- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่16:ฮิวแมนทอร์ช (ฟรี)
บทที่16:ฮิวแมนทอร์ช (ฟรี)
บทที่16:ฮิวแมนทอร์ช (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 16 ฮิวแมนทอร์ช
“เจ็บเหมือนกันแฮะ”
ไบร์ทที่กลายร่างเป็นมังกรได้บ่นออกมา
บริเวณหลังมุมปากขวาของเขาได้ปรากฏบาดแผล
เกล็ดถูกตัดออก กล้ามเนื้อฉีกขาด และมีเลือดไหลออกมาจากบาดแผล
เมื่อครู่วิชาดาบของอีกฝ่ายได้ตัดผ่านเปลวเพลิงและสร้างบาดแผลให้กับเขา
แม้ว่าเกล็ดมังกรของเขาในตอนนี้จะสามารถป้องกันกระสุนได้อย่างสบายๆ แต่มันก็ยังไม่สามารถต้านทานคลื่นดาบซึ่งห่อหุ้มด้วยฮาคิเกราะได้
แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาขนาดนั้นบาดแผลนี้มันเทียบไม่ได้เลยกับความเสียหายที่เขาสร้างให้กับฝ่ายตรงข้าม
เรือรบขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องล่างได้ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงเศษซากจากการระเบิดและเผาไหม้เท่านั้นที่ล่องลอยอยู่บนทะเล
ร่างของแหล่าทหารเรือที่ถูกไฟไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ
แม้จะยังมีผู้ที่โชคดีเอาชีวิตรอดมาได้แต่พวกเขาก็ต้องคร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด
ฉากที่เกิดขึ้นมันราวกับนรกไม่มีผิด
“กรรรร!”
เสียงคำรามของไบร์ทดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมสายฟ้าที่บานสะพรั่งอยู่บนฟากฟ้าและล่วงหล่นลงมายังท้องทะเลราวกับห่าฝนช่างเป็นภาพที่คุ้นเคย
“เปรี้ยงงงง!”
สายฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วท้องทะเลเหล่าทหารเรือที่เหลือรอดต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวอีกครั้ง
คราวนี้เสียงทุกอย่างได้เงียบสงบลงอย่างสมบูรณ์
"ไอ้มนุษย์เงือกสารเลว!!"
แฮงค์ที่ยังมีชีวิตอยู่คำรามออกมาด้วยความโกรธ
แม้ว่าเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานจากฟ้าผ่าและลมหายใจเพลิงของไบร์ทอย่างต่อเนื่อง แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่โดยอาศัยความสามารถในการป้องกันตัวที่เหนือชั้น
แต่ถึงอย่างงั้นแฮงค์ก็ยังคงรู้สึกสิ้นหวังอย่างมากในเวลานี้ ทั้งร่างของเขาถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ราวกับถูกย่างสด
ตัวเขาได้ใช้ฮาคิเกราะเข้าช่วยแล้วแต่มันก็ยังไม่สามารถต้านทานสายฟ้าและเปลวเพลิงของอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าเปลวเพลิงเมื่อครู่ได้จุดชนวนคลังอาวุธของเรือรบจนทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น
พลตรีแฮงค์ซึ่งไม่เหลือเค้าเดิมได้นั่งชันเข่าอยู่บนซากเรือรบที่ถูกทำลาย ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นไปมองมังกรแดงที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า
“เข้าใจแล้ว! ครั้งหนึ่งเวก้าพังค์ต้องการที่จะคัดลอกพลังผลปีศาจของไคโดแต่สุดท้ายเขาก็ล้มเหลว.. ทุกคนต่างถูกเขาหลอก!”
แฮงค์ยืนขึ้นมาอย่างไม่มั่นคง
ไบร์ทได้สะสมสายฟ้าไว้เป็นจำนวนมากจนร่างสีแดงเพลิงของเขาในตอนนี้ถูกปกคลุมไว้ด้วยสายฟ้าที่เป็นประกายอยู่ทั่วร่าง
ความสามารถของปลาไหลไฟฟ้าโบราณได้ถูกเปิดใช้งานแล้วทำให้เขาสามารถสร้างและกักเก็บกระแสไฟฟ้าได้
แม้ว่ามันจะยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แต่มันก็สามารถใช้งานได้
“ผลไม้ปีศาจเทียมนั้นประสบความสำเร็จ!”
“เขามอบมันให้กับแก! เพราะงั้นแกถึงได้ยอมร่วมมือด้วยสินะ!”
แฮงค์กำดาบในมือเอาไว้แน่น
“แกกำลังวางแผนอะไรอยู่?”
ไบร์ทไม่คิดที่จะมาเสียเวลาพูดเรื่องไร้สาระกับอีกฝ่าย เมื่อเขาเปิดปากขึ้นมาอีกครั้งเปลวเพลิงและสายฟ้าก็ได้มารวมตัวกันที่ปากของเขาอย่างพร้อมเพรียง
“ลมหายใจเพลิงอัสนีบาต!”
การผสมผสานระหว่างเปลวเพลิงและสายฟ้าได้เปลี่ยนกลายเป็นลำแสงสีขาวและแดง พวกมันได้พุ่งตรงเข้าใส่แฮงค์ราวกับดาวตก
“บูมมมม!”
เปลวเพลิงและสายฟ้าได้ทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นบนผิวทะเล จนเกิดไอน้ำระเหยขึ้นมาและสายฟ้าที่กระจายไปทั่วท้องทะเล
หลังจากนั้นคลื่นขนาดใหญ่ก็ได้ระเบิดออกมาจากบริเวณดังกล่าว
"ฮืม?"
ไบร์ทที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
การโจมตีในครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่มีการต่อต้านเกิดขึ้นเลยสักนิดเดียว
‘เป็นไปได้ไหมว่าแฮงค์ไม่มีแรงเหลือพอจะต้านทานมัน?’
‘มันจะเป็นไปได้ยังไง?’
ไบร์ทไม่คิดว่าเขาจะแข็งแกร่งถึงขนาดสามารถฆ่าทหารเรือระดับพลรือตรีได้ง่ายๆ อยู่แล้ว
‘หมอนั้นคิดที่จะหนีงั้นหรอ?’
แน่นอนว่าไบร์ทไม่คิดที่จะให้โอกาสอีกฝ่ายทำสำเร็จเด็ดขาด
การระเบิดครั้งนี้ได้สร้างคลื่นขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งมันทำให้กระแสน้ำใต้ท้องทะเลปั่นป่วนอย่างรุนแรง
แต่ตอนนี้กระแสน้ำที่ปั่นป่วนนั้นกำลังสร้างโอกาสให้กับแฮงค์
ร่างของเขาได้ถูกกระแสน้ำพัดพาออกไปจากสนามรบ
แม้ว่ากระแสไฟฟ้าที่ส่งผ่านมายังน้ำทะเลและน้ำทะเลที่เดือดราวกับกำลังต้มสุกจะทำให้เขาต้องทุกข์ทรมานแฮงค์ก็ยังทนได้
"ฉันจะต้องมีชีวิตรอด!!"
แฮงค์กัดฟันทนด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
การเลือกที่จะสู้กับมนุษย์เงือกนั้นต่อไปก็ไม่ต่างอะไรจากการรอคอยความตาย
ความสามารถของผู้ชายคนนั้นมันราวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถเข้าใกล้อีกฝ่ายได้
ทางเลือกเดียวที่เขามีคือหนี!
หลังจากนั้นเขาจะรายงานกับท่านจอมพลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์เงือกสกปรกนั้นกับเวก้าพังค์ให้เวก้าพังค์และมนุษย์เงือกสวะนั้นได้ชดใช้!
เขาพยายามกลั้นหายใจสุดความสามารถ
แต่ทันใดนั้นเองเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“ซู่ม!”
วัตถุขนาดใหญ่ได้ตกลงมายังท้องทะแลที่อยู่ไม่ไกลจากตัวแฮงค์พร้อมกับฟองอากาศที่กระจายและรวมตัวเข้าหากัน แฮงค์หันหน้าไปมองโดยไม่รู้ตัวมันทำให้ดวงตาของเขาต้องหดลงในทันที
"แกคิดว่าจะหนีมนุษย์เงือกจากใต้ท้องทะเลนี้ได้งั้นหรอ?"
มังกรสีแดงเพลิงได้ดำดิ่งลงมายังท้องทะเลจากบนฟากฟ้า ร่างที่เพรียวบางนั้นแหวกว่ายอยู่ในท้องทะเลและกล่าวกับแฮงค์ด้วยความดูถูก
‘มันเป็นไปได้ยังไงกัน?!’
แฮงค์ร้องตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัวแต่เขาคงลืมไปว่าเขากำลังอยู่ใต้ท้องทะเล มันทำให้น้ำทะเลทะลักเข้าไปในปากเขาทันที
เพราะความตื่นตระหนกเขาเลยเกือบจมน้ำตาย
"แกเลือกสถานที่ในการต่อสู้ชี้ขาดได้ห่วยแตกจริงๆ"
ไบร์ทได้คว้ากระแสน้ำด้วยกรงเล็บของเขาจากนั้นก็ตะโกนออกมาว่า
“ยิวยิตสูมนุษย์เงือก-ท่าทุ่มกระแสสมุทรข้ามไหล่” (เกียวจินยิวยิตสู-ไคริว อิปปอนเซโออิ)
ไบร์ทเหวี่ยงกรงเล็บและโยนกระแสน้ำตรงเข้าใส่ร่างของแฮงค์
หลังจากนั้นเขาก็เปิดปากออกพร้อมกับเปลวเพลิงที่มารวมตัวอยู่ที่ปากของเขา
“โบโรเบรธ!” (ลมหายใจอเวจี)
ไบร์ทได้ปลดปล่อยเปลวเพลิงสีทองของเขาออกมาใต้ท้องทะเล!
เปลวเพลิงได้รวมเข้ากับกระแสน้ำและกลายเป็นมังกรเพลิงภายในกระแสน้ำและเข้ากลืนกินร่างของแฮงค์จนหมดสิ้นในพริบตาเดียว
แฮ็กที่ถูกกระแสน้ำทะเลพัดหายไปก็ไหม้ไปทั้งตัวทันที
“……”
เขาพยายามดิ้นรนสุดชีวิตแต่เปลวเพลิงก็ได้แทรกซึมเข้าไปในตา หู จมูก ปาก และแม้กระทั่งเข้าไปในท้องของเขาพร้อมกับน้ำทะเลในที่สุดมันก็ได้เปลี่ยนเขาให้กลายเป็น ‘ฮิวแมนทอร์ช’
เขาใช้มือทั้งสองจับคอของตัวเองด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส และพยายามเกาคออย่างหนักราวกับต้องการคว้าเปลวเพลิงภายในตัวออกมา
แต่เขาไม่ได้มีพลังที่จะสามารถทำแบบนั้นได้
ดวงตาของเขาเริ่มมืดดับลงพร้อมกับพละกำลังที่หายไปอย่างรวดเร็ว
‘ฉัน.. ฉันไม่ยอมรับมันเด็ดขาด!’
‘ไอ้มนุษย์เงือกสารเลว!!’
ไบร์ทเข้ามาหาแฮงค์อย่างช้าๆ เพราะเขากังวลมากว่าแฮงค์จะตัดสินใจลากเขาตายไปด้วย
ในขณะที่เขาเริ่มเข้าใกล้แฮงค์เปลวเพลิงที่อยู่บนร่างของอีกฝ่ายและในน้ำก็เริ่มดับลงทีละน้อย
ร่างของแฮงค์ได้ถูกเปลี่ยนเป็นถ่านอย่างสมบูรณ์
เขาได้จากโลกนี้ไปแล้วอย่างแท้จริง
เขาไม่เคยเข้าใจว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับอะไรจนกระทั่งเขาตาย
เขายังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมไบร์ทซึ่งเป็นผู้ใช้พลังผลปีศาจถึงสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระใต้ท้องทะเล
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเปลวเพลิงถึงสามารถเผาไหม้ได้ในน้ำทะเล
“ฮู่ววว!”
ไบร์ทที่เห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็ได้ถอนหายใจจออกมาด้วยความโล่งอก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้ชายคนนี้เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา.. ยกเว้นคิซารุ!
แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็สามารถเอาชนะมาได้ด้วยความได้เปรียบอย่างมหาศาล
แม้ว่ามันจะค่อนข้างยุ่งยากแต่เขาก็ทำมันสำเร็จ แม้ว่าตอนนี้เขายังไม่รู้จักวิธีใช้ฮาคิแต่เขาก็คงไม่ถูกมองว่าเป็นตัวตนที่อ่อนแอบนท้องทะเลนี้หรอกจริงไหม?
ความสามารถที่เขาได้รับมาเมื่อสัปดาห์ก่อนช่วยเขาได้มากจริงๆ
เหตุผลที่เขาสามารถค้นหาตำแหน่งของแฮงค์ภายใต้ท้องทะเลอันปั่นป่วนนั้นก็เป็นเพราะความสามารถในการรับรู้ของปลาหมึกยักษ์มัจจุราช ซึ่งคล้ายกับความสามารถในการรับรู้ผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแม้ว่าตาของเขาจะมองไม่เห็นก็ตาม แต่ไบร์ทก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตในระยะรอบตัวเขาได้ในแง่หนึ่งมันถือเป็นญาติห่างๆ ของฮาคิสังเกตเลยทีเดียว
แม้ว่าระยะทางที่ตรวจจับได้จะค่อนข้างสั้นไปหน่อยแต่มันก็เพียงพอแล้ว
เขาสามารถดำลงไปในน้ำได้เพราะตอนนี้มีชั้นฟองอากาศบางๆ ปกคลุมเกล็ดของไบร์ทไว้อยู่ ซึ่งช่วยให้ร่างกายของไบร์ทถูกแยกออกจากน้ำทะเล
แม้ว่าตัวของเขาจะอยู่ในน้ำทะเลมันก็ไม่ได้ทำให้ไบร์ทสูญเสียความแข็งแกร่งของเขาไป
ส่วนเหตุผลที่เปลวเพลิงของเขาสามารถเผาไหม้ในน้ำทะเลได้นั้นเป็นเพราะความสามารถของปลากระเบนปีศาจพ่นไฟ สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 20 ล้านปีก่อนนั้นสามารถหลั่งสารไวไฟออกมาจากร่างกายของมันเองได้
สารชนิดนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มอุณหภูมิของเปลวเพลิงให้ร้อนขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีออกซิเจนในตัวเองอีกด้วยหรือก็คือตราบใดที่ออกซิเจนที่มันมีอยู่ไม่หมดลง เปลวเพลิงก็จะยังคงเผาไหม้ได้แม้จะอยู่ในท้องทะเลลึกก็ตาม
อย่างไรก็ตามเขาสามารถผลิตมันได้ในจำนวนที่เล็กน้อยเท่านั้นในตอนนี้ และแทบจะไม่พอใช้จุดไฟด้วยซ้ำดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะทำให้มันเผาไหม้อย่างยาวนานเลย
แต่จากที่ได้ทดลองใช้ดูแล้วความสามารถเหล่านี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
ไบร์ทบินกลับขึ้นไปบนฟ้าเพื่อตรวจสอบเมื่อมั่นใจว่าไม่มีทหารเรือเหลือรอดเขาก็รู้สึกโล่งใจ
หากมีทหารเรือรอดไปได้มันมีสองความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น หนึ่งเขาคนนั้นเลือกที่จะหนี สองเขาคนนั้นเลือกที่จะกลับไปรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"ได้เวลากลับบ้านสักที"
ไบร์ทหมุนตัวและโฉบลงมายังท้องทะเลก่อนจะพุ่งทะยานออกไปข้างหน้า
ได้เวลากลับเกาะมนุษย์เงือกแล้ว
แต่มันยังมีปัญหาอยู่เหมือนกันคือเขาไม่รู้ทาง
แต่มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรมนุษย์เงือกไม่มีวันหลงทางบนท้องทะเลอยู่แล้ว
ไบร์ทได้ออกค้นหาในทะเลสักพักจนในที่สุดก็พบกับฝูงวาฬที่กำลังลอยอยู่เฉยๆ ในน้ำ
ไบร์ทได้คืนร่างกลับเป็นปกติและว่ายข้ามออกไปราวกับลูกศร
"เพื่อนยาก! รู้ไหมว่าเกาะมนุษย์เงือกไปยังไง? ที่นั้นเป็นสถานที่ที่มีสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดอาศัยอยู่"
ทันใดนั้นวาฬที่ตัวใหญ่ที่สุดก็ได้ส่งเสียงร้องยาวออกมา
"นายบอกว่านายไม่รู้งั้นหรอ? แต่นายสามารถพาฉันไปหาคนที่น่าจะรู้ได้ขอบใจมากเพื่อน เพื่อเป็นการตอบแทนฉันจะช่วยนายจัดการกับพวกเพรียงน้ำส่วนเกินให้"
ไบร์ทยิ้มและว่ายน้ำไปที่หัวของวาฬตัวใหญ่และนั่งลง
‘ดีจริงๆ ที่ได้กลับมายังท้องทะเลอีกครั้ง’
ใต้ท้องทะเลอันมืดมิดนั้นมันเป็นสวรรค์สำหรับเหล่ามนุษย์เงือกและเงือก เพราะพวกเขามีเพื่อนอยู่ทั่วทุกแห่งหน
เหล่ามนุษย์เงือกและเงือกต่างก็เป็นลูกหลานแห่งท้องทะเลดังนั้นพวกเขาจึงสามารถสื่อสารกับสัตว์น้ำได้
แน่นอนว่าแม้แต่จ้าวทะเลก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพราะนี่คือเอกสิทธิ์ที่มอบให้กับโพไซดอนโดยเฉพาะ
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย