- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่34:มาลองกันสักตั้ง (ฟรี)
บทที่34:มาลองกันสักตั้ง (ฟรี)
บทที่34:มาลองกันสักตั้ง (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 34 มาลองกันสักตั้ง
“ทำเหมืองใต้ทะเลงั้นหรอ?”
จินเบปัดหมัดของไบร์ทออกมาด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะปล่อยหมัดอีกข้างสวนกลับไป
“หลังจากผ่านกาลเวลามานานแสนนาน พวกตะกอนและชั้นหินใต้ทะเลก็เต็มปี่ยมไปด้วยทรัพยากรแร่ธาตุอันมหาศาล”
ร่างกายของไบร์ทปรากฏประกายสายฟ้าขึ้นมาก่อนที่เขาจะดีดตัวออกและหลบหมัดของจินเบอย่างง่ายดาย แต่ทันใดนั้นเองหมัดที่ราวกับห่าฝนก็ได้ถาโถมเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง
“สิ่งนี้คือทรัพยากรอันล้ำค่าที่มีแค่เราเท่านั้นที่สามารถครอบครองมันได้!”
ในขณะที่กำลังใช้ความคิดจินเบก็ยังคงไม่หยุดมือ
หมัดของพวกเขาทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่องพร้อมเสียงฟ้าร้องที่ดังไม่ยอมหยุด
“สำหรับเราแล้วความยากในการทำเหมืองนั้นน้อยกว่าผู้คนบนท้องทะเลมาก”
ไบร์ทกล่าวเสริมออกมา
โลกใบนี้ขาดแผ่นทวีปขนาดใหญ่และมีเพียงแค่เกาะซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วท้องทะเล ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทรัพยากรแร่ธาตุจะกลายเป็นของหายาก
บางทีในเรดไลน์อาจมีทรัพยากรแร่ธาตุอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ความยากในการขุดพวกมันขึ้นมาก็มากเกินไป
ด้วยเหตุผลข้างต้นจึงสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมทั้งที่เทคโนโลยีในโลกนี้มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แต่เทคโนโลยีโดยรวมบนท้องทะเลทั้งหมดกลับล้าหลังอย่างน่าประหลาด
เพราะพวกเขาขาดแคลนทรัพยากร!
แต่ใต้ทะเลนั้นมันแตกต่างออกไป
บนดินแดนอันมืดมิดและกว้างใหญ่แห่งนี้มีทรัพยากรนับไม่ถ้วนกำลังหลับใหลอยู่
"แม้ว่าการขายทรัพยากรเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีในระยะยาว แต่มันก็ดีกว่าการที่เราไม่มีทางออกอะไรเลย"
"และที่สำคัญกว่านั้นคือเราสามารถดึงดูดพวกพ่อค้าชาวมนุษย์ให้มาที่เกาะมนุษย์เงือกได้!"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
การทำธุรกิจใต้ทะเลลึกนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่มีพ่อค้าชาวมนุษย์คนไหนที่ตั้งใจเดินทางมาที่เกาะมนุษย์เงือกเพื่อทำธุรกิจโดยเฉพาะ
แต่ถ้าเกาะมนุษย์เงือกมีแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุที่มากพอและราคาถูก สถานการณ์พวกนั้นก็จะแตกต่างออกไปในทันที
ตราบใดที่สามารถทำกำไรได้พวกพ่อค้ายอมทำทุกอย่างอยู่แล้ว
แม้เกาะมนุษย์เงือกจะอยู่ห่างไกลจากโลกมนุษย์ แต่ถ้าลองคำนวณระยะทางเป็นเส้นตรงเกาะมนุษย์เงือกก็อยู่ห่างจากหมู่เกาะชาบอนดี้เพียง 100 กิโลเมตรเท่านั้นซึ่งมันไม่ได้ไกลเลย
ถ้าพวกเขาสามารถทำการค้าระยะยาวได้จริง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะหาเงินทุนได้เท่านั้นแต่ยังสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานได้อีกด้วย เมื่อเวลานั้นมาถึงเกาะมนุษย์เงือกก็จะสามารถสร้างอุตสาหกรรมของตัวเองได้ซึ่งเป็นส่วนเสริมของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อีกทั้งยังสามารถสร้างอุตสาหกรรมพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตและเป็นประโยชน์ต่อผู้คนบนเกาะมนุษย์เงือกทุกคน
ไบร์ทไม่ได้เข้าใจเรื่องพวกนี้ดีนักหรอก แต่เขาเชื่อว่ามันมีความเป็นไปได้
"ฟังดูดีนะ"
"ฉันจะไปคุยเรื่องนี้กับราชาเนปจูนอีกที"
จินเบกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วย
ไบร์ทพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
การทำเหมืองใต้ทะเลนั้นไม่ใช่สิ่งที่คิดว่าจะทำแล้วก็จะสามารถทำได้เลย
ท้ายที่สุดแล้วด้วยระดับการศึกษาของเกาะมนุษย์เงือกมันจะมีสักกี่คนที่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างแร่แต่ละชนิดได้
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึงการสำรวจและทำเหมืองแร่
เรื่องนี้ต้องใช้อำนาจระดับชาติในการส่งเสริมเพื่อให้มันเกิดขึ้นจริง
"แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งไบร์ท.."
"นายเริ่มเชี่ยวชาญวิชานี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ!"
จินเบยิ้มกว้างพร้อมกับปล่อยหมัดทะลุทะลวงอากาศออกมา
ไบร์ทยิ้มตอบก่อนจะปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยสายฟ้าสวนกลับ
“บูมมมม!”
พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาทั้งสองระเบิดออกมาทันที กระแสลมโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงจนกลายเป็นคลื่นกระแทกแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
"ถ้าผมไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยคู่ซ้อมอย่างคุณก็คงจะเสียหน้าแย่.. จริงไหมลูกพี่จินเบ?"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
นับตั้งแต่วันที่เขาต่อสู้กับโฮดี้เวลาก็ผ่านมาสองวันแล้ว
เมื่อพายุฝนที่พัดผ่านมาหายไปเกาะมนุษย์เงือกก็กลับมาสงบอีกครั้ง
ความเชี่ยวชาญในการใช้เคลื่อนอัสนีบาตของไบร์ทนั้นกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้แม้ว่าเขาจะใช้มันต่อสู้กับคู่ต่อสู้อย่างจินเบการควบคุมของเขาก็ไม่หลุดแม้แต่น้อย
"แต่นายยังเด็กเกินไป..”
“คาราเต้มนุษย์เงือก-หมัดทลายกระเบื้องอาหรับ!!” (คาราคุสะกาวาระ เซย์เคน)
จินเบยิ้มและปล่อยหมัดออกมา
อากาศเริ่มบิดเบี้ยวอย่างแปลกประหลาดพร้อมคลื่นที่มองไม่เห็นซึ่งกำลังกระจายตัวออกโดยมีหมัดของจินเบเป็นจุดศูนย์กลาง
ไบร์ทไม่สามารถเข้าใกล้จินเบในตอนนี้ได้เลย แถมร่างของเขายังถูกผลักกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“นายยังไม่เข้าใจถึงแก่นแท้”
จินเบยิ้มตอบก่อนจะกล่าวเสริมออกมาว่า
“ฉันตั้งตารอวันที่จะได้เห็นว่าคลื่นกระแทกซึ่งเกิดจากสายฟ้ามันมีหน้าตายังไงอยู่นะ?”
“ไม่มีทางลูกพี่จินเบ! ผมเพิ่งใช้ท่านั้นได้เมื่อไม่นานนี้เองนะ”
แม้จะรู้สึกจนปัญญาแต่ไบร์ทก็ยังพูดออกมาว่า
“แต่ผมจะพยายามทำให้สำเร็จแล้วกัน”
แม้ว่าพรสวรรค์ทางกายภาพของเขาจะทะยานขึ้นถึงขีดสุด แต่ความสามารถในการเรียนรู้ของเขานั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการฝึกศิลปะการต่อสู้มนุษย์เงือกและฮาคิ
มันไม่ได้หมายความว่าเขาต้องรีบร้อนเพียงแต่มันต้องใช้เวลา
ในความเป็นจริงตัวไบร์ทเองก็รู้สึกพอใจกับความเร็วในการพัฒนาของเขามากแล้ว
ตอนนี้เขาสามารถใช้เคลื่อนอัสนีบาตได้อย่างช่ำชอง มันน่าจะทำให้เขาสามารถสู้กับจินเบที่ไม่ใช่ฮาคิได้อย่างสูสี ท้ายที่สุดแล้วพลังระเบิดที่เกิดจากเคลื่อนอัสนีบาตนั้นมันเหนือกว่าพลังระเบิดของวิชาควบคุมน้ำของมนุษย์เงือกอย่างเห็นได้ชัด
ความเร็วในการพัฒนาของไบร์ทถือว่าน่าเหลือเชื่อมากแล้ว เพราะนับตั้งแต่ที่เขากลับมาถึงเกาะมนุษย์เงือกเวลาก็เพิ่งผ่านไปได้เพียงแค่เดือนเศษๆ เท่านั้น
ในตอนเย็นหลังจากฝึกเสร็จจินเบก็ได้บอกว่าจะเลี้ยงข้าวไบร์ท
แน่นอนว่ามันไม่มีเหตุผลที่ไบร์ทจะปฏิเสธของฟรี ดังนั้นเขาจึงไปยังร้านประจำที่พวกเขามักจะไปกินด้วยกัน
"ไงไบรท์!! ดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือก!"
"ฮ่าๆ ๆ,นายบอกว่าจะเลี้ยงข้าวฉันตั้งแต่คราวโน้น.. แต่จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่เห็นวี่แววว่ามันจะเกิดขึ้นเลยสักนิด"
ในระหว่างทางไปยังร้านอาหารไบร์ทก็ได้พบเจอกับเพื่อนเก่าเข้า
"มาร์ค,ถ้านายอยากให้ฉันเลี้ยงข้าวงั้นตามฉันมาได้เลย"
ไบร์ทยิ้มและกล่าวชวนออกมา
เงิน 100,000 เบลีย์ที่เขาขอยืมมาจากจินเบก่อนหน้านี้นั้นยังไม่หมด เพราะยังไงเขาก็กินดื่มที่บ้านของเชอร์รี่ตลอดอยู่แล้ว
“ว่าแต่ดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือกมันหมายความว่าไง?”
ไบร์ถามออกมาด้วยความสงสัย
“ฮืม,นายยังไม่รู้งั้นหรอไบร์ท?”
“ทุกคนที่นี่เรียกนายแบบนั้นกันหมดแล้ว”
มาร์คกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ว่าไงนะ?!”
…………
บาร์แห่งหนึ่งในเขตมนุษย์เงือก
“ลูกพี่อารองไบร์ทสุดยอดอย่างที่คุณเล่ามาจริงเหรอ?”
มนุษย์เงือกคนหนึ่งถามออกมาก่อนจะยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมาจิบ
“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!”
อารองที่ดื่มจนหน้าแดงได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและพูดขึ้นว่า
"แน่นอน! พรสวรรค์ของหมอนั่นมันไม่มีใครสามารถเทียบได้! หมอนั่นจะกลายเป็นมนุษย์เงือกที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์!!"
"ถ้าจะมีใครสักคนที่สามารถนำเราขึ้นไปสู่ท้องทะเล แซงหน้าพวกมนุษย์ และสร้างอาณาจักรมนุษย์เงือกอันยิ่งใหญ่ได้จริงๆ ละก็มันต้องเป็นไบร์ท!!"
อารองกางแขนออกและป่าวประกาศในทุกคนในบาร์ได้รับรู้
"แม้แต่จินเบเองก็ยังคิดเหมือนฉัน!"
สิ้นเสียงของอารองบาร์ก็คึกคักขึ้นมาในทันที
"ฮ่าๆ ๆ,เหลือเชื่อจริงๆ!"
"แม้แต่จินเบเองก็ยังคิดเหมือนกันงั้นหรอ?"
"ถ้าลูกพี่ใหญ่ทั้งสองคิดเหมือนกันแบบนี้ละก็มันต้องเป็นเรื่องจริงแน่!"
"เหมือนกับลูกพี่ไทเกอร์ไม่มีผิด.. ไบร์ทได้รับการยอมรับจากลูกพี่ใหญ่ทั้งสองแล้ว!"
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ!"
"พวกหน้าโง่ทั้งหลายจงส่งเสียงเชียร์ให้กับดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือก!!"
อารองหัวเราะเสียงดังก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะและยกแก้วในมือขึ้นเหนือหัว
“เย้!! แด่ดวงดาวแห่งความหวัง!!”
บรรยากาศในบาร์ตอนนี้คึกคักกันมาก
ไบร์ทที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาเห็นฉากตรงหน้าก็ถึงกับมุมปากกระตุก
"ดวงดาวแห่งความหวังอันยิ่งใหญ่..."
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,เป็นไงบ้างคุณดวงดาวแห่งความหวัง?"
มาร์คหัวเราะและแซวออกมาด้วยความชอบใจ
"ถ้าได้ดีเมื่อไหร่ก็อย่าลืมเพื่อนเก่าคนนี้ด้วยล่ะ"
"ฮ่า..ฮ่า.."
ไบร์ททำเพียงแค่หัวเราะแห้งๆ ออกมา
"เฮ้! ไบร์ทมาแล้ว!!"
อารองได้สังเกตเห็นการมาถึงของไบร์ทมันทำให้เขาโบกไม้โบกมือด้วยความตื่นเต้น
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,นายมาได้ทันเวลาพอดีเลยมาพูดอะไรกับผู้คนที่สนับสนุนนายหน่อยสิ!"
ไบร์ทที่ถูกเรียกให้ไปพูดก็ถึงกับปวดหัว
‘ลูกพี่อารองช่วยถือว่าเรื่องที่ผมเคยพูดไปเป็นแค่เรื่องล้อเล่นได้ไหม?!’
‘ดูเหมือนคุณจะประเมินผมไว้สูงมากจริงๆ’
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง?"
จินเบหัวเราะและหันมาหาไบร์ทก่อนจะเดินเข้าไปในบาร์
"ถ้าเป็นไบร์ทเขาต้องเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกได้แน่นอน!"
"โอ้!! ลูกพี่จินเบคุณพูดจริงงั้นหรอ?"
เหล่ามนุษย์เงือกภายในร้านต่างก็พากันตื่นเต้น
"ผู้นำคนใหม่ของเขตมนุษย์เงือกได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!"
"ส่งเสียงเชียร์ให้กับลูกพี่ไบร์ทกันหน่อยเร็ว!!"
“เฮ้! ลูกพี่ไบร์ท! ลูกพี่ไบร์ท!!”
ชั่วขณะหนึ่งบาร์เต็มไปด้วยเสียงร้องเชียร์อันดังกึกก้อง
หลังจากที่ลูกพี่ไทเกอร์จากไปในเขตมนุษย์เงือกก็เหลือคนสำคัญอยู่เพียงสองคนเท่านั้น คนแรกคือจินเบซึ่งเป็นตัวแทนของคนกลุ่มใหญ่ในเขตมนุษย์เงือก และอีกคนคืออารองซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มหัวรุนแรงที่มีจำนวนน้อยกว่า
ด้วยเหตุนี้เองทั้งสองจึงกลายเป็นตัวแทนที่สำคัญของกลุ่มคนในเขตมนุษย์เงือก
ชายที่ได้รับการยอมรับจากลูกพี่ใหญ่ทั้งสองจะนำพาสิ่งใดมาให้กับพวกเขา?
“ไบร์ทนายมัวลังเลอะไรอยู่?!”
“พูดอะไรออกมาหน่อย!”
อารองกล่าวและมองมาที่ไบร์ทด้วยรอยยิ้ม
จินเบเองก็ได้หันมามองที่ไบร์ทพร้อมส่งกำลังใจผ่านมาทางสายตา
‘ถ้าฉันต้องการเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกนี่คือจุดเริ่มต้น!’
ไบร์ทเงียบและขบคิดอยู่กับตัวเอง
ไบร์ทจำเป้าหมายเดิมของเขาได้เขาเพียงแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
แต่ไม่นานความคิดเหล่านั้นก็ได้มลายหายไป
เมื่อเขาได้หวนนึกถึงลูกพี่ไทเกอร์ชายผู้ที่ยังคงกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเกาะมนุษย์เงือกจนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย
เมื่อเขาได้เห็นเหล่านางเงือกถูกจับตัวไปก่อนหน้านี้ รอยยิ้มของพวกเธอมันสดใสมากหลังจากที่รอดชีวิตมาจากการลักพาตัว
เมื่อเขาคิดถึงเขตมนุษย์เงือกที่เขาเติบโตมามนุษย์เงือกในที่แห่งนี้ทั้งยากจน อ่านหนังสือก็ไม่ค่อยออก ไร้ซึ่งหน้าที่การงาน พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อน
แต่มันเป็นมนุษย์เงือกที่รุนแรงและป่าเถื่อนพวกนี้เองที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างราบรื่นแบบนี้
ลูกพี่ของเขาต่างนำพาเขาให้ก้าวไปข้างหน้า เพื่อนฝูงที่เติบโตมาด้วยกันเองก็มีแต่มิตรภาพที่มอบให้ เจ้าของร้านอาหารที่มักจะทิ้งอาหารสะอาดไว้ให้เขาเสมอแม้ว่าบางครั้งอีกฝ่ายจะปากร้ายไปบ้างก็ตาม... ในภาพความทรงจำของเขามีผู้คนอยู่มากมาย
เชอร์รี่ย้ำกับเขาเสมอให้เขาทำในสิ่งที่เขาต้องการ
ในตอนนั้นเองไบร์ทก็ได้ยิ้มและก้าวเดินเข้ามาในบาร์
‘ดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือก?’
‘งั้นเรามาลองดูกันสักตั้ง!’
แต่ในตอนที่ไบร์ทเปิดปากและกำลังจะกล่าวออกมานั้นก็ได้มีเสียงแทรกเข้ามา
"เดี๋ยวก่อน! ดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือกบ้าอะไร?! อึก~ ฉันจะไม่ยอมรับจนกว่านายจะเอาชนะฉันได้!! อึก~"
ชายคนหนึ่งได้เบียดตัวออกมาจากฝูงชนที่กำลังร้องเชียร์
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย