- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่38:ชิราโฮชิ (ฟรี)
บทที่38:ชิราโฮชิ (ฟรี)
บทที่38:ชิราโฮชิ (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 38 ชิราโฮชิ
ราชาเนปจูนนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่โดยขดหางของเขาด้วยความไม่พอใจ
"ไบร์ทเวลาคุยกับราชาเนปจูนโปรดสุภาพด้วย"
จินเบเองก็รู้สึกอายอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน
ตัวเขากับราชาเนปจูนถือเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน ตัวเขาเองก็เคยเป็นทหารที่มีอิทธิพลในกองทัพเนปจูน
ตอนนี้พอคนที่เขาสนับสนุนกำลังมาปะทะคารมกับเพื่อนเก่าแบบนี้จินเบก็ต้องรู้สึกอายเป็นธรรมดา
"ลูกพี่จินเบ,ผมก็แค่กำลังพยายามขจัดความลังเลในใจของราชาเนปจูนก็เท่านั้น"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
ราชาเนปจูนเองก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง
"การเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยความกล้า"
"การเปลี่ยนแปลงจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีจริงหรือเปล่า? สิ่งนั้นคือความกลัวที่นักปฏิวัติทุกคนต้องเผชิญเมื่อต้องตัดสินใจ"
ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างใจเย็น
"ทำตามขนบธรรมเนียมไม่ดีกว่าเหรอ? เมื่อไม่มีทางเลือกคนเราก็มักจะคิดว่าประสบการณ์ในอดีตนั้นเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลเสมอจนกว่าจะเจอเข้ากับทางตัน"
"ราชาเนปจูนไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตาม.. การเปลี่ยนแปลงได้เริ่มขึ้นแล้ว!!”
ไบร์ทกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
"….."
ดวงตาของราชาเนปจูนเบิกกว้างพร้อมหนวดเคราที่กำลังสั่นไหว
จินเบถึงกับเอามือก่ายหน้าด้วยความจนปัญญา ถึงแม้สิ่งที่ไบร์ทพูดจะเป็นความจริงแต่ก็ช่วยนุ่มนวลกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?
ไม่ว่ายังไงชายที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นถึงราชาของประเทศนี้
"เฮ้อออ!"
ในที่สุดราชาเนปจูนก็ถอนหายใจออกมา
"ถึงแม้หน้าตานายจะดูไม่เหมือนมนุษย์เงือก แต่ความป่าเถื่อนที่ฝังอยู่ในกระดูกของนายมันเป็นสิ่งที่บ่มเพาะได้แค่ในเขตมนุษย์เงือกเท่านั้น"
"บางทีจินเบอาจพูดถูก.."
ราชาเนปจูนได้เหลือบมองไปที่เพื่อนเก่าของเขาก่อนจะพยักหน้ารับด้วยความหนักแน่น
"มาถึงขั้นนี้แล้วฉันเองก็คงปล่อยให้คนอื่นมาดูถูกไม่ได้ ฉันจะตอบรับคำขอของนาย——"
"ปัง!"
ประตูห้องน้ำชาได้ถูกผลักเข้ามาอย่างกะทันหัน
ทันใดนั้นหญิงสาวร่างบางก็ได้เดินเข้ามาอย่างบางเบาราวกับเมฆบนฟากฟ้า
ใบหน้าของเธอประดับไว้ด้วยความจริงจัง
"โอโตฮิเมะ,เธอไม่ได้ไปกล่าวสุนทรพจน์ที่ลานกว้างเกียวคอร์ดงั้นหรอ?"
ตอนนี้ราชาเนปจูนรู้สึกปวดหัวมาก
"มีคนเพิ่งโยนเศษอาหารใส่ฉัน..."
"แม้มันจะล้ำเส้นเกินไปแต่ฉัน..."
ราชินีแห่งอาณาจักรริวงูเม้มริมฝีปากแน่นและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น
"ฉันเคยบอกไปแล้วว่าผู้คนยังไม่ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมันก็ทำให้ความประทับใจของพวกเขาที่มีต่อมนุษย์ยิ่งแย่ลง"
ราชาเนปจูนไม่รู้จะทำยังไงกับภรรยาของเขาคนนี้จริงๆ
ทุกครั้งที่เธอออกไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญ เธอมักจะกลับมาด้วยความหดหู่และแอบไปร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องเสมอ
"เพราะงั้นฉันถึงต้องไป!"
"เราจะปล่อยให้ความเกลียดชังฝังรากลึกต่อไปแบบนี้ไม่ได้!"
ราชินีที่เคยเศร้าโศกอย่างหนักกลับมามีกำลังใจอย่างกะทันหัน
ราชาเนปจูนถึงกับเอามือปิดหน้าด้วยความเหนื่อยใจ
‘สุดท้ายก็ทำเหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง?’
"ราชินีโอโตฮิเมะไม่เปลี่ยนไปเลยนะ"
จินเบอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมากับฉากที่เกิดขึ้นตรงหน้า
"เอ๊ะ! จินเบนี่นา!"
ราชินีโอโตฮิเมะได้เข้ามาทักทายจินเบด้วยความกระตือรือร้น
"ในเมื่อคุณมาถึงที่นี้แล้วก็อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิจะดื่มกับเนปจูนสักหน่อยก็ได้นะ ถึงผู้ชายคนนี้จะดูจริงจังอยู่ตลอดแต่เขาก็ชอบบ่นว่าเหงาเพราะไม่มีเพื่อน"
"โอโตฮิเมะเรื่องนั้นไม่ต้องพูดก็ได้"
ราชาเนปจูนรู้สึกอายมาก
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ถ้าปฏิเสธก็จะถือว่าไม่ให้เกียรติ!"
จินเบหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ
‘นี่ฉันกำลังมาเยี่ยมญาติกับลูกพี่จินเบอยู่งั้นหรอ? ทำไมจู่ๆ บรรยากาศมันก็เปลี่ยนไปแบบนี้’
มุมปากของไบร์ทกระตุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ราชินีโอโตฮิเมะนั่นเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งมากจริงๆ อารมณ์ของราชาเนปจูนและลูกพี่จินเบกำลังเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเธอ
"แล้วก็.."
ในตอนนั้นเองราชินีโอโตฮิเมะก็หันหน้ามามองไบร์ท
"ฉันสัมผัสได้.. สิ่งที่ผลักดันคุณอยู่คือความรักและความกล้าหาญ!"
เธอกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอันสดใสที่ประดับอยู่บนใบหน้า
"ฮืม?"
ไบร์ทที่ได้ยินก็ถึงกับชะงัก
‘จู่ๆ ก็พูดเรื่องอะไรของเธอ?’
‘ความรัก?’
‘ความกล้าหาญ?’
‘กำลังพูดถึงการ์ตูนแนวรักโรแมนติกอยู่งั้นหรอ?’
ราชินีโอโตฮิเมะได้เดินเข้ามาอย่างแผ่วเบาแต่รวดเร็ว ก่อนที่จะคว้าจับไปที่มือใหญ่ๆ ของไบร์ทไว้ทั้งสองข้างแล้วกล่าวออกมาด้วยความซาบซึ้งว่า
"ฉันไม่รู้สึกถึงความเกลียดชังและความโกรธในใจของคุณเลย มันมีแต่ความรักที่มอบให้กับเกาะแห่งนี้และความกล้าที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น!"
"น่ายินดีจริงๆ ที่มีเด็กอย่างคุณอยู่บนเกาะแห่งนี้..”
“เด็กอย่างคุณคืออนาคตของเกาะมนุษย์เงือก!”
ในขณะที่พูดเธอก็เกือบจะร้องออกมาอยู่แล้ว
ไบร์ทได้ดึงมือกลับมาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ
‘ราชินีคนนี้อารมณ์อ่อนไหวเกินไปแล้ว’
‘เธอเหมือนเด็กไม่มีผิด’
‘แต่ว่าไปแล้ว..’
‘เป็นฮาคิสังเกตที่น่ากลัวมากจริงๆ!’
ไบร์ทคิดกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ
ราชินีโอโตฮิเมะมีฮาคิสังเกตที่ทรงพลังมาตั้งแต่เกิด เธอสามารถสัมผัสถึงอารมณ์ที่ซ่อนลึกอยู่ภายในใจของผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย
ไม่เพียงแค่นั้นเธอยังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของเธอและใช้มันโน้มน้าวจิตใจของผู้อื่นได้อีกด้วย
ไบร์ทรู้สึกว่าเกาะแห่งนี้โชคดีที่เธอเป็นคนดีไม่อย่างงั้นละก็..
"เพื่ออนาคตของเกาะมนุษย์เงือกราชาเนปจูน.. คุณจะตอบรับคำขอของผมใช่ไหม?"
ไบร์ทหันกลับเข้าเรื่องที่คุยค้างเอาไว้
ดวงตาของราชาเนปจูนถึงกับเบิกกว้าง
‘สุดยอดไปเลย,เขาไม่สนใจเสียงของโอโตฮิเมะเลยสักนิด!’
"เดี๋ยวก่อน!"
"ทำแบบนั้นไม่ได้นะ,มันจะเป็นการปิดกั้นการสื่อสารที่จำกัดระหว่างเรากับโลกมนุษย์! ถ้าทำแบบนั้นเกาะมนุษย์เงือกจะยิ่งห่างไกลจากโลกมนุษย์มากขึ้นไปอีก!!"
ราชินีโอโตฮิเมะที่รู้สึกตัวก็รีบแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก
"ถ้าเราอยากเข้าใกล้โลกมากขึ้นนอกจากจะเข้าหามันอย่างจริงจังแล้ว เราก็ยังสามารถปล่อยให้โลกเข้าหาเราได้เช่นกัน"
ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างใจเย็น
"เมื่อแผนการทำเหมืองใต้ทะเลเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โลกมนุษย์ก็จะจมลงสู่ความบ้าคลั่งและเมื่อถึงตอนนั้นโลกมนุษย์ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องติดต่อกับเรา!"
"แบบนั้นมันจะยิ่งทำให้เกาะมนุษย์เงือกเป็นที่ต้องการมากขึ้นไปอีก!"
ราชินีโอโตฮิแมะกล่าวแย้งออกมาเสียงดัง
‘รู้ตัวด้วยเหรอว่าเกาะมนุษย์เงือกเป็นที่ต้องการของมนุษย์?’
"ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเอาเปรียบการติดต่อกับมนุษย์จึงไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือเราต้องแข็งแกร่งให้มากพอ!"
"เราต้องแข็งแกร่งมากพอที่มนุษย์จะไม่สามารถทำอันตรายเราได้ง่ายๆ! เพราะเมื่อเราเจ็บปวดเราก็ต้องดูแลตัวเองจะให้ไปหวังพึ่งการต่อสู้ภายในของพวกผู้นำโลกก็คงไม่ได้จริงไหม?"
ไบร์ทยังคงกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
"แต่นั่นจะไม่ทำให้การกระทบกระทั่งกันของทั้งสองฝ่ายรุนแรงขึ้นงั้นหรอ?"
"ถ้าไม่อยากไปภูเขา.. ภูเขาก็ต้องมาหาเราเอง! มนุษย์ล้วนแล้วแต่แสวงหาผลประโยชน์ตราบใดที่ยังมีผลประโยชน์มากพอพวกเขาก็พร้อมที่เผชิญหน้ากับทุกความเสี่ยงที่มี! แต่หลักการคือเราต้องมีความแข็งแกร่งที่มากพอ!!"
"เป็นคำพูดที่แย่มาก! แบบนี้เกาะมนุษย์เงือกก็จะไม่มีวันได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกมนุษย์ไม่ใช่หรือไง?!"
"เราต้องแข็งแกร่งไว้ก่อนส่วนเรื่องอื่นต้องมาทีหลัง!"
“……”
"ฮึ!,เป็นเด็กที่นิสัยแย่อะไรขนาดนี้!!"
หลังจากที่โต้เถียงกันอย่างดุเดือด ราชินีโอโตฮิเมะก็ได้คว้าไปที่แก้มของไบร์ทและดึงมันด้วยความหมั่นเขี้ยว
ไบร์ทเองก็ปัดมือของอีกฝ่ายออกไปในทันที
‘เป็นยัยป้าที่น่ารำคาญจริงๆ’
จินเบและราชาเนปจูนหันมามองหน้ากันและส่ายหัวอย่างหมดหนทาง
ไบร์ทไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ไปโต้เถียงกับโอโตฮิเมะอย่างไร้แหตุผลแบบนั้น
จนกระทั่งการโต้เถียงของพวกเขาจบลง ไบร์ทจึงตระหนักได้ว่าเขาอาจถูกโอโตฮิเมะบงการจิตใจเข้าให้แล้ว
‘เป็นฮาคิสังเกตที่น่ากลัวเกินไปแล้ว!’
"เอาล่ะ,โอโตฮิเมะ.."
"ฉันคิดว่าสิ่งที่ไบร์ทพูดมามันก็ถูกต้องแล้วเรามาตัดสินใจเรื่องนี้กันเถอะ ให้เขาเป็นผู้นำในการจัดตั้งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง จริงอยู่ที่เราต้องการติดต่อกับมนุษย์แต่ก่อนหน้านั้นเราก็ต้องมั่นใจในความปลอดภัยของตัวเราเองก่อน!"
ในที่สุดราชาเนปจูนก็ได้ลุกขึ้นมาพูด
ไบร์ทที่เห็นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ราชาเนปจูนนั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ราชินีโอโตฮิเมะนั่นน่ารำคาญมากจริงๆ
หลังจากได้ยินการตัดสินใจของสามี ราชินีโอโตฮิเมะก็ได้เอามือปิดหน้าพร้อมกับไหล่ที่เริ่มสั่น
"อะ..โอโตฮิเมะ"
ราชาเนปจูนถึงกับเหงื่อท่วมไปทั่วตัว
‘ร้องไห้อีกแล้วเหรอ?’
"ฉันมีความสุขมากเลย!"
"บนเกาะนี้มีเด็กอย่างคุณอยู่จริงๆ! ไม่เพียงแต่คุณจะไม่คิดทำร้ายฉันคุณยังไม่ปล่อยให้ความโกรธเข้าครอบงำความคิดและหมกมุ่นอยู่กับความแค้น คุณต้องการทำให้เกาะนี้และผู้คนของเราดีขึ้นจริงๆ!!"
ราชินีโอโตฮิเมะได้เอามือออกจากใบหน้าก่อนจะเผยให้เห็นรอยยิ้มอันสดใส
"ฉันมีความสุขมากจริงๆ"
ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ถ้าเขาจะเรียกเธอว่านักบุญหรือจะเรียกว่าไร้เดียงสาและโง่เง่ามันคงจะไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเหมือนกับลูกพี่ไทเกอร์มากจริงๆ เพราะจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิตเธอก็ยังหวังว่าเด็กๆ บนเกาะมนุษย์เงือกจะไม่ต้องอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยการเลือกปฏิบัติและการกดขี่ข่มเหง
"ยินดีที่ได้รู้จักราชินีโอโตฮิเมะ.. ผมชื่อไบร์ท!"
ไบร์ทกล่าวแนะนำตัวออกมาอย่างจริงจัง
"ยินดีที่ได้รู้จักไบร์ท"
ราชินีโอโตฮิเมะยิ้มตอบก่อนจะกล่าวออกมาว่า
"เรามาคุยเรื่องการทำเหมืองใต้ทะเลกันต่อดีกว่าไหม? ทำแบบนั้นแล้วจะดึงดูดมนุษย์ได้จริงงั้นหรอ?"
เมื่อได้ยินแบบนั้นไบร์ทก็ได้ใช้ความรู้ที่มีอยู่อย่างจำกัดของเขาบอกเล่าถึงความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุใต้ท้องทะเลและความสะดวกในการทำเหมืองบนเกาะมนุษย์เงือก
"อ๋อ!,หมายความว่าตราบใดที่เราสามารถจัดหาแร่ธาตุคุณภาพสูงและราคาถูกได้ มนุษย์ก็จะแห่กันมาหาเราเองใช่ไหม?"
"เยี่ยมไปเลย!,แบบนี้เราอาจจะสามารถคุยกับพวกผู้นำโลกมนุษย์ได้!"
ราชินีโอโตฮิเมะกล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
มุมปากของไบร์ทกระตุกแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"แต่มันอันตรายมากนะโอโตฮิเมะ.."
“มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตประเภทที่จะยอมทำตามกฎเกณฑ์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผลประโยชน์อันมหาศาล!”
ราชาเนปจูนกล่าวออกมาด้วยความกังวล
“นี่คือความสำคัญของการจัดตั้งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง!”
“พวกเราจะเป็นคนจัดการเรื่องนั้นเอง!”
ไบร์ทกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
“ฉันเองก็ขอยืนยันด้วยอีกเสียง!”
จินเบยิ้มและกล่าวเสริมออกมา
“ถ้าเป็นไบร์ทกับจินเบละก็ฉันเชื่อว่าต้องทำได้แน่!”
ดวงตาของราชินีโอโตฮิเมะเป็นประกายไปด้วยความซาบซึ้งจนน้ำหูน้ำตาไหล
ไบร์ทเองก็ถึงกับต้องหันหน้าหนีเขาไม่อยากยอมรับเลยว่าตอนเป็นเด็กเขาประทับใจในตัวป้าคนนี้ที่คอยแจกขนมให้กับเด็กๆ อยู่ทุกที่เสมอ
“งั้นฉันขอฝากเรื่องนี้ให้พวกคุณจัดการด้วยแล้วกัน!”
“ส่วนเรื่องการสำรวจและทำเหมืองทางพระราชวังริวงูจะเป็นคนจัดการเอง!”
ราชาเนปจูนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
ในตอนนั้นเองไบร์ทก็ได้กล่าวออกมาว่า
"การทำเหมืองต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นผมหวังว่าการคัดเลือกแรงงานเหล่านั้นจะพิจารณาคนจากเขตมนุษย์เงือกเป็นที่แรกก่อน"
เขตมนุษย์เงือกนั้นยากจนมากแม้จะมีประชากรอยู่หลักแสนคน แต่มันก็มีคนตกงานนับแสนคนเช่นกัน
ความยากจนเป็นบ่อเกิดของความรุนแรงและอาชญากรรม
ถึงแม้ว่าคนงานเหมืองอาจไม่ใช่อาชีพที่ดีนัก แต่มันก็เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถหาเลี้ยงชีพได้
ราชาเนปจูนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา
"ไม่มีปัญหา!"
"ประกาศจัดตั้งบริษัทนับตั้งแต่วันนี้เลย.. บริษัทเหมืองแร่เกาะมนุษย์เงือก! กรรมสิทธิ์เป็นของประชาชนทุกคนบนเกาะมนุษย์เงือก!"
เมื่อราชามีความสามารถและความมุ่งมั่นการเปลี่ยนแปลงจึงเริ่มขึ้น
ต่อมางานเลี้ยงอันคึกคักก็ได้ถูกจัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงของพระราชวังริวงู
หลังจากพูดคุยกันเสร็จไบร์ทและจินเบก็เดินทางมายังที่นี้ โดยมีราชาเนปจูนและราชินีโอโตฮิเมะเป็นคนนำ
ในตอนนั้นเองเจ้าชายและเจ้าหญิงตัวน้อยของประเทศนี้ก็ได้มาถึงโดยมีเหล่าบริวารติดสอยห้อยตาม
"ท่านแม่!"
ไบร์ทมองไปยังเด็กสาวตัวใหญ่ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาราชินีโอโตฮิเมะด้วยรอยยิ้มอันสดใส
เธอมีผมสีชมพู ดวงตากลมโตกระจ่างใส และมีใบหน้ากลมได้รูป
‘เจ้าหญิงชิราโฮชิ’
ไบร์ทได้ฉีกยิ้มออกมา
เด็กคนนี้คือกำลังใจอันยิ่งใหญ่ของเหล่ามนุษย์เงือกและเงือกทุกคน
"ชิราโฮชิลูกแม่! แม่คิดถึงหนูที่สุดเลย!"
โอโตฮิเมะสะอื้นแล้วรีบวิ่งไปหาลูกสาวของเธอ
เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวเท่านั้นนับตั้งแต่ที่พวกเขาแยกจากกัน
มันจำเป็นต้องตื่นเต้นขนาดนั้นด้วยเหรอ?
“ปัง!”
ชิราโฮชิได้ทิ้งตัวลงมาก่อนจะกดแม่ของเธอลงไปบนพื้น
“อ๊า!!”
ราชินีโอโตฮิเมะได้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“กระดูกหักแล้ว——”
เธอช่างบอบบางซะเหลือเกิน
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย