เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่25:การฝึก (ฟรี)

บทที่25:การฝึก (ฟรี)

บทที่25:การฝึก (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 25 การฝึก

“มาพักกันก่อนเถอะ”

จินเบคลายหมัดและขยับข้อมือ

“ใกล้ได้เวลาแล้วเรามากินข้าวเที่ยงกันก่อนดีกว่าแล้วค่อยมาฝึกฮาคิสังเกตกันต่อตอนบ่าย”

“ฉันวางแผนว่าให้นายฝึกฮาคิเกราะก่อนแล้วค่อยเริ่มฝึกฮาคิสังเกต เพราะฮาคิเกราะนั้นกินแรงเยอะมาก”

ไบร์ทนั้นกำลังนอนหอบหายใจอยู่บนพื้น

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำที่ดูน่ากลัว

ตามที่ลูกพี่จินเบบอกไว้ฮาคิจะพัฒนาขึ้นในระหว่างการต่อสู้

ยิ่งคู่ต่อสู้แข็งแกร่งมากเท่าไหร่การต่อสู้ก็ยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น และมันก็จะยิ่งสามารถส่งเสริมการพัฒนาฮาคิได้ดียิ่งขึ้น

กระบวนการนี้คือขั้นตอนในการปลุกพลังฮาคิเบื้องต้น

ผลก็คือในขณะที่จินเบกำลังซัดไบร์ทเขาก็ได้บีบให้ไบร์ทต้องพยายามอย่างหนักในการค้นหาฮาคิที่ซ่อนลึกอยู่ภายในร่างกายของเขา

แน่นอนว่าจินเบได้ยั้งมือแล้วแต่ถึงอย่างนั้นไบร์ทก็ยังน่วมอยู่ดี

“ตอนนี้ร่างกายของนายเพลียมามากแล้ว ถ้านายยังฝึกด้วยความเข้มข้นระดับนี้ต่อในตอนบ่ายนายอาจหมดแรงเอาได้ง่ายๆ เพราะงั้นเปลี่ยนไปฝึกแบบเบาๆ ดีกว่า”

จินเบกล่าวแนะนำออกมา

‘แบบนั้นก็โอเคนะ’

ไบร์ทอยากจะพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกไปมาก

แต่เขาก็ยังพอมีแรงเหลืออยู่และร่างกายของเขาเองก็กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

‘ไม่เป็นไร,ยังไงผลของฮาคิสังเกตมันก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าฮาคิเกราะ’

“ไปกินข้าวกันเถอะ”

จินเบกำลังเดินเข้ามาเพื่อช่วยไบร์ทให้ลุกขึ้น

“ไม่จำเป็นลูกพี่จินเบ”

ไบร์ทได้ยืนขึ้นมาด้วยขาที่สั่นเทาหลังจากนั้นก็เดินไปที่ด้านข้างของถุงใบใหญ่ที่เขาพกมา

“ผมเอาข้าวกล่องมาด้วย”

เมื่อเปิดถุงออกก็จะพบกับกล่องข้าวขนาดใหญ่สองกล่องอยู่ภายใน

ไบร์ทได้หยิบกล่องข้าวกล่องหนึ่งออกมาและยื่นให้กับจินเบ

“มีสำหรับคุณด้วยนะลูกพี่จินเบ”

“ฮะ?”

จินเบรับมาด้วยความประหลาดใจ

“มีอาหารอยู่ในถุงนั้นงั้นหรอ? แต่ไบร์ทฉันไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่านายทำอาหารได้”

แต่ทันใดนั้นเองดวงตาของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาด้วยความเข้าใจ

“อ๋อ! ฉันรู้แล้วเป็นเชอร์รี่ใช่ไหม?”

“ถ้าพูดกันตามจริงแล้วก็ควรจะเป็นเชฟในร้านของเชอร์รี่มากกว่า”

ไบร์ทนั่งลงและเปิดข้าวกล่องออกมา

อาหารที่อยู่ภายในนั้นเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน

สิ่งนี้คือสิ่งที่เชอร์รี่เตรียมไว้ให้เขาก่อนที่เขาจะออกมาในตอนเช้า

จินเบเดินเข้ามาแล้วนั่งลงตรงข้ามไบร์ทก่อนจะเปิดกล่องข้าวและกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"เมอร์เมดคาเฟ่ของเชอร์รี่มีชื่อเสียงมาก.. ครั้งนี้ฉันต้องขอบคุณนายจริงๆ สำหรับอาหารมื้อนี้"

"แต่ว่า.."

"เรื่องของอารองจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของนายกับเชอร์รี่ใช่ไหม?"

จินเบกล่าวออกมาด้วยความกังวล

สำหรับเรื่องนี้จินเบรู้สึกว่าเขามีส่วนผิด พอมาคิดดูแล้วเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าการปล่อยให้ไบร์ทเป็นคนจัดการเรื่องนี้มันเป็นความคิดที่ดีจริงๆ หรือเปล่า?

ไบร์ทกับอารองนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีมากและมันดูจะไม่เป็นปัญหาถ้าปล่อยให้เขาเป็นคนโน้มน้าวอารอง

แต่ถ้าไบร์ทจัดการเรื่องนี้ได้แล้วเขาจะยังมองหน้าเชอร์รี่ได้เหมือนเดิมหรือเปล่า? เพราะไม่ว่ายังไงเชอร์รี่ก็เป็นน้องสาวของอารอง

“อย่ากังวลไปเลยลูกพี่จินเบ”

ไบร์ทพูดพร้อมกับเผยรอยยิ้มแปลกๆ ออกมา

“ตอนแรกผมก็ลังเลเหมือนกันว่าจะจัดการกับลูกพี่อารองยังไงดี.. สุดท้ายก็เป็นเชอร์รี่ที่บอกให้ผมจัดการเรื่องนี้ซะ”

“ฮะ?”

ตะเกียบในมือของจินเบถึงกับแข็งค้าง

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาสองคนเป็นพี่น้องกันจริงๆ”

แม้เชอร์รี่จะเติบโตมากับอารองแต่บุคลิกของเธอแตกต่างจากพี่ชายโดยสิ้นเชิง

“ลูกพี่จินเบช่วงนี้ลูกพี่อารองเป็นไงบ้าง?”

ไบร์ทได้กล่าวถามออกมา

“ผู้ชายคนนั้นเงียบเกินคาด”

“ฉันเตรียมใจไว้แล้วว่าหมอนั้นจะต้องสู้ตายแน่เมื่อคืนฉันก็เลยส่งคนไปเฝ้าบ้านเขาไว้”

จินเบกล่าวตอบอย่างรวดเร็ว

“แต่แปลกมากเขาไม่คิดแม้แต่จะออกมาข้างนอกด้วยซ้ำ”

“เป็นแบบนั้นเองเหรอ?”

ไบร์ทพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"บางทีสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อวานอาจจะได้ผลก็ได้"

"ยังไงก็ตามการที่อารองเข้าใจก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่น่ากังวล.."

จินเบได้กล่าวเสริมออกมาอีกครั้ง

"พวกลูกน้องของอารองดูจะไม่ค่อยพอใจนายสักเท่าไหร่ พวกเขาได้ออกมาพูดจาแย่ๆ เกี่ยวกับนายไปทั่วเขตมนุษย์เงือก"

"ฉันเองก็ส่งคนไปหยุดพวกเขาแล้วแต่เกรงว่ามันอาจมีกลุ่มคนที่ได้รับอิทธิพลจากคำพูดของพวกนั้นเข้า"

"ไม่เป็นไรหรอก"

ไบร์ทกินข้าวและกล่าวปัดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

"ผมจะไปทำให้ทุกคนพอใจในตัวผมได้ยังไง?"

จินเบเองก็เข้าใจในสิ่งที่ไบร์ทพูด

"แต่นายไม่จำเป็นต้องไปกังวลเรื่องที่เกิดขึ้นในเขตมนุษย์เงือกหรอก ปล่อยเรื่องพวกนั้นให้ฉันจัดการเอง"

จินเบนั้นเป็นลูกพี่ที่น่าเชื่อถือจริงๆ! หลังจากพักกินข้าวกันไปได้สักพักการฝึกภาคบ่ายก็เริ่มขึ้น

"ฮาคิสังเกตคือพลังแห่งการได้ยินหรือการรับรู้งั้นหรอ?"

"เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญเพราะมันก็เหมือนๆ กันหมดอยู่แล้ว"

จินเบกำลังบิดคอไปมาเพื่อคลายเส้น

ในตอนนั้นเองเขาก็ได้หยิบผ้าขนหนูออกมาแล้วม้วนมันเป็นเส้นอย่างระมัดระวัง

“โอเค,ไบร์ทนายพร้อมแล้วหรือยัง?”

“เข้ามาได้เลย!”

ไบร์ทขานรับด้วยสีหน้าจริงจัง

หลังจากนั้นไบร์ทก็ได้ยืนนิ่งอยู่กับที่โดยมีผ้าปิดตาไว้ ส่วนจินเบก็ได้มายืนอยู่ข้างหลังไบร์ทโดยมีปะการังที่เพิ่งหักออกมาอยู่ในมือ

“อย่าลืมหลบให้ดีล่ะไบรท์!”

“ฟุบบ!”

“ปัง!”

“อ๊ะ!”

ลูกพี่จินเบพูดถูกการฝึกฮาคิสังเกตนั้นประหยัดพลังงานกว่าการฝึกฮาคิเกราะมาก

เพราะเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยแค่ยืนอยู่เฉยๆ แล้วหลบการโจมตีที่เข้ามาเท่านั้น

ปัญหาเดียวก็คือมันค่อนข้างเจ็บนิดหน่อย

การฝึกฮาคิสังเกตกินเวลาอยู่หลายชั่วโมงก่อนที่จินเบจะหยุดมือ

"เราจะฝึกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่านายจะสามารถดึงฮาคิออกมาได้สำเร็จ"

"นายโอเคใช่ไหมไบร์ท?"

จินเบกล่าวถามออกมา

"ไม่มีปัญหาลูกพี่จินเบ"

ไบร์ทซึ่งนั่งอยู่บนพื้นได้ยกมือขวาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะยกนิ้วโป้งขึ้น

"ดีมาก! ถ้านายมีความมุ่งมั่นขนาดนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล!"

จินเบยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

"นายพักพอแล้วหรือยัง? ขั้นตอนต่อไปเราจะฝึกศิลปะการต่อสู้ของพวกเรามนุษย์เงือก! ซึ่งก็คือเทคนิคการควบคุมน้ำที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นบนเกาะมนุษย์เงือกของเรา มันสามารถมอบพลังที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้ใต้น้ำได้แม้ว่าจะเป็นบนบกพลังของมันก็ไม่อ่อนแอแน่นอน!"

“นายได้ฝึกฝนทั้งคาราเต้มนุษย์เงือกและยิวยิตสูมนุษย์เงือกจนสำเร็จแล้ว แต่มันก็ยังห่างไกลจากความสามารถของปรมาจารย์ตัวจริง”

ไบร์ทสูดหายใจเข้าจากนั้นก็ลุกขึ้นมา

“งั้นเรามาต่อกันเลยเถอะ”

แผนการฝึกของลูกพี่จินเบได้รับการจัดเตรียมไว้อย่างเหมาะสม หลังจากฝึกไปสองรอบร่างกายของไบร์ทก็เหนื่อยล้าเป็นอย่างมากและเกือบจะใช้พลังงานที่สะสมไว้ไปจนหมด

ดังนั้นการฝึกศิลปะการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงง่ายกว่าการฝึกก่อนหน้านั้นมาก

การฝึกในครั้งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างจินเบและไบร์ท โดยที่จินเบจะเป็นฝ่ายชี้แนะข้อบกพร่องในการเคลื่อนไหวของไบร์ท

แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดของคาราเต้มนุษย์เงือกนั้นต้องใช้งานประสานกับน้ำและจินเบก็กำลังมุ่งเน้นไปที่จุดนี้

วิธีในการใช้พลังน้ำเพื่อระเบิดพลังที่แข็งแกร่งที่สุด

การฝึกฝนเลยผ่านไปอย่างช้าๆ ก่อนจะรู้ตัวแสงสว่างจากต้นอีฟก็เริ่มบางเบาลงแล้ว

หลังจากกล่าวลาลูกพี่จินเบเรียบร้อยแล้ว ไบร์ทก็เดินทางไปกินข้าวเย็นที่บ้านของนายจ้างเขา

เมอร์เมดคาเฟ่นั้นยังไม่ปิดหรือจะพูดให้ถูกคือช่วงเวลาอาหารเย็นเป็นช่วงเวลาทองของร้าน

แม้ว่าชื่อร้านจะมีคำว่าคาเฟ่ติดอยู่แต่ที่จริงแล้วร้านนี้ควรถือเป็นร้านอาหารมากกว่า

เมื่อไบร์ทผลักประตูและเดินเข้ามาเขาก็ได้พบกับบรรยากาศที่ครึกครื้นภายในร้าน

"กิจการดีจังเลยนะ"

ไบร์ทได้เดินไปยังเคาน์เตอร์แล้วโน้มตัวมามองเชอร์รี่ที่กำลังยุ่งอยู่กับการนับเงิน

"ฮืม?"

“โอ้!,ถ้าอยากจะมาขอข้าวกินช่วยเชิญไปที่ประตูหลังด้วยคุณขอทาน”

เชอร์รี่เงยหน้าขึ้นมามองไบร์ทก่อนจะกล่าวเหน็บแนมออกมา

“พูดแรงไปไหมเนี่ย!”

“วันนี้ฉันลำบากมากเลยนะ”

ไบร์ทถึงกับจนปัญญาสภาพของเขาตอนนี้มันเหมือนขอทานมากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่สกปรกหรือใบหน้าที่ฟกช้ำก็ดี

“ใช่แล้ว,มาดามเชอร์รี่คุณใจร้ายเกินไปหน่อยนะ”

เสียงที่เต็มไปด้วยความขบขันได้ดังมาจากด้านหลังของไบร์ท

เมื่อไบร์ทหันกลับไปมองเขาก็พบกับนางเงือกสาวแสนสวยหลายคนที่กำลังล้อมรอบเขาอยู่

‘ใกล้เกินไปแล้ว!’

ไบร์ทเงยหน้าขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมที่ลอยเข้ามาในจมูก

“เขาคือเด็กผู้ชายที่มาดามเชอร์รี่พูดถึงใช่หรือเปล่า? เขาดูน่าสงสารมากเลยเหมือนกับลูกหมาตัวน้อย”

“เธอเคยเห็นลูกหมาของจริงตั้งแต่เมื่อไหร่? ถึงแม้ว่าเนื้อตัวเขาจะมอมแมมแต่ถ้าลองมองดูดีๆ เขาก็หล่อมากจนน่าประหลาดใจเลยนะ”

"หนุ่มหล่ออยากลองเดทกับพี่สาวดูไหม?"

เหล่านางเงือกสาวต่างพากันหัวเราะด้วยความสนุกสนาน ส่วนไบร์ทเขากำลังหันหน้าไปหาเชอร์รี่

ใบหน้าของเชอร์รี่ตอนนี้ดูมืดมนมาก

"ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน.. พวกเธออยากโดนหักเงินเดือนงั้นหรอ?!"

"เชอร์รี่น่ากลัว!"

"อย่ากังวลเลยเชอร์รี่เราไม่ขโมยของรักของคนอื่นหรอกนะ"

เหล่านางเงือกสาวแสดงท่าทีหวาดกลัวออกมา แต่บนใบหน้าของพวกเธอกลับประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม

"หนุ่มหล่อต้องรู้จักระวังไว้ด้วยนะเพราะเวลาโกรธเชอร์รี่น่ากลัวมาก!"

"ใช่! เธอชอบขู่จะหักเงินเดือนพวกเราอยู่บ่อยๆ"

"ไว้มาคุยกันต่อทีหลังนะหนุ่มหล่อพอดีพวกพี่สาวต้องกลับไปทำงานก่อน"

ใบหน้าของเชอร์รี่มืดมนลงทุกขณะจนกระทั่งนางเงือกสาวเหล่านั้นกลับไปทำงานของพวกเธอพร้อมกับรอยยิ้ม

"เป็นกลุ่มที่มีชีวิตชีวาดีจริงๆ"

ไบร์ทเผลอกล่าวชมออกมาโดยไม่รู้ตัว

‘คงเป็นเพราะพวกเธอมีชีวิตชีวาและงดงามผู้คนถึงได้อยากจะจับพวกเธอใส่ไว้ในตู้ปลาอยู่เสมอ’

"ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?"

คิ้วของเชอร์รี่ขมวดขึ้นมาเล็กน้อย

"เสียแต่พวกเธอเสียงดังไปหน่อย"

ไบร์ทพูดออกมาอย่างใจเย็น

"ฮึ!"

ปากของเชอร์รี่กระตุกเล็กน้อย

"นาน่า! ไปขอให้คุณแม่ทำอาหารเย็นให้ผู้ชายคนนี้หน่อยสิ"

"โอเค,พี่สาวเชอร์รี่!"

นางเงือกสาวได้ยกมือขวาขึ้นมาอย่างมีความสุขและตอบกลับเชอร์รี่เสียงดังหลังจากนั้นก็ลอยเข้าไปในครัว

นางเงือกสาวคนนั้นมีผมสีทองซึ่งถูกรวบไว้เป็นหางม้าสั้นๆ สองข้าง เมื่อเธอเคลื่อนไหวหางม้าก็จะโบกสะบัดขึ้นลงไปมาดูน่ารักน่าชังเป็นอย่างมาก

เพียงแต่ว่า…

"เด็กคนนั้นน่าจะอายุประมาณ 10 ขวบเองไม่ใช่เหรอ?"

ทันใดนั้นไบร์ทก็ได้หันมามองเชอร์รี่

"เชอร์รี่นี้เธอใช้แรงงานเด็กงั้นหรอ?"

เชอร์รี่กลอกตาด้วยความหงุดหงิด

"นาน่าเป็นลูกสาวของมิเรียมและเธอก็เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวดังนั้นเธอจึงพานาน่ามาเล่นที่นี่"

"เป็นแบบนั้นเองเหรอ?"

ไบร์ทพยักหน้าเข้าใจ

หลังจากนั่งคุยกับเชอร์รี่ที่เคาน์เตอร์สักพักคุณมิเรียมก็ออกมาจากครัวพร้อมกับเข็นรถเข็นอาหารออกมา

"ขอโทษที่ทำให้รอนาน,มาดามเชอร์รี่ได้สั่งอาหารจานพิเศษที่มีขนาดใหญ่พิเศษมาเพื่อคุณโดยเฉพาะเพราะงั้นเชิญรับประทานให้อร่อย"

“ไม่จำเป็นต้องบอกก็ได้ว่ามันพิเศษ”

เชอร์รี่พูดโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา

“โอ้ว! ฉันเผลอพูดออกไปเหรอเนี่ย?”

มิเรียมเอามือปิดปากเพื่อปกปิดรอยยิ้ม

“ถ้างั้นเชิญเพลิดเพลินกับมื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการซึ่งเชอร์รี่ไม่ได้สั่งเอาไว้เป็นพิเศษนี้ได้เลย”

‘ดูเหมือนเชอร์รี่จะอยู่กับกลุ่มคนที่น่าสนใจมากเลยนะเนี่ย’

ไบร์ทที่ได้ฟังทั้งหมดนั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

“ฉันขอเพลิดเพลินกับมันเลยแล้วกัน”

พูดจบไบร์ทก็ได้ย้ายอาหารไปไว้บนโต๊ะและเริ่มลงมือทานมื้อเย็นของเขา

หลังจากกินไปได้ไม่กี่คำไบร์ทก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังมองมาที่เขาไม่วางตา

เขาได้เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะสังเกตเห็นหัวเล็กๆ ที่กำลังมองมาที่เขาจากอีกโต๊ะ

อีกฝ่ายนั้นกำลังเอาคางวางไว้บนโต๊ะและใช้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างจับอยู่ตรงขอบโต๊ะ ดวงตากลมโตของเธอนั้นกำลังจ้องมองมาที่ไบร์ทและอาหารของเขา

ไบร์ทคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามออกมาว่า

"อยากกินด้วยกันไหม?"

"กิน!"

สาวน้อยได้โชว์ฟันขาวเล็กๆ สองแถวของเธอออกมาซึ่งมีซี่หนึ่งหายไปจากแถวล่าง

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

วันพีช : ระบบครอบครองวิญญาณในโลกโจรสลัด(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่25:การฝึก (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว