- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่40:เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ของเรา (ฟรี)
บทที่40:เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ของเรา (ฟรี)
บทที่40:เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ของเรา (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 40 เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ของเรา
วันนี้เขตมนุษย์เงือกคึกคักมาก
คำพูดของไบร์ทที่หน้าร้านอาหารเมื่อเช้าแพร่กระจายไปทั่วเขตมนุษย์เงือก ซึ่งมันได้สร้างความปั่นป่วนขึ้นมาในทันที
"ทำเหมืองเหรอ? มีแร่อยู่ในทะเลด้วยเหรอ?"
"ลูกพี่ไบร์ทบอกว่าใต้ทะเลมีแร่อยู่เยอะมากและถ้าขายให้มนุษย์มันก็จะมีค่ามาก"
"ขายให้มนุษย์เหรอ? มันจะโอเคงั้นหรอ?"
"การหาเงินจากมนุษย์มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? แถมการขุดแร่ใต้ทะเลเองมันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับเราไม่ใช่หรือไง?"
"ฉันเองก็มองว่ามันดีเหมือนกันนะ.. ถ้าฉันหาเงินได้เยอะขึ้นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวฉันเองก็จะได้ดีขึ้นด้วย"
"ใช่,ฉันเองก็มีลูกตั้งห้าคนรออยู่ที่บ้าน"
คนส่วนใหญ่ในเขตมนุษย์เงือกต่างมีทัศนคติที่เป็นบวกต่อการทำเหมือง
อย่างที่รู้กันว่าเขตมนุษย์เงือกเป็นสถานที่ที่เสื่อมโทรม ดังนั้นผู้คนที่นี้จึงยากจนเป็นอย่างมากพวกเขาแทบไม่มีวิธีในการหาเงินด้วยซ้ำ
การที่สามารถหาเงินได้มากขึ้นและทำให้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ในเขตมนุษย์เงือก
ส่วนพวกหัวรุนแรงเองก็ไม่ต้องเหงา เพราะความต้องการอีกอย่างของไบร์ทมันทำให้พวกเขามีความสุขสุดขีด
"อย่างที่คาดไว้จากลูกพี่ไบร์ท.. แค่เริ่มต้นก็สุดยอดแล้ว!"
"มันควรจะเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว! พวกมนุษย์มันหยามหน้าเกาะมนุษย์เงือกมาตั้งกี่ปีแล้ว?"
"เกาะมนุษย์เงือกคืออาณาเขตของมนุษย์เงือกและเงือก.. ดังนั้นมนุษย์ที่เข้ามาก็ควรจะอยู่เงียบๆ ไว้!"
"ฉันสมัครแน่! ฉันจะเข้าร่วมกองทัพที่ลูกพี่ไบร์ทจัดตั้งขึ้น!!"
"กองทัพ? ฉันได้ยินมาว่ามันเรียกว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองไม่ใช่เหรอ?"
"ก็เหมือนกันนั่นแหละ,เห็นเขาว่ากันว่ามันมีสถานะเท่าเทียมกับกองทัพเนปจูนแถมเงินเดือนก็ยังสูงกว่าด้วย!"
"แต่ลูกพี่ไบร์ทต้องการแค่หมื่นคน.. การแข่งขันมันต้องสูงมากแน่!"
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,นั่นแหละคือสิ่งที่ควรจะเป็น.. คนที่แข็งแกร่งกว่าก็ต้องได้เปรียบเป็นธรรมดา! ส่วนคนที่อ่อนแอก็ควรจะหลีกทางไปซะ!"
บทสนทนาของพวกเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
เขตมนุษย์เงือกในตอนนี้วุ่นวายกันสุดๆ
……….…
ยามค่ำคืน ณ ร้านเมอร์เมดคาเฟ่
"ไบร์ทกำลังจะรับหน้าที่ในการปกป้องเกาะมนุษย์เงือกงั้นหรอ?!"
เหล่านางเงือกต่างเข้ามาล้อมรอบและมองมาที่ไบร์ทด้วยความประหลาดใจ
"ใช่,มันถึงเวลาที่เกาะมนุษย์เงือกจะต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว มันต้องมีใครสักคนลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างบ้างจริงไหม?”
ไบร์ทยอมรับไปตามตรง
“เท่มาก!”
“ได้ยินแบบนี้แล้วก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเลย!!”
เหล่านางเงือกต่างกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
“เชอร์รี่โชคดีจังเลยที่มีคนรักสมัยเด็กแบบนี้”
พวกเธอต่างส่งสายตาไปทางเชอร์รี่
เชอร์รี่ที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับกลอกตาด้วยความรำคาญ
“ถ้าพวกเธอมีเวลาว่างมากก็รีบเก็บข้าวของแล้วกลับบ้านไปได้แล้ว!”
“ไม่เอาหรอก,ลูกพี่ไบร์ทกำลังจะขึ้นเป็นใหญ่บนเกาะมนุษย์เงือกในอนาคต.. ดังนั้นพวกเราก็ต้องเอาใจเขาหน่อย!”
นางเงือกคนหนึ่งได้กล่าวออกมาอย่างเปิดเผยว่าอยากจะเอาใจไบร์ท
“ลูกพี่ไบร์ท?”
เชอร์รี่อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
"หรือว่า.."
"เพื่อเอาใจลูกพี่ไบร์ทเราควรจะเอาใจเชอร์รี่? ถ้างั้นเชอร์รี่ช่วยพูดถึงพวกเราดีๆ ให้ลูกพี่ไบร์ทฟังด้วยนะ!"
เหล่านางเงือกต่างก็ลอยเข้ามาล้อมรอบเชอร์รี่และนวดไหล่ให้เธอด้วยความตั้งใจ
"มันเจ็บนะยัยพวกนี้นิ! เก็บแรงของพวกเธอเอาไว้เช็ดโต๊ะเถอะ!"
เชอร์รี่ดุออกมาเสียงดังด้วยความรำคาญ
ดูเหมือนว่าการประจบของพวกเธอจะล้มเหลว
ไบร์ทที่มองฉากตรงหน้าก็ถึงกับยิ้มออกมา
"ลูกพี่ไบร์ทจะปกป้องเกาะมนุษย์เงือกเหรอ? สุดยอดไปเลย!!"
เงือกน้อยนาน่าสูดน้ำมูกที่ไหลออกมาและมองมาที่ไบร์ทด้วยความชื่นชม
"โตขึ้นหนูเองจะเป็นเหมือนลูกพี่ไบร์ทให้ได้เลย! หนูจะปกป้องแม่ ปกป้องพวกพี่สาว และปกป้องเกาะมนุษย์เงือก!!"
ไบร์ทยิ้มและลูบหัวของนาน่าด้วยความเอ็นดู
"งั้นนาน่าก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นให้ได้มากกว่านี้"
"อืม!"
"หนูจะกินอาหารดีๆ ทุกวันจะได้ตัวโตขึ้นเร็วๆ!"
เงือกน้อยนาน่ากล่าวออกมาอย่างหนักแน่น
เมื่อมองไปยังผู้คนรอบตัวที่กำลังอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในบรรยากาศที่สงบสุข ไบร์ทก็อดคิดกับตัวเองไม่ได้ว่ามันอาจเป็นเพราะเหตุนี้ก็ได้ที่ทำให้เขาตัดสินใจที่จะแข็งแกร่งขึ้น
ไบร์ทได้มองข้ามผ่านเหล่านางเงือกที่มีชีวิตชีวาไปยังเชอร์รี่
เมื่อสายตาของพวกเขาประสานกันเชอร์รี่ก็ได้ส่งยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
รอยยิ้มของเธอมันทำให้ไบร์ทยิ้มกว้างกว่าที่เคย
ไม่มีอะไรต้องกังวลเป็นคำที่เชอร์รี่พูดกับเขาอยู่เสมอ พวกเขาทั้งสองจะต้องมีอนาคตที่สดใส
…………
การคัดเลือกคนใช้เวลากว่าสามวัน
ความล่าช้าจากการขาดผู้สมัครนั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลย
มนุษย์เงือกและเงือกจำนวนมากต่างต้องการเข้าร่วมกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง มันทำให้จำนวนผู้สมัครทะลุ 10,000 คนที่ไบร์ทกำหนดไว้ไปมาก
ความแข็งแกร่งทางด้านการเงินของอาณาจักรริวงูนั้นถือว่าธรรมดามาก การจัดตั้งกองกำลังจำนวน 10,000 คนนั้นได้สร้างภาระทางการเงินให้กับอาณาจักรอย่างมหาศาล หากพวกเขาต้องการขยายตัวเพิ่มพวกเขาต้องรอจนกว่าธุรกิจเหมืองแร่จะเดินหน้าสู่ทิศทางที่ถูกต้อง
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องคัดเลือกผู้ที่เชื่อฟังและมีความสามารถมากที่สุดอย่างจริงจัง
ถ้าถามว่าทำไมไบร์ทต้องตั้งเงื่อนไขแรกเป็นการเชื่อฟัง มันเป็นเพราะสิ่งที่ไบร์ทต้องการคือกองกำลังติดอาวุธที่สามารถปกป้องเกาะมนุษย์เงือกได้ไม่ใช่กลุ่มโจรสลัดมนุษย์เงือก
โชคดีที่ด้วยความช่วยเหลือของเหล่าผู้นำแก๊งทั้งหลาย พวกเขาจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับกลุ่มคนที่สมัครเข้ามาเป็นอย่างดีดังนั้นจึงสามารถระบุตัวตนผู้สมัครได้ไม่ยาก
ด้วยวิธีนี้พวกเขาจึงจัดการทุกอย่างเสร็จภายในสามวัน
เหล่าคนที่ถูกเลือกต่างก็ดีใจกันมาก ส่วนคนที่ไม่ผ่านก็หงุดหงิดเป็นธรรมดาแถมยังพาลไปสร้างความเดือดร้อนเพราะไม่พอใจอีกด้วย
แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ถูกระงับไว้ได้ทันเวลา
…………
วันต่อมาหลังจากที่ยืนยันตัวบุคลากรได้แล้ว ทุกคนก็ถูกเรียกตัวมายังป่าแห่งทะเล
วันนี้ไบร์ทมาถึงเร็วมาก
อย่างไรก็ตามไบร์ทไม่ได้ออกไปหาพวกเขาในทันที เขาทำเพียงแค่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เท่านั้น
สิ่งที่เขาเห็นมีแต่ความวุ่นวาย คดเคี้ยว และไม่มีระเบียบ
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,กองกำลังหมื่นคนมันหน้าตาอย่างงี้นี้เอง!"
อารองได้เดินเข้ามาหาไบร์ทพร้อมกับเสียงหัวเราะ
"เป็นกองกำลังที่น่าทึ่งจริงๆ!"
"มันยังอีกห่างไกลอารอง.."
"ตอนนี้พวกเขาก็เป็นแค่กลุ่มอันธพาลเพราะงั้นยังต้องฝึกฝนอีกเยอะ!"
จินเบที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้กล่าวขัดออกมาทันควัน
"ผมเห็นด้วยกับลูกพี่จินเบ"
ไบร์ทเห็นด้วยโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
การพัฒนาประสิทธิภาพในการต่อสู้นั้นยังไม่จำเป็นต้องพูดถึงในตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาคือการพัฒนาวินัยและการปฏิบัติตามคำสั่ง
"ผมขอฝากเรื่องนี้ให้คุณด้วยนะลูกพี่จินเบ!"
ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
ถึงแม้ตอนนี้ลูกพี่จินเบจะเป็นโจรสลัด แต่ครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นผู้บัญชาการกองทัพเนปจูนมาก่อน
"ฝากให้ฉันจัดการได้เลยไม่ต้องห่วง"
จินเบตอบรับอย่างเป็นปกติ
เรื่องนี้นอกจากจินเบแล้วก็คงไม่มีใครทำได้แล้ว
"ไปกันเถอะ"
พูดจบไบร์ทก็ได้ดีดตัวขึ้นไปบนฟ้าและเพียงพริบตาเขาก็ได้ทิ้งตัวลงมาอยู่ตรงหน้าฝูงชนราวกับกระสุนปืนใหญ่
เหล่ามนุษย์เงือกตกตะลึงอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะส่งเสียงเชียร์ออกมากึกก้อง
“ลูกพี่ไบร์ท!!”
"เงียบ!"
เสียงของไบร์ทดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าร้อง
"คำขอแรกของฉันสำหรับพวกนายคือปฏิบัติตามคำสั่ง!"
หลังจากพิชิตเขตมนุษย์เงือกสำเร็จด้วยความแข็งแกร่งของตัวเขาเอง ชื่อเสียงของไบร์ทก็เพิ่มสูงขึ้นดังนั้นทุกคนจึงเงียบในทันทีเมื่อไบร์ทสั่ง
ไบร์ทกวาดตามองพวกเขาและพยักหน้าออกมาด้วยความพอใจ
‘ถือว่าเริ่มต้นได้ไม่เลว’
"ฉันคิดว่าพวกนายคงรู้เหตุผลที่ฉันเรียกตัวพวกนายมาในวันนี้ดังนั้น.."
"นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกนายคือนักรบที่ต้องต่อสู้เพื่อเกาะมนุษย์เงือกแห่งนี้!"
ไบร์ทกล่าวออกมาเสียงดังและหนักแน่น
"เรื่องนั้นพวกเรารู้กันดีอยู่แล้ว.. แต่ลูกพี่ไบร์ทเรื่องที่เราอยากรู้คือเงินเดือนของงานนี้สูงมากเลยใช่ไหม?"
เสียงหนึ่งได้ดังขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน
เมื่อไบร์ทมองไปยังต้นเสียงเขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจ
"เฮียวโซ? นายเองก็อยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรอ?"
ปลาหมึกเฮียวโซที่เคยสู้กับไบร์ทมาก่อนได้ยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า
"ฮึ..ฮึ..,ทำไมจะไม่มาล่ะในเมื่อมันได้เงิน?"
"ถ้างั้นนับจากนี้ไปนายก็ควรประพฤติตัวให้ดี"
"คำขอที่สองของฉันสำหรับพวกนายคือแก้ไขความประพฤติของพวกนาย"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
"ความหละหลวมที่เคยติดตัวพวกนายมาจากเขตมนุษย์เงือกมันไม่จำเป็นอีกต่อไป สิ่งที่ฉันต้องการคือกลุ่มนักรบที่ไว้ใจได้!"
"โอ้,เข้มงวดจัง"
"ฉันเข้าใจแล้ว,ตราบใดที่ยังมีเงินฉันก็ทำได้หมดนั้นแหละ"
รอยยิ้มของเฮียวโซยังคงไม่จางหายไป
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ก่อเรื่องอะไรดังนั้นไบร์ทจึงขี้เกียจเกินกว่าจะไปสนใจเขา
เพราะท้ายที่สุดแล้วเฮียวโซก็ถือเป็นคนที่แข็งแกร่งมากบนเกาะมนุษย์เงือก
"คำขอสุดท้ายของฉันคือ.."
"ฉันหวังว่าพวกนายจะรักเกาะมนุษย์เงือกแห่งนี้!"
ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
"อย่าลืมว่าเรากำลังต่อสู้เพื่อเกาะมนุษย์เงือก เพื่อประเทศชาติ และเพื่อเผ่าพันธุ์ของเรา!"
บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะก่อนที่จะระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“เพื่อเกาะมนุษย์เงือกของพวกเรา!”
“เพื่อประเทศชาติของพวกเรา!”
“เพื่อเผ่าพันธุ์ของพวกเรา!”
"ลูกพี่ไบร์ทจงเจริญ!!"
“……”
เสียงเชียร์ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคลื่นสึนามิ
มันไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยหากจะบอกว่าผู้คนในเขตมนุษย์เงือกอาจไม่ชอบพระราชวังริวงู แต่พวกเขาก็เป็นกลุ่มคนที่รักในกลุ่มชาติพันธุ์ของตัวเองอย่างสุดหัวใจ
เพราะความทุกข์ทรมานที่ต้องเผชิญมาตลอด มันจึงทำให้จิตสำนึกรักชาติของพวกเขาเข้มข้นยิ่งกว่าใคร
"พวกนายพร้อมสำหรับการฝึกหลังจากนี้แล้วหรือยัง?"
ใบหน้าของไบร์ทปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาอย่างแผ่วเบา
"ไม่ต้องกังวลไป,เพราะฉันจะทำให้พวกนายเป็นนักรบที่แท้จริงเอง!"
ในตอนนั้นเองจินเบก็ได้เดินเข้ามา
ก่อนการฝึกจะเริ่มขึ้นจินเบได้ทำการแบ่งคนออกเป็น 10 กองพันโดยแต่ละกองพันจะมีกัปตันและรองกัปตัน
แต่ละกองพันจะแบ่งออกเป็น 10 กองร้อยโดยแต่ละก็มีจะกัปตันและรองกัปตันเช่นกัน และในกองร้อยก็จะแบ่งออกเป็นหมู่ 10 หมู่โดยมีกำลังคนจำนวน 10 คน
โครงสร้างของกองกำลังถือว่าค่อนข้างชัดเจนและเข้าใจง่าย
เหล่ากัปตันจะขึ้นตรงต่อไบร์ทและแต่ละคนที่เป็นกัปตันได้จะต้องถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีและไม่มีเส้นทางลัดใดๆ เพราะพื้นฐานของโลกนี้คือความแข็งแกร่งและกองกำลังที่พวกเขาจัดตั้งขึ้นมาก็เน้นไปที่จุดนี้เช่นกัน ดังนั้นผู้แข็งแกร่งย่อมต้องอยู่ในตำแหน่งที่สูงและเฮียวโซก็เป็นหนึ่งในนั้น
หลังจากแบ่งแถวเสร็จการฝึกจึงเริ่มต้นขึ้น
จุดประสงค์หลักในช่วงแรกของการฝึกฝนคือการปฏิบัติตามคำสั่งและการทำงานเป็นทีม
เพื่อเปลี่ยนมนุษย์เงือกอันธพาลเหล่านี้ให้กลายเป็นกองกำลังที่มีระเบียบวินัย
ดังนั้นการฝึกฝนที่แสนวุ่นวายจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ไบร์ทเองก็ไม่ใช่ผู้นำที่ปล่อยปละละเลยเขายังคงทำในสิ่งที่เขาสามารถทำได้
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย