เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่14:ออกเดินทาง (ฟรี)

บทที่14:ออกเดินทาง (ฟรี)

บทที่14:ออกเดินทาง (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 14 ออกเดินทาง

ไบร์ทเดินตามหลังเวก้าพังค์มาโดยมีทหารเรือคอยติดตามมาตลอดทาง

เขาเคยพยายามฝ่าทะลวงบนเส้นทางนี้มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ครั้งนั้นเขาได้ถูกปิดกั้นไว้ด้วยเหล่าทหารเรือที่มีอาวุธครบมือ

ครั้งนี้เขาเดินทางมาที่นี้อย่างเปิดเผยภายใต้การคุ้มกันของทหารเรือ

อย่างไรก็ตามทัศนคติของเหล่าทหารเรือนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่

หลายคนมองมาที่ไบร์ทด้วยความรังเกียจอย่างเปิดเผย

ถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ไม่ได้สนใจ

‘แค่สายตามันจะทำอะไรฉันได้?’

‘ฉันกำลังจะได้รับอิสรภาพกลับคืนมา สายตาพวกนั้นมันไม่ได้มีค่าอะไรเลย!’

ไบร์ทเดินตามเวก้าพังค์มาจนถึงท่าเรือ เมื่อมาถึงก็มีเรือรบจอดเทียบท่ารออยู่ก่อนแล้ว

ท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอาคารโดยที่ไม่มีแสงแดดลอดผ่าน

“ชายชาตรีแห่งท้องทะเลจินเบได้เดินทางไปที่อิมเพลดาวน์เพื่อรับมนุษย์เงือกที่ถูกจับกุมตัวไปแล้ว”

เวก้าพังค์กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

“แต่เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาที่นี่เพื่อรับตัวนาย เรือรบลำนี้จะพานายไปยังท้องทะเลที่ห่างไกลออกไปจากที่นี่ หลังจากนั้นนายก็สามารถกลับไปยังเกาะมนุษย์เงือกได้ด้วยตัวนายเอง”

“เข้าใจแล้ว”

ไบร์ทพยักหน้าอย่างเข้าใจสำหรับเขาแค่ออกไปจากที่นี่ได้ก็พอแล้ว

“แล้วเพื่อเก็บเป็นความลับนายจะต้องอยู่ในห้องขังใต้เรือตลอดเส้นทาง และนายจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดินทางไปถึงจุดหมาย”

เวก้าพังค์กล่าวเสริมออกมา

‘ความลับ?’

ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะยิ้มอยู่ภายในใจ

เขารู้ว่าทำไมกองทัพเรือจึงต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับแต่สำหรับเขามันไม่สำคัญ อย่างที่เขาเคยพูดไปขอแค่ออกไปจากที่นี่ได้ก็พอแล้ว

“ไม่มีปัญหา”

ไบร์ทเข้าใจทุกอย่าง

“เอาล่ะ,เตรียมตัวขึ้นเรือได้แล้วหนุ่มน้อย..”

“บางทีเราอาจจะไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว”

เวก้าพังค์กล่าวออกมาด้วยท่าทางขี้เกียจของเขา

ไบร์ทพยักหน้าแล้วกล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า

"ไม่ว่ายังไงฉันก็อยากจะขอบคุณคุณจริงๆ ดอกเตอร์"

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพราะข้อตกลง แต่เขาก็ไม่ใช่ฝ่ายที่เสียหายแถมยังได้รับประโยชน์กลับมาเยอะมากด้วย

เวก้าพังค์เองก็รักษาสัญญาและปล่อยให้เขาเป็นอิสระ

"ดอกเตอร์คุณสมควรได้รับคำขอบคุณนี้แล้ว"

ในตอนนั้นเองเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา ไบร์ทได้หันกลับไปและพบเข้ากับแฮงค์ที่กำลังเดินเข้ามาโดยมีเสื้อคลุมแห่งความยุติธรรมที่กำลังพลิ้วไหวอยู่บนตัวเขา

‘แปลก.. แปลกมากจริงๆ’

ดวงตาของไบร์ทหดแคบลงในทันที

‘หมอนี้ต้องการจะทำอะไรอีกกันแน่?’

"แฮงค์?"

"นายมาทำอะไรที่นี่?"

เวก้าพังค์ยกคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย

พลเรือตรีแฮงค์ได้ตอบกลับอย่างใจเย็นว่า

“ดอกเตอร์,มนุษย์เงือกนี้อันตรายคุณรู้ไหมแม้แต่นาวาเอกโรนัลด์ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายคนนี้ ผมกังวลว่าผู้ชายคนนี้จะสร้างปัญหาบนเรือผมก็เลยวางแผนที่จะไปส่งตัวเขาด้วยตัวเอง”

‘ไอ้พลเรือตรีนี้มันน่ารำคาญจริงๆ!’

ไบร์ทสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงที่กำลังร้อนรุ่มอยู่ภายในใจเขา

“ฮืม?”

เวก้าพังค์มองมาที่แฮงค์อย่างมีเลศนัย

‘รีบปฏิเสธเขาไปสิดอกเตอร์’

‘ฉันกลัวจริงๆ ว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้’

ไบร์ทมองมาที่เวก้าพังค์ด้วยความอดทน

“ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงแฮะ”

เวก้าพังค์ยิ้มและกล่าวออกมาว่า

“ถ้างั้นขอฝากเรื่องนี้ให้นายจัดการด้วยแล้วกันนะแฮงค์”

“โปรดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมได้เลย”

ใบหน้าของแฮงค์เปลี่ยนเป็นความสุขทันที

เขาไม่เคยคิดเลยว่าเวก้าพังค์จะคุยง่ายขนาดนี้

ไบร์ทที่ได้ยินก็ถึงกับคิ้วขมวด

‘เวก้าพังค์กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?’

‘เห็นชัดๆ ว่าหมอนี้กำลังจะสร้างปัญหา!’

"ถ้างั้นพวกนายก็รีบไปกันได้แล้ว"

"ฉันจะกลับไปนอน"

เวก้าพังค์ชี้นิ้วสั่งออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

"เข้าใจแล้วครับ"

บนใบหน้าของแฮงค์เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นเขาหันหน้าไปมองไบร์ท

"ไปกันได้แล้วมนุษย์เงือก.. แกมัวมองอะไรอยู่? ถึงเวลาที่แกต้องไปได้แล้ว!"

ไบร์ทนั้นกำลังมองไปที่เวก้าพังค์เป็นครั้งสุดท้าย เขาเห็นรอยยิ้มที่มีเลศนัยซึ่งประดับอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

หลังจากนั้นเขาก็หันหลังและมุ่งหน้าไปยังเรือรบ

‘มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเพราะถ้าเป็นฉันในตอนนี้ละก็..’

“ลาก่อนดอกเตอร์”

หลังจากที่แฮงค์และเวก้าพังค์บอกลากันเสร็จ เขาก็หันหลังและเดินตามไบร์ทมาติดๆ

เวก้าพังค์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมก่อนจะยิ้มและโบกมือลาไบร์ท

“ลาก่อนหนุ่มน้อย”

ไบร์ทแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินและขึ้นเรือรบไปอย่างสงบ

มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังตามมาจากข้างหลัง ใช้เวลาไม่นานแฮงค์ก็ตามไบร์ททันก่อนที่จะกล่าวเสียงต่ำออกมาว่า

“ดูเหมือนว่าดร.เวกาพังค์จะไม่เต็มใจปกป้องแกสักเท่าไหร่นะ หรือว่าเพราะคุณค่าของแกมันหมดไปแล้ว? จริงด้วยถ้าไม่มีประโยชน์ใครจะเต็มใจเข้าใกล้มนุษย์เงือกอย่างพวกแก”

"แล้วไง?"

ไบร์ทกล่าวตอบออกมาด้วยความเฉยชา

"แล้วไงเหรอ?"

"มันถึงเวลาที่แกต้องไปอยู่ในกรงของแกแล้ว! มนุษย์เงือก!"

รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของแฮงค์

ไบร์ทสูดหายใจเข้าลึกๆ หลังจากนั้นก็ก้าวเดินเข้าไปในห้องโดยสารก่อนจะเดินลงไปยังห้องขังที่อยู่ชั้นล่าง

"ถอนสมอและออกเรือได้แล้ว!"

แฮงค์ยิ้มเยาะออกมาด้วยความภูมิใจก่อนจะออกคำสั่ง

เรือรบลำใหญ่สั่นไหวก่อนจะหมุนตัวและแล่นออกไปจากท่าเรือ

ไกลออกไปประตูที่เคยปิดสนิทอยู่ตลอดเวลาในที่สุดก็ได้ถูกเปิดออก

ที่ท่าเรือเวก้าพังค์ได้จากไปนานแล้วก่อนที่เรือรบจะออกเรือด้วยซ้ำ

ในขณะที่กำลังเดินทางกลับไปยังห้องทดลอง เขาก็ได้ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับรอยยิ้มที่อธิบายไม่ถูกบนใบหน้าของเขา

"อยากมีชีวิตที่สงบสุขงั้นหรอ? ลูกผู้ชายหน่ะไม่ควรพูดแบบนั้นรู้ไหม?"

"นายคือผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดของฉัน จงทำให้โลกนี้ต้องแหงนหน้ามองมาที่นายและจงแสดงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของนายออกมา!"

………..

ไบร์ทที่อยู่ในห้องขังใต้เรือนั้นกำลังอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ และสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนของเรือ

เรือรบลำใหญ่ได้ออกเดินทางแล้วและกำลังจะออกสู่น่านน้ำใกล้กับพังค์ฮาซาร์ดในไม่ช้า

‘ในที่สุดฉันก็จะได้มองเห็นท้องฟ้าและท้องทะเลอีกครั้งแล้ว’

ไบร์ทหวนคิดถึงบรรยากาศที่ห่างหายไปนาน

ไบร์ทอยากจะถอดกุญแจมือและโซ่ตรวนหนักๆ นี้ออกเต็มที เพราะเขาขี้เกียจเกินกว่าจะกัดมันด้วยฟันแล้ว

หลังจากนั้นเขาก็ได้เอนตัวไปพิงกำแพงก่อนจะปิดตาลงอย่างแผ่วเบา

เวลาได้ไหลผ่านไปอย่างช้าๆ และประตูห้องขังเองก็ไม่เคยถูกเปิดออกและก็ไม่มีใครเข้ามาหาเขาสักคน

ท้องของเขาเริ่มส่งเสียงครวญครางไม่หยุด เมื่อดูจากระดับความหิวแล้วตอนนี้น่าจะผ่านมาได้ประมาณหนึ่งวันแล้ว

ไม่รู้ว่าไบร์ทตื่นมาแล้วกี่ตื่น

ในตอนนั้นเองประตูก็ได้ถูกเปิดออก และทหารเรือหลายนายก็ได้เดินเข้ามา

"มนุษย์เงือกพลเรือตรีแฮงค์ต้องการพบนาย"

ทหารเรือนายหนึ่งที่อยู่หน้าสุดได้กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา

ไบร์ทหาวออกมาก่อนจะเดินตามเหล่าทหารเรือขึ้นไปยังดาดฟ้าเรือ

ตอนนี้เรือรบกำลังอยู่ในบริเวณน่านน้ำแห่งหนึ่ง ท้องฟ้าสดใสและแสงแดดอันร้อนผ่าวที่สาดส่องลงมาจากบนฟากฟ้ามันทำให้ไบร์ทรู้สึกไม่สบายตัว

แฮงค์ซึ่งอยู่บนดาดฟ้าเรือกำลังมองไปยังท้องทะเลอันกว้างใหญ่

ไบร์ทได้เดินมาที่ด้านหลังของอีกฝ่ายและถามออกมาอย่างใจเย็นว่า

"เรามาถึงจุดหมายแล้วงั้นหรอ?"

"ใช่,เรามาถึงแล้ว"

แฮงค์หันกลับมามองไบร์ทก่อนจะยิ้มและกล่าวออกมาว่า

"การเดินทางครั้งนี้จะจบลงที่นี่"

ไบร์ทเขย่ากุญแจมือจนส่งเสียงดังและพูดขึ้นว่า

"งั้นก็ช่วยปลดมันออกให้ฉันด้วย"

"….."

แฮงค์เงียบไปชั่วครู่หลังจากนั้นมุมปากของเขาก็เริ่มยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่รอยยิ้มอันบ้าคลั่งจะปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา

"มนุษย์เงือกอย่างพวกแกมีสมองแค่นี้งั้นหรอ? แกคิดว่าบาปที่แกทำไว้มันจะถูกลบล้างไปง่ายๆ งั้นหรอ?!"

“อิสรภาพ? สิ่งเดียวที่แกจะมีได้คืออิสรภาพจากความตาย!”

‘ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เลยแฮะ’

ไบร์ทคิดพร้อมกวาดตามองไปรอบๆ

ในตอนนี้เขาได้ถูกปิดล้อมโดยทหารเรือเรียบร้อยแล้ว

ได้เวลาแก้แค้นแล้ว!

“อย่ากังวลไปเลยมนุษย์เงือก”

“ทุกคนบนเรือนี้จะเป็นคนพิสูจน์เองว่าฉันได้ส่งแกลงทะเลเรียบร้อยแล้ว ส่วนเหตุผลที่แกไม่ได้กลับไปยังเกาะมนุษย์เงือกบางทีสักวันมนุษย์เงือกพวกนั้นอาจจะพบร่างของแกในขี้ของจ้าวทะเลก็ได้”

ในขณะที่พูดแฮงค์ก็ได้ดึงดาบบนเอวของเขาออกมาอย่างช้าๆ

ไบร์ทได้ลดแขนของเขาลงและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบว่า

“แกรู้ไหมว่าแกได้พลาดโอกาสนั้นไปแล้ว”

“ฉันไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระของแกมนุษย์เงือก!”

“จงชดใช้ให้กับชีวิตของเหล่าทหารเรือที่เสียไปภายใต้เงื้อมมือของแกซะ!”

แฮงค์ยกดาบและชี้มาที่หน้าของไบร์ท

‘ที่สำคัญแกจะต้องชดใช้ให้กับใบหน้าของฉันที่เสียไปต่อหน้าท่านจอมพล!’

“เหล่าทหารเรือทั้งหลายฆ่ามัน!”

สิ้นเสียงทหารเรือทั้งหมดก็พากันพุ่งเข้ามาหาไบร์ท

‘ดูเหมือนว่าฉันจะได้ทดลองพลังใหม่ที่ฉันได้รับมาสักที’

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

ระบบครอบครองวิญญาณในโลกโจรสลัด(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่14:ออกเดินทาง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว