- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่20:เชอร์รี่และคำทำนาย (ฟรี)
บทที่20:เชอร์รี่และคำทำนาย (ฟรี)
บทที่20:เชอร์รี่และคำทำนาย (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 20 เชอร์รี่และคำทำนาย
เนินปะการังตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะมนุษย์เงือกและเป็นที่ตั้งของร้านค้าจำนวนมากอีกทั้งยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เจริญที่สุดในอาณาจักร
ประมาณหนึ่งปีก่อนมีร้านคาเฟ่แห่งใหม่เปิดขึ้นในเนินปะการังและมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นร้านฮิตที่รู้จักกันทั่วทั้งเกาะมนุษย์เงือก
เหตุผลนั้นง่ายมากเพราะร้านคาเฟ่แห่งนี้มีที่ชื่อว่า ‘เมอร์เมดคาเฟ่’ คอนเซ็ปต์ร้านก็ตรงตัวตามชื่อโดยพนักงานเสิร์ฟในร้านทุกคนล้วนเป็นนางเงือกที่สวยและอายุน้อย เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้ร้านคาเฟ่แห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
เมื่อไบร์ทมาถึงหน้าร้านคาเฟ่ก็ดึกมากแล้วแม้ประตูของร้านจะปิดอยู่ แต่ก็ยังมีแสงส่องออกมาจากตรงหน้าต่างดังนั้นมันน่าจะยังมีคนอยู่ข้างใน
“ก๊อกๆ”
ไบร์ทได้ยกมือขึ้นและเคาะไปที่ประตูร้านคาเฟ่
หลังจากนั้นไม่นานเสียงที่คุ้นเคยก็ดังออกมาจากร้าน
"ร้านปิดแล้วค่อยกลับมาพรุ่งนี้"
อารมณ์ที่หงุดหงิดของไบร์ทสงบลงในทันทีก่อนที่เขาจะยิ้มและกล่าวออกมาว่า
“เชอร์รี่นี่ฉันเอง”
หลังประตูเต็มไปด้วยความเงียบงันก่อนที่เจ้าของเสียงภายในจะพูดขึ้นว่า
“ขอโทษด้วยคุณแขกที่มาเยือนฉันไม่รู้จักใครที่เรียกตัวเองว่า ‘ฉัน’ ถ้าคุณยังไม่ไปฉันจะเรียกยามมาพาตัวคุณออกไป”
ตาของไบร์ทถึงกับกระตุก
“ฉันเองไบร์ท.. ฉันกลับมาแล้วเชอร์รี่”
“ถ้าคุณยังคอยรังควานฉันอีกฉันจะเรียกยามจริงๆ แล้วนะ ไบร์ทที่ฉันรู้จักเป็นคนนิสัยไม่ดีที่หยิ่งยโสและไม่ยอมฟังคำแนะนำของคนอื่นฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนบนท้องทะเล”
‘มันจำเป็นต้องพูดถึงขนาดนี้เลยเหรอ?’
ไบร์ทถึงกับรู้สึกจนปัญญาการแยกจากกันเมื่อสี่ปีก่อนมันยังกวนใจเธอมาถึงตอนนี้อีกงั้นหรอ?
“เธอพูดถูก,แต่ตอนนี้คนนิสัยไม่ดีคนนั้นกลับมาแล้วเพราะงั้นคุณหนูเชอร์รี่ช่วยเปิดประตูให้หน่อยได้ไหม?”
“เอี๊ยดดด”
หลังจากเงียบอยู่นานในที่สุดประตูร้านคาเฟ่ก็ถูกเปิดออก
ร่างของสาวงามคนหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าไบร์ทเธอมีผิวที่ซีดขาวคล้ายกับไบร์ท ผมสั้นสีดำ ใบหน้าบอบบางและเย็นชาพร้อมกับหางปลาสีน้ำเงินเข้มภายใต้เอวที่เพรียวบาง
ชื่อของหญิงสาวคนนี้คือเชอร์รี่และเธอก็เป็นคนรักในวัยเด็กของไบร์ท
เธอเป็นน้องสาวของอารองดังนั้นเธอและไบร์ทจึงเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก
"ฉันคิดว่านายจะไปตายอยู่ข้างนอกแล้วซะอีก"
คำพูดประชดประชันบาดหูของเชอร์รี่ลอยเข้ามาในหูไบร์ท
ร่างของเชอร์รี่ในตอนนี้กำลังลอยอยู่กลางอากาศมันไม่ใช่ว่าเชอร์รี่บินได้ แต่เป็นเพราะนางเงือกไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระบนบกเหมือนมนุษย์เงือก
พวกเขามักจะเคลื่อนไหวโดยใช้ฟองวางติดไว้กับตัวเพื่อทำให้ร่างกายลอยอยู่ในอากาศ
เหมือนกับเชอร์รี่ในตอนนี้ที่มีฟองพันอยู่รอบเอวเหมือนห่วงยาง
"ก็เกือบไปแล้วเหมือนกันแต่ฉันน่าจะยังพอมีโชคเหลืออยู่บ้าง"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
ช่วงเวลาที่เขาได้เผชิญหน้ากับคิซารุและการแหกคุกในพังค์ฮาซาร์ดนั้นมันน่าตื่นเต้นมาก
"ฮึ่ม!"
เชอร์รี่ส่งเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจแต่สายตาอันแหลมคมของเธอนั้นกลับดูอ่อนลงก่อนจะหันหลังและลอยตัวกลับเข้าไปในร้าน
ไบร์ทที่เห็นก็เดินตามเข้าไปก่อนจะปิดประตูลง
โต๊ะและเก้าอี้ในร้านได้รับการจัดวางอย่างเป็นระเบียบ พื้นที่ไม่ได้กว้างและดูแออัดเกินไปประกอบกับการตกแต่งอันประณีตทำให้มันดูสวยงามตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น
"ดูดีจริงๆ"
ไบร์ทดึงเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลงก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ
เชอร์รี่เดินไปหลังเคาน์เตอร์แล้วยกกาแฟร้อนออกมาวางไว้ตรงหน้าไบร์ท
"ไบร์ท.."
"รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ออกทะเลไปโดยไม่คิดอะไรแล้วถูกจับเข้าไปอยู่ในคุก?"
เธอนั่งลงตรงข้ามไบร์ทและถามออกมาพร้อมกับใช้นิ้วชี้ที่เรียวยาวเคาะลงไปบนโต๊ะ
ส่วนไบร์ทก็กำลังจิบกาแฟอันหอมกรุ่นที่มีรสชาติดี
หลังจากนั้นเขาก็วางกาแฟลงแล้วตอบออกมาว่า
"มันไม่ใช่คุกมันคือฐานทดลองของกองทัพเรือ"
เชอร์รี่ที่ได้ยินก็ถึงกับกลอกตาใส่
เห็นได้ชัดว่าสาวสวยคนนี้ไม่ได้เย็นชาอย่างที่เธอแสดงออกมา
"แต่พอพูดถึงการเดินทางครั้งนี้แล้ว.."
"ฉันอาจสูญเสียอะไรไปหลายอย่างแต่ก็ก็ได้รับกลับมาเยอะมากเช่นกัน"
ไบร์ทกล่าวพร้อมกับคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายในใจ
"เชอร์รี่.."
"เธออยากฟังมันไหม? เรื่องราวของฉันตลอดสี่ปีที่ผ่านมา"
ไบร์ทจ้องมองเข้าไปในตาของสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า
เชอร์รี่เอนตัวมาข้างหน้าและวางข้อศอกขวาไว้บนโต๊ะก่อนจะใช้มือเท้าคางของเธอไว้
"คืนนี้ยังคงอีกยาวไกล"
หลังจากนั้นไบร์ทก็ได้เล่าเรื่องราวการออกทะเลกับลูกพี่ไทเกอร์และพรรคพวกคนอื่นๆ เมื่อสี่ปีก่อนให้เชอร์รี่ได้ฟังแม้ว่าเธอจะคัดค้านการออกทะเลของเขาก็ตาม
การผจญภัยในท้องทะเลของพวกเขา ทิวทัศน์ที่พวกเขาได้เห็น และผู้คนที่พวกเขาได้พบเจอ
ตั้งแต่การออกเดินทางไปยังท้องทะเลอันกว้างใหญ่ จนกระทั่งได้พบกับเด็กสาวที่ชื่อโคอาล่าและการจากไปของลูกพี่ไทเกอร์ หลังจากนั้นไบร์ทก็ถูกจับกุมและส่งตัวไปยังพังค์ฮาซาร์ด ตามด้วยการแหกคุกและข้อตกลงกับเวก้าพังค์ และสุดท้ายคือการสังหารหมู่ทหารเรือก่อนจะหลบหนีกลับมายังเกาะมนุษย์เงือก
ทั้งเรื่องดีและร้ายไบร์ทได้แบ่งปันมันให้หญิงสาวตรงหน้าได้รับฟัง
เรื่องราวได้จบลงในค่ำคืนที่มืดมิด
“ฮ่าววว!”
ไบร์ทหาวออกมาด้วยความง่วงก่อนจะหันไปเห็นหยดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตาของเชอร์รี่
"เชอร์รี่..."
"ตาทึ่มฉันบอกนายไปตั้งนานแล้วว่าโลกมนุษย์มันอันตราย"
เชอร์รี่เช็ดน้ำตาออกอย่างไม่ใส่ใจ
‘ตาทึ่มนี้จะเจ็บปวดและกังวลมากขนาดไหนกันนะ?’
ไบร์ทยิ้มก่อนจะกล่าวออกมาว่า
"งั้นฉันจะไม่ไปไหนสักพักก็แล้วกัน.. เพราะงั้นฝากดูแลฉันด้วยล่ะมาดามเชอร์รี่"
"คนล้างจานในครัวกำลังขาดคนอยู่พอดีเลยนายคงทำมันได้ใช่ไหม?"
เชอร์รี่ยิ้มตอบออกมา
เมื่อหญิงสาวที่ทำตัวเย็นชาอยู่เสมอยิ้มออกมามันทำให้รอยยิ้มนั้นงดงามกว่าที่เคย
ไบร์ทเองก็ถึงกับเก็บยิ้มไว้ไม่อยู่ก่อนจะพูดขึ้นว่า
"สงสัยฉันคงหวังสูงเกินไป,ฉันคิดว่าจะได้ทั้งอาหารและที่พักฟรีซะอีกแต่ก็ช่างมันเถอะ"
"มาพูดถึงเรื่องลูกพี่อารองกันต่อดีกว่า"
บรรยากาศนั้นเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
"…..."
เมื่อพูดถึงพี่ชายต่างมารดาของเธอเชอร์รี่ก็เงียบไปชั่วขณะ ตัวเธอนั้นอาศัยอยู่กับอารองมาตั้งแต่อายุสามขวบ
"นายเองก็รู้ใช่ไหมว่าผู้ชายที่โง่เขลาคนนั้นต้องการตั้งกลุ่มโจรสลัดเพื่อล้างแค้นมนุษย์?"
ไบร์ทพยักหน้าและกล่าวตอบออกมาว่า
"ลูกพี่จินเบอยากให้ฉันโน้มน้าวให้เขาเลิกคิดเรื่องนี้แต่.."
"คำพูดมันใช้ไม่ได้ผลกับเขาอีกต่อไปแล้ว"
"ไบร์ทนายสามารถใช้มาตรการที่รุนแรงกว่านี้ได้นะรู้ใช่ไหม?"
เชอร์รี่กล่าวออกมาอย่างเย็นชา
ไบร์ทที่ได้ยินก็ถึงกับคิ้วกระตุก
‘นี่มันเป็นสิ่งที่น้องสาวควรพูดหรือเปล่า?’
"ถ้าเราปล่อยให้อารองทำตามในสิ่งที่เขาต้องการคนบริสุทธิ์อีกมากมายจะต้องตายเพราะเขา"
"แม้ว่าชีวิตและความตายของมนุษย์จะไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเราก็ตาม แต่ผู้ชายที่โง่เขลาคนนั้นจะต้องได้รับผลที่ตามมาแน่นอนจริงไหม?"
เชอร์รี่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
ถ้าเป็นคนอื่นที่พูดแบบนี้ไบร์ทก็อาจจะรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ กับอารองในงานต้นฉบับ
แต่เชอร์รี่เป็นตัวตนที่แตกต่างออกไป
"มันเป็นคำทำนายใช่ไหม?"
ไบร์ทกล่าวถามอย่างตรงไปตรงมา
เชอร์รี่เป็นหมอดูชื่อดังบนเกาะมนุษย์เงือกและคำทำนายของเธอก็ถูกต้องเสมอ
เมื่อสิบห้าปีก่อนตอนที่เธอเพิ่งอายุสามขวบ เธอได้ทำนายการเกิดขององค์หญิงเงือกกับราชาโจรสลัดเอาไว้
ไบร์ทในวัยสองขวบเองก็ได้บังเอิญเห็นฉากดังกล่าวเช่นกัน
“เรื่องแบบนั้นไม่จำเป็นต้องใช้การทำนายหรอก ขนาดนายเองก็คงจะเดาได้อารองในตอนนี้โง่และหัวรุนแรงกว่าเดิมมาก”
“เขาจะทำอะไรดีๆ ในโลกมนุษย์ได้ยังไง? และเมื่อความจริงถูกเปิดเผยคิดเหรอว่ามนุษย์จะปรานีเขา?”
เชอร์รี่กล่าวออกมาด้วยความหนักแน่น
“ทำมันเถอะไบร์ท,นายกำลังช่วยเขาอยู่และไม่ว่ายังไงเขาก็คือพี่ชายของฉัน ถ้าเลือกได้ฉันเองก็ไม่อยากเห็นเขาต้องพบเจอกับความโชคร้าย”
ไบร์ทยิ้มออกมาด้วยความชอบใจ
คำพูดของเชอร์รี่มันทำให้เขาดูฉลาดขึ้นมาทันตาเห็น
“ฉันจะหยุดเขาเอง”
ไบร์ทตัดสินใจทำตามคำแนะนำของเชอร์รี่
"ฉันยังมีอยู่อีกคำถามหนึ่งเชอร์รี่.. แต่ฉันรู้สึกลังเลนิดหน่อย"
ไบร์ทรู้สึกลังเลแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดมันออกมา
"ฉันรู้เราไม่ได้เจอกันนานมากแล้วมาทำนายดวงกันดีกว่า"
เชอร์รี่กล่าวออกมาด้วยความเข้าใจ
"ทำนายดวงเหรอ?"
ไบร์ทตกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้ารับ
"ตกลง"
เชอร์รี่ได้ลอยขึ้นไปหยิบลูกแก้วทำนายดวงมาจากหลังเคาน์เตอร์แล้ววางไว้บนโต๊ะ
เธอสูดหายใจเข้าก่อนจะกางมือออกบนลูกแก้วทำนายดวง
ดวงตาของเธอในตอนนี้ดูว่างเปล่าอย่างน่าประหลาด
ไบร์ทรู้ว่าเชอร์รี่กำลังเข้าสู่สภาวะในการทำนายดวงแล้ว
แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นอะไรในลูกแก้วทำนายดวงแต่เชอร์รี่สามารถมองเห็นอนาคตได้จริง
ในตอนนั้นเองไบร์ทก็สังเกตเห็นรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเชอร์รี่
‘เธอไปเห็นอะไรที่น่าสนใจในอนาคตเข้าหรือเปล่า?’
ไบร์ทเดาอยู่ภายในใจ
ดวงตาของเชอร์รี่ได้ฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติ หลังจากนั้นเธอก็ได้เอนหลังลงบนเก้าอี้และใช้ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของเธอมองตรงมาที่ดวงตาของไบร์ท
ทันใดนั้นเองเธอก็ได้พูดขึ้นว่า
"นายไม่จำเป็นต้องลังเลแค่ทำในสิ่งที่นายต้องการก็พอ.. ไบร์ทฉันได้เห็นอนาคตที่สวยงามมาก"
"อนาคตอันสวยงามที่นายเป็นคนนำพามันมา"
เธอได้กล่าวย้ำออกมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
ไบร์ทตกตะลึงไปชั่วขณะหลังจากนั้นรอยยิ้มก็เริ่มเบ่งบานขึ้นบนใบหน้าของเขา
"เป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ?"
คำทำนายของเชอร์รี่ไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนได้ แต่อนาคตที่เธอเห็นมันเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เธอกล่าวว่าจะมีอนาคตที่สวยงามดังนั้นมันจะต้องมีอนาคตที่สวยงามรออยู่แน่นอน
แม้ว่าอนาคตที่เชอร์รี่เห็นจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยว แต่มันหมายความว่าอนาคตที่สวยงามกำลังจะมาถึงเพียงแต่ไม่ชัดเจนว่ามันจะเป็นยังไงในภายหลัง
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังแสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยการกระทำของเขาก็จะนำมาซึ่งการพัฒนาที่ดีจริงไหม?
ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ไม่จำเป็นที่ต้องกังวลอีกต่อไป
เช่นเดียวกับที่เชอร์รี่พูดไว้เพียงแค่ทำในสิ่งที่เขาต้องการก็พอไม่จำเป็นต้องลังเล
‘ฉันต้องการทำอะไร?’
‘อาจจะเป็นการแข็งแกร่งขึ้น’
ตราบใดที่เขาสามารถมีความแข็งแกร่งของจักรพรรดิโจรสลัดได้ปัญหาทั้งหมดก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
เมื่อถึงตอนนั้นมันก็แทบไม่มีใครที่สามารถคุกคามความปลอดภัยของเขาได้อีกต่อไป เกาะมนุษย์เงือกเองก็จะได้รับการปกป้อง และแม้แต่กองทัพเรือที่ฆ่าลูกพี่ไทเกอร์เขาก็จะสามารถเอาคืนมันได้
สำหรับตัวเขาในตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะมีความแข็งแกร่งระดับนั้น
ไบร์ทมั่นใจในศักยภาพที่เขามีมาก
ตราบใดที่เขาแข็งแกร่งกว่าใครๆ แม้ว่าอนาคตที่เลวร้ายจะเกิดขึ้นเขาก็มีกำลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงมัน
เขาจะนำพาอนาคตที่สวยงามนั้นมาให้ได้และจะไม่ยอมให้มันหายไปอย่างเด็ดขาด
ตอนนี้ไบร์ทได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้เขาต้องฝึกฝนให้หนักเพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
แค่การรักษาชีวิตของตัวเองมันไม่พออีกต่อไป เขาต้องทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดให้ได้
ส่วนที่เหลือก็แค่ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สำหรับตอนนี้เขายังไม่จำเป็นต้องทำอะไร
"ดูเหมือนนายจะไม่กังวลอีกแล้วใช่ไหม?"
"ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วคืนนี้พักที่นี่ก่อนเถอะ.. พอดีมีห้องรับแขกว่างอยู่ชั้นบน"
เชอร์รี่ยืดตัวและหาวออกมาอย่างแผ่วเบา
“ตกลง”
ไบร์ทพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
เขาได้ตามเชอร์รี่ขึ้นไปชั้นสองของร้านคาเฟ่หลังจากที่มาถึงเธอก็ได้เปิดประตูห้องรับแขกออก
“ทุกอย่างที่นี่เรียบร้อยดีเพราะว่าจะพนักงานเสิร์ฟมาพักที่นี่บ้างเป็นครั้งคราว”
เธอหันหน้ามามองไบร์ทและกล่าวออกมาว่า
“อย่าได้ทำอะไรแปลกๆ ล่ะ”
“ใครมันจะไปทำอะไรแบบนั้น?!”
ไบร์ทกลอกตาด้วยความไม่พอใจ
“ฮึ่ม!”
เชอร์รี่ฮัมออกมาเสียงดังก่อนจะลอยตัวไปที่อีกด้านหนึ่งของทางเดินซึ่งเป็นห้องนอนของเธอ
เมื่อเธอคว้าจับไปที่ประตูเธอก็ได้ยินเสียงของไบร์ทดังมาจากด้านหลัง
“ฉันกลับมาแล้วเชอร์รี่”
เชอร์รี่ชะงักไปก่อนจะหันกลับมา
ภายใต้แสงไฟบนทางเดินไบร์ทมองเห็นรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน
"ยินดีต้อนรับกลับไบร์ท"
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย