เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่37:กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ฟรี)

บทที่37:กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ฟรี)

บทที่37:กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 37 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง

“ปังงง!”

หมัดทั้งสองได้เข้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนคลื่นลมระเบิดออกมา

“แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วนะไบร์ท”

จินเบที่ถูกผลักกลับไปสองก้าวได้กล่าวออกมา

ไบร์ทที่อยู่อีกด้านตอนนี้กำลังอยู่ในร่างไฮบริดครึ่งมังกร โดยมีสายฟ้าและคลื่นพลังที่มองไม่เห็นพันอยู่รอบแขนขวาของเขา

“หลังจากได้รับฮาคิเกราะพลังหมัดของผมก็แข็งแกร่งขึ้นมาก”

“แน่นอน,ฮาคิคือพลังที่สามารถเทียบได้กับผลไม้ปีศาจเชียวนะ”

จินเบยิ้มแล้วกล่าวตอบออกมา

“คนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกไม่จำเป็นต้องมีพลังผลปีศาจ แต่พวกเขาต้องมีฮาคิที่แข็งแกร่ง!”

“เพราะแบบนั้นผมถึงยังเอาชนะคุณไม่ได้”

ไบร์ทถอนพลังกลับเป็นปกติและกล่าวออกมาอย่างมีอารมณ์ร่วม

"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ,ทำได้เท่านี้ก็ถือว่าเกินคาดแล้ว"

"ฉันเองก็ไม่ได้เอาชนะนายได้ง่ายๆ ซะที่ไหน"

จินเบหัวเราะและกล่าวชมออกมาจากใจจริง

ในเวลาเพียงแค่สองหรือสามเดือนไบร์ทแข็งแกร่งขึ้นมามาก

ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น ฮาคิเกราะ และร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้มันทำให้ไบร์ทแข็งแกร่งขึ้นมาหลายเท่าเมื่อเทียบกับตัวเขาที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงเกาะมนุษย์เงือก

แต่แน่นอนว่ามันยังเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะจินเบ

ฮาคิเกราะของจินเบนั้นแข็งแกร่งมากและมันแตกต่างกับฮาคิเกราะที่เพิ่งตื่นของไบร์ทอย่างสิ้นเชิง ไม่ต้องพูดถึงว่าไบร์ทยังไม่ได้ปลุกฮาคิสังเกตของเขาให้ตื่นด้วยซ้ำ

แต่หากจินเบไม่ได้ใช้ฮาคิเกราะการจะวัดกับไบร์ทเองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

"มาต่อกันเถอะลูกพี่จินเบ!"

ไบร์ทกำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น

ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถใช้ฮาคิเกราะได้แล้ว แต่มันก็เพิ่งตื่นขึ้นมาดังนั้นเขายังต้องฝึกฝนอีกเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นทั้งปริมาณหรือคุณภาพฮาคิเกราะของเขาก็ยังต่ำเกินไป

เทคนิคที่ใช้ก็เป็นเพียงการใช้งานขั้นพื้นฐานสุด และยังคงห่างไกลจากการเคลือบแข็งที่คนอื่นเขาใช้กัน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงเทคนิคชั้นสูงอย่างการทำลายจากภายใน (ไนบุ ฮะไค)

ฮาคิเกราะจะแข็งแกร่งขึ้นถึงขั้นนั้นได้ก็ต่อเมื่อได้ปะทะกับคนที่แข็งแกร่ง

สำหรับตอนนี้เขาทำได้แค่ฝึกต่อไปเพื่อทำให้ฮาคิเกราะของเขาแข็งแกร่งขึ้น

อย่างน้อยเขาก็ต้องสามารถใช้การเคลือบฮาคิเกราะเหมือนคนอื่นเขาให้ได้

ในตอนที่ไบร์ทและจินเบเริ่มการต่อสู้ของพวกเขาอีกครั้ง อารองที่นั่งดูอยู่บนปะการังข้างนอกลานก็กล่าวออกมาอย่างร้อนใจว่า

"ไบร์ท,นายเอาแต่ฝึกอยู่แบบนี้ทุกวันแล้วเมื่อไหร่นายจะได้เริ่มลงมือปฏิบัติงานจริงสักที?!"

"ปฏิบัติงานจริง?"

เมื่อหมัดของไบร์ทและจินเบเข้าปะทะกันไบร์ทก็ได้กล่าวถามออกมาว่า

"ลูกพี่อารองคุณหมายความว่าไง?"

"จะหมายความว่าอะไรได้อีก?"

"ในเมื่อเขตมนุษย์เงือกทั้งหมดก็ถูกรวมเป็นหนึ่งแล้ว เป้าหมายต่อไปก็ควรจะเป็นเกาะมนุษย์เงือกไม่ใช่หรือไง?"

อารองกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น

"เนปจูนอ่อนแอเกินไป! มันถึงเวลาแล้วที่ผู้ชายคนนั้นจะต้องลงจากบัลลังก์!!"

พูดจบอารองก็กระโดดลงมาจากปะการังที่เขานั่งอยู่

"ไบร์ทนายจะต้องขึ้นเป็นราชาคนใหม่ของเกาะมนุษย์เงือก! ด้วยการสนับสนุนจากเขตมนุษย์เงือกนายทำมันสำเร็จแน่นอน!!"

เมื่อได้ยินคำพูดของอารองคิ้วของไบร์ทก็ถึงกับกระตุก

สำหรับไบร์ทเนปจูนนั่นไม่ได้สำคัญหรือมีคุณค่าอะไร แต่ที่สำคัญเลยก็คือลูกสาวของเขาชิราโฮชิ!

ถ้าเกิดพวกเขาไปทำให้เด็กน้อยคนนั้นสะเทือนใจเข้าละก็พวกเขาได้สนุกแน่

"อย่าพูดอะไรโง่ๆ แบบนั้นออกมาอารอง.."

"ราชาเนปจูนไม่ใช่ศัตรูของเรา!"

จินเบกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีเท่าไหร่

ถึงแม้ว่าตอนนี้อารองจะยืนอยู่ข้างเดียวกับพวกเขาแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังเป็นพวกหัวรุนแรงไม่เปลี่ยน

"ในเมื่อผู้ชายคนนั้นเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกไม่ได้.. เขาก็ควรปล่อยให้พวกเราเป็นคนทำ!!"

"นายบอกว่าเขาไม่ใช่ศัตรูของเรางั้นเหรอ? แต่สำหรับฉันตราบใดที่เขาขวางทางเราเขาก็คือศัตรูของเรา!!"

อารองกล่าวออกมาด้วยความดูถูก

ไบร์ทที่ฟังอยู่ยังคงขมวดคิ้วแน่น

‘ฉันควรจะบอกว่าเขาคู่ควรกับการเป็นลูกพี่อารองดีไหมนะ?’

จินเบรู้สึกเหนื่อยใจกับอารองมาก

"ไบรท์——"

"ลูกพี่อารองแทนที่จะมัวเสียเวลาคิดเรื่องพวกนี้ ทำไมคุณไม่เอาเวลามาฝึกกับผมเพื่อพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นดีกว่าไหม?"

ไบร์ทกล่าวปฏิเสธออกมาอย่างใจเย็น

"ฮะ?"

อารองมองกลับมาที่ไบร์ทด้วยความสับสน

"ถ้าเราอยากบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เราจะต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามมากมายในอนาคต ลูกพี่อารองคุณคงไม่อยากเป็นตัวถ่วงหรอกจริงไหม?"

ไบร์ทกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

ความแข็งแกร่งของอารองนั้นมันอ่อนแอมากเกินไป

แต่เรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาเพราะความแข็งแกร่งของคนเรามันสามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกฝน

แม้ว่าพรสวรรค์โดยกำเนิดจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การฝึกฝนเองก็สำคัญไม่แพ้กัน

มนุษย์เกิดมาอ่อนแอกว่าเผ่ามนุษย์เงือกและเผ่ามิงค์มาก ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงเผ่าคนยักษ์แต่มนุษย์กลับสามารถก้าวข้ามพรสวรรค์โดยกำเนิดเหล่านั้นได้วยการฝึกฝน

แม้แต่คนอย่างโคบี้และเฮลเมปโป้ก็ยังสามารถแข็งแกร่งขึ้นมาได้ผ่านการฝึกฝนอันเข้มข้น ดังนั้นมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่มนุษย์เงือกจะทำแบบเดียวกันไม่ได้จริงไหม?

"ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้หรอกนะ"

อารองกล่าวและเริ่มหันไปครุ่นคิดกับตัวเอง

‘ถ้าฉันอ่อนแอฉันจะรักษาตำแหน่งระดับสูงในจักรวรรดิมนุษย์เงือกอันยิ่งใหญ่ในอนาคตได้ยังไง?’

"ดี!"

"อารอง,ฉันจะฝึกฝนนายเป็นอย่างดีเลยแหละ"

ทันใดนั้นจินเบก็ได้ฉีกยิ้มกว้างออกมา

"เฮ้!,จินเบนายคงไม่ได้คิดจะแก้แค้นอะไรฉันหรอกใช่ไหม?"

เมื่อเห็นรอยยิ้มของจินเบอารองก็ถึงกับตัวสั่น

"มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงอารอง?"

จินเบยังคงยิ้มออกมาด้วยความจริงใจ

“แปะๆ ๆ,ลูกพี่อารองคนเดียวคงไม่พอเราควรจะคัดเลือกมนุษย์เงือกวัยรุ่นที่มีความสามารถจากเขตมนุษย์เงือกมาฝึกด้วยกันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี”

ไบร์ทปรบมือและกล่าวเสนอออกมา

ไบร์ทไม่ได้คาดหวังให้พวกเขาทุกคนฝึกฝนฮาคิจนเชี่ยวชาญเพราะมันคงเป็นเรื่องยาก แต่ภายใต้การชี้แนะของจินเบขอแค่พวกเขาเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ของมนุษย์เงือกมันก็เพียงพอแล้ว

"ดี!,ถ้าอยากจะเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกเราก็ต้องใช้กำลังคนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น!!”

จินเบเห็นด้วยกับความคิดของไบร์ทเป็นอย่างมาก

"ถ้างั้นเรื่องนี้ก็ถือว่าได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว"

“ดังนั้นเราไว้ค่อยจัดการมันทีหลังก็แล้วกัน แต่ก่อนหน้านั้นเรามีเรื่องสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ”

ไบร์ทได้ยิ้มและกล่าวออกมาก่อนจะมองไปที่จินเบ

“ลูกพี่จินเบช่วยนัดราชาเนปจูนให้ผมหน่อยได้ไหม?”

"นายอยากคุยเรื่องนั้นกับเขางั้นหรอ?"

"โอเค,ฉันจะช่วยนัดเขาไว้ให้"

จินเบตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

"ขอบคุณมากลูกพี่จินเบ"

‘ลูกพี่อารองพูดถูกอย่างหนึ่ง.. มันถึงเวลาที่ฉันต้องลงมือปฏิบัติงานจริงได้แล้ว!’

ปรากฏว่าลูกพี่จินเบมีอิทธิพลในอาณาจักรริวงูมากจริงๆ เพราะใช้เวลาไม่นานราชาเนปจูนก็ตอบตกลงคำเชิญในการนัดพบของไบร์ท

หลังจากนี้เขาเพียงแค่ต้องเดินทางไปที่พระราชวังริวงูเท่านั้น

พระราชวังริวงูนั้นตั้งอยู่เหนือเกาะมนุษย์เงือก และที่พูดว่าอยู่เหนือเกาะมันก็อยู่เหนือเกาะจริงๆ

พระราชวังริวงูนั้นไม่ได้อยู่ในฟองยักษ์ของเกาะมนุษย์เงือก แต่ลอยอยู่เหนือฟองของเกาะมนุษย์เงือกโดยตั้งอยู่ในฟองยักษ์อีกอันที่มีขนาดเล็กกว่า

หากต้องการเดินทางไปยังพระราชวังริวงูสามารถเดินทางผ่านวอเตอร์โรดได้เลย หรือไม่ก็ขึ้นเรือของพระราชวังริวงูมาก็ได้เหมือนกัน

ไบร์ทและจินเบเลือกเดินทางผ่านวอเตอร์โรดและมุ่งตรงไปยังหน้าประตูพระราชวังริวงู

"ยินดีต้อนรับจินเบ.. เจอกันอีกแล้วนะไบร์ท!"

ราชาเนปจูนได้มารอพวกเขาอยู่ที่หน้าประตูโดยไม่ทันตั้งตัว

ผู้ชายคนนี้เป็นราชาที่ไม่ถือตัวจริงๆ

"ขอโทษที่ทำให้รอนานนะราชาเนปจูน!"

จินเบได้เดินเข้ามาทักทายอย่างคุ้นเคย

ไบร์ทยิ้มก่อนจะตอบออกมาว่า

"ไม่เจอกันนานเลยนะราชาเนปจูน"

"ใช่,ฉันได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในเขตมนุษย์เงือกแล้วนะ.. คุณสุดยอดมาก!"

ราชาเนปจูนมองมาที่ไบร์ทก่อนจะกล่าวชมออกมาอย่างจริงใจ

‘อะไรแบบนี้มันควรเป็นสิ่งที่ราชาควรพูดหรือเปล่า?’

ไบร์ทได้รวมเขตมนุษย์เงือกทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว และครอบครองกองกำลังมนุษย์เงือกนับแสนคน

อย่าลืมว่าเกาะมนุษย์เงือกมีประชากรอยู่แค่ห้าล้านกว่าคนเท่านั้น ดังนั้นกองกำลังที่ไบร์ทมีมันจึงเป็นกองกำลังที่น่ากลัวมาก

แต่ราชาเนปจูนกลับดูมีความสุขซะอย่างงั้น

"ถ้าเป็นแบบนี้เขตมนุษย์เงือกก็จะอยู่ในสภาพที่มั่นคง"

"ประเทศนี้ได้ละทิ้งทุกคนในที่แห่งนั้นซึ่งมันก็ถือเป็นความผิดของฉัน ดังนั้นฉันจึงหวังว่าคุณจะทำสำเร็จในทุกสิ่งที่ตั้งใจไว้ไบร์ท"

ราชาเนปจูนกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิด

ไบร์ทไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดแบบนั้นจริงๆ หรือว่ากำลังหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบอยู่ แต่ถ้าลองคิดดูให้ดีแล้วการกระทำของราชาเนปจูนก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

เหล่าราชาในโลกนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรเลยต่อหน้าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง

"ผมมาที่นี่เพราะมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับคุณ"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

"ฉันได้เตรียมอาฟเตอร์นูนทีเอาไว้แล้ว.."

"เราไปจิบชาและกินของหวานในขณะที่กำลังคุยธุระกันดีกว่า"

ราชาเนปจูนกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เดินทางมายังห้องน้ำชาของพระราชวังริวงู

"การทำเหมืองใต้ทะเลเป็นความคิดที่ชาญฉลาดมาก!"

"ฉันได้ขอให้นักธรณีวิทยาในประเทศนำทีมสำรวจแร่ที่อยู่ในบริเวณโดยรอบแล้ว พวกเราค้นพบแร่ที่มีประโยชน์มากมายหลายชนิดเลย"

ราชาเนปจูนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง

"ถือเป็นข่าวดีงั้นไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันต่อทีหลังก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ผมมีอีกเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณ.."

"เรื่องเกี่ยวกับการรควบคุมการเข้า-ออกเกาะมนุษย์เงือก!"

ไบร์ทได้กล่าวเข้าประเด็นในทันที

"เรื่องนี้..."

"การต่อต้านรุนแรงกว่าที่คาดไว้มาก! เสนาบดีหลายคนออกมาคัดค้านเพราะพวกเขาเกรงว่าโจรสลัดที่ไม่ให้ความร่วมมือจะก่อปัญหา"

ราชาเนปจูนตอบออกมาด้วยความปวดหัว

"ถ้างั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง.."

"มาสร้างแนวป้องกันด่านแรกเพื่อปกป้องเกาะมนุษย์เงือกกันเถอะ!"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง

"ไบร์ท..."

ราชาเนปจูนที่ได้ยินคำพูดของไบร์ทก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้าง

"เราจะเรียกมันว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง หน้าที่ของพวกเขาก็คือการตรวจสอบผู้คนที่เข้าและออกจากเกาะมนุษย์เงือก"

"เป้าหมายก็คือการปกป้องเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเราจากอันตรายจากมนุษย์.. อย่างน้อยก็บนเกาะมนุษย์เงือก!!"

ไบร์ทกล่าวกับตัวเองด้วยความหนักแน่น

"แน่นอนว่าต่อให้คุณปฏิเสธพวกเราก็จะทำมันอยู่ดี!"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

"เฮ้!,ไบร์ทอย่างน้อยก็ช่วยเคารพกันบ้าง.. ไม่ว่ายังไงฉันก็เป็นราชาของประเทศนี้!!"

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

วันพีช : ระบบครอบครองวิญญาณในโลกโจรสลัด(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่37:กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว