- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่27:แผนการของโฮดี้ (ฟรี)
บทที่27:แผนการของโฮดี้ (ฟรี)
บทที่27:แผนการของโฮดี้ (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 27 แผนการของโฮดี้
โฮดี้เดินออกจากบ้านของอารองไปด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง
หลังจากเลี้ยวไปที่มุมหนึ่งของถนนก็ได้มีมนุษย์เงือกหลายคนเข้ามาหาเขา
"เป็นยังไงบ้างโฮดี้? ลูกพี่อารองพูดว่าไง?"
"เขาจะส่งคนมากี่คน? ครั้งนี้พวกเราจะฆ่าไอ้สารเลวไบร์ทนั้นทิ้งซะ!"
มนุษย์เงือกคนหนึ่งได้กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
แม้ว่าเขาจะเป็นทหารของกองทัพเนปจูนแต่โฮดี้ก็ไม่ได้ตัดการติดต่อกับเขตมนุษย์เงือก เช่นเดียวกับลูกพี่อารองเขายังคงมีเพื่อนหลายคนที่เติบโตมาด้วยกัน
โฮดี้ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ในตอนนั้นเองก็ได้มีคนสังเกตเห็นความผิดปกติ
"เป็นอะไรไปโฮดี้? วันนี้นายดูแปลกๆ นะ"
"น่าเสียใจจริงๆ!"
"ลูกพี่อารอง.. ลูกพี่อารองที่ฉันเคารพนับถือมากกว่าใคร.."
“ฮึก.. ฮ่า..”
โฮดี้เอามือปิดหน้าพร้อมกับร่างกายที่สั่นไม่ยอมหยุด
"เขาพูดจริงๆ ว่าเขาต้องการรอดูว่าไอ้สารเลวไบร์ทนั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ไหม?! เขาพูดแบบนั้นออกมาต่อหน้าฉัน!!"
“ฮึก..ฮื..อ อ้ากกกก!!”
เหล่ามนุษย์เงือกที่ยืนอยู่รอบตัวเขาต่างก็พากันตกตะลึง เพราะว่าโฮดี้กำลังร้องไห้? และเขาก็ร้องไห้ออกมาหนักมาก
"บ้าเอ๊ย!! บ้าเอ๊ย!! ไบร์ทไอ้สารเลว!!"
น้ำตาไหลล้นออกมาจากฝ่ามือของเขา และโฮดี้ก็ดูสิ้นหวังมาก
"ฉันจะปล่อยให้ลูกพี่อารองเป็นแบบนี้ไม่ได้!!"
"ไม่อย่างงั้นความฝันในการสร้างอาณาจักรมนุษย์เงือกที่ไม่เคยมีใครพบมาก่อนร่วมกับลูกพี่อารองจะต้องพังทลายลงงั้นหรอ? ฮึก..ฮื..อ!"
“เฮ้! โฮดี้..”
ในตอนนั้นเองพวกมนุษย์เงือกที่ยืนอยู่โดยรอบก็รู้สึกปากแห้งและหัวใจหดเกร็ง เพราะก่อนที่พวกเขาจะได้พูดอะไรออกมาเสียงร้องโหยหวนของโฮดี้ก็ได้หยุดลง
โฮดี้ได้คลายมือที่ปิดหน้าของเขาออกก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าที่เปียกปอนไปด้วยน้ำตา แต่สีหน้าของเขาในตอนนี้มันกลับดูสงบจนน่าประหลาด
“น่าเสียดายจริงๆ ลูกพี่อารองทั้งที่ผมไว้ใจคุณมากขนาดนั้น”
“โฮดี้.. นายโอเคไหม?”
มนุษย์เงือกคนหนึ่งได้ถามออกมาด้วยความลังเล
‘น่ากลัว’
‘โฮดี้ในตอนนี้น่ากลัวมาก!’
‘สภาพของเขาดูน่าขนลุกสุดๆ’
“ฮึ..ฮึ..ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ!”
โฮดี้เริ่มหัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ฉันคงต้องทำความฝันให้เป็นจริงด้วยมือของตัวเอง!”
พวกมนุษย์เงือกที่ได้ยินก็เริ่มตื่นเต้นพวกเขาติดตามโฮดี้มาตั้งแต่เด็ก และความคิดของพวกเขาก็เหมือนกันกับของโฮดี้ทุกประการ
"โฮดี้นายจะทำยังไง?"
"การมีอยู่ของไบร์ทกับจินเบเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ แม้แต่ลูกพี่อารองก็ยังกลายมาเป็นแบบนี้ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปเขตมนุษย์เงือกได้ถูกพวกเขากลืนกินจนหมดแน่"
"โฮดี้,ไบร์ทไม่ได้สำคัญอะไรแต่จินเบแข็งแกร่งมาก!"
มนุษย์เงือกคนหนึ่งได้กล่าวออกมาด้วยความกังวล
"ฮ่าๆ ๆ ๆ,นั่นไม่ใช่ปัญหาฉันหาที่ซ่อนของกล่องสมบัติทามาเตะบาโกะเจอแล้ว แม้ตอนนี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นอยู่แล้วฉันต้องการแค่โอกาส"
"ไป! เราต้องการสหายร่วมทางเพิ่มมากกว่านี้!!"
โฮดี้ฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างน่ากลัว
ดูเหมือนว่าความวุ่นวายกำลังจะมาเยือนเกาะมนุษย์เงือกในไม่ช้า
………..
ทางด้านไบร์ทเขาก็ยังคงฝึกฝนต่อไปตามปกติ
หนึ่งวันหลังจากที่โฮดี้ไปหาอารองจินเบก็ได้มาเล่าเรื่องนี้ให้ไบร์ทฟัง
ถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าอารองเปลี่ยนไปแล้วบ้างแต่จินเบก็ไม่ได้ผ่อนปรนในการเฝ้าระวังอารองลงเลย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าปฏิกิริยาที่ผู้ชายคนนี้แสดงออกมาเป็นเพียงฉากบังหน้า?
การกระทำของโฮดี้นั้นทำให้ไบร์ทรู้สึกกังวลเล็กน้อย
‘หมอนั้นเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติที่สุดโต่งและหัวรุนแรงยิ่งกว่าลูกพี่อารองมาก’
‘ดูเหมือนว่าฉันต้องหาโอกาสจำกัดมันทิ้งซะ!’
‘แต่ไอ้บ้านั่นก็ดันทำงานอยู่ในกองทัพเนปจูน ปกติแล้วมันก็แทบจะไม่ได้กลับมาที่เขตมนุษย์เงือกเลย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะยืนยันที่อยู่ของมันได้’
‘หรือว่าฉันควรจะบุกเข้าไปหามันในพระราชวังริวงู?’
แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ดังนั้นไบร์ทจึงทำได้แค่บอกกับจินเบไปว่า
"ลูกพี่จินเบช่วยส่งใครสักคนคอยจับตาดูโฮดี้ที หมอนั้นหัวรุนแรงยิ่งกว่าลูกพี่อารองมากบางทีมันอาจจะลงมือทำอะไรบางอย่างเข้า"
"ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันจะขอให้เพื่อนเก่าในกองทัพช่วยจับตาดูผู้ชายคนนั้นให้"
คำตอบของจินเบเองก็ตรงไปตรงมาเช่นกัน
ในกองทัพเนปจูนอิทธิพลของจินเบอยู่เหนือโฮดี้มาก และเพื่อนเก่าหลายคนของเขาเองก็เคยดำรงตำแหน่งที่สูงมากในกองทัพ
‘สำหรับตอนนี้คงทำได้แค่จับตาดูไปก่อนแล้วค่อยมาดูกันอีกทีว่าจะมีโอกาสในอนาคตไหม’
แม้ว่าโฮดี้จะยังไม่ได้ลงมือทำอะไรแต่จากความเคียดแค้นที่สะสมมาตั้งแต่เด็ก ไบร์ทรู้สึกว่าเขาสามารถฆ่าโฮดี้ได้เป็นสิบๆ รอบโดยไม่รู้สึกผิดอะไรเลย
เมื่อการฝึกฝนจบลงในแต่ละวันไบร์ทจะไปทานอาหารเย็นที่ร้านเมอร์เมดคาเฟ่เสมอ มันทำให้เขาคุ้นเคยกับพนักงานของเชอร์รี่เป็นอย่างดี
แม้ว่าสาวๆ นางเงือกจะชอบแกล้งเขาอยู่เป็นประจำ แต่พวกเธอแต่ละคนก็เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี กระตือรือร้น ใจดี มีชีวิตชีวา และน่ารัก
แต่พวกเธอค่อนข้างถึงเนื้อถึงตัวมากเกินไปหน่อย
พวกเธอมีความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับโลกเบื้องบนท้องทะเลมาก และมักจะคอยรบเร้าให้ไบร์ทเล่าเรื่องราวบนท้องทะเลให้ฟังอยู่เสมอ
"แสงอาทิตย์ร้อนจริงไหม?"
"ป่าจริงๆ มันเป็นยังไงเหรอ?"
"ฝนตกมีหน้าตาแบบไหน?"
แม้แต่เด็กมนุษย์อายุไม่กี่ขวบก็สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ แต่ไบร์ทไม่ได้คิดว่าคำถามพวกนี้มันไร้สาระหรือดูเด็กแม้แต่น้อย
เพราะเขามองเห็นถึงความปรารถนาในแววตาของพวกเธอ
แม้ว่าพวกเธอจะโหยหามันแต่พวกเธอก็ไม่สามารถเอื้อมถึงมันได้
ความจริงที่ไร้ความเมตตานี้ทำให้ไบร์ทเลือกที่จะเล่าเรื่องบนท้องทะเลให้กับเหล่านางเงือกได้ฟัง แต่เขาก็จะเน้นย้ำอยู่เสมอว่าพวกเธอไม่ควรขึ้นไปที่ทะเลข้างบนโดยไม่ได้รับอนุญาต
"ทำไม?"
สาวน้อยนาน่าได้ถามออกมาด้วยความอยากรู้
"เพราะมนุษย์เป็นสิ่งที่อันตราย"
"พวกเขาจะจับตัวเธอและทำให้เธอไม่ได้พบเจอกับแม่อีกต่อไป"
เชอร์รี่ได้ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา
นาน่าที่ได้ยินก็กลัวมากจนร้องไห้โฮออกมา
แม้ว่าจะไม่ดีเท่าไหร่ที่พูดเกินจริงเกี่ยวกับความน่ากลัวของมนุษย์ และต่อให้มีคนดีอยู่มากมายในหมู่มนุษย์แต่สำหรับเด็กที่ขาดวิจารณญาณการพูดแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร
………..
วันเวลาไหลผ่านไปทีละวันพร้อมกับชีวิตที่ซ้ำซากจำเจของไบร์ท สิ่งเดียวที่ทำให้เขาประทับใจคือความเข้มข้นในการฝึกของลูกพี่จินเบที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน
อย่างไรก็ตามการฝึกฮาคิเกราะและฮาคิสังเกตนั้นยังคงไม่ได้แสดงผลลัพธ์ออกมาตามเดิม
แต่ไบร์ทก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังหากการฝึกฮาคิเป็นเรื่องง่าย พลังนี้คงไม่สามารถกลายเป็นพลังระดับสูงที่สามารถแข่งกับพลังผลปีศาจได้
ถึงอย่างงั้นก็ยังมีเรื่องดีศิลปะการต่อสู้มนุษย์เงือกของเขานั้นพัฒนาขึ้นมาเร็วมากภายใต้คำแนะนำของลูกพี่จินเบ
ท้ายที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับฮาคิที่ลึกลับซับซ้อน คาราเต้มนุษย์เงือกและยิวยิตสูมนุษย์เงือกก็เป็นศิลปะการต่อสู้ที่สืบทอดกนมารุ่นสู่รุ่นและลูกพี่จินเบก็เป็นปรมาจารย์ในด้านนี้
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว,เพียงพริบตานับจากวันที่ไบร์ทได้กลับมาที่เกาะมนุษย์เงือกเวลาก็ได้ผ่านไปมากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว
……….
ในวันหนึ่งระหว่างที่ไบร์ทกำลังฝึกอยู่ตามปกติ
“นายเชี่ยวชาญพื้นฐานทั้งหมดแล้ว”
หลังจากซัดไบร์ทจนถอยร่นไปในหมัดเดียวจินเบก็ได้กอดอกและแสดงความคิดเห็นออกมาว่า
“เพียงแต่ว่าการควบคุมน้ำของนายยังหยาบเกินไปหน่อย”
“มันไม่สำคัญหรอกว่าท่าทางของนายจะดีมากแค่ไหน ถ้านายไม่สามารถควบคุมน้ำได้อย่างแม่นยำนายก็ไม่สามารถระเบิดพลังออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
การควบคุมน้ำเป็นแก่นแท้ของศิลปะการต่อสู้มนุษย์เงือก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคาราเต้มนุษย์เงือก! ยิวยิตสูมนุษย์เงือกนั้นเป็นการควบคุมน้ำที่อยู่ภายนอกในขณะที่คาราเต้มนุษย์เงือกคือการควบคุมน้ำที่อยู่ภายในร่างกาย
การควบคุมน้ำจะทำให้น้ำในร่างกายเปลี่ยนเป็นพลังและระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมาในทันที อีกทั้งยังสามารถสร้างคลื่นกระแทกที่สามารถทะลวงผ่านร่างของสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ได้ด้วยมือเปล่า
ไบร์ทไม่เก่งในด้านนี้จริงๆ
การควบคุมน้ำนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก
‘ลูกพี่จินเบคุณช่วยเปลี่ยนไปฝึกอย่างอื่นไม่ได้หรือไง…’
‘ฮืม?’
ทันใดนั้นไบร์ทก็ได้เกิดแรงบันดาลใจบางอย่างขึ้นมา
“ลูกพี่จินเบคาราเต้มนุษย์เงือกสามารถใช้ได้แค่กับการควบคุมน้ำเท่านั้นเหรอ?”
ไบร์ทได้ถามออกมาด้วยความลังเล
“ถ้าไม่มีน้ำแล้วจะใช้อะไรในการเสริมพลัง”
จินเบพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ
“แบบนั้นเองเหรอ?”
ทันใดนั้นไบร์ทก็ได้ยกมือขวาขึ้นมาก่อนที่จะปรากฏสายฟ้าขึ้นมาที่ปลายนิ้วของเขา
ความสามารถในการผลิตและกักเก็บกระแสไฟฟ้าจากปลาไหลไฟฟ้าโบราณได้เติบโตขึ้นในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
“ฮืม,สายไฟงั้นหรอ?”
“ไบร์ทนายอยากจะใช้สายฟ้าแทนน้ำงั้นหรอ?”
จินเบถามพร้อมกับลูบคางของเขาไปพลาง
“เป็นความคิดที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนแต่ดูน่าสนใจมากทีเดียว”
“ผมลองดูได้ใช่ไหม?”
ไบร์ทได้ยิ้มและกล่าวออกมา
‘ถ้ามันได้ผลจริงๆ ฉันควรจะเรียกมันว่าอาภรณ์สายฟ้าหรือเคลื่อนอัสนีบาตดี?’
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย