- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่26:การเฝ้ารอ (ฟรี)
บทที่26:การเฝ้ารอ (ฟรี)
บทที่26:การเฝ้ารอ (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 26 การเฝ้ารอ
ทักษะการทำอาหารของคุณมิเรียมนั้นดีมากซึ่งเห็นได้จากความนิยมของร้านเมอร์เมดคาเฟ่
ท้ายที่สุดแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกคนจะมาที่นี่เพียงเพื่อพบกับนางเงือกสาวที่อายุน้อยและงดงามจริงไหม?
อย่างน้อยเขาก็คิดว่ามันเป็นอย่างนั้น
ไบร์ทกินอาหารเลิศรสตรงหน้าด้วยความหิวกระหาย
นอกจากนี้ยังมีเด็กสาวตัวน้อยที่ชื่อนาน่านั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยกับเขาด้วย
"อาหารที่แม่ทำอร่อยที่สุดเลย!!"
เด็กสาวตัวน้อยยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข
"จริงเหรอ? ไม่ใช่ว่าเพราะว่าลูกยังไม่ได้กินข้าวเย็นหรือไง? อย่าลืมขอบคุณพี่ชายเขาด้วยล่ะ"
"กินจุเหมือนใครกันนะลูกคนนี้?!"
แม่ของเด็กน้อยได้พูดขึ้นมาด้วยความปวดหัว
"คิ! คิ!,หนูอยากกินให้เยอะๆ แล้วก็โตไวๆ จะได้ช่วยแม่ได้ไง!”
นาน่าหัวเราะและกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
‘เป็นเด็กดีจังเลยนะ’
ไบร์ทคิดอยู่ภายในใจ
‘เด็กที่โตมาจากครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวนั้นจะมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า?’
“ไม่มีทาง!”
“แม่ไม่อยากให้ลูกสาวตัวน้อยน่ารักของแม่รีบโตนักหรอกนะ นาน่าลูกแม่ต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบที่เด็กควรจะเป็น”
คุณมิเรียมได้ปฏิเสธนาน่าออกมาอย่างไม่ลังเล
“บู้ๆๆๆ!”
เด็กน้อยฟองแก้มออกมาด้วยความผิดหวัง
“นาน่าคุณแม่ของหนูพูดถูกแล้ว”
“เด็กควรใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลจะได้ไม่ต้องโตมาแล้วรู้สึกเสียดายที่เสียช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นไป”
เชอร์รี่ได้กล่าวเสริมขึ้นมาอีกคน
เด็กน้อยเอียงหัวอย่างไม่เข้าใจ
‘เด็กมักคิดถึงการโตเป็นผู้ใหญ่และผู้ใหญ่ก็มักจะคิดถึงช่วงเวลาที่ได้เป็นเด็ก’
ไบร์ทยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
จงสนุกกับช่วงเวลานี้ในชีวิตเพราะมันเป็นสิ่งที่ใครหลายคนใฝ่ฝันถึง
"ฉันอิ่มแล้วล่ะ"
ไบร์ทกินอาหารบนโต๊ะจนหมดและทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความพอใจก่อนจะเรอออกมาอย่างสบายใจ
ความเหนื่อยล้าจากการฝึกดูเหมือนจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง
"หนูเองก็อิ่มแล้วเหมือนกัน!"
เด็กสาวตัวน้อยตบท้องกลมๆ ของตัวเองและฉีกยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
"ในเมื่ออิ่มแล้วอยากมาเล่นกับพวกพี่สาวหน่อยไหม?"
ในตอนนั้นเองเสียงที่เย้ายวนก็ได้ดังมาจากด้านหลัง
คำพูดของพวกเขามันทำให้ปากของไบร์ทกระตุก
นางเงือกทั้งหลายได้เบียดเสียดอยู่ที่ด้านหลังของเขาอีกครั้ง
"ถ้าพวกเธอมีเวลาว่างมากพอมาทำเรื่องพวกนี้.. ทำไมไม่ไปทำความสะอาดร้านให้มันเรียบร้อย!"
เชอร์รี่ตบเคาน์เตอร์และกล่าวออกมาน้ำเสียงเย็นชา
ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วแถมในร้านก็ไม่มีลูกค้าสักคน ดังนั้นมันจึงได้เวลาที่ต้องทำความสะอาดและปิดร้านได้แล้ว
"อ่า!,ฉันทำให้เชอร์รี่โกรธอีกแล้ว"
"คงเป็นเพราะเชอร์รี่ใส่ใจน้องชายคนนี้มาก!"
เหล่านางเงือกต่างก็ยิ้มออกมาด้วยความชอบใจ
"แต่ฉันมีเรื่องหนึ่งที่อยากรู้มาก.."
"เชอร์รี่บอกว่าน้องชายเคยออกทะเลเรื่องนี้จริงหรือเปล่า?"
นางเงือกคนหนึ่งได้โผล่หัวออกมาจากด้านหลังของไบร์ทและมองลงมาที่เขา
“ใช่,จริงด้วย!”
“ทะเลข้างบนเป็นยังไงบ้างเหรอ? น้องชายช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ?”
นางเงือกอีกคนได้เข้ามาพร้อมพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘เป็นเพราะเรื่องนี้เองสินะ’
ในที่สุดไบร์ทก็เข้าใจก่อนหน้านี้เขาเกือบคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใช้พลังผลเมโร เมโร (ผลปีศาจของแฮนค็อก) ซึ่งทำให้มีเสน่ห์ดึงดูดกับทุกสิ่งไปซะแล้ว
เหล่านางเงือกที่อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลนั้นไม่เคยเห็นท้องฟ้าและเมฆขาวของจริงด้วยตาของตัวเอง พวกเขาต่างโหยหาท้องทะเลที่อยู่บนหัวของพวกเขา
“เข้าใจแล้ว”
ไบร์ทตอบรับคำอย่างมีความสุข
ถือซะว่ามันเป็นการฆ่าเวลาและพักย่อยอาหารก็ไม่ได้เสียหายอะไร
ในขณะที่ไบร์ทกำลังเล่าเรื่องการผจญภัยของเขาให้เหล่านางเงือกฟัง จินเบก็ได้เดินทางกลับมาที่เขตมนุษย์เงือกในขณะที่กำลังกลับบ้านไปพักผ่อนชายคนหนึ่งก็ได้เข้ามาหาเขา
"อารอง.."
"แกมาหาฉันทำไม?"
จินเบขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย
พวกเขาได้ตัดขาดกันไปแล้วในวันที่เขาพาตัวอารองมาจากอิมเพลดาวน์
อารองได้ป่าวประกาศแนวคิดการใช้ความกลัวในการปกครองมนุษย์ หลังจากนั้นจินเบที่ทนฟังไม่ไหวก็ได้ซัดอารองเข้าให้
แต่ด้วยความสัมพันธ์ในอดีตเขาจึงไม่สามารถทำอะไรกับผู้ชายคนนี้มากไปกว่านั้นได้
"ถ้าแกมาที่นี่เพื่อขอให้ฉันปล่อยแกไป.. แกควรยอมแพ้ดีกว่า"
จินเบคิดว่าอารองมาหาเขาเพราะเรื่องนี้
"ฉันเห็นด้วยกับการตัดสินใจของไบร์ทถ้าแกได้รับอนุญาตให้ทำอะไรตามอำเภอใจ มันจะต้องสร้างปัญหาใหญ่ให้กับเกาะมนุษย์เงือกไม่ช้าก็เร็ว"
อารองจ้องมองมาที่จินเบด้วยสายตาดุร้าย
"อย่ามาพูดอะไรโง่ๆ จินเบ! ต่อให้ต้องตายฉันก็ไม่มีวันขอร้องแก!"
ทั้งคู่มีความเห็นที่ไม่ตรงกันมานานแล้วถึงแม้พวกเขาจะเป็นผู้ติดตามของลูกพี่ไทเกอร์เหมือนกันก็ตาม แต่ก่อนที่ลูกพี่ไทเกอร์จะกลับมานั้นอารองเลือกที่จะเป็นโจรสลัดส่วนจินเบก็เลือกที่จะเป็นทหารของกองทัพเนปจูน
"ฉันแค่อยากจะถามอะไรแกหน่อย"
อารองกล่าวออกมาด้วยความลังเล
"ถามอะไร?"
"ไบร์ทเด็กนั้นบอกว่าเขาจะแข็งแกร่งให้เท่ากับสัตว์ประหลาดอย่างหนวดขาว และจะไม่ปล่อยให้ใครกล้ามาดูถูกเกาะมนุษย์เงือก"
"ถึงแม้ฉันจะไม่อยากยอมรับมันแต่เด็กนั้นก็คือคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดบนเกาะมนุษย์เงือกจริงๆ สิ่งที่ฉันอยากจะถามก็คือไบร์ทจะทำมันได้จริงไหม?"
อารองกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้น
คำถามนี้เป็นคำถามที่เขาอยากถามมาเสมอ!
จินเบที่ได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุข
‘คำพูดของไบร์ทมันได้ผลจริงๆ’
ถึงแม้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติของอารองได้ แต่คำพูดของไบร์ทได้สร้างเส้นทางใหม่ให้กับอารอง
"ถ้าเป็นไบร์ทฉันกล้าพูดเลยว่าเขามีศักยภาพที่จะทำให้มันกลายเป็นจริง!!"
จินเบตอบออกมาอย่างจริงจัง
"ตอนนี้ฉันกำลังแนะนำการฝึกฝนให้กับเขาดังนั้นไม่มีใครรู้ดีไปกว่าฉัน อีกไม่นานเขาก็จะก้าวข้ามฉันไปอย่างสมบูรณ์! มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่เขาจะกลายเป็นตัวตนที่สามารถทัดเทียมกับสัตว์ประหลาดพวกนั้นได้!"
"ถ้าไม่เชื่อก็รอดูมันคงไม่น่าจะใช้เวลาเกินสองหรือสามปี"
อารองอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสน
‘หมอนี้เชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กคนนั้นขนาดนั้นเลยเหรอ?’
‘แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะ?’
‘ถ้าเกิดว่าเกาะมนุษย์เงือกมีตัวตนระดับนั้นขึ้นมาจริงๆ ใครบนท้องทะเลที่จะกล้าต่อต้านพวกเรา?’
‘บนโลกใบนี้พื้นที่ส่วนใหญ่คือท้องทะเล!’
‘หากไบร์ทกลายเป็นตัวตนระดับนั้นจริงๆ อาณาจักรมนุษย์เงือกที่ไม่เคยมีมาก่อนก็จะถือกำเนิดขึ้น!’
"รอดูก่อนดีกว่าอารอง"
"ไบร์ทจะไม่ทำให้ใครผิดหวังเด็ดขาด!"
จินเบพูดอย่างจริงจัง
อารองเงียบและไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
………
เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับการฝึกฝนที่ยังดำเนินต่อไป
ระหว่างมื้อเที่ยงจินเบได้บอกไบร์ทเกี่ยวกับบทสนทนาของเขากับอารองเมื่อคืนนี้
"ถึงแม้สุดท้ายเขาจะไม่ได้ตอบฉันแต่ฉันคิดว่าผู้ชายคนนั้นน่าจะรู้สึกสนใจแนวทางนี้ไม่น้อย"
จินเบยิ้มและกล่าวออกมา
"จริงเหรอ? ถ้างั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี!"
ไบร์ทเองก็รู้สึกมีความสุขไม่ต่างกัน
"ไบร์ทอย่าทำให้เราผิดหวังล่ะ.. มาพยายามแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้กันเถอะ!!"
"เข้ามาได้เลย!!"
………..
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า
ไบร์ทใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเต็มที่
การฝึกของเขานั้นใช้เวลาตลอดทั้งวันโดยที่เขาจะเข้าไปช่วยงานที่ร้านของเชอร์รี่ในตอนเช้าและตอนเย็นหลังจากฝึกเสร็จ เขามักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับท้องทะเลให้เหล่านางเงือกฟังและพักอยู่ที่ร้านในตอนกลางคืนชีวิตของเขาดำเนินอยู่แบบนี้เป็นวัฏจักร
ผลของการฝึกถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆ ส่วนฮาคิทั้งสองรูปแบบเองก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะตื่นขึ้นแต่ภายใต้การฝึกฝนที่เข้มข้นนี้ทำให้ร่างกายของเขาถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
พละกำลัง การป้องกัน และร่างกายของเขาพัฒนาขึ้นทุกวันแม้แต่ลูกพี่จินเบเองก็ยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเขาได้เห็น
ในเวลาเดียวกันความสามารถที่ได้รับมาเองก็ถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กันและอาจเป็นเพราะว่าตัวเขาถูกทุบตีมากเกินไปมันทำให้ความสามารถในการป้องกันของปลาเกราะเพชรถูกพัฒนาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
ปลาดึกดำบรรพ์ตัวนี้ไม่มีเกล็ดบนผิวหนังแต่มีโครงกระดูกภายนอกที่แข็งแกร่งมากซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังแถมความแข็งของมันยังน่ากลัวกว่าเพชรซะอีก
ลูกพี่จินเบจะอุทานด้วยความประหลาดใจเสมอเมื่อเห็นความแข็งแกร่งของไบร์ทที่เพิ่มขึ้นทุกวันแม้ว่ามันจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ตาม
แน่นอนว่านอกเหนือจากการป้องกันแล้วความสามารถในการฟื้นตัวเองก็พัฒนาขึ้นมามากเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้วอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับในแต่ละวันเองก็ไม่ใช่น้อยๆ
แต่จากผลลัพธ์นี้เองที่ทำให้ลูกพี่จินเบลงมือหนักขึ้นในทุกวัน
วันเวลาได้เลยผ่านมากว่าหนึ่งสัปดาห์
และแล้ววันนี้ก็มาถึง
ชายคนหนึ่งได้ผลักประตูและรีบร้อนเข้ามาในบ้านของอารอง
“ลูกพี่อารองผมรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว.. ไอ้สารเลวไบร์ทนั้นมันควรจะตายๆ ไปซะ!!”
ใบหน้าของชายคนนี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“มาลงมือกันเถอะ! มาฆ่าไอ้ลูกผสมนั้นทิ้งซะหลังจากนั้นก็จำกัดไอ้คนทรยศจินเบ!”
“ไม่สิ.. เราควรรวบรวมกำลังของเขตมนุษย์เงือกทั้งหมดเข้าด้วยกันและล้มล้างไอ้โง่เนปจูนเพื่อสร้างอาณาจักรมนุษย์เงือกอันยิ่งใหญ่ขึ้นมา! พวกที่ทรยศต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์เงือกทั้งหมดสมควรตาย!”
อารองมองมาที่โฮดี้ซึ่งกำลังบ้าคลั่งด้วยความรู้สึกหนาวสั่นภายในใจอย่างไม่มีเหตุผล
“ไม่จำเป็นโฮดี้,ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะรอ”
“รอ.. รออะไร?”
โฮดี้ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“รอดูว่าเด็กนั้นไบร์ทจะทำให้ทุกคนในโลกเคารพความปรารถนาของเราได้อย่างที่พูดไว้ไหม!”
อารองได้ตอบออกมาอย่างใจเย็น
“อะไรนะ?!”
ดวงตาฉลามของโฮดี้หดแคบลงจนกลายเป็นเส้นตรง
‘ลูกพี่อารอง.. คุณกำลังจะทรยศต่อความฝันของเรางั้นหรอ?’
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย