- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่45:เรื่องดี (ฟรี)
บทที่45:เรื่องดี (ฟรี)
บทที่45:เรื่องดี (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 45 เรื่องดี
เมื่อราชินีโอโตฮิเมะกระดูกหักในอ้อมกอดอันอบอุ่นของลูกชายคนโต
เหล่านางเงือกก็รีบไปเรียกหมอมาด้วยความร้อนรน
โชคดีที่ผู้คนบนเกาะมนุษย์เงือกต่างก็รู้โดยทั่วกันว่าราชินีโอโตฮิเมะมีร่างกายที่บอบบางมาก ไม่อย่างงั้นได้มีคนไปแจ้งกองทัพเนปจูนว่ามีคนพยายามลอบปลงพระชนม์ราชินีโอโตฮิเมะแน่
ไบร์ทกำลังมองไปที่ฟุคาโบชิซึ่งกำลังแบกแม่ของเขากลับพระราชวังริวงูด้วยความเหนื่อยใจ
"ไม่ต้องห่วงหรอกฟุคาโบชิ แม่สบายดี!"
"ท่านแม่ได้โปรดอย่าขยับ มิฉะนั้นอาการบาดเจ็บจะแย่ลง"
"ก็บอกว่าสบายดีไงถ้าไม่เชื่อละก็ดูนี้- อ๊า!"
"ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าขยับ?"
ดวงตาของไบร์ทเต็มไปด้วยความสงสัย
‘ราชาเนปจูนคุณใช้ชีวิตแต่งงานยังไง?’
"ถึงแม้ว่าราชินีโอโตฮิเมะจะบอบบางมาก แต่เธอก็เป็นคนที่น่าสนใจมากเลยนะว่าไหม?"
เหล่านางเงือกต่างหันมาพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น
"ใช่,ราชินีทั้งใจดีแล้วก็อ่อนโยนแถมเธอก็ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งแบบราชวงศ์เลยสักนิด"
"เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว,ราชินีโอโตฮิเมะก็เป็นนางเงือกธรรมดาทั่วไปเหมือนเราก่อนที่จะแต่งงานกับราชาเนปจูน"
"ไม่หรอก,ราชินีโอโตฮิเมะเป็นคนพิเศษมาตั้งแต่แรกแล้ว"
ไบร์ทได้กล่าวขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ
แม้แต่ก่อนที่เขาจะเกิดราชินีโอโตฮิเมะก็เริ่มกล่าวคำปราศรัยพวกนั้นแล้ว ในตอนนั้นเธอยังเป็นเพียงแค่วัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น
ผู้หญิงคนนี้กังวลเกี่ยวกับเด็กคนอื่นๆ ตั้งแต่ที่ตัวเธอเองยังเป็นเด็ก
"ในเมื่อเราไม่สามารถกลายเป็นแบบราชินีโอโตฮิเมะได้.."
"ทำไมเราไม่พยายามให้มากขึ้นเพื่อเป็นภรรยาของผู้บัญชาการดูล่ะ?"
เหล่านางเงือกได้กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
คำพูดของพวกเธอมันทำให้ไบร์ทชะงัก
ทุกคนบนเกาะมนุษย์เงือกต่างรู้ดีว่าบนเกาะนี้มีผู้บัญชาการอยู่เพียงคนเดียว
"จริงด้วย,ตอนนี้ไบร์ทก็มีอำนาจมากจนแม้แต่เจ้าชายก็ยังยอมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาแถมราชินีก็ต้องมาขอร้องไบร์ทด้วยตัวเอง! มันคงจะดีไม่น้อยเลยถ้าฉันได้แต่งงานกับเขา"
"ปัง!,เก็บข้าวของแล้วเตรียมตัวกลับบ้านได้แล้ว!"
เชอร์รี่ปิดหนังสือในมือและกล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิด
"โอ้ว,เชอร์รี่โกรธใหญ่แล้ว"
เหล่านางเงือกยังคงทำตัวน่าหงุดหงิดเหมือนเดิม
หลังจากนั้นเมื่อนางเงือกทั้งหมดออกไป ในร้านก็เหลือเพียงแค่ไบร์ทกับเชอร์รี่
เชอร์รี่ได้ชงกาแฟมาให้ไบร์ทตามปกติ
"ทำแบบนั้นไปมันจะไม่เป็นไรใช่ไหม?"
เชอร์รี่ใช้มือขวาที่เรียวยาวประคองใบหน้าอันงดงามของเธอ แสงไฟที่ลอดผ่านเป็นครั้งคราวมันทำให้ความงามของเธอดูลึกลับอย่างน่าประหลาด
"มันก็ไม่ได้ดีหรือแย่อะไร,แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง มันทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับพระราชวังริวงูแน่นแฟ้นขึ้น"
ไบร์ทยกกาแฟขึ้นมาจิบ
ราชาเนปจูนเป็นคนดีมากตัวไบร์ทมั่นใจในเรื่องนี้
แล้วในอนาคตทุกอย่างจะยังเหมือนเดิมไหม?
พวกเขาจะยังคงใกล้ชิดกันแบบนี้อยู่หรือเปล่า?
แม้แต่ตัวไบร์ทเองก็ไม่สามารถรับประกันเรื่องนี้ได้
แต่อย่างน้อยการมีอยู่ของฟุคาโบชิก็อาจช่วยเพิ่มเขตกันชนระหว่างพวกเขาได้
"ไบร์ทนายฉลาดขึ้นเยอะเลยนะ"
ในขณะที่พูดเชอร์รี่ก็ได้ยกมุมปากของเธอขึ้นมาเล็กน้อย
"อย่ามาทำเหมือนกับว่าฉันโง่มาตลอดอย่างงั้นนะ!"
ไบร์ทกล่าวทวงออกมาด้วยความไม่พอใจ
"แต่ก่อนเวลานายเจอเรื่องอะไรก็จะเอาแต่พูดว่า 'เชอร์รี่เราควรทำยังไงต่อ' หรือไม่ก็ 'เชอร์รี่คิดออกแล้วหรือยัง' นายเอาแต่เรียก เชอร์รี่.. เชอร์รี่อยู่ได้ ซึ่งมันน่ารำคาญมากนะรู้ไหม"
เชอร์รี่ยกนิ้วขึ้นมาห้ามไบร์ทแล้วกล่าวระบายออกมา
“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ”
ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ถึงแม้ตอนเด็กไบร์ทจะชอบไปเที่ยวเล่นกับพวกลูกพี่ของเขา แต่ด้วยวัยที่ต่างกันทำให้เขามักจะไปเล่นกับเชอร์รี่บ่อยกว่า
ทุกครั้งที่เจอปัญหาพวกเขาก็จะช่วยกันแก้ไขปัญหา โดยที่เชอร์รี่จะใช้สมองของเธอส่วนไบร์ทก็จะใช้หมัดของเขา
มาดามเชอร์รี่คนนี้ฉลาดมาตั้งแต่เด็กแล้ว
"เพราะว่าเป็นเธอไงเชอร์รี่.."
"ฉันรู้ดีว่าเธอเป็นคนที่ไว้ใจได้และพึ่งพาได้เสมอเชอร์รี่"
คำพูดของไบร์ทมันทำให้แก้มของเชอร์รี่แดงขึ้นมาในทันที
"ตาทึ่ม.."
"ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วคืนนี้อยากจะนอนพักที่นี่ไหม?"
เชอร์รี่แกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เป็นพระคุณอย่างยิ่ง!"
"สองวันมานี้ฉันยุ่งมากจนเบื่อที่จะเดินทางไปกลับไกลๆ แล้ว"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
"ยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ใช่,ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝึก เรื่องจับอสูรทะเล แถมตอนนี้ยังต้องมาตามหาจ้าวทะเลที่ดุร้ายซึ่งมักจะมาวนเวียนอยู่แถวเกาะมนุษย์เงือกเพื่อไล่มันออกไปก่อนที่มันจะมาสร้างปัญหา"
ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
"จ้าวทะเล?"
"บางทีมันอาจจะมีเรื่องดีที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นก็ได้นะ"
ในตอนนั้นเองมุมปากของเชอร์รี่ก็ได้ยกขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ฮืม?"
แม้จะสงสัยแต่ไบร์ทก็ไม่ได้ถามออกไปว่าเธอไปเห็นอนาคตแบบไหนมา
…………
วันรุ่งขึ้น,หลังทานมื้อเช้าเสร็จไบร์ทก็ตรงไปยังสนามฝึกทันที
เมื่อมาถึงเหล่าทหารก็เริ่มฝึกกันอย่างกระตือรือร้นแล้ว
แม้แต่น้องใหม่เองก็มาถึงแล้วเช่นกัน
"อรุณสวัสดิ์ครับลูกพี่ไบร์ท!"
ฟุคาโบชิผู้ซึ่งมาที่นี่แต่เช้าได้กล่าวทักทายไบร์ทด้วยท่าที่ขึงขึง
"อรุณสวัสดิ์,ราชินีไม่เป็นไรใช่ไหม?"
ไบร์ทถามออกมาด้วยความเป็นห่วง
"ตอนนี้ท่านแม่ไม่เป็นไรแล้วครับ"
"ที่จริงแล้วท่านแม่มีความสามารถในการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งมาก"
ฟุคาโบชิได้กล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรต่อไบร์ทก็ทำได้เพียงยกมือขึ้นมาตบไหล่ฟุคาโบชิ
"ไบร์ท,เด็กนี้มันอะไร?"
"นายจะปล่อยให้เขาเข้าร่วมกับเรางั้นหรอ?"
อารองได้เดินเข้ามาหาด้วยความไม่พอใจ
"ใช่"
"นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฟุคาโบชิคือสมาชิกของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ผมขอฝากเขาไว้กับคุณด้วยนะลูกพี่อารอง"
ไบร์ทตอบออกไปตามความเป็นจริง
อารองเองก็ดูไม่ความสุขสุดๆ ตัวเขาไม่เคยมีทัศนคติที่ดีต่อพระราชวังริวงูอยู่แล้ว
แต่ในเมื่อไบร์ทพูดมาแบบนี้ เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เขารู้มานานแล้วว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของไบร์ทได้
"ทำตัวให้ดีล่ะไอ้หนู!"
"อย่าให้ฉันรู้ว่านายมีความคิดที่ไม่เข้าท่า!"
อารองทำได้เพียงแค่หันไปพูดกับฟุคาโบชิอย่างเย็นชา
"เข้าใจแล้วครับ!"
ฟุคาโบชิไม่รู้จักอารองเขาแค่คิดว่าว่าอารองคงไม่ชอบคนที่ใช้เส้นสาย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ของเขาให้ดีและยืดอกรับด้วยความจริงจัง
ไบร์ทพยักหน้ากับตัวเองอยู่เงียบๆ
แม้ไบร์ทจะบอกว่าฟุคาโบชิจะได้รับการปฏิบัติที่เหมือนกับทหารทุกคน
แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้
เพราะว่าตัวตนของเขามันละเอียดอ่อนเกินไป
‘ปล่อยให้เขาตามฉันมาจับอสูรทะเลก่อนแล้วกัน’
‘ถ้าฟุคาโบชิฝึกเบื้องต้นเสร็จก็ค่อยลองปล่อยให้เขากับลูกพี่อารองฝึกแบบเข้มข้นในภายหลัง เพื่อตรวจสอบดูว่าเด็กคนนี้จะแข็งแกร่งขึ้นได้ไหม’
‘ลูกชายของราชาเนปจูนแห่งเกาะมนุษย์เงือกก็ควรจะมีพรสวรรค์อยู่บ้างละมั้ง?’
การฝึกในช่วงเช้าดำเนินไปตามปกติ
ฟุคาโบชิรู้สึกอิจฉาอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นเหล่าทหารที่กำลังฝึกกันอย่างกระตือรือร้นในสนามฝึก เขาอดไม่ได้ที่หันไปถามอารองที่กำลังหลับตาพักผ่อนอยู่ว่า
"ลูกพี่อารอง,พวกเราจะทำแค่นั่งดูอยู่เฉยๆ งั้นหรอ?"
"ถ้าเบื่อก็เอาพวกนี้ไปจัดการซะ"
พูดจบอารองก็ได้โยนเอกสารให้กับฟุคาโบชิมากองหนึ่ง
เมื่อฟุคาโบชิรับมาเขาก็เห็นว่ามันเป็นเอกสารทางการเงิน
จริงๆ แล้วในแต่ละวันอารองไม่ได้ทำอะไรเลย
เนื่องจากงานด้านการเงินในตอนนี้มันก็เป็นเพียงแค่การจดบันทึกข้อมูล
ไบร์ทเองก็ไม่ค่อยมั่นใจในตัวอารองผู้โลภมากนักหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาขาดคนและไม่อยากให้อารองไกลหูไกลตาเขาก็คงไม่มอบหมายงานนี้ให้
แม้ว่าอารองจะเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้ แต่ไบร์ทก็จะคอยตรวจสอบอยู่เป็นประจำทุกวันเพื่อไม่ให้อารองได้มีโอกาสยักยอก
แม้ว่าตอนนี้กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองจะไม่ได้มีธุรกรรมทางการเงินมากนัก และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็ถูกใช้ไปกับการจ้างวานให้ผู้คนออกค้นหาอสูรทะเล แต่อารองชายผู้ไร้การศึกษาเองก็เริ่มเบื่อหน่ายงานนี้และไม่ชอบงานนี้ที่เขาเฝ้ารออีกต่อไป
"เข้าใจแล้วครับ!"
ฟุคาโบชิมีความสุขมากที่เขาได้รับมอบหมายงานที่สำคัญแบบนี้
ฟุคาโบชิที่เกิดมาในราชวงศ์ดังนั้นเขาย่อมมีการศึกษามากกว่าอารอง และตัวเขาก็เก่งในการจัดระเบียบข้อมูลง่ายๆ อยู่แล้ว
อารองแอบพยักหน้าด้วยความพอใจ ดูเหมือนว่าวิสัยทัศน์ของไบร์ทจะดีมากจริงๆ
ตอนนี้มันทำให้เขาสามารถขี้เกียจได้อย่างเปิดเผย
เมื่อฟุคาโบชินั่งจัดระเบียบข้อมูลการเงินมาประมาณครึ่งเช้าจู่ๆ อารองก็ได้เข้ามาขัดจังหวะเขาอย่างกะทันหัน
"ไอ้หนูหยุดก่อน.. ได้เวลาที่เราต้องไปกันแล้ว"
"ไปไหนครับ?"
ฟุคาโบชิเงยหน้าขึ้นมามองอารองด้วยความสับสน
"ไปจับอสูรทะเล!"
อารองตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มกว้าง
"คุณพูดจริงงั้นหรอ?!"
ฟุคาโบชิเองก็ตื่นเต้นขึ้นมาในทันที เรื่องนี้น่าสนใจกว่าการจัดระเบียบข้อมูลตรงหน้ามาก
"ลูกพี่อารองแล้วผมต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?"
"เตรียมตัว?"
"อย่างนายเตรียมตัวรับความหวาดกลัวให้ได้ก็พอแล้ว!"
อารองที่ได้ยินคำพูดของฟุคาโบชิก็ได้ยิ้มเยาะออกมาทันที
ฟุคาโบชิเข้าใจอย่างรวดเร็วว่าอารองกำลังหมายถึงอะไร
เพราะหลังจากที่เขาตามอารองออกไปเขาก็ได้พบกับฉากที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน
อสูรทะเลยักษ์ตัวหนึ่งกำลังถูกชายคนหนึ่งยกร่างของมันฟาดไปฟาดมาอยู่บนพื้นทะเลราวกับของเล่น
"ดูไว้ไอ้หนู,นี่แหละคือพลังของไบร์ท!"
อารองยิ้มออกมาด้วยความภูมิใจราวกับผู้ชนะ
ฟุคาโบชิไม่ได้สนใจคำพูดหรือท่าทีของอารองแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เขากำลังช็อคถึงขีดสุด
"เหลือเชื่อ.. ลูกพี่ไบร์ทน่าเหลือเชื่อมาก! ถ้าเป็นเขาต้องปกป้องเกาะมนุษย์เงือกได้แน่!!"
ฟุคาโบชิกำหมัดของเขาเอาไว้แน่น
‘คิดไม่ผิดจริงๆ ผู้ชายคนนี้คือคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกได้!’
"ฮืม? นั่นมันอะไร?"
ในตอนนั้นเองมนุษย์เงือกที่ค้นพบอสูรทะเลในครั้งนี้ก็ได้เงยหน้าขึ้นไปมองทะเลเบื้องบนด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาสังเกตเห็นว่ามีเงาดำกำลังเข้าปกคลุมพื้นทะเลนี้
"ฮืม?"
ไบร์ทเองก็รู้สึกได้ว่ามีสัตว์ประหลาดยักษ์ตนหนึ่งกำลังเข้ามาใกล้ เมื่อรู้แบบนั้นเขาจึงตัดสินใจโยนอสูรทะเลในมือออกไปด้านข้างและเงยหน้าขึ้นไปมองข้างบน
"ชู่มมมม!!"
น้ำทะเลระเบิดออกพร้อมค้อนยักษ์ที่ล่วงหล่นลงมา
ทันใดนั้นสายฟ้าก็ได้เปล่งประกายขึ้นมาบนร่างของไบร์ท ก่อนที่เขาจะฉีกตัวหลบออกไปอีกด้านหนึ่ง
ค้อนยักษ์ได้อัดกระแทกลงพื้นทะเลอย่างรุนแรงจนพื้นทะเลแตกกระจาย รอยแตกร้าวขยายตัวออกราวกับใยแมงมุมกินรัศมีหลายร้อยเมตร
"เฮ้,เป็นเพราะฉันอยากเจอแกหรือเปล่า.. แกถึงได้มาหาฉันถึงที่แบบนี้?"
ไบร์ทได้เงยหน้าขึ้นไปมองสัตว์ประหลาดยักษ์ที่กำลังลงมาจากทะเลเบื้องบน
"กรรรร!!"
เมื่อมาถึงสัตว์ประหลาดยักษ์ก็ได้ร้องคำรามออกมาด้วยความดุร้าย แค่การทิ้งตัวลงมาของมันเพียงอย่างเดียวก็ทำให้ท้องทะเลปั่นป่วนจนฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วแล้ว
สัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้มีก้ามยักษ์สี่ข้าง และค้อนยักษ์บนหางเองก็กำลังหดกลับไปอย่างช้าๆ โดยมันมีส่วนหัวที่น่าเกลียดน่ากลัวซึ่งดูเหมือนกับกิ้งก่า
ไม่ทันไรมันก็พุ่งเข้าใส่ไบร์ทในทันที
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย