- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่41:อสูรทะเล (ฟรี)
บทที่41:อสูรทะเล (ฟรี)
บทที่41:อสูรทะเล (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 41 อสูรทะเล
สนามฝึกของพวกเขายังคงอยู่ในป่าแห่งทะเล,ไบร์ทได้พาคนไปไล่ทำลายป่าปะการังอย่างโหดร้ายและสร้างสนามฝึกที่ราบเรียบขึ้นมา
ที่นี่ทุกคนต่างได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดจากจินเบ
ถึงเขาจะบอกว่ามันเป็นการฝึกฝนอย่างเข้มงวด แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงการฝึกระเบียบวินัยในการจัดแถวและการฝึกฝนร่างกายขั้นพื้นฐานเท่านั้น
การฝึกเบื้องต้นของกองทัพสำหรับทหารคือการฝึกฝนบุคลิกภาพและเสริมสร้างระเบียบวินัย
แน่นอนว่าจินเบเก่งมากในเรื่องนี้
เขาลงโทษอย่างรุนแรงต่อผู้ที่ละเมิดวินัยอย่างไม่ลังเล เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของวินัยและการปฏิบัติตามคำสั่ง
"น่าเบื่อชะมัด"
"การฝึกแบบนี้มันมีความหมายอะไร? ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าการทำแบบนี้ทุกวันมันจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นได้"
อารองที่อยู่นอกสนามฝึกได้บ่นออกมาในขณะที่กำลังมองดูเหล่ามนุษย์เงือกเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบก่อนจะหันซ้ายหันขวาตามคำสั่งของจินเบ
อีกด้านหนึ่งไบร์ทเองก็กำลังฝึกอยู่เช่นกัน โดยที่เขากำลังหลับตาและพยายามสัมผัสถึงลมหายใจของโลกภายนอก
ไบร์ทอยู่ห่างจากฮาคิสังเกตเพียงก้าวเดียวเท่านั้น แต่เขาก็ยังไม่สามารถปลุกมันขึ้นมาได้สักที
เรื่องนี้มันทำให้เขาทั้งรู้สึกหงุดหงิดและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
ในขณะที่กำลังฝึกฝนอย่างสงบไบร์ทก็ได้ตอบคำถามของอารอง
"จุดประสงค์ของการฝึกนี้ไม่ใช่เพื่อทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น แต่เพื่อทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่แท้จริง"
อารองไม่ได้ตอบอะไรกลับมาซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้ขนาดนั้น
ในโลกนี้ความแตกต่างในคุณค่าของแต่ละบุคคลนั้นมันมหาศาลมากทุกคนไม่ได้เกิดมามีขีดความสามารถเท่าเทียมกัน ดังนั้นวิธีเดียวที่พอจะสู้คนอื่นได้ก็คือกลยุทธ์และคุณภาพ
ในความคิดของอารองแทนที่จะมาเสียเวลาฝึกฝนอะไรแบบนี้ ควรเอาเวลาไปฝึกฝนความแข็งแกร่งยังดีซะกว่าเพื่อทำให้คนเหล่านี้แข็งแกร่งขึ้นมาโดยเร็วที่สุด
แต่สิ่งที่ไบร์ทไม่ได้พูดก็คือ เขาหวังว่าคนเหล่านี้จะกลายเป็นกลุ่มคนที่ซื่อสัตย์และประพฤติตัวดี
บอกตามตรงพวกเขาเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ใจกล้าและก้าวร้าวที่สุดในเขตมนุษย์เงือกและมากกว่า 90% ของพวกเขาล้วนเป็นอันธพาล
ถ้าพวกเขาไม่ได้รับการฝึกฝนให้ดีเสียก่อน ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นในภายหลัง
เขาหวังให้คนเหล่านี้มาช่วยเขาแก้ปัญหา ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขามาเพิ่มปัญหา
หลังจากฝึกมาทั้งเช้าเวลาอาหารกลางวันก็ได้มาถึง
การแก้ปัญหาเรื่องอาหารของคน 10,000 คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่ด้วยความช่วยเหลือจากราชาเนปจูนทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องง่าย
ทีมเชฟได้ถูกส่งตัวมาที่นี้อย่างเร่งด่วนพร้อมจัดเตรียมอาหารเลิศรสให้กับเหล่าทหารที่เพิ่งเสร็จจากการฝึก
ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหล่าทหารต่างเฝ้ารอมากที่สุดในแต่ละวัน
เพราะที่เขตมนุษย์เงือกพวกเขาแทบไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาหารแบบนี้เลย
แน่นอนว่าไบร์ทก็ได้มาพร้อมกล่องอาหารกลางวันของเขาก่อนจะเบียดตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มทหารคนอื่นๆ
"เอาอีกแล้วเหรอ?"
อารองมองไปที่ด้านหลังของไบร์ทแล้วกระซิบออกมาความสงสัย
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ฉันว่ามันมีประโยชน์มากเลยนะ"
"สิ่งที่ไบร์ทกำลังทำอยู่มันมีความหมายมาก!"
จินเบกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม
ไบร์ทนั่งลงไปบนพื้นโดยที่มีเหล่าทหารล้อมรอบอยู่
หลายคนที่นี่ต่างก็เป็นคนรู้จักของเขามาตั้งแต่เด็กในเขตมนุษย์เงือก
ถึงแม้ตอนนี้พวกเขาจะมีความสัมพันธ์แบบผู้บังคับบัญชา-ผู้ใต้บังคับบัญชา แต่พวกเขาก็ยังคงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
"ลูกพี่ไบร์ท,เมื่อไหร่เราจะได้ออกไปแก้แค้นพวกมนุษย์!"
มนุษย์เงือกคนหนึ่งได้ถามออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
"มันมีวันนั้นอยู่แล้ว,แต่รอจนกว่าลูกพี่จินเบจะยอมรับในตัวพวกนายซะก่อนเถอะ!"
ไบร์ทเองก็ได้ยิ้มตอบกลับไป
"เราต้องรอไปอีกนานแค่ไหน?"
"ลูกพี่ไบร์ทช่วยขอร้องให้ลูกพี่จินเบลดมาตรฐานลงหน่อยไม่ได้เหรอ?"
มนุษย์เงือกคนเดิมกล่าวออกมาด้วยสีหน้าขมขื่น
"มันเป็นไปไม่ได้!"
“พวกเราไม่ใช่แก๊งอันธพาลจากเขตมนุษย์เงือกอีกต่อไปแล้ว พวกเราคือกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นปราการด่านแรกที่แข็งแกร่งที่สุดในการปกป้องเกาะมนุษย์เงือก!”
สีหน้าของไบร์ทจริงจังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ในตอนนั้นเองไบร์ทก็ได้ลุกขึ้นและกวาดตามองไปยังเหล่ามนุษย์เงือกที่อยู่รอบตัวแล้วกล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า
“ด้านหลังของเราคือบ้านเกิด เพื่อนฝูง พ่อแม่ คนรัก และลูกหลานของเรา ลองถามตัวเองดูสิว่าพวกนายในตอนนี้ยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องคนสำคัญเหล่านี้ได้หรือเปล่า?!”
“พวกนายมั่นใจในตัวเองตอนนี้แล้วหรือยัง?!”
ทุกคนต่างเงียบกริบและไม่กล้าพูดอะไรออกมา
แน่นอนว่าพวกเขารู้ดีที่สุดว่าตัวเองเป็นยังไง
ถ้าพวกเขาต้องเผชิญกับอันตรายจริงๆ เกรงว่าพวกเขาคงเลือกหนีตั้งแต่ยังไม่ทันได้สู้
“หลังจากนี้เกาะมนุษย์เงือกจะต้องเผชิญกับอันตรายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!”
ไบร์ทกล่าวออกมาเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน
หากการค้าแร่เริ่มต้นขึ้นความโลภของมนุษย์ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับเรื่องทาสมันเป็นเพียงงานอดิเรกของเหล่าขุนนางเท่านั้น
แต่ธุรกิจเหมืองแร่มันต่างออกไป ไบร์ทเชื่อเลยว่าต่อให้เป็นรัฐบาลโลกก็อาจจะอดใจไม่ไหว
"หากไม่มีกองกำลังที่แข็งแกร่งคอยปกป้องเกาะมนุษย์เงือก ฉันเกรงว่าความวุ่นวายที่เคยเกิดขึ้นในยุคสมัยของโจรสลัดจะหวนคืนกลับมาสู่เกาะมนุษย์เงือกอีกครั้ง!"
"พวกนายลืมช่วงเวลานั้นไปแล้วงั้นหรอ?!"
แม้ตอนนั้นไบร์ทจะยังเด็กแต่เขาก็จำมันได้ไม่ลืม
เหล่าโจรสลัดต่างออกอาละวาดไปทั่วเกาะมนุษย์เงือกพวกเขาปล้น ฆ่า และเผาทำลายทุกสิ่งตามใจชอบ ไบร์ทจำได้ว่าเขตมนุษย์เงือกในตอนนั้นมันเงียบมากเพราะในแต่ละวันทุกคนต่างก็จมอยู่กับความกลัวและความตื่นตระหนก เพียงแค่ได้ยินคำว่า ‘มนุษย์’ พวกเขาก็ตัวสั่นกลัวแล้ว
ชั่วขณะหนึ่งสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นหม่นหมองในทันที
คนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มนี้ก็อายุน้อยกว่าไบร์ทแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น ดังนั้นทุกคนในที่นี่ต่างก็เคยประสบกับช่วงเวลาดังกล่าวมาด้วยตัวเอง
มันคือความทรงจำที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม!
โจรสลัดที่บ้าคลั่ง ผู้คนที่ร่ำไห้ และเกาะมนุษย์เงือกที่กำลังลุกเป็นไฟ!!
"ฉันจะไปลืมมันได้ยังไง!"
"ใบหน้าของพ่อแม่ในตอนนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของฉัน! ฉันจะไม่มีวันลืมมัน.. พวกมนุษย์สารเลวนั้นพวกมันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมี!!"
ในตอนนั้นเองก็ได้มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นมากัดฟันแน่น ใบหน้าของเขาถูกอาบไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา
หลังจากนั้นชายอีกคนก็ได้พูดขึ้นมาด้วยความโกรธว่า
"เดิมทีครอบครัวของฉันเต็มไปด้วยความสุขทั้งพ่อแม่ พี่ชาย และน้องสาวแต่เพียงชั่วข้ามคืนฉันกลับไม่เหลืออะไรเลย.. ฉันสูญเสียครอบครัวแล้วเหลือตัวคนเดียว!"
“…...”
ผู้คนมากมายต่างแบ่งปันเรื่องราวของตนเองด้วยความเศร้าและความโกรธแค้น
ทุกคนเงียบลงโดยไม่รู้ตัวและเริ่มมารวมตัวกันจนกลายเป็นวงกลมขนาดใหญ่
ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดพวกเขาทุกคนต่างก็กำลังอยู่ในอารมณ์หดหู่
"ครั้งหนึ่งฉันเคยถูกจับตัวไปเป็นทาส.."
"ถ้าไม่ใช่เพราะลูกพี่ไทเกอร์ฉันก็ยังคงถูกพวกมังกรฟ้าทรมานอยู่ในตอนนี้! พวกมนุษย์มันคือปีศาจ! ฉันจะไม่มีวันให้อภัยพวกมันเด็ดขาด!!"
มนุษย์เงือกคนหนึ่งได้กัดฟันเล่าประสบการณ์ของตัวเองออกมาด้วยความเจ็บปวด
ไบร์ทเองก็รู้สึกถึงความหนักอึ้งอยู่ภายในใจ
เศษทรายแห่งกาลเวลานั่นเปรียบเสมือนกับภูเขาที่กดทับลงมาที่คนเรา
ความวุ่นวายที่โจรสลัดสร้างขึ้นบนเกาะมนุษย์เงือก ซึ่งว่ากันว่าเป็นการประกาศศักดาของกลุ่มโจจรสลัดหนวดขาวนั้นได้สร้างความเจ็บปวดมากมายนับไม่ถ้วนให้กับเกาะมนุษย์เงือก
พวกเขาทุกคนต่างจมอยู่กับความเศร้าโศกและความเห็นอกเห็นใจ
"หมายความพวกเราทุกคนไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกใช่ไหม?!"
ทันใดนั้นเองเสียงของไบร์ทก็ได้ดังขึ้นมา
"พวกเราไม่อยากให้มนุษย์มาสร้างความวุ่นวายและแสดงความเย่อหยิ่งที่เกาะมนุษย์เงือกอีกต่อไป!! พวกเราไม่ต้องการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไร้พลังและทำได้แค่ร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นอีกต่อไปแล้วใช่ไหม?!"
“ใช่!!!”
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เสียงตอบรับเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
เมื่อไบร์ทกวาดตามองออกไปทุกคนต่างก็ร้องคำรามออกมาสุดเสียง
‘เยี่ยมมาก! ฉันทำสำเร็จแล้ว!!’
"เราไม่ได้มารวมตัวกันที่นี่เพื่ออะไรทั้งนั้น! พวกรามาที่นี่เพื่อปกป้องประเทศชาติ เผ่าพันธุ์ ญาติสนิท และมิตรสหายของเรา! พวกเราคือปราการด่านแรกที่จะปกป้องภัยอันตรายทั้งหมดที่เข้ามา!!"
ไบร์ทได้ร้องคำรามออกมาสุดเสียง
"จงแข็งแกร่งขึ้นเหล่าสหายทั้งหลาย!!"
“เฮ้!!!!”
เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วฟ้า
"ดูเอาไว้.. นี่แหละคือสิ่งที่ไบร์ทอยากเห็น!"
จินเบที่กินข้าวเสร็จและยืนอยู่ข้างสนามฝึกได้ตบไปที่ไหล่ของอารองอย่างแผ่วเบา
ส่วนอารองนั้นเขากำลังตกตะลึงกับฉากที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า
เขาไม่เคยเห็นอันธพาลในเขตมนุษย์เงือกเป็นแบบนี้มาก่อน
‘ไบร์ทนายนี่มัน..’
"เอาล่ะ,การพักจบลงแล้ว!"
“พวกทึ่มทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการฝึกซ้อมในช่วงบ่าย!! แล้วอย่าหวังว่าฉันจะเมตตาพวกนาย!”
จินเบตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมเดินกลับเข้ามาในสนามฝึก
เมื่อได้ยินคำพูดของจินเบไบร์ทก็ยิ้มก่อนจะตะโกนออกมาว่า
“บอกลูกพี่จินเบไปสิว่าพวกนายมั่นใจแค่ไหน?!”
“พวกเราพร้อมแล้ว!!”
เสียงคำรามของพวกเขาเต็มไปด้วยศรัทธาและความมุ่งมั่น
“พูดจริงงั้นหรอ?”
จินเบอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ในที่สุดพวกเขาก็เข้าที่เข้าทางสักที
หลังจากฝึกซ้อมมาหนึ่งวันแล้วบอกลาไบร์ทกับจินเบ เหล่านักมนุษย์เงือกที่เหลือต่างก็หันไปกอดลากันและแยกย้ายกันกลับไปยังเกาะมนุษย์เงือก
เนื่องจากไม่มีหอพักรวมพวกเขาจึงทำได้แค่กลับบ้านของพวกเขาหลังจากฝึกเสร็จ
ไบร์ทไม่ได้รีบร้อนที่จะกลับบ้าน,เขา ลูกพี่จินเบ และลูกพี่อารองได้ไปที่ร้านอาหารเพื่อหาอะไรกินกันต่อ
ในระหว่างที่กำลังกินอาหารพวกเขาก็ได้พูดคุยถึงเรื่องการฝึก
"ด้วยความเร็วระดับนี้สักสองอาทิตย์พวกเขาก็น่าจะใช้งานได้แล้วล่ะ"
จินเบได้กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
เมื่ออยู่ใต้ท้องทะเลแล้วความแข็งแกร่งของมนุษย์เงือกและเงือกนั้นไม่ได้อ่อนแอเลย
สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการฝึกฝนวินัยให้กับพวกเขา
แล้วผลลัพธ์ที่ได้ในตอนนี้เองก็น่าพอในมากด้วย
"ขอบคุณสำหรับความทุ่มเทของคุณลูกพี่จินเบ!"
ไบร์ทยกแก้วขึ้นมาชนแก้วกับจินเบ
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,งานของนายเองก็สำคัญมากเหมือนกันฉันไม่เคยเห็นพวกอันธพาลในเขตมนุษย์เงือกกระตือรือร้นขนาดนั้นมาก่อน!"
"ไบร์ท,นายคือคนที่ทำให้พวกเขาเข้าใจความหมายของการต่อสู้!"
จินเบกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
"แต่มันก็ยังมีปัญหาอยู่เหมือนกัน.."
"ความเกลียดชังในตัวมนุษย์จะยิ่งรุนแรงขึ้นเพราะเรื่องนี้!"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความกังวล
"นั่นมันเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง?"
"ทุกอย่างที่เราทำมาทั้งหมดก็เพื่อจัดการกับพวกมนุษย์!"
อารองกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
ไบร์ทกับจินเบหันมามองหน้ากันก่อนจะส่ายหัวออกมา
การจัดการกับมนุษย์นั่นยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวมากสำหรับเกาะมนุษย์เงือก
"ก่อนที่การฝึกจะจบลงผมคิดว่าเรามีอีกอย่างที่ต้องทำ"
"ลูกพี่อารองคุณช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม?"
ไบร์ทได้เปลี่ยนเรื่องและหันไปถามอารอง
"ช่วยเรื่องอะไร?"
อารองดูจะตื่นเต้นมาก
ในการฝึกที่เกิดขึ้นพูดได้เลยว่าเขาไม่ได้มีบทบาทอะไรเลย และเขาก็ไม่อยากไปเป็นทหารให้จินเบตะโกนใส่ด้วยดังนั้นเขาจึงทำเพียงแค่เฝ้ามองการฝึกจากข้างสนาม
"ผมอยากให้คุณช่วยฝึกอสูรทะเล"
"ในการต่อสู้ใต้ทะเลพวกมันอาจมีบทบาทสำคัญยิ่งกว่าทหารซะอีก!"
ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
การฝึกอสูรทะเลเองก็ถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของเกาะมนุษย์เงือกเช่นกัน
เพราะท้ายที่สุดแล้วอสูรทะเลก็ต่างจากจ้าวทะเล ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงือกหรือเงือกคนไหนก็สามารถสื่อสารกับพวกมันได้
"เป็นไอเดียที่ดีมาก!"
อารองพยักหน้าซ้ำๆ ด้วยความตื่นเต้น
"เราสามารถจัดตั้งกลุ่มอัศวินอสูรทะเลได้! เมื่อเป็นแบบนั้นมันก็จะไม่มีใครสามารถสู้กับพวกเราได้อีกในใต้ท้องทะเลแห่งนี้!"
"นายจัดการมันได้เลย.. ส่วนเรื่องการฝึกทหารปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"
จินเบกล่าวเสริมออกมา
ทันใดนั้นทั้งสามก็ได้หันมายิ้มให้กันอย่างรู้ใจ
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย