- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่44:คำขอของฟุคาโบชิ (ฟรี)
บทที่44:คำขอของฟุคาโบชิ (ฟรี)
บทที่44:คำขอของฟุคาโบชิ (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 44 คำขอของฟุคาโบชิ
ในช่วงนี้ชีวิตของไบร์ทมุ่งเน้นไปที่สองอย่างด้วยกัน
อย่างแรกคือการฝึกฝนเขาต้องการปลุกฮาคิสังเกตให้ได้โดยเร็วที่สุด และในขณะเดียวกันเขาก็ต้องการฝึกฮาคิเกราะให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อย่างที่สองคือการจับอสูรทะเลส่วนสิงโตทะเลได้ถูกแจกจ่ายเรียบร้อยแล้ว และกองร้อยที่ดีที่สุดในการฝึกฝนก็ได้รับสิทธิ์ในตัวสิงโตทะเลไปตามที่จินเบได้พูดเอาไว้
กองร้อยอื่นก็ทำได้แค่ยอมรับในผลงานของตัวเอง แต่พวกเขายังคงกระหายที่จะได้รับอสูรทะเลมาอยู่ในกองร้อยของตัวเองเหมือนกัน
ไบร์ทเองก็ไม่อยากให้พวกเขาผิดหวัง และเขาก็อยากให้ความกระตือรือร้นที่ถูกปลุกขึ้นมาของพวกเขาได้รับการรักษาเอาไว้ไม่ให้หายไปไหน
แต่ก็อย่างที่เขาเคยพูดไปการตามหาอสูรทะเลที่เหมาะสมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
ด้วยเหตุนี้เองไบร์ทจึงใช้เงินเป็นจำวนมากเพื่อจ้างคนในเขตมนุษย์เงือกให้ออกค้นหาอสูรทะเลในใต้ทะเลลึกแห่งนี้
อำนาจของเงินนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เพราะเพียงแค่อาทิตย์เดียวไบร์ทก็สามารถจับอสูรทะเลตัวใหม่ได้ถึงสามตัว หมายความว่าเฉลี่ยแล้วเขาจับอสูรทะเลได้ในทุกสองวัน
ด้วยความเร็วระดับนี้เป้าหมายที่จะมีอสูรทะเลหนึ่งตัวต่อหนึ่งกองร้อยคงจะสำเร็จในไม่ช้า
อสูรทะเลชุดใหม่ที่จับมาได้ต่างก็ถูกกระจายออกไปในทันที กองร้อยที่ได้รับอสูรทะเลไปแน่นอนว่าต้องเป็นกองร้อยที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าและพวกเขาต่างก็ตื่นเต้นมากที่ได้รับอสูรทะเล ในขณะเดียวกันกองร้อยที่ไม่ได้รับอสูรทะเลก็ต้องรู้สึกหงุดหงิดเป็นธรรมดา
แต่พวกเขาก็หงุดหงิดได้ไม่นานเพราะความตื่นเต้นได้เข้ามาแทนที่
พวกเขารู้ดีว่าการทำงานหนักย่อมดีกว่าการที่จะมาเสียเวลานั่งหงุดหงิด ท้ายที่สุดอสูรทะเลตัวใหม่ก็จะมาถึงในไม่ช้าหากประสิทธิภาพของพวกเขายังคงต่ำต่อไป มันคงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ต้องกลายเป็นกองร้อยสุดท้ายที่ได้รับอสูรทะเล
การแข่งขันนี้ถือเป็นการแข่งขันที่ดี
ต้องยอมรับว่าการกระจายอสูรทะเลล่วงหน้านั้นมันไปขัดขวางการฝึก และก็เป็นการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างไม่จำเป็นสักเท่าไหร่
ไบร์ทสามารถปราบอสูรทะเลได้ด้วยความแข็งแกร่งที่เขามี แต่การที่พวกมันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกำลังรบในกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
เหล่าทหารจำเป็นต้องค่อยๆ ปลูกฝังความรู้สึกกับพวกมัน
แม้ว่าอสูรทะเลจะฉลาดน้อยกว่าจ้าวทะเลมาก แต่พวกมันก็เป็นสัตว์ที่ฉลาดพวกมันมีอารมณ์ ความรู้สึกชอบและไม่ชอบ
เพียงแค่การบังคับอย่างเดียวมันไม่พอ
เราจึงจำเป็นต้องทำให้พวกมันกลายเป็นคู่หู
ดังนั้นเหล่าทหารที่ได้รับอสูรทะเลมาดูแลจึงพยายามเข้าหาพวกมันเสมอในระหว่างการฝึก
ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหาร การตัดเล็บ การเล็มขน หรืออะไรก็ตามที่ทำให้พวกมันรู้สึกสบายใจ
ผลลัพธ์ที่ได้ก็ค่อนข้างน่าพึงพอใจมาก อสูรทะเลพวกนี้ไม่ค่อยฉลาดนักและหลังจากถูกปฏิบัติแบบนั้นพวกมันก็ตอบรับพวกเขาอย่างรวดเร็ว
แผนการอัศวินอสูรทะเลเริ่มเห็นผลแล้ว
แต่พวกเขาไม่ควรพอใจกับผลลัพธ์แค่นี้ อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องจับพวกมันให้ได้สิบตัวก่อนจริงไหม?
………...
ตอนเย็นในขณะที่กำลังทานมื้อค่ำ
"อีกหนึ่งอาทิตย์การฝึกเบื้องต้นก็น่าจะจบแล้ว"
"ถึงเวลานั้นกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองเองก็สามารถเริ่มดำเนินการเบื้องต้นได้เลย"
จินเบกล่าวออกมาอย่างใจเย็น
"เข้าใจแล้ว"
"ดูเหมือนว่าเราจะไม่สามารถรวบรวมอสูรทะเลสิบตัวได้ทันก่อนที่การฝึกจะจบลง"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความผิดหวัง
"ไบร์ทไม่จำเป็นต้องรีบร้อน"
"พวกนั้นไม่ได้อ่อนแอถึงขั้นอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีอสูรทะเลหรอกนะ"
จินเบกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
ไบร์ทเองก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ตัวเขาได้พยายามเต็มที่แล้วเพื่อค้นหาตัวอสูรทะเล แต่ในเมื่อหาไม่เจอมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
เขาคงต้องปล่อยให้กองร้อยที่ไม่ได้รับอสูรทะเลก่อนที่การฝึกจะจบลงต้องรอไปอีกหน่อย
"เห็นอารองบอกว่านายเจอจ้าวทะเลตัวนั้นอีกแล้วเหรอ?"
จินเบถามขึ้นมาด้วยความสนใจ
"ดูเหมือนเจ้านั่นจะเดินเตร่อยู่แถวเกาะมนุษย์เงือกในช่วงนี้"
ไบร์ทเองก็สงสัยในเรื่องนี้เหมือนกัน
จ้าวทะเลตัวนั้นในที่นี้หมายถึงจ้าวทะเลกั้งแมงป่องกิ้งก่าที่ไบร์ทเคยเจอ
ไบร์ทไม่ได้เจอมันแค่ครั้งสองครั้งแต่เจอตัวมันหลายครั้งมาก
ช่วงนี้ไม่รู้ว่าทำไมแต่เจ้านั่นชอบมาเดินอยู่แถวเกาะมนุษย์เงือก ทุกครั้งที่ไบร์ทเจอเจ้านั่นมันก็มักจะสู้กับจ้าวทะเลตัวอื่นอยู่เสมอ
ถึงแม้คู่ต่อสู้ในแต่ละครั้งจะตัวใหญ่กว่ามัน แต่มันก็เอาชนะมาได้ทุกครั้งแล้วก็มักจะปล่อยให้คู่ต่อสู้หนีไปได้เสมอ
"จ้าวทะเลกำลังวนเวียนอยู่รอบเกาะมนุษย์เงือกงั้นเหรอ?"
"หรือว่ามันต้องการโจมตีเกาะมนุษย์เงือก?"
จินเบขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวล
‘คุณคิดมากเกินไปแล้วลูกพี่จินเบ’
ใครบนโลกนี้ก็สามารถโจมตีเกาะมนุษย์เงือกได้ แต่สำหรับจ้าวทะเลมันเป็นไปไม่ได้
เพราะราชาที่พวกมันเฝ้ารอมาหลายร้อยปี ตอนนี้กำลังร้องเรียกท่านแม่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานอยู่ในพระราชวังริวงู
"เรื่องนั้นผมไม่รู้หรอก.."
"แต่ดูเหมือนมันไม่ได้มีความคิดที่จะเข้ามาใกล้เกาะมนุษย์เงือก"
ไบร์ทได้กล่าวออกมาเพื่อไม่ให้จินเบคิดมาก
"คราวหน้าถ้าเจอมันอีกก็ไล่มันออกไปซะ"
"มันเคยมีเหตุการณ์ที่จ้าวทะเลพังประตูเกาะมนุษย์เงือกเกิดขึ้นมาแล้ว!"
จินเบกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
ตัวไบร์ทเองก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นดี
ช่วงนั้นบังเอิญเป็นช่วงที่โรเจอร์มาหาเชอร์รี่เพื่อฟังคำทำนาย
ส่วนพวกจ้าวทะเลเองก็กำลังรอคอยการถือกำเนิดของราชาอย่างใจจดใจจ่อ
"เข้าใจแล้วลูกพี่จินเบ"
แต่ถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ไม่ได้ปฏิเสธ
จ้าวทะเลตัวนั้นดุร้ายเกินไปจริงๆ เพราะมันไม่มีจ้าวทะเลที่ไหนหรอกมาสู้กับพวกเดียวกันตลอดทั้งวัน
ไม่มีใครยืนยันได้ว่ามันจะไม่สร้างปัญหาขึ้นมาในภายหลัง
เพราะท้ายที่สุดแล้วจ้าวทะเลก็ใส่ใจแค่ชิราโฮชิเท่านั้น ดังนั้นผู้คนบนเกาะมนุษย์เงือกจึงไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไร
………….
หลายวันต่อมา,ไบร์ทยังคงฝึกฝนตัวเองตามปกติและออกไปจับอสูรทะเลตัวหนึ่งในตอนกลางวัน ทำให้ตอนนี้พวกเขามีอสูรทะเลเพิ่มขึ้นมาเป็นห้าตัว
แต่ครั้งนี้เขาไม่เจอเจ้ากั้งแมงป่องกิ้งก่านั้น
บางทีมันอาจออกไปจากบริเวณเกาะมนุษย์เงือกแล้วก็เป็นได้
…………
ในคืนหนึ่งหลังจากฝึกซ้อมมาทั้งวันไบร์ทได้เดินทางมายังเมอร์เมดคาเฟ่เพื่อทานมื้อเย็นตามปกติ แต่เขาก็ได้พบเข้ากับแขกที่ไม่คาดคิดเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในร้าน
"เฮ้! ไบร์ท!"
ผู้หญิงที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ได้ทักทายไบร์ทด้วยรอยยิ้ม
"ราชินีโอโตฮิเมะ?"
ไบร์ทเองก็เลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความสับสน
‘ผู้หญิงคนนี้มาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้?’
"ราชินีรอนายมานานแล้วไบร์ท"
เชอร์รี่กำลังนั่งอยู่ตรงข้ามราชินีโอโตฮิเมะดูเหมือนว่าพวกเธอจะคุยกันสนุกมาก เพราะตอนนี้ใบหน้าของเชอร์รี่ได้ถูกประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม
"ราชินีมีเรื่องอยากจะคุยกับนาย"
ถึงแม้ว่าเชอร์รี่จะไม่ชอบแนวคิดของราชินีโอโตฮิเมะ แต่เธอก็ไม่ได้จงเกลียดจงชังอะไรผู้หญิงคนนี้
"ราชินีโอโตฮิเมะ"
"มีเรื่องอะไรอยากคุยกับผมงั้นหรอ? มันเกี่ยวข้องกับเจ้าชายฟุคาโบชิหรือเปล่า?"
ไบร์ทได้มองไปยังเงือกหนุ่มร่างใหญ่อีกคนที่อยู่ในร้าน
เงือกหนุ่มผมสีฟ้าซึ่งสูงกว่าแม่ของเขามากคนนี้คือ เจ้าชายใหญ่แห่งราชวงศ์เนปจูนฟุคาโบชิ ในตอนนี้เขากำลังลอยอยู่ที่ด้านหลังของแม่เขาและมองมาที่ไบร์ทด้วยความตื่นเต้น
"ไบร์ทอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด! คุณเดาถูกจริงๆ ด้วย!"
ราชินีโอโตฮิเมะลุกขึ้นและตบลงไปที่แขนของลูกชายคนโตของเธออย่างแผ่วเบา
“เด็กโง่คนนี้เป็นคนขอร้องให้ฉันพาเขามาที่นี่เอง”
ใบหน้าของฟุคาโบชิแดงขึ้นมาอย่างกะทันหัน เพราะความลับของเขาได้ถูกแม่เปิดเผยซะหมดเปลือก
“รีบบอกคำขอของลูกให้ไบร์ทฟังได้แล้วฟุคาโบชิ”
ราชินีโอโตฮิเมะพูดและตบไปที่หลังของลูกชายอย่างเบามือ
เจ้าชายใหญ่ฟุคาโบชิได้สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า
“ได้โปรดอนุญาตให้ผมเข้าร่วมกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองด้วย.. ลูกพี่ไบร์ท!”
ไบร์ทที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
‘เด็กนี้กำลังล้อเล่นหรือเปล่า?’
ต้องอย่าลืมว่าเขาคือราชาในอนาคตของประเทศนี้!
“ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าทำไม?”
ไบร์ทไม่ได้รีบกล่าวปฏิเสธออกมา
"ผมเคยได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในเขตมนุษย์เงือก.. ลูกพี่ไบร์ทคุณสุดยอดมาก! คุณทำให้เขตมนุษย์เงือกเกิดการเปลี่ยนแปลง!!"
"มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน! ท่านพ่อพูดถูกคุณคือคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกได้!!"
ฟุคาโบชิมองตรงมาที่ไบร์ทและกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
"ผมเองก็อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อประเทศนี้เหมือนกัน!"
"ผมต้องการหยุดยั้งศัตรูที่คิดจะเข้ามาทำร้ายเกาะมนุษย์เงือก! ผมเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองเหมือนกัน! ผมจะใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องเกาะมนุษย์เงือก!!"
ตอนนี้ไบร์ทรู้สึกปวดหัวมาก
‘เด็กนี้กระตือรือร้นขนาดนี้เลยเหรอ?’
ไบร์ทได้หันไปมองที่ราชินีโอโตฮิเมะ
ทันใดนั้นรอยยิ้มอันอ่อนโยนก็ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของราชินีโอโตฮิเมะ ก่อนที่เธอจะลูบไปที่หลังของลูกชายที่กำลังประหม่าพลางพูดออกมาว่า
"ไบร์ทได้โปรดตอบตกลงคำขอของเขาด้วยเถอะ,ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เด็กคนนี้ริเริ่มที่จะทำอะไรบางอย่าง"
"ถึงแม้มันอาจเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ได้โปรดตอบตกลงคำขอของผมด้วยลูกพี่ไบร์ท!!"
ฟุคาโบชิกล่าวออกมาด้วยความหนักแน่น
ไบร์ทเงียบไปและไม่ได้พูดอะไรออกมา
การปล่อยให้เจ้าชายเข้าร่วมกองกำลังของเขานั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก
ถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายตายในระหว่างการต่อสู้ขึ้นมาจะทำยังไง?
ถ้าเกิดว่าตัวเขาเองมีเรื่องขัดแย้งกับราชวงศ์ล่ะ?
แต่ถึงอย่างงั้นไบร์ทก็มองเห็นถึงความจริงใจของฟุคาโบชิ
"ตกลง"
ไบร์ทตอบรับออกมาอย่างใจเย็น
‘ในเมื่อเด็กคนนี้ต้องการทำอะไรสักอย่างจริงๆ’
‘งั้นก็มาลองให้โอกาสเขาดูหน่อยแล้วกัน’
"คุณพูดจริงงั้นเหรอ?!"
ใบหน้าของฟุคาโบชิเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"แต่อย่าหวังว่านายจะได้รับการปฏิบัติแตกต่างไปจากคนอื่นเพราะเป็นเจ้าชายล่ะ"
ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
"เรื่องนั้นผมรู้ดี!"
ฟุคาโบชิตอบรับกลับมาอย่างจริงจัง
หลังจากนั้นเขาก็ได้หันไปกอดแม่ของเขาแน่นเพื่อแบ่งปันความสุขกับเธอด้วยความตื่นเต้น
"สุดยอดไปเลยท่านแม่! ผมทำได้แล้ว--"
“แครก!”
"อ๊า! เจ็บ.. เจ็บ!!"
"ท่านแม่!!"
ฉากที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันทำให้ปากไบร์ทกระตุก
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย