เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่39:การรับสมัคร (ฟรี)

บทที่39:การรับสมัคร (ฟรี)

บทที่39:การรับสมัคร (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 39 การรับสมัคร

งานเลี้ยงต้องถูกระงับชั่วคราวตั้งแต่เริ่ม

เพราะราชินีผู้เปราะบางต้องการกอดลูกสาวแต่ถูกทำให้ซี่โครงหักซะเอง

"องค์ราชินีร่างกายของพระองค์บอบบางมากดังนั้นโปรดระมัดระวังตัวด้วยเถิด"

หมอประจำพระราชวังริวงูกล่าวออกมาด้วยความกังวล

แม้ว่าจะมีคนไม่มากนักที่เห็นด้วยกับแนวคิดของราชินีโอโตฮิเมะ แต่ความกระตือรือร้นและความอ่อนโยนของเธอก็ได้รับความชื่นชมจากผู้คนเป็นจำนวนมาก

แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยคือร่างกายของเธอนั้นแย่มาก

มันแย่ถึงขนาดที่ว่าถ้าเธอไปตบคนอื่นมันอาจจะเป็นมือของเธอเองที่หัก

ดังนั้นมันจึงน่าเหลือเชื่อมากที่เธอสามารถให้กำเนิดลูกสี่คนที่มีร่างกายใหญ่โตและสมบูรณ์พร้อมได้

"แต่ชิราโฮชิน่ารักมากเลยนะ!"

"ลูกสาวของแม่คนนี้น่ารักที่สุดในโลกเลย!"

ราชินีโอโตฮิเมะกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ

ราชินีโอโตฮิเมะลูบหัวของลูกสาวอย่างแผ่วเบาด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกับใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

"ฮิ..ฮิ.."

เด็กน้อยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเธอเพิ่งทำร้ายแม่ของเธอไป เธอยังคงยิ้มอย่างมีความสุขเพื่อตอบสนองต่อความอ่อนโยนของแม่เธอ

"น่ารักเกินไปแล้ว!"

ราชินีโอโตฮิเมะที่ดูเหมือนจะเสียสติได้กระโจนเข้าใส่ลูกสาวของเธอและถูไถราวกับว่าลูกสาวของเธอเป็นตุ๊กตาตัวใหญ่

"อ๊า! เจ็บอีกแล้ว!"

"องค์ราชินีกระหม่อมบอกให้พระองค์ระวังตัวไม่ใช่หรือ?!"

ไบร์ทหันไปมองที่ราชาเนปจูน

ทางด้านราชาเนปจูนนั้นก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าๆ

‘เป็นผู้ชายที่เข้มแข็งและซื่อสัตย์จริงๆ แฮะ’

‘อะไรแบบนี้คงจะเป็นกิจวัตรประจำวันของเขาไปแล้ว’

ในที่สุดงานเลี้ยงก็เริ่มจัดงานได้สักที

หลังจากที่หมอรักษาอาการบาดเจ็บของราชินีโอโตฮิเมะเสร็จ ผู้หญิงคนนี้ก็ได้มาหาไบร์ทด้วยกันกับลูกๆ ของเธอพร้อมกับรอยยิ้ม ไบร์ทไม่รู้จริงๆ ว่าเธอเป็นคนอ่อนโยนหรือดื้อรั้นกันแน่

"พี่ชายตรงหน้าคนนี้ชื่อว่าไบร์ท!"

ราชินีโอโตฮิเมะได้แนะนำไบร์ทให้ลูกชายและลูกสาวของเธอได้รู้จัก

"พวกลูกเองก็มาแนะนำตัวให้เขารู้จักหน่อยสิ"

"สวัสดีลูกพี่ไบร์ท!"

"หนูชื่อชิราโฮชิ"

เจ้าหญิงน้อยฟังแม่ของเธออย่างว่าง่าย

ใบหน้าและแก้มที่เนียนนุ่มของเธอในตอนนี้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

"เป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ"

ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของจ้าหญิงน้อยคนนี้

‘แต่ว่าตัวใหญ่จริงแฮะ.. เพิ่งห้าขวบแท้ๆ แต่สูงกว่าฉันไปเป็นหัวเลย’

"ลูกพี่ไบร์ทผมมาโบชิยินดีที่ได้รู้จัก!"

เด็กผู้ชายคนนี้ดูตัวเตี้ยกว่าชิราโฮชิมากและน่าจะอายุราวๆ สิบขวบ ได้แนะนำตัวออกมาอย่างมีความสุข

"ส่วนผมชื่อริวโบชิยินดีที่ได้รู้จักลูกพี่ไบร์ท!"

เจ้าชายองค์ที่สองนั้นสูงกว่าน้องชายคนที่สามมากเขามีอายุราว 12 หรือ 13 ปี ได้กล่าวแนะนำตัวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

"….."

เงือกน้อยคนสุดท้ายซึ่งเป็นพี่คนโตในบรรดาพี่น้องทั้งสี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

"ผมชื่อฟุคาโบชิช่วยชี้แนะด้วยลูกพี่ไบร์ท!"

"ยินดีที่ได้รู้จักพวกคุณทุกคน!"

ไบร์ทยิ้มตอบออกมาจากใจจริง

ราชวงศ์เนปจูนนั่นล้วนแล้วแต่เป็นคนดีกันหมดทุกคน

"ไบร์ทแข็งแกร่งมากเลยนะรู้ไหม?!"

"แถมเขายังเป็นคนที่จะมาเปลี่ยนเกาะมนุษย์เงือกร่วมกันกับพ่อและแม่ด้วย!"

ราชินีโอโตฮิเมะหันไปอวดกับลูกๆ ของเธอด้วยความภาคภูมิใจ

‘ใครจะร่วมมือกับคุณ?’

‘แล้วคุณกำลังภูมิใจอะไรอยู่?’

มุมปากของไบร์ทได้กระตุกขึ้นมาอย่างกะทันหัน

"ว้าว! ลูกพี่ไบร์ทสุดยอดไปเลย!"

เจ้าหญิงน้อยเชื่อคำพูดของแม่เธออย่างสนิทใจ เธอได้กำมือเล็กๆ ทั้งสองข้างเอาไว้แน่นดวงตาของเธอเป็นประกายราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า

หลังจากที่พูดคุยกันอยู่สักพักงานเลี้ยงก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

ในงานเลี้ยงนี้ไม่ได้มีแค่ครอบครัวของเนปจูนและไบร์ทกับจินเบเท่านั้น แต่ยังมีเหล่าเสนาบดีของพระราชวังริวงูที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมด้วยและเหตุผลที่เชิญมามันก็ไม่ได้มีอะไรมาก

"งานเลี้ยงในวันนี้มีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเกี่ยวกับสองสิ่งด้วยกัน!"

เมื่องานเลี้ยงเริ่มขึ้นราชาเนปจูนก็ได้ประกาศออกมาเสียงดัง

โดยสิ่งที่เขาประกาศออกมานั้นมีอยู่สองเรื่องด้วยกัน คือ การจ้างไบร์ทให้มาจัดตั้งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง และการจัดตั้งบริษัทเหมืองแร่เกาะมนุษย์เงือก

แน่นอนว่าเรื่องนี้ได้ก่อให้เกิดความวุ่นวาย

เหล่าเสนาบดีของพระราชวังริวงูต่างโต้แย้งออกมาในทันที

แต่คราวนี้ราชาเนปจูนไม่ได้ใจอ่อนและด้วยการสนับสนุนจากราชินีโอโตฮิเมะ เหล่าเสนาบดีจึงทำได้แค่ยอมรับมันด้วยความไม่พอใจ

ราชาเนปจูนได้ยกแก้วขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังแล้วหันไปพูดกับไบร์ทว่า

"ไบร์ทความปลอดภัยของเกาะมนุษย์เงือกอยู่ในมือของนายแล้ว!"

"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราได้เลย!"

ไบร์ทตอบรับมาด้วยความมั่นใจและจริงจัง

หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้ยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมกัน

อีกด้านหนึ่งเจ้าชายฟุคาโบชิซึ่งนั่งอยู่กับพี่น้องของเขาก็กำลังจ้องมองมาที่ไบร์ทด้วยความตั้งใจ

"เกาะมนุษย์เงือก.. ปลอดภัย.."

"เยี่ยมไปเลย!"

…………

งานเลี้ยงจบลงตอนประมาณเที่ยงคืน,ไบร์ทและจินเบได้เดินทางกลับมายังเขตมนุษย์เงือกผ่านทางวอเตอร์โรด

"ลูกพี่ไบร์ท!!"

"ลูกพี่กลับมาแล้วเหรอ?"

"สวัสดีตอนเย็นครับลูกพี่ไบร์ท!"

เหล่ามนุษย์เงือกตื่นเต้นมากเมื่อเห็นไบร์ท ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะไบร์ทคือผู้นำคนใหม่ของเขตมนุษย์เงือก

ก่อนที่ไบร์ทและจินเบจะกลับถึงบ้านอารองก็ได้มาดักรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว

"เป็นไงบ้าง?"

"ราชาเนปจูนไม่ให้ความร่วมมือใช่ไหม? พวกเราจะบุกพระราชวังริวงูกันเมื่อไหร่ดี?"

ดูเหมือนว่าเขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ

"อารองเลิกคิดเรื่องไร้สาระพวกนั้นได้แล้ว"

จินเบที่ทนไม่ไหวก็ได้กล่าวขัดออกมาในทันที

"การพูดคุยของพวกเราราบรื่นดี"

"พรุ่งนี้รบกวนลูกพี่ช่วยรวบรวมผู้นำของเขตมนุษย์เงือกให้ผมด้วย เพราะผมมีข่าวดีจะประกาศให้พวกเขาฟังสองเรื่อง"

ไบร์ทเดินเข้ามาในวงสนทนาพร้อมกับรอยยิ้ม

"ข่าวดีงั้นหรอ?"

อารองขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย

"สรุปคือพรุ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง!"

จินเบกล่าวออกมาด้วยความคาดหวัง

"ถ้าเป็นอย่างงั้นก็ดี"

อารองทำหน้ามุ่ยออกมาด้วยความประชดประชัน

ไบร์ททำได้แค่ส่ายหัวอย่างหมดหนทาง เขารู้ว่าอารองอยากจะโค่นล้มพระราชวังริวงูและปล่อยให้พวกเขาในเขตมนุษย์เงือกขึ้นปกครองประเทศนี้

แต่ไบร์ทไม่ต้องการทำแบบนั้น

ความสัมพันธ์ระหว่างเขตมนุษย์เงือกกับพระราชวังริวงูในจินตนาการของเขามันควรเหมือนกับความสัมพันธ์ของกองทัพฮัปโปกับอาณาจักรคาโนะ

พระราชวังริวงูมีส่วนรับผิดชอบในการพัฒนาประเทศนี้ ในขณะที่ไบร์ทและพรรคพวกมีหน้าที่รับผิดชอบในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศนี้

พวกเขาควรจะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกัน

ส่วนความสัมพันธ์นี้จะเสื่อมถอยลงในอนาคตหรือไม่ไบร์ทไม่ได้กังวลเลย

อำนาจ ความมั่งคั่ง และชื่อเสียงทั้งหมดในโลกนี้ถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของความแข็งแกร่ง!

เมื่อไบร์ทกลับมาถึงบ้านเขาก็เข้านอนในทันที คืนนี้เขาไม่ได้ฝันถึงอะไรเลยพอตื่นขึ้นมาฟ้าก็สว่างแล้ว

หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ไบร์ทก็ได้ไปที่ร้านประจำของเขาเพื่อกินอาหารเช้าเพราะว่าวันนี้เขาไม่มีเวลาไปที่บ้านของเชอร์รี่

"โอ้! ลูกพี่ไบร์ทมาแล้ว!"

"วันนี้อยากกินอะไร? เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง!"

เจ้าของร้านนี้ที่เฝ้าดูไบร์ทเติบโตมาตั้งแต่เด็กได้กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ไม่ต้องหรอกเป็นลูกพี่แล้วจะมาให้คนอื่นเลี้ยงได้ยังไง?"

"ขอเหมือนเดิมแล้วกัน"

ไบร์ทหาที่นั่งและสั่งอาหารออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ฮ่าๆ ๆ,โอเคลูกพี่ไบร์ทรอสักครู่นึง!"

เมื่อเวลาผ่านไปคนที่มากินอาหารเช้าในร้านก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนที่เห็นไบร์ทต่างก็เข้ามาทักทายด้วยความกระตือรือร้นตัวเขาเองก็ตอบรับด้วยความกระตือรือร้นเช่นกัน

ผู้คนเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนล้นออกมานอกร้าน

เหล่ามนุษย์เงือกร่างกำยำสูงใหญ่ต่างก็มารวมกันจากทั่วสารทิศ เมื่อมาถึงพวกเขาก็ได้รวมกลุ่มและยืนรออยู่เงียบๆ บนถนนหน้าร้าน

"เฮ้! ทำไมพวกนายถึงได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่?"

"ถามอะไรโง่ๆ ลูกพี่ไบร์ทเป็นคนเรียกให้พวกเรามา!"

"ดูเหมือนว่ากำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น!"

"เรื่องใหญ่? เรื่องใหญ่อะไร? หรือว่าเรากำลังจะบุกพระราชวังริวงูงั้นหรอ?"

ไบร์ทที่เพิ่งกินข้าวเสร็จก็ได้วางช้อนส้อมลงก่อนจะเช็ดปากให้สะอาด

‘คนในเขตมนุษย์เงือกมันหมกมุ่นอยู่กับการโจมตีพระราชวังริวงูกันมากนักหรือไง?’

หลังจากจ่ายค่าอาหารเช้าเรียบร้อยไบร์ทก็ได้เดินออกมาจากร้าน

“สวัสดีครับลูกพี่ไบร์ท!”

ทุกคนต่างโค้งคำนับและกล่าวทักทายไบร์ทออกมาอย่างพร้อมเพรียง

เสียงของพวกเขาดังก้องกังวานกระจายไปทั่วสารทิศ

ทุกคนมองเขาด้วยความประหลาดใจและชื่นชม

"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ"

ไบร์ทที่ได้ยินเสียงหัวเราะก็ได้หันมายังต้นเสียง ก่อนที่เขาจะพบกับร่างของอารองที่กำลังยืนพิงกำแพงอยู่ที่มุมหนึ่งของถนน

"เป็นไงไบร์ทนี่ละคือพลังอำนาจ!"

"เลิกพูดเรื่องไร้สาระแล้วมาคุยเรื่องสำคัญกันดีกว่า"

จินเบได้เบียดตัวออกมาจากฝูงชนและกล่าวแทรกขึ้นมา

เมื่อไบร์ทมองไปที่ข้างหลังของจินเบเขาก็พบกับเหล่าลูกเรือกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ที่กำลังเดินตามจินเบมา

ไบร์ทพยักหน้าให้จินเบอย่างเข้าใจก่อนจะกล่าวออกมาเสียงดังว่า

"วันนี้ที่ฉันเรียกทุกคนมาที่นี่เพราะฉันมีสองเรื่องที่จะแจ้งให้ทุกคนทราบ พวกนายทุกคนไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามอะไรแค่ฟังฉันพูดอย่างเดียวก็พอ"

"เรื่องแรกที่ฉันจะแจ้งให้ทุกคนทราบก็คือพระราชวังริวงูกำลังจะจัดตั้งบริษัทเหมืองแร่เพื่อขุดแร่ใต้ท้องทะเลเพื่อทำการค้าขายและแลกเปลี่ยนกับมนุษย์ โดยบริษัทแห่งนี้จะให้ความสำคัญในการคัดเลือกคนงานจากเขตมนุษย์เงือกของเราและเงินเดือนของงานนี้ก็น่าจะสูงพอตัวเลย"

ไบร์ทไม่ใช่นายทุนเพราะงั้นเขาไม่คิดที่จะเอาเปรียบเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเขา

การทำเหมืองแร่เป็นงานที่หนักมากดังนั้นแน่นอนว่าพวกเขาก็ควรได้รับค่าตอบแทนที่ดี

ต่อให้บริษัทจะได้เงินน้อยลงมันก็ไม่ใช่ปัญหา

ผู้นำกลุ่มแก๊งจากทั่วเขตมนุษย์เงือกต่างเริ่มหันมาพูดคุยกัน

ก่อนที่พวกเขาจะทันได้คิดอะไรต่อไบร์ทก็ได้พูดขึ้นว่า

"อย่างที่สองคือ ฉันกำลังคัดเลือกคนจากเขตมนุษย์เงือก 10,000 คนโดยมีเงื่อนไขสองข้อคือ 1.ต้องเชื่อฟัง และ 2.ต้องต่อสู้!"

"แล้วหลังจากนั้นฉันจะจัดตั้งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองขึ้นเพื่อจัดการการเข้า-ออกของเกาะมนุษย์เงือก.. มันถึงเวลาแล้วที่จะทำให้พวกคนนอกไม่กล้ามาทำอะไรที่เกาะมนุษย์เงือก!!"

สิ้นเสียงของไบร์ทฝูงชนก็เงียบไปชั่วขณะ

แต่หลังจากนั้นไม่นาน..

“เฮ้!!!!”

‘พวกเรารอคอยช่วงเวลานี้มานานแล้ว!!’

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

วันพีช : ระบบครอบครองวิญญาณในโลกโจรสลัด(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่39:การรับสมัคร (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว