- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่18:จินเบ (ฟรี)
บทที่18:จินเบ (ฟรี)
บทที่18:จินเบ (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 18 จินเบ
ไบร์ทได้ตื่นขึ้นมาเพราะความหิว
ท้องของเขากำลังส่งเสียงร้องคำรามโครกคราก
เขาลุกขึ้นนั่งพร้อมกับหาวออกมาก่อนจะพบว่าแสงในห้องนั้นสลัวลงมามากแล้ว
"ไปหาข้าวกินก่อนดีกว่า.."
ไบร์ที่กำลังพูดจู่ๆ ก็ชะงักไป
‘ฉันควรจะไปขอยืมเงินลูกพี่จินเบก่อนดีกว่าแฮะ’
ไบร์ทได้ลุกขึ้นและเดินออกมาจากห้องอย่างช้าๆ เมื่อเขากำลังจะปิดประตูเขาก็จำได้ว่าประตูได้ถูกวางไว้ข้างทางเดิน
"พรุ่งนี้ไว้ค่อยมาเปลี่ยนประตูแล้วกัน"
ไบร์ทล้มเลิกความคิดที่จะติดตั้งประตูใหม่และหันหลังเดินลงมาข้างล่าง
ทันทีที่เขาเดินออกจากบ้านและก้าวเท้าเข้าสู่ถนนที่ทรุดโทรมเสียงตะโกนก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
"ไบร์ท!!"
เสียงที่คุ้นเคยทำให้ฝีเท้าของไบร์ทหยุดลงอย่างกะทันหัน
เขาได้หันหลังกลับในทันที
ทันใดนั้นเงาร่างสีฟ้าก็ได้พุ่งตรงเข้ามาหาเขา
ไบร์ทได้ถูกเงาร่างดังกล่าวกอดเอาไว้ด้วยความตื่นเต้น
"โชคดีจริงๆ ที่นายไม่ได้เป็นอะไรไบร์ท!!"
อีกฝ่ายคือมนุษย์เงือกสายพันธุ์ฉลามวาฬซึ่งตัวเตี้ยกว่าแต่อ้วนกว่าไบร์ทมาก
ไบร์ทเองก็ตื่นเต้นมากเช่นกันเขาได้กอดตอบอีกฝ่ายด้วยความอบอุ่น
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะลูกพี่จินเบ!"
ชายที่เข้ามานั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกัปตันคนปัจจุบันของกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ เจ็ดเทพโจรสลัดคนใหม่ชายชาตรีแห่งท้องทะเล จินเบ
จินเบปล่อยไบร์ทและมองดูเขาอย่างระมัดระวัง
“นายดูตัวสูงและแข็งแรงขึ้นนะ,ดูเหมือนว่าในปีที่ผ่านมานายจะไม่ได้เผชิญกับความยากลำบากอย่างที่ฉันคิดไว้”
“เกิดเรื่องขึ้นเยอะเลยล่ะ..”
ไบร์ทยิ้มตอบและกล่าวออกมาว่า
“แต่มันก็ถือเป็นโชคดีในโชคร้ายผมเองก็ต้องขอบคุณลูกพี่จินเบ ไม่งั้นผมก็คงไม่ได้รับอิสรภาพพกลับคืนมาง่ายๆ แบบนี้”
“ฮ่าๆ ๆ ๆ,ดีแล้วที่นายไม่เป็นอะไร”
จินเบยกมือขึ้นและตบลงไปที่ไหล่ไบร์ทด้วยความห่วงใย
ไบร์ทติดตามพวกเขามาตั้งแต่ยังเด็กสำหรับจินเบแล้วไบร์ทก็เหมือนน้องชายคนหนึ่ง
“คือว่าลูกพี่จินเบ..”
“ผมขอรบกวนลูกพี่สักเรื่องได้ไหม?”
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“บอกมาได้เลยว่านายต้องการอะไร?”
"ปัญหาของนายก็เหมือนปัญหาของฉัน"
จินเบยิ้มและกล่าวออกมา
"ลูกพี่ช่วยเลี้ยงข้าวผมหน่อยได้ไหม? ตอนนี้ผมหิวสุดๆ ไปเลย!"
ไบร์ทพูดพร้อมกับลูบท้องของเขา
จินเบชะงักไปชั่วขณะก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ,แล้วนายจะมัวรออะไรอยู่? ไปกันถือโอกาสเลี้ยงต้อนรับที่นายกลับมาไปด้วยเลยก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินดังนั้นไบร์ทก็เดินตามจินเบไปยังร้านอาหารที่ดีที่สุดในเขตมนุษย์เงือก
แม้ว่าจะเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดแต่ก็ต้องขอย้ำอีกครั้งว่าที่นี่คือเขตมนุษย์เงือก ก็คงจะรู้ใช่ไหมว่าจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้มันคืออะไร?
เช่นเดียวกับอาคารส่วนใหญ่ในเขตมนุษย์เงือก ร้านอาหารแห่งนี้ดูเก่าและโทรมพอตัวเลยแต่กิจการก็ถือว่าดีทีเดียวและแทบจะเต็มตลอดเวลา
"โอ้! ลูกพี่จินเบ!"
"ลูกพี่จินเบคุณมาที่นี่ได้ยังไง?!"
“……”
จินเบมีชื่อเสียงมากในเขตมนุษย์เงือกทันทีที่เขาเดินเข้ามาในร้าน มนุษย์เงือกหลายคนก็รีบวิ่งเข้ามาทักทายด้วยความตื่นเต้น
แน่นอนว่ามีคนที่รู้จักไบร์ทเข้ามาทักทายเขาเช่นกัน
ในขณะที่กำลังพูดคุยกับคนรู้จักของเขาไบร์ทและจินเบก็ได้นั่งลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน
"โอ้! แบดบอยไบร์ทกลับมาแล้ว!"
เจ้าของร้านได้เดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้ม
"เอาเหมือนเดิมใช่ไหม?"
"แน่นอน! ผมคิดถึงรสชาติอาหารของคุณมากเลยนะรู้ไหม?"
ไบร์ทกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม
เจ้าของร้านเบะปากและกล่าวออกมาว่า
"ล้อเล่นหรือเปล่า? แต่ก่อนนายพูดว่าอาหารของฉันมันห่วยแตกตลอดเลยไม่ใช่หรือไง?"
"เพราะงั้นผมถึงได้บอกว่าคิดถึงมันไง"
ไบร์ทยิ้มเยาะออกมาด้วยความขี้เล่น
"ไอ้เด็กเวร! แกยังน่ารำคาญเหมือนเดินไม่เปลี่ยนเลยนะ!"
เจ้าของร้านหันหลังและเดินจากไปด้วยความไม่พอใจ
“เจ้าของร้านผมเอาสองจานนะ”
ไบร์ทพูดไล่หลังของอีกฝ่าย
“ไบร์ทไม่ว่านายจะพูดยังไง..”
“นายก็มากินอาหารที่นี่ตลอดถึงแม้นายจะบอกว่ามันไม่อร่อยก็ตาม”
จินเบยิ้มและกล่าวออกมา
“ตอนที่ผมยังเด็กผมมักจะมาที่นี่เพื่อขอของเหลือจากเจ้าของร้านอยู่เสมอ”
“ถึงแม้รสชาติมันจะไม่ดีเท่าไหร่แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่ชอบรสชาตินั้น”
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความคิดถึง
“ถ้าฟังจากที่นายเล่าก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอาหารไหนที่อร่อยไปกว่านี้อีกแล้ว”
จินเบกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วย
ใช้เวลาไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ
มนุษย์เงือกและเงือกส่วนใหญ่ไม่กินปลา ดังนั้นแหล่งโปรตีนหลักของพวกเขาคือหอยประเภทต่างๆ ที่มีอยู่ในทะเล
ใต้ท้องทะเลลึกที่มนุษย์เข้าไม่ถึงนั้นมีหอยขนาดยักษ์อยู่มากมายที่มนุษย์เงือกและเงือกสามารถกินได้
แต่มันก็ยังมีมนุษย์เงือกและเงือกอีกไม่น้อยที่ไม่สามารถกินหอยได้ อาหารหลักของพวกเขาจึงกลายเป็นสาหร่ายทะเลที่กินได้
แน่นอนว่าไบร์ทชอบกินเนื้อมากกว่า
เมื่ออาหารถูกวางไว้ตรงหน้าไบร์ทก็เริ่มกินมันในทันที
‘มันยังคงเป็นรสชาติที่แสนคุ้นเคย’
‘ช่างน่าคิดถึงจริงๆ’
ไบร์ทกินอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย
จินเบมองไบร์ทด้วยรอยยิ้มและพูดขึ้นว่า
"กองทัพเรือบอกว่านายถูกส่งตัวไปที่ฐานทัพลับจริงไหม?"
"ใช่,มันเป็นฐานทดลองลับที่นั้นผมได้พบกับเวก้าพังค์"
ไบร์ทพยักหน้ารับและกล่าวออกมาอย่างคลุมเครือ
"เวก้าพังค์..."
"นักวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่งของโลกคนนั้นหนะเหรอ?!"
จินเบอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ไบรท์พยักหน้ารับก่อนจะกล่าวต่อว่า
"ผมได้รับผลไม้ปีศาจและด้วยความช่วยเหลือของเวก้าพังค์ ผมยังได้รับความสามารถแปลกๆ มาหลายอย่างเลยทีเดียว"
"นายกำลังจะบอกว่านายกินผลไม้ปีศาจเข้าไปงั้นเหรอ? แล้วนายกลับมาที่นี่ได้ยังไง?"
จินเบรู้สึกประหลาดใจมาก
"แล้วก็ยังมีความสามารถแปลกๆ อีกหลายอย่างด้วย"
ไบร์ทพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่มีอาหารอยู่เต็มปาก
"…..."
ตอนนี้จินเบรู้สึกตกใจมากจากคำพูดของไบร์ทความสามารถแปลกๆ นั้นอาจทำให้ผู้ใช้พลังผลปีศาจสามารถเอาชนะข้อจำกัดจากน้ำทะเลได้
‘เวก้าพังค์.. เป็นคนที่น่าทึ่งจริงๆ!’
"ไม่น่าละนายถึงได้บอกว่ามันเป็นโชคดีในโชคร้าย"
จินเบกล่าวย้อนไปถึงคำพูดของไบร์ท
"มีอีกเรื่องหนึ่งลูกพี่จินเบ"
"ระหว่างทางที่เดินทางกลับมาผมได้ฆ่าทหารเรือที่คุ้มกันผมทิ้งไปจนหมด"
ไบร์ทเช็ดปากและกล่าวกระซิบออกมาอย่างแผ่วเบา
"ว่าไงนะ?!"
ดวงตาของจินเบเบิกกว้างพร้อมขอบโต๊ะที่ถูกขยี้จนแหลก
แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้ลดเสียงของเขาลง
"มันเกิดอะไรขึ้น?"
ไบร์ทได้เล่าเรื่องให้จินเบฟังคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับแฮงค์
จินเบที่ฟังก็ขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา
"มนุษย์มักจะมีคนแบบนี้อยู่เสมอ"
จินเบกล่าวออกมาด้วยความรังเกียจ
"นายทำถูกแล้วไบร์ทเราไม่จำเป็นต้องเกลียดมนุษย์ แต่สำหรับคนแบบนี้ไม่มีเหตุผลที่เราต้องแสดงความเมตตา!"
"สิ่งที่ผมกังวลตอนนี้คือถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไปละก็มันจะต้องทำให้ลูกพี่และเกาะมนุษย์เงือกเดือดร้อนแน่"
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยความกังวล
ถ้ามันเป็นแค่เขาตัวคนเดียวมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว
แต่มันไม่ใช่อย่างงั้นเขายังมีเพื่อนและบ้านเกิดที่อยู่ข้างหลังเขา
‘เป็นเพราะไอ้บ้าแฮงค์นั้นตัวเดียว!’
‘มันทำให้แผนชีวิตของฉันต้องหยุดชะงัก’
"ในเมื่อไม่มีผู้รอดชีวิตมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับกองทัพเรือที่จะตามหาความจริง"
จินเบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาว่า
"เอาล่ะ,พรุ่งนี้ฉันจะติดต่อกองทัพเรือและถามพวกเขาว่าทำไมนายถึงยังไม่กลับมา"
"ลูกพี่จินเบ,คุณกำลังจะบอกว่าตราบใดที่ผมหายตัวไปพร้อมกับพวกเขามันก็ไม่ใช่ปัญหาของผมใช่ไหม?"
ดวงตาของไบร์ทส่องสว่างเป็นประกาย
‘ลูกพี่จินเบที่ดูซื่อตรงแท้จริงแล้วกลับเป็นคนที่ฉลาดมาก’
“แต่ว่านะไบร์ทนายอาจต้องอยู่เงียบๆ ในช่วงนี้”
จินเบพูดออกมาด้วยความกังวล
“ใช้ชีวิตอยู่เงียบๆ บนเกาะมนุษย์เงือกและห้ามดึงดูดความสนใจ”
“นั่นมันสิ่งที่ผมต้องการอยู่แล้ว”
“ผมแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบอยู่บนเกาะมนุษย์เงือก”
ไบร์ทกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง
“จริงเหรอ? ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าคำพูดแบบนี้จะหลุดออกมาจากปากนาย”
จินเบพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ตอนนั้นนายยังร้องไห้และทำทุกวิถีทางเพื่อจะออกทะเลไปกับพวกเราอยู่เลย”
“พอคนเราเผชิญหน้ากับความยากลำบากคนเราก็ต้องโตขึ้นเป็นธรรมดา”
ไบร์ทพูดพร้อมกับกินอาหารบนจานไปด้วย
“ถ้างั้นทุกอย่างก็โอเค”
จินเบพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
"อย่างน้อยนายก็ต้องเงียบไว้สักพักและหลีกเลี่ยงความสนใจ นายไม่จำเป็นต้องกังวลไบร์ทฉันจะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับนายแน่นอน"
"จริงด้วยไบร์ทถ้างั้นช่วงนี้นายสนใจลองฝึกฮาคิดูไหม?"
ไบร์ทเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความประหลาดใจ
เหตุผลที่ไบร์ทประหลาดใจก็เพราะเขากำลังจะขอร้องเรื่องนี้อยู่พอดีเลย
"การที่นายสามารถฆ่าพลเรือตรีได้อย่างสบายๆ ความสามารถที่นายได้รับมามันคงจะสุดยอดมากจริงๆ"
"ถ้าเป็นนายต้องแซงหน้าฉันได้แน่"
จินเบกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ตกลง"
ไบร์ทตอบตกลงอย่างมีความสุข
เขาเตรียมตัวเตรียมใจมานานแล้วเพราะถ้าเกิดว่าเขาอยากจะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้อย่างปลอดภัย เขามีแต่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
"ดีมาก!"
จินเบมองมาที่ไบร์ทด้วยความพอใจ
ถ้าเป็นไบร์ทในตอนนี้เขาอาจได้ครอบครองความแข็งแกร่งระดับจักรพรรดิโจรสลัดในสักวันก็เป็นได้
‘ถ้ามันเกิดขึ้นจริงละก็..’
"เจ้าของร้านขอเพิ่มอีกสองจาน!"
ไบร์ทตะโกนสั่งออกมาเสียงดัง
"ฮืม? กินหมดแล้วเหรอ?"
"นายกินเยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
จินเบอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
ไบร์ทยิ้มแล้วพูดออกมาว่า
"เพราะว่าผมอยู่ในวัยกำลังโต"
ความสามารถหลายอย่างได้สร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาและพวกมันก็กำลังเติบโต ดังนั้นไบร์ทต้องการสารอาหารและพลังงานเป็นจำนวนมาก
ยิ่งไปกว่านั้นปลาแองเกลอร์ยักษ์จอมเขมือบยังได้เพิ่มความแข็งแกร่งและความอึดให้กับไบร์ทด้วย
อย่างไรก็ตามการเสริมประสิทธิภาพนี้ไม่ใช่การปรับปรุงในทันที แม้แต่ในประวัติศาสตร์เองก็ไม่ควรมีสิ่งมีชีวิตใดที่มีศักยภาพมากไปกว่าไบร์ทซึ่งครอบครองทั้งสายเลือดเม็กกาโลดอนและไคโด
ปลาแองเกลอร์ยักษ์จอมเขมือบตัวนี้สามารถกักเก็บพลังงานได้เช่นเดียวกับอูฐ
อย่างไรก็ตามปลาแองเกลอร์ยักษ์จอมเขมือบมีความสามารถในการระเบิดพลังงานที่กักเก็บเอาไว้และเปลี่ยนพลังงานดังกล่าวให้กลายเป็นพละกำลังหรือความแข็งแรงทางกายภาพได้ซึ่งมันแตกต่างจากอูฐ
การที่ไบร์ทกินเยอะขึ้นจึงถือเป็นการช่วยชาร์จพลังงานให้ตัวเองในระดับหนึ่งเช่นกัน
แม้ว่าตอนนี้มันแทบจะไม่เห็นผลลัพธ์อะไรเลยก็ตาม แต่ความสามารถเหล่านี้จะได้รับการพพัฒนาขึ้นผ่านการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
"ไบร์ทมีบางอย่างที่ฉันอยากให้นายช่วย"
ในตอนนั้นเองจินเบก็กล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง
"ฮืม?"
…………
หลังจากทานอาหารเย็นกับจินเบและยืมเงินมา 100,000 เบลีย์เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายประจำวันไบร์ทก็ได้บอกลาจินเบ
แต่เขาก็ไม่ได้กลับบ้านในทันที
ไบร์ทได้เดินไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในเขตมนุษย์เงือกซึ่งเป็นอาคารสามชั้น เขาสามารถได้ยินเสียงที่ดังออกมาจากข้างในได้อย่างชัดเจน
“เฮ้อออ!”
ไบร์ทถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ
‘ลูกพี่จินเบดันเอางานยากมาให้ทำซะได้’
แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ยังต้องมา
เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ไบร์ทกำลังยื่นมือออกไปเพื่อผลักประตูให้เปิดออก
แต่ประตูกลับถูกเปิดออกมาซะก่อนพร้อมชายคนหนึ่งที่เดินออกมา
เขาสวมเครื่องแบบทหารของกองทัพเนปจูน มีพุงใหญ่ มีฟันและจมูกที่แหลมคม และผมหยิกสีดำ
"โฮดี้"
ไบร์ทได้เรียกชื่อชายคนดังกล่าวออกมาด้วยความรังเกียจ
มนุษย์เงือกชายที่มีชื่อว่าโฮดี้เองก็สังเกตเห็นไบร์ทเช่นกัน เขาตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะพูดออกมาด้วยความรังเกียจขั้นสุดว่า
"แกยังไม่ตายอีกงั้นหรอ? ไอ้ลูกผสม!"
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย