- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่37:กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ฟรี)
บทที่37:กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ฟรี)
บทที่37:กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 37 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง
“ปังงง!”
หมัดทั้งสองได้เข้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนคลื่นลมระเบิดออกมา
“แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วนะไบร์ท”
จินเบที่ถูกผลักกลับไปสองก้าวได้กล่าวออกมา
ไบร์ทที่อยู่อีกด้านตอนนี้กำลังอยู่ในร่างไฮบริดครึ่งมังกร โดยมีสายฟ้าและคลื่นพลังที่มองไม่เห็นพันอยู่รอบแขนขวาของเขา
“หลังจากได้รับฮาคิเกราะพลังหมัดของผมก็แข็งแกร่งขึ้นมาก”
“แน่นอน,ฮาคิคือพลังที่สามารถเทียบได้กับผลไม้ปีศาจเชียวนะ”
จินเบยิ้มแล้วกล่าวตอบออกมา
“คนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกไม่จำเป็นต้องมีพลังผลปีศาจ แต่พวกเขาต้องมีฮาคิที่แข็งแกร่ง!”
“เพราะแบบนั้นผมถึงยังเอาชนะคุณไม่ได้”
ไบร์ทถอนพลังกลับเป็นปกติและกล่าวออกมาอย่างมีอารมณ์ร่วม
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ,ทำได้เท่านี้ก็ถือว่าเกินคาดแล้ว"
"ฉันเองก็ไม่ได้เอาชนะนายได้ง่ายๆ ซะที่ไหน"
จินเบหัวเราะและกล่าวชมออกมาจากใจจริง
ในเวลาเพียงแค่สองหรือสามเดือนไบร์ทแข็งแกร่งขึ้นมามาก
ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น ฮาคิเกราะ และร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้มันทำให้ไบร์ทแข็งแกร่งขึ้นมาหลายเท่าเมื่อเทียบกับตัวเขาที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงเกาะมนุษย์เงือก
แต่แน่นอนว่ามันยังเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะจินเบ
ฮาคิเกราะของจินเบนั้นแข็งแกร่งมากและมันแตกต่างกับฮาคิเกราะที่เพิ่งตื่นของไบร์ทอย่างสิ้นเชิง ไม่ต้องพูดถึงว่าไบร์ทยังไม่ได้ปลุกฮาคิสังเกตของเขาให้ตื่นด้วยซ้ำ
แต่หากจินเบไม่ได้ใช้ฮาคิเกราะการจะวัดกับไบร์ทเองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
"มาต่อกันเถอะลูกพี่จินเบ!"
ไบร์ทกำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น
ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถใช้ฮาคิเกราะได้แล้ว แต่มันก็เพิ่งตื่นขึ้นมาดังนั้นเขายังต้องฝึกฝนอีกเยอะ
ไม่ว่าจะเป็นทั้งปริมาณหรือคุณภาพฮาคิเกราะของเขาก็ยังต่ำเกินไป
เทคนิคที่ใช้ก็เป็นเพียงการใช้งานขั้นพื้นฐานสุด และยังคงห่างไกลจากการเคลือบแข็งที่คนอื่นเขาใช้กัน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงเทคนิคชั้นสูงอย่างการทำลายจากภายใน (ไนบุ ฮะไค)
ฮาคิเกราะจะแข็งแกร่งขึ้นถึงขั้นนั้นได้ก็ต่อเมื่อได้ปะทะกับคนที่แข็งแกร่ง
สำหรับตอนนี้เขาทำได้แค่ฝึกต่อไปเพื่อทำให้ฮาคิเกราะของเขาแข็งแกร่งขึ้น
อย่างน้อยเขาก็ต้องสามารถใช้การเคลือบฮาคิเกราะเหมือนคนอื่นเขาให้ได้
ในตอนที่ไบร์ทและจินเบเริ่มการต่อสู้ของพวกเขาอีกครั้ง อารองที่นั่งดูอยู่บนปะการังข้างนอกลานก็กล่าวออกมาอย่างร้อนใจว่า
"ไบร์ท,นายเอาแต่ฝึกอยู่แบบนี้ทุกวันแล้วเมื่อไหร่นายจะได้เริ่มลงมือปฏิบัติงานจริงสักที?!"
"ปฏิบัติงานจริง?"
เมื่อหมัดของไบร์ทและจินเบเข้าปะทะกันไบร์ทก็ได้กล่าวถามออกมาว่า
"ลูกพี่อารองคุณหมายความว่าไง?"
"จะหมายความว่าอะไรได้อีก?"
"ในเมื่อเขตมนุษย์เงือกทั้งหมดก็ถูกรวมเป็นหนึ่งแล้ว เป้าหมายต่อไปก็ควรจะเป็นเกาะมนุษย์เงือกไม่ใช่หรือไง?"
อารองกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
"เนปจูนอ่อนแอเกินไป! มันถึงเวลาแล้วที่ผู้ชายคนนั้นจะต้องลงจากบัลลังก์!!"
พูดจบอารองก็กระโดดลงมาจากปะการังที่เขานั่งอยู่
"ไบร์ทนายจะต้องขึ้นเป็นราชาคนใหม่ของเกาะมนุษย์เงือก! ด้วยการสนับสนุนจากเขตมนุษย์เงือกนายทำมันสำเร็จแน่นอน!!"
เมื่อได้ยินคำพูดของอารองคิ้วของไบร์ทก็ถึงกับกระตุก
สำหรับไบร์ทเนปจูนนั่นไม่ได้สำคัญหรือมีคุณค่าอะไร แต่ที่สำคัญเลยก็คือลูกสาวของเขาชิราโฮชิ!
ถ้าเกิดพวกเขาไปทำให้เด็กน้อยคนนั้นสะเทือนใจเข้าละก็พวกเขาได้สนุกแน่
"อย่าพูดอะไรโง่ๆ แบบนั้นออกมาอารอง.."
"ราชาเนปจูนไม่ใช่ศัตรูของเรา!"
จินเบกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีเท่าไหร่
ถึงแม้ว่าตอนนี้อารองจะยืนอยู่ข้างเดียวกับพวกเขาแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังเป็นพวกหัวรุนแรงไม่เปลี่ยน
"ในเมื่อผู้ชายคนนั้นเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกไม่ได้.. เขาก็ควรปล่อยให้พวกเราเป็นคนทำ!!"
"นายบอกว่าเขาไม่ใช่ศัตรูของเรางั้นเหรอ? แต่สำหรับฉันตราบใดที่เขาขวางทางเราเขาก็คือศัตรูของเรา!!"
อารองกล่าวออกมาด้วยความดูถูก
ไบร์ทที่ฟังอยู่ยังคงขมวดคิ้วแน่น
‘ฉันควรจะบอกว่าเขาคู่ควรกับการเป็นลูกพี่อารองดีไหมนะ?’
จินเบรู้สึกเหนื่อยใจกับอารองมาก
"ไบรท์——"
"ลูกพี่อารองแทนที่จะมัวเสียเวลาคิดเรื่องพวกนี้ ทำไมคุณไม่เอาเวลามาฝึกกับผมเพื่อพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นดีกว่าไหม?"
ไบร์ทกล่าวปฏิเสธออกมาอย่างใจเย็น
"ฮะ?"
อารองมองกลับมาที่ไบร์ทด้วยความสับสน
"ถ้าเราอยากบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เราจะต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามมากมายในอนาคต ลูกพี่อารองคุณคงไม่อยากเป็นตัวถ่วงหรอกจริงไหม?"
ไบร์ทกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
ความแข็งแกร่งของอารองนั้นมันอ่อนแอมากเกินไป
แต่เรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาเพราะความแข็งแกร่งของคนเรามันสามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกฝน
แม้ว่าพรสวรรค์โดยกำเนิดจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การฝึกฝนเองก็สำคัญไม่แพ้กัน
มนุษย์เกิดมาอ่อนแอกว่าเผ่ามนุษย์เงือกและเผ่ามิงค์มาก ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงเผ่าคนยักษ์แต่มนุษย์กลับสามารถก้าวข้ามพรสวรรค์โดยกำเนิดเหล่านั้นได้วยการฝึกฝน
แม้แต่คนอย่างโคบี้และเฮลเมปโป้ก็ยังสามารถแข็งแกร่งขึ้นมาได้ผ่านการฝึกฝนอันเข้มข้น ดังนั้นมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่มนุษย์เงือกจะทำแบบเดียวกันไม่ได้จริงไหม?
"ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้หรอกนะ"
อารองกล่าวและเริ่มหันไปครุ่นคิดกับตัวเอง
‘ถ้าฉันอ่อนแอฉันจะรักษาตำแหน่งระดับสูงในจักรวรรดิมนุษย์เงือกอันยิ่งใหญ่ในอนาคตได้ยังไง?’
"ดี!"
"อารอง,ฉันจะฝึกฝนนายเป็นอย่างดีเลยแหละ"
ทันใดนั้นจินเบก็ได้ฉีกยิ้มกว้างออกมา
"เฮ้!,จินเบนายคงไม่ได้คิดจะแก้แค้นอะไรฉันหรอกใช่ไหม?"
เมื่อเห็นรอยยิ้มของจินเบอารองก็ถึงกับตัวสั่น
"มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงอารอง?"
จินเบยังคงยิ้มออกมาด้วยความจริงใจ
“แปะๆ ๆ,ลูกพี่อารองคนเดียวคงไม่พอเราควรจะคัดเลือกมนุษย์เงือกวัยรุ่นที่มีความสามารถจากเขตมนุษย์เงือกมาฝึกด้วยกันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี”
ไบร์ทปรบมือและกล่าวเสนอออกมา
ไบร์ทไม่ได้คาดหวังให้พวกเขาทุกคนฝึกฝนฮาคิจนเชี่ยวชาญเพราะมันคงเป็นเรื่องยาก แต่ภายใต้การชี้แนะของจินเบขอแค่พวกเขาเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ของมนุษย์เงือกมันก็เพียงพอแล้ว
"ดี!,ถ้าอยากจะเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกเราก็ต้องใช้กำลังคนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น!!”
จินเบเห็นด้วยกับความคิดของไบร์ทเป็นอย่างมาก
"ถ้างั้นเรื่องนี้ก็ถือว่าได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว"
“ดังนั้นเราไว้ค่อยจัดการมันทีหลังก็แล้วกัน แต่ก่อนหน้านั้นเรามีเรื่องสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ”
ไบร์ทได้ยิ้มและกล่าวออกมาก่อนจะมองไปที่จินเบ
“ลูกพี่จินเบช่วยนัดราชาเนปจูนให้ผมหน่อยได้ไหม?”
"นายอยากคุยเรื่องนั้นกับเขางั้นหรอ?"
"โอเค,ฉันจะช่วยนัดเขาไว้ให้"
จินเบตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
"ขอบคุณมากลูกพี่จินเบ"
‘ลูกพี่อารองพูดถูกอย่างหนึ่ง.. มันถึงเวลาที่ฉันต้องลงมือปฏิบัติงานจริงได้แล้ว!’
ปรากฏว่าลูกพี่จินเบมีอิทธิพลในอาณาจักรริวงูมากจริงๆ เพราะใช้เวลาไม่นานราชาเนปจูนก็ตอบตกลงคำเชิญในการนัดพบของไบร์ท
หลังจากนี้เขาเพียงแค่ต้องเดินทางไปที่พระราชวังริวงูเท่านั้น
พระราชวังริวงูนั้นตั้งอยู่เหนือเกาะมนุษย์เงือก และที่พูดว่าอยู่เหนือเกาะมันก็อยู่เหนือเกาะจริงๆ
พระราชวังริวงูนั้นไม่ได้อยู่ในฟองยักษ์ของเกาะมนุษย์เงือก แต่ลอยอยู่เหนือฟองของเกาะมนุษย์เงือกโดยตั้งอยู่ในฟองยักษ์อีกอันที่มีขนาดเล็กกว่า
หากต้องการเดินทางไปยังพระราชวังริวงูสามารถเดินทางผ่านวอเตอร์โรดได้เลย หรือไม่ก็ขึ้นเรือของพระราชวังริวงูมาก็ได้เหมือนกัน
ไบร์ทและจินเบเลือกเดินทางผ่านวอเตอร์โรดและมุ่งตรงไปยังหน้าประตูพระราชวังริวงู
"ยินดีต้อนรับจินเบ.. เจอกันอีกแล้วนะไบร์ท!"
ราชาเนปจูนได้มารอพวกเขาอยู่ที่หน้าประตูโดยไม่ทันตั้งตัว
ผู้ชายคนนี้เป็นราชาที่ไม่ถือตัวจริงๆ
"ขอโทษที่ทำให้รอนานนะราชาเนปจูน!"
จินเบได้เดินเข้ามาทักทายอย่างคุ้นเคย
ไบร์ทยิ้มก่อนจะตอบออกมาว่า
"ไม่เจอกันนานเลยนะราชาเนปจูน"
"ใช่,ฉันได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในเขตมนุษย์เงือกแล้วนะ.. คุณสุดยอดมาก!"
ราชาเนปจูนมองมาที่ไบร์ทก่อนจะกล่าวชมออกมาอย่างจริงใจ
‘อะไรแบบนี้มันควรเป็นสิ่งที่ราชาควรพูดหรือเปล่า?’
ไบร์ทได้รวมเขตมนุษย์เงือกทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว และครอบครองกองกำลังมนุษย์เงือกนับแสนคน
อย่าลืมว่าเกาะมนุษย์เงือกมีประชากรอยู่แค่ห้าล้านกว่าคนเท่านั้น ดังนั้นกองกำลังที่ไบร์ทมีมันจึงเป็นกองกำลังที่น่ากลัวมาก
แต่ราชาเนปจูนกลับดูมีความสุขซะอย่างงั้น
"ถ้าเป็นแบบนี้เขตมนุษย์เงือกก็จะอยู่ในสภาพที่มั่นคง"
"ประเทศนี้ได้ละทิ้งทุกคนในที่แห่งนั้นซึ่งมันก็ถือเป็นความผิดของฉัน ดังนั้นฉันจึงหวังว่าคุณจะทำสำเร็จในทุกสิ่งที่ตั้งใจไว้ไบร์ท"
ราชาเนปจูนกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิด
ไบร์ทไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดแบบนั้นจริงๆ หรือว่ากำลังหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบอยู่ แต่ถ้าลองคิดดูให้ดีแล้วการกระทำของราชาเนปจูนก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
เหล่าราชาในโลกนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรเลยต่อหน้าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง
"ผมมาที่นี่เพราะมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับคุณ"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"ฉันได้เตรียมอาฟเตอร์นูนทีเอาไว้แล้ว.."
"เราไปจิบชาและกินของหวานในขณะที่กำลังคุยธุระกันดีกว่า"
ราชาเนปจูนกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เดินทางมายังห้องน้ำชาของพระราชวังริวงู
"การทำเหมืองใต้ทะเลเป็นความคิดที่ชาญฉลาดมาก!"
"ฉันได้ขอให้นักธรณีวิทยาในประเทศนำทีมสำรวจแร่ที่อยู่ในบริเวณโดยรอบแล้ว พวกเราค้นพบแร่ที่มีประโยชน์มากมายหลายชนิดเลย"
ราชาเนปจูนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
"ถือเป็นข่าวดีงั้นไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันต่อทีหลังก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ผมมีอีกเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณ.."
"เรื่องเกี่ยวกับการรควบคุมการเข้า-ออกเกาะมนุษย์เงือก!"
ไบร์ทได้กล่าวเข้าประเด็นในทันที
"เรื่องนี้..."
"การต่อต้านรุนแรงกว่าที่คาดไว้มาก! เสนาบดีหลายคนออกมาคัดค้านเพราะพวกเขาเกรงว่าโจรสลัดที่ไม่ให้ความร่วมมือจะก่อปัญหา"
ราชาเนปจูนตอบออกมาด้วยความปวดหัว
"ถ้างั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง.."
"มาสร้างแนวป้องกันด่านแรกเพื่อปกป้องเกาะมนุษย์เงือกกันเถอะ!"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง
"ไบร์ท..."
ราชาเนปจูนที่ได้ยินคำพูดของไบร์ทก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้าง
"เราจะเรียกมันว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง หน้าที่ของพวกเขาก็คือการตรวจสอบผู้คนที่เข้าและออกจากเกาะมนุษย์เงือก"
"เป้าหมายก็คือการปกป้องเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเราจากอันตรายจากมนุษย์.. อย่างน้อยก็บนเกาะมนุษย์เงือก!!"
ไบร์ทกล่าวกับตัวเองด้วยความหนักแน่น
"แน่นอนว่าต่อให้คุณปฏิเสธพวกเราก็จะทำมันอยู่ดี!"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"เฮ้!,ไบร์ทอย่างน้อยก็ช่วยเคารพกันบ้าง.. ไม่ว่ายังไงฉันก็เป็นราชาของประเทศนี้!!"
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย