เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่34:มาลองกันสักตั้ง (ฟรี)

บทที่34:มาลองกันสักตั้ง (ฟรี)

บทที่34:มาลองกันสักตั้ง (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 34 มาลองกันสักตั้ง

“ทำเหมืองใต้ทะเลงั้นหรอ?”

จินเบปัดหมัดของไบร์ทออกมาด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะปล่อยหมัดอีกข้างสวนกลับไป

“หลังจากผ่านกาลเวลามานานแสนนาน พวกตะกอนและชั้นหินใต้ทะเลก็เต็มปี่ยมไปด้วยทรัพยากรแร่ธาตุอันมหาศาล”

ร่างกายของไบร์ทปรากฏประกายสายฟ้าขึ้นมาก่อนที่เขาจะดีดตัวออกและหลบหมัดของจินเบอย่างง่ายดาย แต่ทันใดนั้นเองหมัดที่ราวกับห่าฝนก็ได้ถาโถมเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง

“สิ่งนี้คือทรัพยากรอันล้ำค่าที่มีแค่เราเท่านั้นที่สามารถครอบครองมันได้!”

ในขณะที่กำลังใช้ความคิดจินเบก็ยังคงไม่หยุดมือ

หมัดของพวกเขาทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่องพร้อมเสียงฟ้าร้องที่ดังไม่ยอมหยุด

“สำหรับเราแล้วความยากในการทำเหมืองนั้นน้อยกว่าผู้คนบนท้องทะเลมาก”

ไบร์ทกล่าวเสริมออกมา

โลกใบนี้ขาดแผ่นทวีปขนาดใหญ่และมีเพียงแค่เกาะซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วท้องทะเล ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทรัพยากรแร่ธาตุจะกลายเป็นของหายาก

บางทีในเรดไลน์อาจมีทรัพยากรแร่ธาตุอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ความยากในการขุดพวกมันขึ้นมาก็มากเกินไป

ด้วยเหตุผลข้างต้นจึงสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมทั้งที่เทคโนโลยีในโลกนี้มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แต่เทคโนโลยีโดยรวมบนท้องทะเลทั้งหมดกลับล้าหลังอย่างน่าประหลาด

เพราะพวกเขาขาดแคลนทรัพยากร!

แต่ใต้ทะเลนั้นมันแตกต่างออกไป

บนดินแดนอันมืดมิดและกว้างใหญ่แห่งนี้มีทรัพยากรนับไม่ถ้วนกำลังหลับใหลอยู่

"แม้ว่าการขายทรัพยากรเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีในระยะยาว แต่มันก็ดีกว่าการที่เราไม่มีทางออกอะไรเลย"

"และที่สำคัญกว่านั้นคือเราสามารถดึงดูดพวกพ่อค้าชาวมนุษย์ให้มาที่เกาะมนุษย์เงือกได้!"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

การทำธุรกิจใต้ทะเลลึกนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่มีพ่อค้าชาวมนุษย์คนไหนที่ตั้งใจเดินทางมาที่เกาะมนุษย์เงือกเพื่อทำธุรกิจโดยเฉพาะ

แต่ถ้าเกาะมนุษย์เงือกมีแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุที่มากพอและราคาถูก สถานการณ์พวกนั้นก็จะแตกต่างออกไปในทันที

ตราบใดที่สามารถทำกำไรได้พวกพ่อค้ายอมทำทุกอย่างอยู่แล้ว

แม้เกาะมนุษย์เงือกจะอยู่ห่างไกลจากโลกมนุษย์ แต่ถ้าลองคำนวณระยะทางเป็นเส้นตรงเกาะมนุษย์เงือกก็อยู่ห่างจากหมู่เกาะชาบอนดี้เพียง 100 กิโลเมตรเท่านั้นซึ่งมันไม่ได้ไกลเลย

ถ้าพวกเขาสามารถทำการค้าระยะยาวได้จริง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะหาเงินทุนได้เท่านั้นแต่ยังสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานได้อีกด้วย เมื่อเวลานั้นมาถึงเกาะมนุษย์เงือกก็จะสามารถสร้างอุตสาหกรรมของตัวเองได้ซึ่งเป็นส่วนเสริมของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อีกทั้งยังสามารถสร้างอุตสาหกรรมพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตและเป็นประโยชน์ต่อผู้คนบนเกาะมนุษย์เงือกทุกคน

ไบร์ทไม่ได้เข้าใจเรื่องพวกนี้ดีนักหรอก แต่เขาเชื่อว่ามันมีความเป็นไปได้

"ฟังดูดีนะ"

"ฉันจะไปคุยเรื่องนี้กับราชาเนปจูนอีกที"

จินเบกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วย

ไบร์ทพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

การทำเหมืองใต้ทะเลนั้นไม่ใช่สิ่งที่คิดว่าจะทำแล้วก็จะสามารถทำได้เลย

ท้ายที่สุดแล้วด้วยระดับการศึกษาของเกาะมนุษย์เงือกมันจะมีสักกี่คนที่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างแร่แต่ละชนิดได้

ดังนั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึงการสำรวจและทำเหมืองแร่

เรื่องนี้ต้องใช้อำนาจระดับชาติในการส่งเสริมเพื่อให้มันเกิดขึ้นจริง

"แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งไบร์ท.."

"นายเริ่มเชี่ยวชาญวิชานี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ!"

จินเบยิ้มกว้างพร้อมกับปล่อยหมัดทะลุทะลวงอากาศออกมา

ไบร์ทยิ้มตอบก่อนจะปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยสายฟ้าสวนกลับ

“บูมมมม!”

พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาทั้งสองระเบิดออกมาทันที กระแสลมโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงจนกลายเป็นคลื่นกระแทกแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

"ถ้าผมไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยคู่ซ้อมอย่างคุณก็คงจะเสียหน้าแย่.. จริงไหมลูกพี่จินเบ?"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

นับตั้งแต่วันที่เขาต่อสู้กับโฮดี้เวลาก็ผ่านมาสองวันแล้ว

เมื่อพายุฝนที่พัดผ่านมาหายไปเกาะมนุษย์เงือกก็กลับมาสงบอีกครั้ง

ความเชี่ยวชาญในการใช้เคลื่อนอัสนีบาตของไบร์ทนั้นกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้แม้ว่าเขาจะใช้มันต่อสู้กับคู่ต่อสู้อย่างจินเบการควบคุมของเขาก็ไม่หลุดแม้แต่น้อย

"แต่นายยังเด็กเกินไป..”

“คาราเต้มนุษย์เงือก-หมัดทลายกระเบื้องอาหรับ!!” (คาราคุสะกาวาระ เซย์เคน)

จินเบยิ้มและปล่อยหมัดออกมา

อากาศเริ่มบิดเบี้ยวอย่างแปลกประหลาดพร้อมคลื่นที่มองไม่เห็นซึ่งกำลังกระจายตัวออกโดยมีหมัดของจินเบเป็นจุดศูนย์กลาง

ไบร์ทไม่สามารถเข้าใกล้จินเบในตอนนี้ได้เลย แถมร่างของเขายังถูกผลักกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“นายยังไม่เข้าใจถึงแก่นแท้”

จินเบยิ้มตอบก่อนจะกล่าวเสริมออกมาว่า

“ฉันตั้งตารอวันที่จะได้เห็นว่าคลื่นกระแทกซึ่งเกิดจากสายฟ้ามันมีหน้าตายังไงอยู่นะ?”

“ไม่มีทางลูกพี่จินเบ! ผมเพิ่งใช้ท่านั้นได้เมื่อไม่นานนี้เองนะ”

แม้จะรู้สึกจนปัญญาแต่ไบร์ทก็ยังพูดออกมาว่า

“แต่ผมจะพยายามทำให้สำเร็จแล้วกัน”

แม้ว่าพรสวรรค์ทางกายภาพของเขาจะทะยานขึ้นถึงขีดสุด แต่ความสามารถในการเรียนรู้ของเขานั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการฝึกศิลปะการต่อสู้มนุษย์เงือกและฮาคิ

มันไม่ได้หมายความว่าเขาต้องรีบร้อนเพียงแต่มันต้องใช้เวลา

ในความเป็นจริงตัวไบร์ทเองก็รู้สึกพอใจกับความเร็วในการพัฒนาของเขามากแล้ว

ตอนนี้เขาสามารถใช้เคลื่อนอัสนีบาตได้อย่างช่ำชอง มันน่าจะทำให้เขาสามารถสู้กับจินเบที่ไม่ใช่ฮาคิได้อย่างสูสี ท้ายที่สุดแล้วพลังระเบิดที่เกิดจากเคลื่อนอัสนีบาตนั้นมันเหนือกว่าพลังระเบิดของวิชาควบคุมน้ำของมนุษย์เงือกอย่างเห็นได้ชัด

ความเร็วในการพัฒนาของไบร์ทถือว่าน่าเหลือเชื่อมากแล้ว เพราะนับตั้งแต่ที่เขากลับมาถึงเกาะมนุษย์เงือกเวลาก็เพิ่งผ่านไปได้เพียงแค่เดือนเศษๆ เท่านั้น

ในตอนเย็นหลังจากฝึกเสร็จจินเบก็ได้บอกว่าจะเลี้ยงข้าวไบร์ท

แน่นอนว่ามันไม่มีเหตุผลที่ไบร์ทจะปฏิเสธของฟรี ดังนั้นเขาจึงไปยังร้านประจำที่พวกเขามักจะไปกินด้วยกัน

"ไงไบรท์!! ดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือก!"

"ฮ่าๆ ๆ,นายบอกว่าจะเลี้ยงข้าวฉันตั้งแต่คราวโน้น.. แต่จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่เห็นวี่แววว่ามันจะเกิดขึ้นเลยสักนิด"

ในระหว่างทางไปยังร้านอาหารไบร์ทก็ได้พบเจอกับเพื่อนเก่าเข้า

"มาร์ค,ถ้านายอยากให้ฉันเลี้ยงข้าวงั้นตามฉันมาได้เลย"

ไบร์ทยิ้มและกล่าวชวนออกมา

เงิน 100,000 เบลีย์ที่เขาขอยืมมาจากจินเบก่อนหน้านี้นั้นยังไม่หมด เพราะยังไงเขาก็กินดื่มที่บ้านของเชอร์รี่ตลอดอยู่แล้ว

“ว่าแต่ดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือกมันหมายความว่าไง?”

ไบร์ถามออกมาด้วยความสงสัย

“ฮืม,นายยังไม่รู้งั้นหรอไบร์ท?”

“ทุกคนที่นี่เรียกนายแบบนั้นกันหมดแล้ว”

มาร์คกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ

“ว่าไงนะ?!”

…………

บาร์แห่งหนึ่งในเขตมนุษย์เงือก

“ลูกพี่อารองไบร์ทสุดยอดอย่างที่คุณเล่ามาจริงเหรอ?”

มนุษย์เงือกคนหนึ่งถามออกมาก่อนจะยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมาจิบ

“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!”

อารองที่ดื่มจนหน้าแดงได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและพูดขึ้นว่า

"แน่นอน! พรสวรรค์ของหมอนั่นมันไม่มีใครสามารถเทียบได้! หมอนั่นจะกลายเป็นมนุษย์เงือกที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์!!"

"ถ้าจะมีใครสักคนที่สามารถนำเราขึ้นไปสู่ท้องทะเล แซงหน้าพวกมนุษย์ และสร้างอาณาจักรมนุษย์เงือกอันยิ่งใหญ่ได้จริงๆ ละก็มันต้องเป็นไบร์ท!!"

อารองกางแขนออกและป่าวประกาศในทุกคนในบาร์ได้รับรู้

"แม้แต่จินเบเองก็ยังคิดเหมือนฉัน!"

สิ้นเสียงของอารองบาร์ก็คึกคักขึ้นมาในทันที

"ฮ่าๆ ๆ,เหลือเชื่อจริงๆ!"

"แม้แต่จินเบเองก็ยังคิดเหมือนกันงั้นหรอ?"

"ถ้าลูกพี่ใหญ่ทั้งสองคิดเหมือนกันแบบนี้ละก็มันต้องเป็นเรื่องจริงแน่!"

"เหมือนกับลูกพี่ไทเกอร์ไม่มีผิด.. ไบร์ทได้รับการยอมรับจากลูกพี่ใหญ่ทั้งสองแล้ว!"

"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ!"

"พวกหน้าโง่ทั้งหลายจงส่งเสียงเชียร์ให้กับดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือก!!"

อารองหัวเราะเสียงดังก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะและยกแก้วในมือขึ้นเหนือหัว

“เย้!! แด่ดวงดาวแห่งความหวัง!!”

บรรยากาศในบาร์ตอนนี้คึกคักกันมาก

ไบร์ทที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาเห็นฉากตรงหน้าก็ถึงกับมุมปากกระตุก

"ดวงดาวแห่งความหวังอันยิ่งใหญ่..."

"ฮ่าๆ ๆ ๆ,เป็นไงบ้างคุณดวงดาวแห่งความหวัง?"

มาร์คหัวเราะและแซวออกมาด้วยความชอบใจ

"ถ้าได้ดีเมื่อไหร่ก็อย่าลืมเพื่อนเก่าคนนี้ด้วยล่ะ"

"ฮ่า..ฮ่า.."

ไบร์ททำเพียงแค่หัวเราะแห้งๆ ออกมา

"เฮ้! ไบร์ทมาแล้ว!!"

อารองได้สังเกตเห็นการมาถึงของไบร์ทมันทำให้เขาโบกไม้โบกมือด้วยความตื่นเต้น

"ฮ่าๆ ๆ ๆ,นายมาได้ทันเวลาพอดีเลยมาพูดอะไรกับผู้คนที่สนับสนุนนายหน่อยสิ!"

ไบร์ทที่ถูกเรียกให้ไปพูดก็ถึงกับปวดหัว

‘ลูกพี่อารองช่วยถือว่าเรื่องที่ผมเคยพูดไปเป็นแค่เรื่องล้อเล่นได้ไหม?!’

‘ดูเหมือนคุณจะประเมินผมไว้สูงมากจริงๆ’

"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง?"

จินเบหัวเราะและหันมาหาไบร์ทก่อนจะเดินเข้าไปในบาร์

"ถ้าเป็นไบร์ทเขาต้องเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกได้แน่นอน!"

"โอ้!! ลูกพี่จินเบคุณพูดจริงงั้นหรอ?"

เหล่ามนุษย์เงือกภายในร้านต่างก็พากันตื่นเต้น

"ผู้นำคนใหม่ของเขตมนุษย์เงือกได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!"

"ส่งเสียงเชียร์ให้กับลูกพี่ไบร์ทกันหน่อยเร็ว!!"

“เฮ้! ลูกพี่ไบร์ท! ลูกพี่ไบร์ท!!”

ชั่วขณะหนึ่งบาร์เต็มไปด้วยเสียงร้องเชียร์อันดังกึกก้อง

หลังจากที่ลูกพี่ไทเกอร์จากไปในเขตมนุษย์เงือกก็เหลือคนสำคัญอยู่เพียงสองคนเท่านั้น คนแรกคือจินเบซึ่งเป็นตัวแทนของคนกลุ่มใหญ่ในเขตมนุษย์เงือก และอีกคนคืออารองซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มหัวรุนแรงที่มีจำนวนน้อยกว่า

ด้วยเหตุนี้เองทั้งสองจึงกลายเป็นตัวแทนที่สำคัญของกลุ่มคนในเขตมนุษย์เงือก

ชายที่ได้รับการยอมรับจากลูกพี่ใหญ่ทั้งสองจะนำพาสิ่งใดมาให้กับพวกเขา?

“ไบร์ทนายมัวลังเลอะไรอยู่?!”

“พูดอะไรออกมาหน่อย!”

อารองกล่าวและมองมาที่ไบร์ทด้วยรอยยิ้ม

จินเบเองก็ได้หันมามองที่ไบร์ทพร้อมส่งกำลังใจผ่านมาทางสายตา

‘ถ้าฉันต้องการเปลี่ยนแปลงเกาะมนุษย์เงือกนี่คือจุดเริ่มต้น!’

ไบร์ทเงียบและขบคิดอยู่กับตัวเอง

ไบร์ทจำเป้าหมายเดิมของเขาได้เขาเพียงแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

แต่ไม่นานความคิดเหล่านั้นก็ได้มลายหายไป

เมื่อเขาได้หวนนึกถึงลูกพี่ไทเกอร์ชายผู้ที่ยังคงกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเกาะมนุษย์เงือกจนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย

เมื่อเขาได้เห็นเหล่านางเงือกถูกจับตัวไปก่อนหน้านี้ รอยยิ้มของพวกเธอมันสดใสมากหลังจากที่รอดชีวิตมาจากการลักพาตัว

เมื่อเขาคิดถึงเขตมนุษย์เงือกที่เขาเติบโตมามนุษย์เงือกในที่แห่งนี้ทั้งยากจน อ่านหนังสือก็ไม่ค่อยออก ไร้ซึ่งหน้าที่การงาน พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อน

แต่มันเป็นมนุษย์เงือกที่รุนแรงและป่าเถื่อนพวกนี้เองที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างราบรื่นแบบนี้

ลูกพี่ของเขาต่างนำพาเขาให้ก้าวไปข้างหน้า เพื่อนฝูงที่เติบโตมาด้วยกันเองก็มีแต่มิตรภาพที่มอบให้ เจ้าของร้านอาหารที่มักจะทิ้งอาหารสะอาดไว้ให้เขาเสมอแม้ว่าบางครั้งอีกฝ่ายจะปากร้ายไปบ้างก็ตาม... ในภาพความทรงจำของเขามีผู้คนอยู่มากมาย

เชอร์รี่ย้ำกับเขาเสมอให้เขาทำในสิ่งที่เขาต้องการ

ในตอนนั้นเองไบร์ทก็ได้ยิ้มและก้าวเดินเข้ามาในบาร์

‘ดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือก?’

‘งั้นเรามาลองดูกันสักตั้ง!’

แต่ในตอนที่ไบร์ทเปิดปากและกำลังจะกล่าวออกมานั้นก็ได้มีเสียงแทรกเข้ามา

"เดี๋ยวก่อน! ดวงดาวแห่งความหวังของเกาะมนุษย์เงือกบ้าอะไร?! อึก~ ฉันจะไม่ยอมรับจนกว่านายจะเอาชนะฉันได้!! อึก~"

ชายคนหนึ่งได้เบียดตัวออกมาจากฝูงชนที่กำลังร้องเชียร์

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

วันพีช : ระบบครอบครองวิญญาณในโลกโจรสลัด(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่34:มาลองกันสักตั้ง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว