครับลูกพี่ไบร์ท!"

ฟุคาโบชิผู้ซึ่งมาที่นี่แต่เช้าได้กล่าวทักทายไบร์ทด้วยท่าที่ขึงขึง

"อรุณสวัสดิ์,ราชินีไม่เป็นไรใช่ไหม?"

ไบร์ทถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

"ตอนนี้ท่านแม่ไม่เป็นไรแล้วครับ"

"ที่จริงแล้วท่านแม่มีความสามารถในการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งมาก"

ฟุคาโบชิได้กล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรต่อไบร์ทก็ทำได้เพียงยกมือขึ้นมาตบไหล่ฟุคาโบชิ

"ไบร์ท,เด็กนี้มันอะไร?"

"นายจะปล่อยให้เขาเข้าร่วมกับเรางั้นหรอ?"

อารองได้เดินเข้ามาหาด้วยความไม่พอใจ

"ใช่"

"นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฟุคาโบชิคือสมาชิกของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ผมขอฝากเขาไว้กับคุณด้วยนะลูกพี่อารอง"

ไบร์ทตอบออกไปตามความเป็นจริง

อารองเองก็ดูไม่ความสุขสุดๆ ตัวเขาไม่เคยมีทัศนคติที่ดีต่อพระราชวังริวงูอยู่แล้ว

แต่ในเมื่อไบร์ทพูดมาแบบนี้ เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เขารู้มานานแล้วว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของไบร์ทได้

"ทำตัวให้ดีล่ะไอ้หนู!"

"อย่าให้ฉันรู้ว่านายมีความคิดที่ไม่เข้าท่า!"

อารองทำได้เพียงแค่หันไปพูดกับฟุคาโบชิอย่างเย็นชา

"เข้าใจแล้วครับ!"

ฟุคาโบชิไม่รู้จักอารองเขาแค่คิดว่าว่าอารองคงไม่ชอบคนที่ใช้เส้นสาย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ของเขาให้ดีและยืดอกรับด้วยความจริงจัง

ไบร์ทพยักหน้ากับตัวเองอยู่เงียบๆ

แม้ไบร์ทจะบอกว่าฟุคาโบชิจะได้รับการปฏิบัติที่เหมือนกับทหารทุกคน

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้

เพราะว่าตัวตนของเขามันละเอียดอ่อนเกินไป

‘ปล่อยให้เขาตามฉันมาจับอสูรทะเลก่อนแล้วกัน’

‘ถ้าฟุคาโบชิฝึกเบื้องต้นเสร็จก็ค่อยลองปล่อยให้เขากับลูกพี่อารองฝึกแบบเข้มข้นในภายหลัง เพื่อตรวจสอบดูว่าเด็กคนนี้จะแข็งแกร่งขึ้นได้ไหม’

‘ลูกชายของราชาเนปจูนแห่งเกาะมนุษย์เงือกก็ควรจะมีพรสวรรค์อยู่บ้างละมั้ง?’

การฝึกในช่วงเช้าดำเนินไปตามปกติ

ฟุคาโบชิรู้สึกอิจฉาอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นเหล่าทหารที่กำลังฝึกกันอย่างกระตือรือร้นในสนามฝึก เขาอดไม่ได้ที่หันไปถามอารองที่กำลังหลับตาพักผ่อนอยู่ว่า

"ลูกพี่อารอง,พวกเราจะทำแค่นั่งดูอยู่เฉยๆ งั้นหรอ?"

"ถ้าเบื่อก็เอาพวกนี้ไปจัดการซะ"

พูดจบอารองก็ได้โยนเอกสารให้กับฟุคาโบชิมากองหนึ่ง

เมื่อฟุคาโบชิรับมาเขาก็เห็นว่ามันเป็นเอกสารทางการเงิน

จริงๆ แล้วในแต่ละวันอารองไม่ได้ทำอะไรเลย

เนื่องจากงานด้านการเงินในตอนนี้มันก็เป็นเพียงแค่การจดบันทึกข้อมูล

ไบร์ทเองก็ไม่ค่อยมั่นใจในตัวอารองผู้โลภมากนักหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาขาดคนและไม่อยากให้อารองไกลหูไกลตาเขาก็คงไม่มอบหมายงานนี้ให้

แม้ว่าอารองจะเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้ แต่ไบร์ทก็จะคอยตรวจสอบอยู่เป็นประจำทุกวันเพื่อไม่ให้อารองได้มีโอกาสยักยอก

แม้ว่าตอนนี้กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองจะไม่ได้มีธุรกรรมทางการเงินมากนัก และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็ถูกใช้ไปกับการจ้างวานให้ผู้คนออกค้นหาอสูรทะเล แต่อารองชายผู้ไร้การศึกษาเองก็เริ่มเบื่อหน่ายงานนี้และไม่ชอบงานนี้ที่เขาเฝ้ารออีกต่อไป

"เข้าใจแล้วครับ!"

ฟุคาโบชิมีความสุขมากที่เขาได้รับมอบหมายงานที่สำคัญแบบนี้

ฟุคาโบชิที่เกิดมาในราชวงศ์ดังนั้นเขาย่อมมีการศึกษามากกว่าอารอง และตัวเขาก็เก่งในการจัดระเบียบข้อมูลง่ายๆ อยู่แล้ว

อารองแอบพยักหน้าด้วยความพอใจ ดูเหมือนว่าวิสัยทัศน์ของไบร์ทจะดีมากจริงๆ

ตอนนี้มันทำให้เขาสามารถขี้เกียจได้อย่างเปิดเผย

เมื่อฟุคาโบชินั่งจัดระเบียบข้อมูลการเงินมาประมาณครึ่งเช้าจู่ๆ อารองก็ได้เข้ามาขัดจังหวะเขาอย่างกะทันหัน

"ไอ้หนูหยุดก่อน.. ได้เวลาที่เราต้องไปกันแล้ว"

"ไปไหนครับ?"

ฟุคาโบชิเงยหน้าขึ้นมามองอารองด้วยความสับสน

"ไปจับอสูรทะเล!"

อารองตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มกว้าง

"คุณพูดจริงงั้นหรอ?!"

ฟุคาโบชิเองก็ตื่นเต้นขึ้นมาในทันที เรื่องนี้น่าสนใจกว่าการจัดระเบียบข้อมูลตรงหน้ามาก

"ลูกพี่อารองแล้วผมต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?"

"เตรียมตัว?"

"อย่างนายเตรียมตัวรับความหวาดกลัวให้ได้ก็พอแล้ว!"

อารองที่ได้ยินคำพูดของฟุคาโบชิก็ได้ยิ้มเยาะออกมาทันที

ฟุคาโบชิเข้าใจอย่างรวดเร็วว่าอารองกำลังหมายถึงอะไร

เพราะหลังจากที่เขาตามอารองออกไปเขาก็ได้พบกับฉากที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน

อสูรทะเลยักษ์ตัวหนึ่งกำลังถูกชายคนหนึ่งยกร่างของมันฟาดไปฟาดมาอยู่บนพื้นทะเลราวกับของเล่น

"ดูไว้ไอ้หนู,นี่แหละคือพลังของไบร์ท!"

อารองยิ้มออกมาด้วยความภูมิใจราวกับผู้ชนะ

ฟุคาโบชิไม่ได้สนใจคำพูดหรือท่าทีของอารองแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เขากำลังช็อคถึงขีดสุด

"เหลือเชื่อ.. ลูกพี่ไบร์ทน่าเหลือเชื่อมาก! ถ้าเป็นเขาต้องปกป้องเกาะมนุษย์เงือกได้แน่!!"

ฟุคาโบชิกำหมัดของเขาเอาไว้แน่น

‘คิดไม่ผิดจริงๆ ผู้ชายคนนี้คือคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกได้!’

"ฮืม? นั่นมันอะไร?"

ในตอนนั้นเองมนุษย์เงือกที่ค้นพบอสูรทะเลในครั้งนี้ก็ได้เงยหน้าขึ้นไปมองทะเลเบื้องบนด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาสังเกตเห็นว่ามีเงาดำกำลังเข้าปกคลุมพื้นทะเลนี้

"ฮืม?"

ไบร์ทเองก็รู้สึกได้ว่ามีสัตว์ประหลาดยักษ์ตนหนึ่งกำลังเข้ามาใกล้ เมื่อรู้แบบนั้นเขาจึงตัดสินใจโยนอสูรทะเลในมือออกไปด้านข้างและเงยหน้าขึ้นไปมองข้างบน

"ชู่มมมม!!"

น้ำทะเลระเบิดออกพร้อมค้อนยักษ์ที่ล่วงหล่นลงมา

ทันใดนั้นสายฟ้าก็ได้เปล่งประกายขึ้นมาบนร่างของไบร์ท ก่อนที่เขาจะฉีกตัวหลบออกไปอีกด้านหนึ่ง

ค้อนยักษ์ได้อัดกระแทกลงพื้นทะเลอย่างรุนแรงจนพื้นทะเลแตกกระจาย รอยแตกร้าวขยายตัวออกราวกับใยแมงมุมกินรัศมีหลายร้อยเมตร

"เฮ้,เป็นเพราะฉันอยากเจอแกหรือเปล่า.. แกถึงได้มาหาฉันถึงที่แบบนี้?"

ไบร์ทได้เงยหน้าขึ้นไปมองสัตว์ประหลาดยักษ์ที่กำลังลงมาจากทะเลเบื้องบน

"กรรรร!!"

เมื่อมาถึงสัตว์ประหลาดยักษ์ก็ได้ร้องคำรามออกมาด้วยความดุร้าย แค่การทิ้งตัวลงมาของมันเพียงอย่างเดียวก็ทำให้ท้องทะเลปั่นป่วนจนฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วแล้ว

สัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้มีก้ามยักษ์สี่ข้าง และค้อนยักษ์บนหางเองก็กำลังหดกลับไปอย่างช้าๆ โดยมันมีส่วนหัวที่น่าเกลียดน่ากลัวซึ่งดูเหมือนกับกิ้งก่า

ไม่ทันไรมันก็พุ่งเข้าใส่ไบร์ทในทันที

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

วันพีช : ระบบครอบครองวิญญาณในโลกโจรสลัด(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่45:เรื่องดี (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว