- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่30:เคราะห์ร้ายของอารอง (ฟรี)
บทที่30:เคราะห์ร้ายของอารอง (ฟรี)
บทที่30:เคราะห์ร้ายของอารอง (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 30 เคราะห์ร้ายของอารอง
ไบร์ทและจินเบไล่ตามมนุษย์เงือกพวกนั้นไปตลอดทาง
สุดท้ายพวกเขาก็มาถึงท่าเรือของเกาะมนุษย์เงือก
หลังเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เรือของมนุษย์ทั้งหมดที่จอดอยู่ที่นี่ถูกเข้าควบคุม และประตูของเกาะมนุษย์เงือกเองก็ถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์ท่าเรือจึงกลายเป็นคุกสำหรับเหล่ามนุษย์ทุกคนบนเกาะ
เมื่อมนุษย์เงือกเหล่านั้นมาถึงท่าเรือฟ้าก็สว่างแล้ว
เหล่าทหารจากกองทัพเนปจูนที่ถูกสั่งให้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ก็ได้เข้ามาหยุดพวกเขาในทันที
"กองทัพเนปจูนหลีกทางไปซะ!!"
"ในเมื่อพวกแกไม่สามารถช่วยเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเราได้.. พวกเราก็จะเป็นคนจัดการมันเอง!"
มนุษย์เงือกคนหนึ่งในขบวนได้ร้องคำรามออกมา
เหล่าทหารเองก็ดูลำบากใจเพราะท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็หาตัวคนร้ายลักพาตัวไม่เจอ
แต่ถึงอย่างงั้นพวกเขาก็ไม่คิดที่จะหลีกทางให้เพราะนี่คือคำสั่งของราชาเนปจูน!
เหล่ามนุษย์ที่ถูกกักบริเวณไว้บนเรือของตนนั้นต่างมองมาที่ฉากตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
สถานที่แห่งนี้อยู่ใต้ท้องทะเลลึกกว่า 10,000 เมตร หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นพวกเขาไม่มีทางรอดแน่
‘ไอ้โง่ตัวไหนมันเป็นคนก่อเรื่องกัน?!’
สำหรับพวกเขาการลักพาตัวนางเงือกเพื่อขายเป็นทาสนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่มันไม่ได้หมายความพวกเขาจะกล้าทำอะไรแบบนี้บนเกาะมนุษย์เงือก คนที่ทำมันคิดว่าตัวเองเป็นโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่ในโลกใหม่หรือไง?
โชคดีที่ในตอนนั้นได้มีชายคนหนึ่งขี่วาฬปรากฏตัวขึ้นมาบนท้องฟ้า
"หยุด! เหล่าชาวเมืองจากเขตมนุษย์เงือก!"
“เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการสรุปเพราะงั้น.. อย่าได้ใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหา!”
ชายผู้นี้คือราชาแห่งอาณาจักรริวงู ‘เนปจูน’
“ในที่สุดก็มาถึงสักที!”
บนหลังคาบ้านหลังหนึ่งในบริเวณท่าเรือ,จินเบได้กล่าวออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมกับมองไปยังราชาเนปจูนและกองทัพของเขาที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า
แต่การมาของเนปจูนนั้นไม่ได้ทำให้ความโกรธที่ฝูงชนมีลดน้อยลงเลย
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้เพราะเขตมนุษย์เงือกนั้นเป็นสถานที่ที่ถูกเกาะมนุษย์เงือกละเลย เขตมนุษย์เงือกเดิมทีเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแต่สุดท้ายมันก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเพราะการละเลยของทางการอย่างอาณาจักรริวงู
“ไสหัวไปซะเนปจูน! แกยังคิดที่จะก้มหัวให้กับมนุษย์อีกงั้นหรอ?”
“จงปล่อยให้พวกเราทำในสิ่งที่แกไม่มีปัญญาทำ!”
"พวกเราจะไม่มีวันปล่อยพวกมนุษย์ที่มาสร้างความวุ่นวายบนเกาะมนุษย์เงือกไปเด็ดขาด!!"
“…….”
เหล่ามนุษย์เงือกต่างพากันร้องตะโกนออกมาเสียงดัง
ในตอนแรกมันมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่ร้องตะโกนออกมา แต่ไม่นานเสียงคำรามก็ดังลั่นออกมาปกคลุมทั่วทั้งท่าเรือ
"ฉันต้องไปหยุดมัน"
"ไบร์ท,นายจะไปด้วยกันไหม?"
จินเบตัดสินใจอย่างเด็ดขาดก่อนจะหันไปถามไบร์ท
"ผมจะคอยจับตาดูหมอนั้น.."
"บางทีมันอาจจะพาผมไปหาโฮดี้ได้"
สายตาของไบร์ทในตอนนี้กำลังจับจ้องไปยังมนุษย์เงือกตัวสีน้ำเงินที่ยืนอยู่หน้าฝูงชน
เขารู้สึกมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าโฮดี้จะต้องเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
"เข้าใจแล้ว"
จินเบพยักหน้ารับพร้อมร่างที่ทะยานออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
"พวกนายทุกคนช่วยสงบสติอารมณ์กันหน่อยได้ไหม?!"
เสียงของจินเบนั้นได้ดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันที
ต่างจากเนปจูนชื่อเสียงของจินเบในเขตมนุษย์เงือกนั้นสูงมาก
"ไม่มีใครอยากเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอกและมันไม่ได้มีแค่พวกนายที่ไม่พอใจราชาเนปจูนเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะงั้นสงบสติอารมณ์ลงและฟังในสิ่งที่ราชาเนปจูนต้องการจะพูด"
คำพูดของจินเบนั้นได้ผลมันทำให้ฝูงชนสงบลงอย่างเห็นได้ชัด
ราชาเนปจูนมองมาที่จินเบด้วยความขอบคุณ หลังจากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกมาเสียงดัง
"เราไม่เคยคิดที่จะหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ก็เป็นความผิดของพระราชวังริวงูที่ทำงานได้ไม่ดี ดังนั้นเราจึงอยากขอโทษต่อทุกคนบนเกาะมนุษย์เงือก.."
“แต่ได้โปรดให้เวลาเราขอเพียงแค่วันเดียวในการตามหาตัวคนร้าย! เราสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้คนร้ายได้ลอยนวลอย่างแน่นอน!”
‘ไม่มีความเย่อหยิ่งในฐานะราชวงศ์แม้แต่น้อย’
ไบร์ทคิดอยู่ภายในใจ
อาจเป็นเพราะเกาะมนุษย์เงือกเป็นเพียงประเทศเล็กๆ และมีประชากรแค่ไม่กี่ล้านคนพวกเขาจึงซาบซึ้งใจในการกระทำของราชาเนปจูนมาก
เพราะในตอนนี้ราชาเนปจูนกำลังก้มหัวขอโทษประชาชนของเขา
“หลังจากนี้ให้ฟังราชาเนปจูนและพวกเรากลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์เองก็จะให้ความร่วมมือกับกองทัพเนปจูนในการค้นหาตัวคนร้ายร่วมกัน”
“อย่าได้สร้างปัญหาเพิ่มในช่วงเวลาแบบนี้มิฉะนั้นสถานการณ์จะยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก!”
จินเบกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
เมื่อสองคนที่ได้ชื่อว่าสำคัญที่สุดบนเกาะมนุษย์เงือกได้ให้คำมั่นสัญญาเดียวกันในเวลาเดียวกันแบบนี้ เหล่ามนุษย์เงือกจากเขตมนุษย์เงือกจึงสงบลงได้
พวกที่ยุยงปลุกปั่นในตอนแรกเองก็เลือกที่จะเงียบเช่นกัน
แม้แต่ไบร์ทเองก็สังเกตเห็นว่ามนุษย์เงือกตัวสีน้ำเงินคนนั้นเริ่มฉีกตัวออกไปทางด้านหลังฝูงชน
‘ยอมแพ้แล้วงั้นหรอ?’
‘ไม่เป็นไร,ขอแค่ฉันจับตัวแกได้ก็พอโฮดี้!’
"ลูกพี่อลาดินผมขอตัวไล่ตามหมอนั้นไปก่อนแล้วกัน"
ไบร์ทหันไปพูดกับอลาดินซึ่งเป็นรองกัปตันกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์คนปัจจุบัน
"ผมมีเรื่องอยากจะวานลูกพี่หน่อย.. ลูกพี่ช่วยส่งคนไปดูแลที่เมอร์เมดคาเฟ่หน่อยได้ไหม?"
ไบร์ทกังวลว่าโฮดี้อาจจะจับใครสักคนในนั้นเพื่อมาขู่เขา
"ไม่มีปัญหา,ฉันจะส่งคนไปเดี๋ยวนี้ล่ะ"
อลาดินตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด
"เอาหอยทากสื่อสารนี้ไปด้วยนายจะได้ติดต่อเราได้ทันถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา"
หลังจากได้รับหอยทากสื่อสารจากอลาดิน ไบร์ทก็กระโดดข้ามหลังคาไปและเริ่มไล่ตามมนุษย์เงือกตัวสีน้ำเงินไปอย่างเงียบๆ
………..
ด้านบนของเกาะมนุษย์เงือกในวอเตอร์โรด
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,ใครมันจะมาหยุดเราได้?"
โฮดี้หัวเราะในขณะที่กำลังกอดกล่องสมบัติเอาไว้พร้อมถือหอยทากสื่อสารอยู่ในมือ
"ความเกลียดชังแค่นี้มันยังไม่พอ!"
"โฮดี้หลังจากนี้เราจะทำยังไงต่อ?"
"ในเมื่อเราได้ของมาแล้วนางเงือกพวกนั้นก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ปล่อยให้พวกมันเล่นฉากสุดท้ายและกำจัดพวกมันทิ้งซะหลังจากนั้นในฐานะทหารจากกองทัพเนปจูนฉันจะเป็นคนฆ่าไอ้มนุษย์พวกนั้นเอง!"
โฮดี้กล่าวออกมาอย่างใจเย็น
“โฮดี้.. นี้มันจะไม่..”
“นี่คือการเสียสละอันรุ่งโรจน์!!”
“ตอนนี้ไบร์ทอยู่ที่ไหน? ถ้ามันไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุฉันจะบอกคนอื่นได้ยังไงว่ามันสมคบคิดกับมนุษย์ในการลักพาตัวนางเงือก”
โฮดี้ถามออกมาด้วยรอยยิ้มที่ดูน่ากลัวของเขา
“ไบร์ทออกจากเขตมนุษย์เงือกไปพร้อมกับจินเบตอนนี้หมอนั้นน่าจะอยู่ที่ท่าเรือ”
“อยู่กับจินเบงั้นหรอ?”
“มันยังไม่ถึงเวลาที่จะโจมตีเต็มรูปแบบ.. เราต้องพาตัวหมอนั้นกลับมาที่เขตมนุษย์เงือก”
โฮดี้กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“โฮดี้แล้วพวกเราจะทำยังไง?”
“ฮ่าๆ ๆ ๆ,ถ้าเป็นแบบนี้เรามาลงโทษคนทรยศก่อนดีกว่า! เขาไม่ได้พูดงั้นหรอว่าเขาอยากจะลองเชื่อใจไบร์ท?!”
………..
กลับมาที่ไบร์ทเขายังคงไล่ตามมนุษย์เงือกคนเดิมมาไม่ห่าง
ผู้ชายคนนี้ไม่เคยหยุดฝีเท้าลงเลยหลังจากแยกตัวออกมาจากฝูงชน
ในขณะที่เขากำลังจากไปนั้นก็มีมนุษย์เงือกหลายคนเข้ามาหาเขา จากการสังเกตไบร์ทพบว่าคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นพวกที่เพิ่งใส่ไฟท่ามกลางการจลาจลที่เกิดขึ้น
หลังจากนั้นไบร์ทก็ได้ติดตามพวกเขาออกไปแม้ว่าจะไม่มีอาคารในการอำพรางตัว แต่ไบร์ทก็มีความสามารถในการตรวจจับสภาพแวดล้อมดังนั้นเขาจึงไม่กังวลเลยว่าคนพวกนั้นจะรู้ตัวด้วยการติดตามจากระยะไกลแบบนี้
เมื่อมองไปยังทิศทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปไบร์ทก็รู้ได้ในทันทีว่าพวกเขากำลังไปที่เขตมนุษย์เงือก
‘โฮดี้หมอนั้นอยู่ในเขตมนุษย์เงือกงั้นหรอ?’
……….
เขตมนุษย์เงือก,บ้านของอารอง
"อ้ากกกก!"
เสียงกรีดร้องดังลั่นพร้อมร่างของคุโรโอบิที่ถูกกระแทกลงไปบนพื้นอย่างรุนแรง หลุมขนาดใหญ่ได้ถูกสร้างขึ้นมาในทันทีพร้อมบ้านที่สั่นไหวอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
"อ่อนแอ.. อ่อนแอสิ้นดี!!"
มือที่จับขาของคุโรโอบิไว้ได้คลายออกก่อนที่เจ้าของมือจะฉีกยิ้มและกล่าวออกมาว่า
"ลูกพี่อารอง! คุณเห็นไหม? นี่ละคือพลังของผม!!"
"ไอ้สารเลว!!"
"แกกล้าทำแบบนี้กับเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของตัวเองได้ยังไง?! โฮดี้!!"
อารองคว้าดาบคิริบาจิและจ้องเขม็งมาด้วยแววตาที่ดุร้าย
รอบตัวเขาเต็มไปด้วยร่างของพรรคพวกที่ล้มลงระเนระนาดอยู่ทั่วพื้น
หัวของจูวถูกฝังแน่นอยู่บนกำแพง ร่างของฮาจิถูกตรึงไว้บนพื้นด้วยดาบของเขาเอง ส่วนพรรคพวกที่เหลือต่างก็ถูกทำร้ายจนหมดสติล้มลงอยู่บนพื้นทั่วสารทิศ
และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากฝีมือของไอ้สารเลวที่อยู่ตรงหน้า!
เมื่อประตูบ้านถูกเปิดออกหายนะก็ได้มาเยือนพวกเขา!
“ฉันจะฆ่าแก!!”
กล้ามเนื้อของอารองขยายตัวและระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรง ดาบคิริบาจิฉีกอากาศด้วยใบดาบอันแหลมคมหมายที่จะผ่าร่างของโฮดี้ออกเป็นสองส่วน
“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ!”
โฮดี้หัวเราะออกมาก่อนจะยกมือซ้ายของเขาขึ้น
“ปัง!”
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สีหน้าของอารองเปลี่ยนไป
โฮดี้ได้ใช้มือเปล่ารับดาบของเขา
ดาบคิริบาจิที่มีขนาดใหญ่และแหลมคมกลับหยุดนิ่งและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้!
‘พละกำลังนี้มันอะไรกัน?!’
‘โฮดี้แข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!’
“น่าเสียดายจริงๆ ลูกพี่อารอง..”
โฮดี้กระชากดาบคิริบาจิเข้ามาพร้อมร่างของอารองที่เซมาตามดาบ หลังจากนั้นโฮดี้ก็ได้กางมือขวาของเขาออกและคว้าจับไปที่หัวของอารอง
"ทุกอย่างมันคงจะดีกว่านี้ถ้าคุณไม่ทรยศต่อความฝันของเรา.. ตอนนี้ผมคงจะได้แบ่งปันพลังนี้ด้วยกันกับคุณ!"
"พลังที่แท้จริงที่สามารถทำให้เราปกครองโลกใบนี้ได้!"
“แครก! แครก!..”
อารองไม่สามารถตอบกลับอะไรได้เพราะมือของโฮดี้ได้กดหน้าเขาเอาไว้แน่น ใบหน้าของอารองเริ่มบิดเบี้ยวพร้อมกับเสียงกระดูกที่กรีดร้องออกมา
"แต่ช่างมันไปเถอะในเมื่อคุณทรยศผม.. งั้นก็ช่วยอวยพรให้ผมได้ทำความฝันของเราให้เป็นจริงด้วยนะครับลูกพี่อารอง"
โฮดี้กำมือแน่นและยกร่างของอารองลอยขึ้นมาหลังจากนั้นก็กระแทกเขากลับลงไปบนพื้น
“บูมมม!”
รอยแตกร้าวแผ่กระจายไปทั่วพื้น ดวงตาของอารองเบิกกว้างพร้อมเลือดที่กระอักออกมาจากปากอย่างรุนแรง
“ให้ผมได้พิสูจน์ว่ามนุษย์เงือกเป็นเผ่าพันธุ์ที่ควรปกครองโลกนี้! และมนุษย์ก็เป็นได้เพียงแค่ทาสของเราเท่านั้น!!”
โฮดี้ฉีกยิ้มและโน้มตัวลงไปหยิบดาบคิริบาจิที่อารองทำตกไว้ขึ้นมา
‘หมอนี้..’
อารองในตอนนี้ทำได้เพียงแค่มองดูโฮดี้ยกดาบคิริบาจิขึ้นมา
‘ฉันเป็นเหมือนกันกับหมอนี้งั้นหรอ?’
“ลาก่อน..”
“ลูกพี่อารอง!”
โฮดี้กล่าวลาออกมาด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นพร้อมดาบคิริบาจิที่ถูกฟาดฟันลงมา
“เปรี้ยงง!”
แต่ทันใดนั้นเองสายฟ้าก็ได้โผล่ขึ้นมาและฟาดลงไปที่แขนของโฮดี้อย่างไม่ทันตั้งตัว
“อ้ากก!”
โฮดี้ร้องออกมาพร้อมแขนที่สั่นเทาดาบคิริบาจิที่อยู่ในมือเองก็ได้ล่วงหลุดมือไปในทันที
"ดูวุ่นวายดีจังเลยนะลูกพี่อารองแต่.."
"ดูเหมือนว่าผมจะมาทันเวลาพอดี"
ประตูที่ปิดอยู่ได้ถูกเปิดออกพร้อมร่างของไบร์ทที่ก้าวเดินเข้ามา
"ไบร์ท!!"
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ,ฉันกำลังกังวลอยู่เลยว่าจะทำยังไงดีให้แกมาที่นี้.. แต่แกกลับเป็นคนเดินมาที่ประตูบ้านฉันด้วยตัวเอง!"
โฮดี้ได้หันไปมองที่ประตูด้วยสีหน้าที่ดุร้ายและตื่นเต้น
"ถ้าฉันไม่มา.. ฉันจะฆ่าแกได้ยังไง?!"
ไบร์ทได้ละสายตาจากอารองแล้วหันไปหาโฮดี้
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย