- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่24:โอโตฮิเมะ (ฟรี)
บทที่24:โอโตฮิเมะ (ฟรี)
บทที่24:โอโตฮิเมะ (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 24 โอโตฮิเมะ
“ผลลัพธ์เป็นยังไงบ้าง?”
ในเวลานี้เชอร์รี่กำลังนั่งเอนตัวและแกว่งหางไปมาอย่างขี้เกียจอยู่บนฟองที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ เธอได้กล่าวถามออกมาอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่กำลังพลิกอ่านหนังสือในมือ
ไบร์ทก้าวเดินไปข้างหน้าโดยที่มือก็ถือเชือกซึ่งผูกไว้กับฟองอากาศอยู่ เชือกนี้นั้นเชื่อมต่อกับฟองหลายฟองที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศโดยฟองเหล่านี้ใช้ในการบรรทุกสิ่งของไว้ภายใน
“มันเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าสังเวช”
แม้เขาจะสามารถใช้พละกำลังเพียงอย่างเดียวสู้กับลูกพี่จินเบได้ แต่เมื่อลูกพี่จินเบเริ่มใช้คาราเต้มนุษย์เงือกทุกอย่างก็แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ทักษะที่แข็งแกร่งนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นพลังได้และเขาก็ถูกบดขยี้อย่างสิ้นซากในแง่นี้
แม้แต่ฮาคิเกราะลูกพี่จินเบก็ใช่เพื่อต้านทานสายฟ้าเท่านั้น เขาไม่เคยใช้มันเพื่อโจมตีเลยถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ยังสู้ไม่ได้อยู่ดี
"แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายดูจะไม่ผิดหวังเลยล่ะ"
เชอร์รี่ละสายตาออกมาจากหนังสือและหันมามองที่ไบร์ท
"มันไม่มีอะไรให้ต้องผิดหวัง"
"ฉันพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากแล้ว"
ไบร์ทยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
ตอนนี้เขาเข้าใจความแข็งแกร่งของตัวเองแล้ว
ถ้าเขาอยู่ในทะเลและทุ่มสุดตัวความแข็งแกร่งของเขานั้นจะเทียบได้กับพลเรือโทแห่งศูนย์ใหญ่กองทัพเรือ
แต่แน่นอนว่ามันก็เป็นเพียงแค่พลเรือโทที่อ่อนแอในบรรดาพลเรือโทด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงการ์ปเอาแค่พวกพลเรือโทชั้นยอดอย่างย่างโดเบอร์แมน และโอนิงุโมะเขาก็ไม่มีปัญญาสู้แล้ว
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าผิดหวังอะไร
เพราะอย่าลืมว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเขายังเทียบแฮงค์ไม่ได้ด้วยซ้ำ
อีกทั้งพลังที่ได้รับมาจากผลปีศาจเทียมและปัจจัยสายเลือดของไคโดมันทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมามาก
ไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อความสามารถต่างๆ ของเขาเริ่มพัฒนาขึ้นความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อแน่นอน
"นายเป็นคนที่พอใจกับอะไรง่ายๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เชอร์รี่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ
"เพราะคราวหน้าฉันจะแข็งแกร่งมากกว่านี้"
"แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งเชอร์รี่.."
"ฉันไม่เก่งเรื่องการต่อสู้ดังนั้นฉันช่วยนายฝึกไม่ได้หรอกนะ"
เชอร์รี่ได้ชิงกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับสายตาที่กลับไปยังหนังสือในมือ
"ฉันไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนั้นจะมีวันเกิดขึ้นอยู่แล้ว"
ปากของไบร์ทถึงกับกระตุกตั้งแต่เด็กจนโตเชอร์รี่ไม่เคยสู้กับใครเลย ด้วยการมีอยู่ของเขาและอารองเธอจึงไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเป็นอาวุธ
“ลูกพี่จินเบจะเป็นคนฝึกฉันด้วยตัวเอง ดังนั้นตอนนี้ฉันคงจะทำงานรักษาความปลอดภัยให้เธอไม่ได้”
“เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับนายอยู่แล้วแต่..”
“อย่ามาหาฉันแล้วกันถ้าไม่มีเงินกินข้าว”
เชอร์รี่พลิกอ่านหนังสือต่อไปด้วยท่าทีเฉยชา
“เฮ้ เฮ้ เฮ้,ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ? เรารักกันมายาวนานตั้งแต่สมัยเด็กแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ในตอนนั้นเองก็ดูเหมือนจะมีความวุ่นวายบางอย่างเกิดขึ้นตรงทางข้างหน้า
ฝูงชนต่างมารวมตัวกันแน่นขนัด
ด้วยส่วนสูงที่ได้เปรียบไบร์ทจึงสามารถมองเห็นร่างที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลางซึ่งกำลังพูดเสียงดังอยู่ได้อย่างง่ายดาย
“เชิญมาลงนามในจดหมายแสดงเจตจำนงด้วยกันเถอะ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการอพยพของเกาะมนุษย์เงือกในงานประชุมโลก ‘ริเวอรี่’ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสามปีกันเถอะ!”
ผู้ที่กำลังพูดอยู่นั้นเป็นนางเงือกสายพันธุ์ปลาทองที่มีรูปร่างเพรียวบาง ผมสีทองเป็นลอนส่องประกาย และสวมเสื้อคลุมสีขาวลายเกล็ดปลาสีทอง
"มนุษย์ที่เราได้เห็นบนเกาะมนุษย์เงือกนั้นเป็นเพียงมนุษย์ที่มีอคติไม่กี่คนเท่านั้น! มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้จักเราเลยความกลัวและความเกลียดชังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ดังนั้นเราควรเป็นฝ่ายริเริ่มติดต่อกับพวกเขา!"
"เฮ้อ,ยังไม่ยอมแพ้อีกงั้นหรอ?"
เชอร์รี่ปิดหนังสือลงและมองไปยังสตรีที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับถอนหายใจออกมา
"เราเคยได้ยินคำกล่าวสุนทรพจน์นี้มาตั้งแต่เด็กแล้วใช่ไหม?"
เชอร์รี่มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน เพราะเธอกำลังนั่งอยู่บนฟองที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ
ตามจริงแล้วหากนับรวมหางปลาของเชอร์รี่เข้าไปด้วย เธอสูงกว่าไบร์ทมากโดยมีส่วนสูงมากกว่าห้าเมตร
ไบร์ทไม่ได้พูดตอบอะไรกลับมาเขาทำเพียงแค่ยืนฟังอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ
“ถึงท่านโอโตฮิเมะจะเป็นคนขอมาก็เถอะนะ.. แต่เราก็คงจะตกลงด้วยไม่ได้!”
“ใช่แล้ว!,ที่ลูกพี่ไทเกอร์ต้องตายก็เป็นเพราะมนุษย์! เพราะมนุษย์พวกนั้นปฏิเสธที่จะบริจาคเลือดให้เขา!!”
“มนุษย์ที่ฆ่าลูกพี่ไทเกอร์จะคู่ควรกับความไว้ใจของเราได้ยังไง?!”
ชื่อของสตรีคนนี้คือโอโตฮิเมะซึ่งก็คือ ราชินีและพระมเหสีของกษัตริย์ในอาณาจักรริวงูแห่งนี้
เธอกล่าวสุนทรพจน์เช่นนี้มานานหลายปีแล้ว ความฝันตลอดชีวิตของเธอคือการทำให้เกาะมนุษย์เงือกอพยพขึ้นไปยังผิวน้ำเบื้องบนและปล่อยให้เกาะมนุษย์เงือกและมนุษย์ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเหล่ามนุษย์เงือกและเงือกที่อยู่รอบตัวเธอจะไม่ได้แสดงท่าทีดุร้ายออกมา แต่พวกเขาก็แสดงออกถึงความต่อต้านอย่างชัดเจน
“ไบร์ท,ลูกพี่ไทเกอร์ตายเพราะปฏิเสธที่จะใช้เลือดของมนุษย์จริงๆ งั้นหรอ?”
เชอร์รี่มองมาที่ไบร์ทด้วยความสงสัย
“ใช่,เพื่อปกปิดสาเหตุการตายของลูกพี่ไทเกอร์ ลูกพี่อารองจึงได้สร้างเรื่องขึ้นมาและทำให้หนังสือพิมพ์พวกนั้นรายงานข่าวปลอม”
ไบร์ทพยักหน้ารับและกล่าวเสริมออกมา
ถ้าเขาจำไม่ผิดสิ่งนี้จะนำไปสู่กฎหมายห้ามมนุษย์เงือกและเงือกบริจาคเลือดให้กับมนุษย์
ในอนาคตซันจิเกือบตายเพราะเสียเลือดมากเกินไปหลังจากได้พบกับเหล่านางเงือก
"เจ้าโง่อารองนั่นทำอะไรที่ไม่จำเป็นอีกแล้ว"
"ดีแล้วที่เราไม่ยอมปล่อยให้เขาออกทะเลไป"
เชอร์รี่กล่าวออกมาด้วยความปวดหัว
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันก็ไม่ได้สำคัญอะไร"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความชินชา
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเกาะมนุษย์เงือกนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม
การปล่อยให้อารองทำแบบนี้ก็ดีกว่าการปล่อยให้เขาพูดออกไปตรงๆ ว่าที่ลูกพี่ไทเกอร์ต้องตายก็เพราะถูกมนุษย์หักหลัง
"กลับกันเถอะเราเองก็ซื้อของใช้จนครบหมดแล้ว"
ไบร์ทหันไปพูดกับเชอร์รี่
"นายไม่อยากดูต่อหน่อยเหรอ?"
"ไม่จำเป็น.. เพราะมันไม่ได้มีความหมายอะไร"
‘ราชินีโอโตฮิเมะคุณช่างเป็นคนที่ไร้เดียงสาจริงๆ’
เสรีภาพและความเคารพไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ด้วยคำขอและการประนีประนอม
ราชินีโอโตฮิเมะก็เหมือนกับขั้วตรงข้ามของอารอง
หลังจากส่งเชอร์รี่กลับร้านคาเฟ่เรียบร้อยแล้ว ไบร์ทก็พร้อมที่จะเดินทางกลับบ้านพร้อมกับของใช้ส่วนตัวที่ซื้อมา
“ไบร์ทนายมาช่วยที่ร้านระหว่างฝึกได้นะ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอาหารสามมื้อพร้อมกับเงินเอาไว้ใช้ให้นายด้วย”
“เชอร์รี่!!”
ไบร์ทรู้สึกซาบซึ้งใจมาก
“อย่ามาทำหน้าตาขยะแขยงแบบนั้นนะ”
………..
วันรุ่งขึ้นการฝึกของไบร์ทก็เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
ไบร์ทตื่นเช้าไปหาเชอร์รี่เพื่อช่วยเตรียมของและกินข้าวเช้า หลังจากนั้นไบร์ทก็ไปที่บ้านของจินเบเมื่อได้พบกับจินเบพวกเขาก็เดินทางไปยังส่วนลึกของป่าแห่งทะเล
แน่นอนว่าการฝึกต้องใช้สถานที่ที่มีการเปิดโล่ง
ป่าแห่งทะเลนั้นส่วนใหญ่อยู่ภายนอกฟองของเกาะมนุษย์เงือกใต้ทะเลลึก
อย่างไรก็ตามมันยังมีพื้นที่หลายแห่งที่เปิดโล่งซึ่งถูกฟองปกคลุมไว้และมีอากาศไหลเวียนอยู่
ไบร์ทและจินเบได้ตัดสินใจเลือกสถานที่ดังกล่าว
"เตรียมตัวให้พร้อมไบร์ท!"
จินเบขยับมือและเท้าด้วยรอยยิ้ม
เขาเชื่อว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคืออนาคตของเกาะมนุษย์เงือก
"ผมเฝ้ารอช่วงเวลานี้มานานแล้ว"
"คุณสามารถเริ่มได้ทุกเมื่อ!"
ไบร์ทตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"ดี! ความพร้อมแบบนี้ล่ะที่ฉันต้องการ!"
จินเบพยักหน้ารับด้วยความพอใจ
"การฝึกฮาคินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย!"
"ฮาคิคือพลังที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของทุกคนฉันไม่รู้หลักการที่แน่ชัดของมัน แต่เรื่องนั้นไม่ได้สำคัญสิ่งที่เราต้องทำคือชักนำพลังเหล่านั้นออกมาจากภายในร่างกาย"
"และวิธีการชักนำนั้นอาจจะดูหยาบไปสักหน่อย"
ใบหน้าของจินเบได้แสดงรอยยิ้มแปลกๆ ออกมาก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นมาโดยมีคลื่นพลังที่มองไม่เห็นได้เข้าปกคลุมฝ่ามือของเขาไว้
"ไบร์ทนายพร้อมแล้วจริงๆ ใช่ไหม?"
“เข้ามาได้เลยลูกพี่จินเบ!”
ไบร์ทกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ
‘ถ้าฉันมากังวลกับเรื่องแค่นี้ฉันจะกลายเป็นชายที่แข็งแกร่งอย่างหนวดขาวและไคโดได้ยังไง?!’
ตัวตนที่แข็งแกร่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกหล่อหลอมผ่านการต่อสู้และสมรภูมินับไม่ถ้วนโดยที่พวกเขายังคงก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยความกล้าหาญ
ไบร์ทได้ตัดสินใจเรื่องนี้มานานแล้ว
หลังจากนั้นจินเบก็ได้อธิบายให้ไบร์ทฟังว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เรียนรู้ฮาคิเกราะ และบอกไบร์ทถึงวิธีสัมผัสถึงการมีอยู่ของฮาคิเกราะและวิธีในการพยายามชักนำมันออกมา
เมื่ออธิบายเสร็จการฝึกจริงก็ได้เริ่มต้นขึ้น
"ไบร์ทรับมันไปซะ!!"
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย