เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่41:อสูรทะเล (ฟรี)

บทที่41:อสูรทะเล (ฟรี)

บทที่41:อสูรทะเล (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 41 อสูรทะเล

สนามฝึกของพวกเขายังคงอยู่ในป่าแห่งทะเล,ไบร์ทได้พาคนไปไล่ทำลายป่าปะการังอย่างโหดร้ายและสร้างสนามฝึกที่ราบเรียบขึ้นมา

ที่นี่ทุกคนต่างได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดจากจินเบ

ถึงเขาจะบอกว่ามันเป็นการฝึกฝนอย่างเข้มงวด แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงการฝึกระเบียบวินัยในการจัดแถวและการฝึกฝนร่างกายขั้นพื้นฐานเท่านั้น

การฝึกเบื้องต้นของกองทัพสำหรับทหารคือการฝึกฝนบุคลิกภาพและเสริมสร้างระเบียบวินัย

แน่นอนว่าจินเบเก่งมากในเรื่องนี้

เขาลงโทษอย่างรุนแรงต่อผู้ที่ละเมิดวินัยอย่างไม่ลังเล เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของวินัยและการปฏิบัติตามคำสั่ง

"น่าเบื่อชะมัด"

"การฝึกแบบนี้มันมีความหมายอะไร? ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าการทำแบบนี้ทุกวันมันจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นได้"

อารองที่อยู่นอกสนามฝึกได้บ่นออกมาในขณะที่กำลังมองดูเหล่ามนุษย์เงือกเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบก่อนจะหันซ้ายหันขวาตามคำสั่งของจินเบ

อีกด้านหนึ่งไบร์ทเองก็กำลังฝึกอยู่เช่นกัน โดยที่เขากำลังหลับตาและพยายามสัมผัสถึงลมหายใจของโลกภายนอก

ไบร์ทอยู่ห่างจากฮาคิสังเกตเพียงก้าวเดียวเท่านั้น แต่เขาก็ยังไม่สามารถปลุกมันขึ้นมาได้สักที

เรื่องนี้มันทำให้เขาทั้งรู้สึกหงุดหงิดและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน

ในขณะที่กำลังฝึกฝนอย่างสงบไบร์ทก็ได้ตอบคำถามของอารอง

"จุดประสงค์ของการฝึกนี้ไม่ใช่เพื่อทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น แต่เพื่อทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่แท้จริง"

อารองไม่ได้ตอบอะไรกลับมาซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้ขนาดนั้น

ในโลกนี้ความแตกต่างในคุณค่าของแต่ละบุคคลนั้นมันมหาศาลมากทุกคนไม่ได้เกิดมามีขีดความสามารถเท่าเทียมกัน ดังนั้นวิธีเดียวที่พอจะสู้คนอื่นได้ก็คือกลยุทธ์และคุณภาพ

ในความคิดของอารองแทนที่จะมาเสียเวลาฝึกฝนอะไรแบบนี้ ควรเอาเวลาไปฝึกฝนความแข็งแกร่งยังดีซะกว่าเพื่อทำให้คนเหล่านี้แข็งแกร่งขึ้นมาโดยเร็วที่สุด

แต่สิ่งที่ไบร์ทไม่ได้พูดก็คือ เขาหวังว่าคนเหล่านี้จะกลายเป็นกลุ่มคนที่ซื่อสัตย์และประพฤติตัวดี

บอกตามตรงพวกเขาเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ใจกล้าและก้าวร้าวที่สุดในเขตมนุษย์เงือกและมากกว่า 90% ของพวกเขาล้วนเป็นอันธพาล

ถ้าพวกเขาไม่ได้รับการฝึกฝนให้ดีเสียก่อน ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นในภายหลัง

เขาหวังให้คนเหล่านี้มาช่วยเขาแก้ปัญหา ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขามาเพิ่มปัญหา

หลังจากฝึกมาทั้งเช้าเวลาอาหารกลางวันก็ได้มาถึง

การแก้ปัญหาเรื่องอาหารของคน 10,000 คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

แต่ด้วยความช่วยเหลือจากราชาเนปจูนทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องง่าย

ทีมเชฟได้ถูกส่งตัวมาที่นี้อย่างเร่งด่วนพร้อมจัดเตรียมอาหารเลิศรสให้กับเหล่าทหารที่เพิ่งเสร็จจากการฝึก

ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหล่าทหารต่างเฝ้ารอมากที่สุดในแต่ละวัน

เพราะที่เขตมนุษย์เงือกพวกเขาแทบไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาหารแบบนี้เลย

แน่นอนว่าไบร์ทก็ได้มาพร้อมกล่องอาหารกลางวันของเขาก่อนจะเบียดตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มทหารคนอื่นๆ

"เอาอีกแล้วเหรอ?"

อารองมองไปที่ด้านหลังของไบร์ทแล้วกระซิบออกมาความสงสัย

"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ฉันว่ามันมีประโยชน์มากเลยนะ"

"สิ่งที่ไบร์ทกำลังทำอยู่มันมีความหมายมาก!"

จินเบกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม

ไบร์ทนั่งลงไปบนพื้นโดยที่มีเหล่าทหารล้อมรอบอยู่

หลายคนที่นี่ต่างก็เป็นคนรู้จักของเขามาตั้งแต่เด็กในเขตมนุษย์เงือก

ถึงแม้ตอนนี้พวกเขาจะมีความสัมพันธ์แบบผู้บังคับบัญชา-ผู้ใต้บังคับบัญชา แต่พวกเขาก็ยังคงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

"ลูกพี่ไบร์ท,เมื่อไหร่เราจะได้ออกไปแก้แค้นพวกมนุษย์!"

มนุษย์เงือกคนหนึ่งได้ถามออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

"มันมีวันนั้นอยู่แล้ว,แต่รอจนกว่าลูกพี่จินเบจะยอมรับในตัวพวกนายซะก่อนเถอะ!"

ไบร์ทเองก็ได้ยิ้มตอบกลับไป

"เราต้องรอไปอีกนานแค่ไหน?"

"ลูกพี่ไบร์ทช่วยขอร้องให้ลูกพี่จินเบลดมาตรฐานลงหน่อยไม่ได้เหรอ?"

มนุษย์เงือกคนเดิมกล่าวออกมาด้วยสีหน้าขมขื่น

"มันเป็นไปไม่ได้!"

“พวกเราไม่ใช่แก๊งอันธพาลจากเขตมนุษย์เงือกอีกต่อไปแล้ว พวกเราคือกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นปราการด่านแรกที่แข็งแกร่งที่สุดในการปกป้องเกาะมนุษย์เงือก!”

สีหน้าของไบร์ทจริงจังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ในตอนนั้นเองไบร์ทก็ได้ลุกขึ้นและกวาดตามองไปยังเหล่ามนุษย์เงือกที่อยู่รอบตัวแล้วกล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า

“ด้านหลังของเราคือบ้านเกิด เพื่อนฝูง พ่อแม่ คนรัก และลูกหลานของเรา ลองถามตัวเองดูสิว่าพวกนายในตอนนี้ยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องคนสำคัญเหล่านี้ได้หรือเปล่า?!”

“พวกนายมั่นใจในตัวเองตอนนี้แล้วหรือยัง?!”

ทุกคนต่างเงียบกริบและไม่กล้าพูดอะไรออกมา

แน่นอนว่าพวกเขารู้ดีที่สุดว่าตัวเองเป็นยังไง

ถ้าพวกเขาต้องเผชิญกับอันตรายจริงๆ เกรงว่าพวกเขาคงเลือกหนีตั้งแต่ยังไม่ทันได้สู้

“หลังจากนี้เกาะมนุษย์เงือกจะต้องเผชิญกับอันตรายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!”

ไบร์ทกล่าวออกมาเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน

หากการค้าแร่เริ่มต้นขึ้นความโลภของมนุษย์ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับเรื่องทาสมันเป็นเพียงงานอดิเรกของเหล่าขุนนางเท่านั้น

แต่ธุรกิจเหมืองแร่มันต่างออกไป ไบร์ทเชื่อเลยว่าต่อให้เป็นรัฐบาลโลกก็อาจจะอดใจไม่ไหว

"หากไม่มีกองกำลังที่แข็งแกร่งคอยปกป้องเกาะมนุษย์เงือก ฉันเกรงว่าความวุ่นวายที่เคยเกิดขึ้นในยุคสมัยของโจรสลัดจะหวนคืนกลับมาสู่เกาะมนุษย์เงือกอีกครั้ง!"

"พวกนายลืมช่วงเวลานั้นไปแล้วงั้นหรอ?!"

แม้ตอนนั้นไบร์ทจะยังเด็กแต่เขาก็จำมันได้ไม่ลืม

เหล่าโจรสลัดต่างออกอาละวาดไปทั่วเกาะมนุษย์เงือกพวกเขาปล้น ฆ่า และเผาทำลายทุกสิ่งตามใจชอบ ไบร์ทจำได้ว่าเขตมนุษย์เงือกในตอนนั้นมันเงียบมากเพราะในแต่ละวันทุกคนต่างก็จมอยู่กับความกลัวและความตื่นตระหนก เพียงแค่ได้ยินคำว่า ‘มนุษย์’ พวกเขาก็ตัวสั่นกลัวแล้ว

ชั่วขณะหนึ่งสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นหม่นหมองในทันที

คนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มนี้ก็อายุน้อยกว่าไบร์ทแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น ดังนั้นทุกคนในที่นี่ต่างก็เคยประสบกับช่วงเวลาดังกล่าวมาด้วยตัวเอง

มันคือความทรงจำที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม!

โจรสลัดที่บ้าคลั่ง ผู้คนที่ร่ำไห้ และเกาะมนุษย์เงือกที่กำลังลุกเป็นไฟ!!

"ฉันจะไปลืมมันได้ยังไง!"

"ใบหน้าของพ่อแม่ในตอนนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของฉัน! ฉันจะไม่มีวันลืมมัน.. พวกมนุษย์สารเลวนั้นพวกมันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมี!!"

ในตอนนั้นเองก็ได้มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นมากัดฟันแน่น ใบหน้าของเขาถูกอาบไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา

หลังจากนั้นชายอีกคนก็ได้พูดขึ้นมาด้วยความโกรธว่า

"เดิมทีครอบครัวของฉันเต็มไปด้วยความสุขทั้งพ่อแม่ พี่ชาย และน้องสาวแต่เพียงชั่วข้ามคืนฉันกลับไม่เหลืออะไรเลย.. ฉันสูญเสียครอบครัวแล้วเหลือตัวคนเดียว!"

“…...”

ผู้คนมากมายต่างแบ่งปันเรื่องราวของตนเองด้วยความเศร้าและความโกรธแค้น

ทุกคนเงียบลงโดยไม่รู้ตัวและเริ่มมารวมตัวกันจนกลายเป็นวงกลมขนาดใหญ่

ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดพวกเขาทุกคนต่างก็กำลังอยู่ในอารมณ์หดหู่

"ครั้งหนึ่งฉันเคยถูกจับตัวไปเป็นทาส.."

"ถ้าไม่ใช่เพราะลูกพี่ไทเกอร์ฉันก็ยังคงถูกพวกมังกรฟ้าทรมานอยู่ในตอนนี้! พวกมนุษย์มันคือปีศาจ! ฉันจะไม่มีวันให้อภัยพวกมันเด็ดขาด!!"

มนุษย์เงือกคนหนึ่งได้กัดฟันเล่าประสบการณ์ของตัวเองออกมาด้วยความเจ็บปวด

ไบร์ทเองก็รู้สึกถึงความหนักอึ้งอยู่ภายในใจ

เศษทรายแห่งกาลเวลานั่นเปรียบเสมือนกับภูเขาที่กดทับลงมาที่คนเรา

ความวุ่นวายที่โจรสลัดสร้างขึ้นบนเกาะมนุษย์เงือก ซึ่งว่ากันว่าเป็นการประกาศศักดาของกลุ่มโจจรสลัดหนวดขาวนั้นได้สร้างความเจ็บปวดมากมายนับไม่ถ้วนให้กับเกาะมนุษย์เงือก

พวกเขาทุกคนต่างจมอยู่กับความเศร้าโศกและความเห็นอกเห็นใจ

"หมายความพวกเราทุกคนไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกใช่ไหม?!"

ทันใดนั้นเองเสียงของไบร์ทก็ได้ดังขึ้นมา

"พวกเราไม่อยากให้มนุษย์มาสร้างความวุ่นวายและแสดงความเย่อหยิ่งที่เกาะมนุษย์เงือกอีกต่อไป!! พวกเราไม่ต้องการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไร้พลังและทำได้แค่ร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นอีกต่อไปแล้วใช่ไหม?!"

“ใช่!!!”

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เสียงตอบรับเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อไบร์ทกวาดตามองออกไปทุกคนต่างก็ร้องคำรามออกมาสุดเสียง

‘เยี่ยมมาก! ฉันทำสำเร็จแล้ว!!’

"เราไม่ได้มารวมตัวกันที่นี่เพื่ออะไรทั้งนั้น! พวกรามาที่นี่เพื่อปกป้องประเทศชาติ เผ่าพันธุ์ ญาติสนิท และมิตรสหายของเรา! พวกเราคือปราการด่านแรกที่จะปกป้องภัยอันตรายทั้งหมดที่เข้ามา!!"

ไบร์ทได้ร้องคำรามออกมาสุดเสียง

"จงแข็งแกร่งขึ้นเหล่าสหายทั้งหลาย!!"

“เฮ้!!!!”

เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วฟ้า

"ดูเอาไว้.. นี่แหละคือสิ่งที่ไบร์ทอยากเห็น!"

จินเบที่กินข้าวเสร็จและยืนอยู่ข้างสนามฝึกได้ตบไปที่ไหล่ของอารองอย่างแผ่วเบา

ส่วนอารองนั้นเขากำลังตกตะลึงกับฉากที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า

เขาไม่เคยเห็นอันธพาลในเขตมนุษย์เงือกเป็นแบบนี้มาก่อน

‘ไบร์ทนายนี่มัน..’

"เอาล่ะ,การพักจบลงแล้ว!"

“พวกทึ่มทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการฝึกซ้อมในช่วงบ่าย!! แล้วอย่าหวังว่าฉันจะเมตตาพวกนาย!”

จินเบตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมเดินกลับเข้ามาในสนามฝึก

เมื่อได้ยินคำพูดของจินเบไบร์ทก็ยิ้มก่อนจะตะโกนออกมาว่า

“บอกลูกพี่จินเบไปสิว่าพวกนายมั่นใจแค่ไหน?!”

“พวกเราพร้อมแล้ว!!”

เสียงคำรามของพวกเขาเต็มไปด้วยศรัทธาและความมุ่งมั่น

“พูดจริงงั้นหรอ?”

จินเบอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

ในที่สุดพวกเขาก็เข้าที่เข้าทางสักที

หลังจากฝึกซ้อมมาหนึ่งวันแล้วบอกลาไบร์ทกับจินเบ เหล่านักมนุษย์เงือกที่เหลือต่างก็หันไปกอดลากันและแยกย้ายกันกลับไปยังเกาะมนุษย์เงือก

เนื่องจากไม่มีหอพักรวมพวกเขาจึงทำได้แค่กลับบ้านของพวกเขาหลังจากฝึกเสร็จ

ไบร์ทไม่ได้รีบร้อนที่จะกลับบ้าน,เขา ลูกพี่จินเบ และลูกพี่อารองได้ไปที่ร้านอาหารเพื่อหาอะไรกินกันต่อ

ในระหว่างที่กำลังกินอาหารพวกเขาก็ได้พูดคุยถึงเรื่องการฝึก

"ด้วยความเร็วระดับนี้สักสองอาทิตย์พวกเขาก็น่าจะใช้งานได้แล้วล่ะ"

จินเบได้กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ

เมื่ออยู่ใต้ท้องทะเลแล้วความแข็งแกร่งของมนุษย์เงือกและเงือกนั้นไม่ได้อ่อนแอเลย

สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการฝึกฝนวินัยให้กับพวกเขา

แล้วผลลัพธ์ที่ได้ในตอนนี้เองก็น่าพอในมากด้วย

"ขอบคุณสำหรับความทุ่มเทของคุณลูกพี่จินเบ!"

ไบร์ทยกแก้วขึ้นมาชนแก้วกับจินเบ

"ฮ่าๆ ๆ ๆ,งานของนายเองก็สำคัญมากเหมือนกันฉันไม่เคยเห็นพวกอันธพาลในเขตมนุษย์เงือกกระตือรือร้นขนาดนั้นมาก่อน!"

"ไบร์ท,นายคือคนที่ทำให้พวกเขาเข้าใจความหมายของการต่อสู้!"

จินเบกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"แต่มันก็ยังมีปัญหาอยู่เหมือนกัน.."

"ความเกลียดชังในตัวมนุษย์จะยิ่งรุนแรงขึ้นเพราะเรื่องนี้!"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความกังวล

"นั่นมันเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง?"

"ทุกอย่างที่เราทำมาทั้งหมดก็เพื่อจัดการกับพวกมนุษย์!"

อารองกล่าวออกมาอย่างเย็นชา

ไบร์ทกับจินเบหันมามองหน้ากันก่อนจะส่ายหัวออกมา

การจัดการกับมนุษย์นั่นยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวมากสำหรับเกาะมนุษย์เงือก

"ก่อนที่การฝึกจะจบลงผมคิดว่าเรามีอีกอย่างที่ต้องทำ"

"ลูกพี่อารองคุณช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม?"

ไบร์ทได้เปลี่ยนเรื่องและหันไปถามอารอง

"ช่วยเรื่องอะไร?"

อารองดูจะตื่นเต้นมาก

ในการฝึกที่เกิดขึ้นพูดได้เลยว่าเขาไม่ได้มีบทบาทอะไรเลย และเขาก็ไม่อยากไปเป็นทหารให้จินเบตะโกนใส่ด้วยดังนั้นเขาจึงทำเพียงแค่เฝ้ามองการฝึกจากข้างสนาม

"ผมอยากให้คุณช่วยฝึกอสูรทะเล"

"ในการต่อสู้ใต้ทะเลพวกมันอาจมีบทบาทสำคัญยิ่งกว่าทหารซะอีก!"

ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างจริงจัง

การฝึกอสูรทะเลเองก็ถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของเกาะมนุษย์เงือกเช่นกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้วอสูรทะเลก็ต่างจากจ้าวทะเล ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงือกหรือเงือกคนไหนก็สามารถสื่อสารกับพวกมันได้

"เป็นไอเดียที่ดีมาก!"

อารองพยักหน้าซ้ำๆ ด้วยความตื่นเต้น

"เราสามารถจัดตั้งกลุ่มอัศวินอสูรทะเลได้! เมื่อเป็นแบบนั้นมันก็จะไม่มีใครสามารถสู้กับพวกเราได้อีกในใต้ท้องทะเลแห่งนี้!"

"นายจัดการมันได้เลย.. ส่วนเรื่องการฝึกทหารปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"

จินเบกล่าวเสริมออกมา

ทันใดนั้นทั้งสามก็ได้หันมายิ้มให้กันอย่างรู้ใจ

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

วันพีช : ระบบครอบครองวิญญาณในโลกโจรสลัด(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่41:อสูรทะเล (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว