เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่24:โอโตฮิเมะ (ฟรี)

บทที่24:โอโตฮิเมะ (ฟรี)

บทที่24:โอโตฮิเมะ (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 24 โอโตฮิเมะ

“ผลลัพธ์เป็นยังไงบ้าง?”

ในเวลานี้เชอร์รี่กำลังนั่งเอนตัวและแกว่งหางไปมาอย่างขี้เกียจอยู่บนฟองที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ เธอได้กล่าวถามออกมาอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่กำลังพลิกอ่านหนังสือในมือ

ไบร์ทก้าวเดินไปข้างหน้าโดยที่มือก็ถือเชือกซึ่งผูกไว้กับฟองอากาศอยู่ เชือกนี้นั้นเชื่อมต่อกับฟองหลายฟองที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศโดยฟองเหล่านี้ใช้ในการบรรทุกสิ่งของไว้ภายใน

“มันเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าสังเวช”

แม้เขาจะสามารถใช้พละกำลังเพียงอย่างเดียวสู้กับลูกพี่จินเบได้ แต่เมื่อลูกพี่จินเบเริ่มใช้คาราเต้มนุษย์เงือกทุกอย่างก็แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

ทักษะที่แข็งแกร่งนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นพลังได้และเขาก็ถูกบดขยี้อย่างสิ้นซากในแง่นี้

แม้แต่ฮาคิเกราะลูกพี่จินเบก็ใช่เพื่อต้านทานสายฟ้าเท่านั้น เขาไม่เคยใช้มันเพื่อโจมตีเลยถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ยังสู้ไม่ได้อยู่ดี

"แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายดูจะไม่ผิดหวังเลยล่ะ"

เชอร์รี่ละสายตาออกมาจากหนังสือและหันมามองที่ไบร์ท

"มันไม่มีอะไรให้ต้องผิดหวัง"

"ฉันพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากแล้ว"

ไบร์ทยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

ตอนนี้เขาเข้าใจความแข็งแกร่งของตัวเองแล้ว

ถ้าเขาอยู่ในทะเลและทุ่มสุดตัวความแข็งแกร่งของเขานั้นจะเทียบได้กับพลเรือโทแห่งศูนย์ใหญ่กองทัพเรือ

แต่แน่นอนว่ามันก็เป็นเพียงแค่พลเรือโทที่อ่อนแอในบรรดาพลเรือโทด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงการ์ปเอาแค่พวกพลเรือโทชั้นยอดอย่างย่างโดเบอร์แมน และโอนิงุโมะเขาก็ไม่มีปัญญาสู้แล้ว

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าผิดหวังอะไร

เพราะอย่าลืมว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเขายังเทียบแฮงค์ไม่ได้ด้วยซ้ำ

อีกทั้งพลังที่ได้รับมาจากผลปีศาจเทียมและปัจจัยสายเลือดของไคโดมันทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมามาก

ไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อความสามารถต่างๆ ของเขาเริ่มพัฒนาขึ้นความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อแน่นอน

"นายเป็นคนที่พอใจกับอะไรง่ายๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"

เชอร์รี่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ

"เพราะคราวหน้าฉันจะแข็งแกร่งมากกว่านี้"

"แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งเชอร์รี่.."

"ฉันไม่เก่งเรื่องการต่อสู้ดังนั้นฉันช่วยนายฝึกไม่ได้หรอกนะ"

เชอร์รี่ได้ชิงกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับสายตาที่กลับไปยังหนังสือในมือ

"ฉันไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนั้นจะมีวันเกิดขึ้นอยู่แล้ว"

ปากของไบร์ทถึงกับกระตุกตั้งแต่เด็กจนโตเชอร์รี่ไม่เคยสู้กับใครเลย ด้วยการมีอยู่ของเขาและอารองเธอจึงไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเป็นอาวุธ

“ลูกพี่จินเบจะเป็นคนฝึกฉันด้วยตัวเอง ดังนั้นตอนนี้ฉันคงจะทำงานรักษาความปลอดภัยให้เธอไม่ได้”

“เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับนายอยู่แล้วแต่..”

“อย่ามาหาฉันแล้วกันถ้าไม่มีเงินกินข้าว”

เชอร์รี่พลิกอ่านหนังสือต่อไปด้วยท่าทีเฉยชา

“เฮ้ เฮ้ เฮ้,ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ? เรารักกันมายาวนานตั้งแต่สมัยเด็กแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ในตอนนั้นเองก็ดูเหมือนจะมีความวุ่นวายบางอย่างเกิดขึ้นตรงทางข้างหน้า

ฝูงชนต่างมารวมตัวกันแน่นขนัด

ด้วยส่วนสูงที่ได้เปรียบไบร์ทจึงสามารถมองเห็นร่างที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลางซึ่งกำลังพูดเสียงดังอยู่ได้อย่างง่ายดาย

“เชิญมาลงนามในจดหมายแสดงเจตจำนงด้วยกันเถอะ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการอพยพของเกาะมนุษย์เงือกในงานประชุมโลก ‘ริเวอรี่’ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสามปีกันเถอะ!”

ผู้ที่กำลังพูดอยู่นั้นเป็นนางเงือกสายพันธุ์ปลาทองที่มีรูปร่างเพรียวบาง ผมสีทองเป็นลอนส่องประกาย และสวมเสื้อคลุมสีขาวลายเกล็ดปลาสีทอง

"มนุษย์ที่เราได้เห็นบนเกาะมนุษย์เงือกนั้นเป็นเพียงมนุษย์ที่มีอคติไม่กี่คนเท่านั้น! มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้จักเราเลยความกลัวและความเกลียดชังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ดังนั้นเราควรเป็นฝ่ายริเริ่มติดต่อกับพวกเขา!"

"เฮ้อ,ยังไม่ยอมแพ้อีกงั้นหรอ?"

เชอร์รี่ปิดหนังสือลงและมองไปยังสตรีที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับถอนหายใจออกมา

"เราเคยได้ยินคำกล่าวสุนทรพจน์นี้มาตั้งแต่เด็กแล้วใช่ไหม?"

เชอร์รี่มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน เพราะเธอกำลังนั่งอยู่บนฟองที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ

ตามจริงแล้วหากนับรวมหางปลาของเชอร์รี่เข้าไปด้วย เธอสูงกว่าไบร์ทมากโดยมีส่วนสูงมากกว่าห้าเมตร

ไบร์ทไม่ได้พูดตอบอะไรกลับมาเขาทำเพียงแค่ยืนฟังอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ

“ถึงท่านโอโตฮิเมะจะเป็นคนขอมาก็เถอะนะ.. แต่เราก็คงจะตกลงด้วยไม่ได้!”

“ใช่แล้ว!,ที่ลูกพี่ไทเกอร์ต้องตายก็เป็นเพราะมนุษย์! เพราะมนุษย์พวกนั้นปฏิเสธที่จะบริจาคเลือดให้เขา!!”

“มนุษย์ที่ฆ่าลูกพี่ไทเกอร์จะคู่ควรกับความไว้ใจของเราได้ยังไง?!”

ชื่อของสตรีคนนี้คือโอโตฮิเมะซึ่งก็คือ ราชินีและพระมเหสีของกษัตริย์ในอาณาจักรริวงูแห่งนี้

เธอกล่าวสุนทรพจน์เช่นนี้มานานหลายปีแล้ว ความฝันตลอดชีวิตของเธอคือการทำให้เกาะมนุษย์เงือกอพยพขึ้นไปยังผิวน้ำเบื้องบนและปล่อยให้เกาะมนุษย์เงือกและมนุษย์ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเหล่ามนุษย์เงือกและเงือกที่อยู่รอบตัวเธอจะไม่ได้แสดงท่าทีดุร้ายออกมา แต่พวกเขาก็แสดงออกถึงความต่อต้านอย่างชัดเจน

“ไบร์ท,ลูกพี่ไทเกอร์ตายเพราะปฏิเสธที่จะใช้เลือดของมนุษย์จริงๆ งั้นหรอ?”

เชอร์รี่มองมาที่ไบร์ทด้วยความสงสัย

“ใช่,เพื่อปกปิดสาเหตุการตายของลูกพี่ไทเกอร์ ลูกพี่อารองจึงได้สร้างเรื่องขึ้นมาและทำให้หนังสือพิมพ์พวกนั้นรายงานข่าวปลอม”

ไบร์ทพยักหน้ารับและกล่าวเสริมออกมา

ถ้าเขาจำไม่ผิดสิ่งนี้จะนำไปสู่กฎหมายห้ามมนุษย์เงือกและเงือกบริจาคเลือดให้กับมนุษย์

ในอนาคตซันจิเกือบตายเพราะเสียเลือดมากเกินไปหลังจากได้พบกับเหล่านางเงือก

"เจ้าโง่อารองนั่นทำอะไรที่ไม่จำเป็นอีกแล้ว"

"ดีแล้วที่เราไม่ยอมปล่อยให้เขาออกทะเลไป"

เชอร์รี่กล่าวออกมาด้วยความปวดหัว

"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันก็ไม่ได้สำคัญอะไร"

ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความชินชา

ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเกาะมนุษย์เงือกนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม

การปล่อยให้อารองทำแบบนี้ก็ดีกว่าการปล่อยให้เขาพูดออกไปตรงๆ ว่าที่ลูกพี่ไทเกอร์ต้องตายก็เพราะถูกมนุษย์หักหลัง

"กลับกันเถอะเราเองก็ซื้อของใช้จนครบหมดแล้ว"

ไบร์ทหันไปพูดกับเชอร์รี่

"นายไม่อยากดูต่อหน่อยเหรอ?"

"ไม่จำเป็น.. เพราะมันไม่ได้มีความหมายอะไร"

‘ราชินีโอโตฮิเมะคุณช่างเป็นคนที่ไร้เดียงสาจริงๆ’

เสรีภาพและความเคารพไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ด้วยคำขอและการประนีประนอม

ราชินีโอโตฮิเมะก็เหมือนกับขั้วตรงข้ามของอารอง

หลังจากส่งเชอร์รี่กลับร้านคาเฟ่เรียบร้อยแล้ว ไบร์ทก็พร้อมที่จะเดินทางกลับบ้านพร้อมกับของใช้ส่วนตัวที่ซื้อมา

“ไบร์ทนายมาช่วยที่ร้านระหว่างฝึกได้นะ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอาหารสามมื้อพร้อมกับเงินเอาไว้ใช้ให้นายด้วย”

“เชอร์รี่!!”

ไบร์ทรู้สึกซาบซึ้งใจมาก

“อย่ามาทำหน้าตาขยะแขยงแบบนั้นนะ”

………..

วันรุ่งขึ้นการฝึกของไบร์ทก็เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

ไบร์ทตื่นเช้าไปหาเชอร์รี่เพื่อช่วยเตรียมของและกินข้าวเช้า หลังจากนั้นไบร์ทก็ไปที่บ้านของจินเบเมื่อได้พบกับจินเบพวกเขาก็เดินทางไปยังส่วนลึกของป่าแห่งทะเล

แน่นอนว่าการฝึกต้องใช้สถานที่ที่มีการเปิดโล่ง

ป่าแห่งทะเลนั้นส่วนใหญ่อยู่ภายนอกฟองของเกาะมนุษย์เงือกใต้ทะเลลึก

อย่างไรก็ตามมันยังมีพื้นที่หลายแห่งที่เปิดโล่งซึ่งถูกฟองปกคลุมไว้และมีอากาศไหลเวียนอยู่

ไบร์ทและจินเบได้ตัดสินใจเลือกสถานที่ดังกล่าว

"เตรียมตัวให้พร้อมไบร์ท!"

จินเบขยับมือและเท้าด้วยรอยยิ้ม

เขาเชื่อว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคืออนาคตของเกาะมนุษย์เงือก

"ผมเฝ้ารอช่วงเวลานี้มานานแล้ว"

"คุณสามารถเริ่มได้ทุกเมื่อ!"

ไบร์ทตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

"ดี! ความพร้อมแบบนี้ล่ะที่ฉันต้องการ!"

จินเบพยักหน้ารับด้วยความพอใจ

"การฝึกฮาคินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย!"

"ฮาคิคือพลังที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของทุกคนฉันไม่รู้หลักการที่แน่ชัดของมัน แต่เรื่องนั้นไม่ได้สำคัญสิ่งที่เราต้องทำคือชักนำพลังเหล่านั้นออกมาจากภายในร่างกาย"

"และวิธีการชักนำนั้นอาจจะดูหยาบไปสักหน่อย"

ใบหน้าของจินเบได้แสดงรอยยิ้มแปลกๆ ออกมาก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นมาโดยมีคลื่นพลังที่มองไม่เห็นได้เข้าปกคลุมฝ่ามือของเขาไว้

"ไบร์ทนายพร้อมแล้วจริงๆ ใช่ไหม?"

“เข้ามาได้เลยลูกพี่จินเบ!”

ไบร์ทกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ

‘ถ้าฉันมากังวลกับเรื่องแค่นี้ฉันจะกลายเป็นชายที่แข็งแกร่งอย่างหนวดขาวและไคโดได้ยังไง?!’

ตัวตนที่แข็งแกร่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกหล่อหลอมผ่านการต่อสู้และสมรภูมินับไม่ถ้วนโดยที่พวกเขายังคงก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยความกล้าหาญ

ไบร์ทได้ตัดสินใจเรื่องนี้มานานแล้ว

หลังจากนั้นจินเบก็ได้อธิบายให้ไบร์ทฟังว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เรียนรู้ฮาคิเกราะ และบอกไบร์ทถึงวิธีสัมผัสถึงการมีอยู่ของฮาคิเกราะและวิธีในการพยายามชักนำมันออกมา

เมื่ออธิบายเสร็จการฝึกจริงก็ได้เริ่มต้นขึ้น

"ไบร์ทรับมันไปซะ!!"

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

วันพีช : ระบบครอบครองวิญญาณในโลกโจรสลัด(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่24:โอโตฮิเมะ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว