- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่14:ออกเดินทาง (ฟรี)
บทที่14:ออกเดินทาง (ฟรี)
บทที่14:ออกเดินทาง (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 14 ออกเดินทาง
ไบร์ทเดินตามหลังเวก้าพังค์มาโดยมีทหารเรือคอยติดตามมาตลอดทาง
เขาเคยพยายามฝ่าทะลวงบนเส้นทางนี้มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ครั้งนั้นเขาได้ถูกปิดกั้นไว้ด้วยเหล่าทหารเรือที่มีอาวุธครบมือ
ครั้งนี้เขาเดินทางมาที่นี้อย่างเปิดเผยภายใต้การคุ้มกันของทหารเรือ
อย่างไรก็ตามทัศนคติของเหล่าทหารเรือนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่
หลายคนมองมาที่ไบร์ทด้วยความรังเกียจอย่างเปิดเผย
ถึงอย่างงั้นไบร์ทก็ไม่ได้สนใจ
‘แค่สายตามันจะทำอะไรฉันได้?’
‘ฉันกำลังจะได้รับอิสรภาพกลับคืนมา สายตาพวกนั้นมันไม่ได้มีค่าอะไรเลย!’
ไบร์ทเดินตามเวก้าพังค์มาจนถึงท่าเรือ เมื่อมาถึงก็มีเรือรบจอดเทียบท่ารออยู่ก่อนแล้ว
ท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอาคารโดยที่ไม่มีแสงแดดลอดผ่าน
“ชายชาตรีแห่งท้องทะเลจินเบได้เดินทางไปที่อิมเพลดาวน์เพื่อรับมนุษย์เงือกที่ถูกจับกุมตัวไปแล้ว”
เวก้าพังค์กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
“แต่เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาที่นี่เพื่อรับตัวนาย เรือรบลำนี้จะพานายไปยังท้องทะเลที่ห่างไกลออกไปจากที่นี่ หลังจากนั้นนายก็สามารถกลับไปยังเกาะมนุษย์เงือกได้ด้วยตัวนายเอง”
“เข้าใจแล้ว”
ไบร์ทพยักหน้าอย่างเข้าใจสำหรับเขาแค่ออกไปจากที่นี่ได้ก็พอแล้ว
“แล้วเพื่อเก็บเป็นความลับนายจะต้องอยู่ในห้องขังใต้เรือตลอดเส้นทาง และนายจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดินทางไปถึงจุดหมาย”
เวก้าพังค์กล่าวเสริมออกมา
‘ความลับ?’
ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะยิ้มอยู่ภายในใจ
เขารู้ว่าทำไมกองทัพเรือจึงต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับแต่สำหรับเขามันไม่สำคัญ อย่างที่เขาเคยพูดไปขอแค่ออกไปจากที่นี่ได้ก็พอแล้ว
“ไม่มีปัญหา”
ไบร์ทเข้าใจทุกอย่าง
“เอาล่ะ,เตรียมตัวขึ้นเรือได้แล้วหนุ่มน้อย..”
“บางทีเราอาจจะไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว”
เวก้าพังค์กล่าวออกมาด้วยท่าทางขี้เกียจของเขา
ไบร์ทพยักหน้าแล้วกล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า
"ไม่ว่ายังไงฉันก็อยากจะขอบคุณคุณจริงๆ ดอกเตอร์"
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพราะข้อตกลง แต่เขาก็ไม่ใช่ฝ่ายที่เสียหายแถมยังได้รับประโยชน์กลับมาเยอะมากด้วย
เวก้าพังค์เองก็รักษาสัญญาและปล่อยให้เขาเป็นอิสระ
"ดอกเตอร์คุณสมควรได้รับคำขอบคุณนี้แล้ว"
ในตอนนั้นเองเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา ไบร์ทได้หันกลับไปและพบเข้ากับแฮงค์ที่กำลังเดินเข้ามาโดยมีเสื้อคลุมแห่งความยุติธรรมที่กำลังพลิ้วไหวอยู่บนตัวเขา
‘แปลก.. แปลกมากจริงๆ’
ดวงตาของไบร์ทหดแคบลงในทันที
‘หมอนี้ต้องการจะทำอะไรอีกกันแน่?’
"แฮงค์?"
"นายมาทำอะไรที่นี่?"
เวก้าพังค์ยกคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย
พลเรือตรีแฮงค์ได้ตอบกลับอย่างใจเย็นว่า
“ดอกเตอร์,มนุษย์เงือกนี้อันตรายคุณรู้ไหมแม้แต่นาวาเอกโรนัลด์ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายคนนี้ ผมกังวลว่าผู้ชายคนนี้จะสร้างปัญหาบนเรือผมก็เลยวางแผนที่จะไปส่งตัวเขาด้วยตัวเอง”
‘ไอ้พลเรือตรีนี้มันน่ารำคาญจริงๆ!’
ไบร์ทสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงที่กำลังร้อนรุ่มอยู่ภายในใจเขา
“ฮืม?”
เวก้าพังค์มองมาที่แฮงค์อย่างมีเลศนัย
‘รีบปฏิเสธเขาไปสิดอกเตอร์’
‘ฉันกลัวจริงๆ ว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้’
ไบร์ทมองมาที่เวก้าพังค์ด้วยความอดทน
“ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงแฮะ”
เวก้าพังค์ยิ้มและกล่าวออกมาว่า
“ถ้างั้นขอฝากเรื่องนี้ให้นายจัดการด้วยแล้วกันนะแฮงค์”
“โปรดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมได้เลย”
ใบหน้าของแฮงค์เปลี่ยนเป็นความสุขทันที
เขาไม่เคยคิดเลยว่าเวก้าพังค์จะคุยง่ายขนาดนี้
ไบร์ทที่ได้ยินก็ถึงกับคิ้วขมวด
‘เวก้าพังค์กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?’
‘เห็นชัดๆ ว่าหมอนี้กำลังจะสร้างปัญหา!’
"ถ้างั้นพวกนายก็รีบไปกันได้แล้ว"
"ฉันจะกลับไปนอน"
เวก้าพังค์ชี้นิ้วสั่งออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
"เข้าใจแล้วครับ"
บนใบหน้าของแฮงค์เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นเขาหันหน้าไปมองไบร์ท
"ไปกันได้แล้วมนุษย์เงือก.. แกมัวมองอะไรอยู่? ถึงเวลาที่แกต้องไปได้แล้ว!"
ไบร์ทนั้นกำลังมองไปที่เวก้าพังค์เป็นครั้งสุดท้าย เขาเห็นรอยยิ้มที่มีเลศนัยซึ่งประดับอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
หลังจากนั้นเขาก็หันหลังและมุ่งหน้าไปยังเรือรบ
‘มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเพราะถ้าเป็นฉันในตอนนี้ละก็..’
“ลาก่อนดอกเตอร์”
หลังจากที่แฮงค์และเวก้าพังค์บอกลากันเสร็จ เขาก็หันหลังและเดินตามไบร์ทมาติดๆ
เวก้าพังค์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมก่อนจะยิ้มและโบกมือลาไบร์ท
“ลาก่อนหนุ่มน้อย”
ไบร์ทแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินและขึ้นเรือรบไปอย่างสงบ
มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังตามมาจากข้างหลัง ใช้เวลาไม่นานแฮงค์ก็ตามไบร์ททันก่อนที่จะกล่าวเสียงต่ำออกมาว่า
“ดูเหมือนว่าดร.เวกาพังค์จะไม่เต็มใจปกป้องแกสักเท่าไหร่นะ หรือว่าเพราะคุณค่าของแกมันหมดไปแล้ว? จริงด้วยถ้าไม่มีประโยชน์ใครจะเต็มใจเข้าใกล้มนุษย์เงือกอย่างพวกแก”
"แล้วไง?"
ไบร์ทกล่าวตอบออกมาด้วยความเฉยชา
"แล้วไงเหรอ?"
"มันถึงเวลาที่แกต้องไปอยู่ในกรงของแกแล้ว! มนุษย์เงือก!"
รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของแฮงค์
ไบร์ทสูดหายใจเข้าลึกๆ หลังจากนั้นก็ก้าวเดินเข้าไปในห้องโดยสารก่อนจะเดินลงไปยังห้องขังที่อยู่ชั้นล่าง
"ถอนสมอและออกเรือได้แล้ว!"
แฮงค์ยิ้มเยาะออกมาด้วยความภูมิใจก่อนจะออกคำสั่ง
เรือรบลำใหญ่สั่นไหวก่อนจะหมุนตัวและแล่นออกไปจากท่าเรือ
ไกลออกไปประตูที่เคยปิดสนิทอยู่ตลอดเวลาในที่สุดก็ได้ถูกเปิดออก
ที่ท่าเรือเวก้าพังค์ได้จากไปนานแล้วก่อนที่เรือรบจะออกเรือด้วยซ้ำ
ในขณะที่กำลังเดินทางกลับไปยังห้องทดลอง เขาก็ได้ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับรอยยิ้มที่อธิบายไม่ถูกบนใบหน้าของเขา
"อยากมีชีวิตที่สงบสุขงั้นหรอ? ลูกผู้ชายหน่ะไม่ควรพูดแบบนั้นรู้ไหม?"
"นายคือผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดของฉัน จงทำให้โลกนี้ต้องแหงนหน้ามองมาที่นายและจงแสดงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของนายออกมา!"
………..
ไบร์ทที่อยู่ในห้องขังใต้เรือนั้นกำลังอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ และสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนของเรือ
เรือรบลำใหญ่ได้ออกเดินทางแล้วและกำลังจะออกสู่น่านน้ำใกล้กับพังค์ฮาซาร์ดในไม่ช้า
‘ในที่สุดฉันก็จะได้มองเห็นท้องฟ้าและท้องทะเลอีกครั้งแล้ว’
ไบร์ทหวนคิดถึงบรรยากาศที่ห่างหายไปนาน
ไบร์ทอยากจะถอดกุญแจมือและโซ่ตรวนหนักๆ นี้ออกเต็มที เพราะเขาขี้เกียจเกินกว่าจะกัดมันด้วยฟันแล้ว
หลังจากนั้นเขาก็ได้เอนตัวไปพิงกำแพงก่อนจะปิดตาลงอย่างแผ่วเบา
เวลาได้ไหลผ่านไปอย่างช้าๆ และประตูห้องขังเองก็ไม่เคยถูกเปิดออกและก็ไม่มีใครเข้ามาหาเขาสักคน
ท้องของเขาเริ่มส่งเสียงครวญครางไม่หยุด เมื่อดูจากระดับความหิวแล้วตอนนี้น่าจะผ่านมาได้ประมาณหนึ่งวันแล้ว
ไม่รู้ว่าไบร์ทตื่นมาแล้วกี่ตื่น
ในตอนนั้นเองประตูก็ได้ถูกเปิดออก และทหารเรือหลายนายก็ได้เดินเข้ามา
"มนุษย์เงือกพลเรือตรีแฮงค์ต้องการพบนาย"
ทหารเรือนายหนึ่งที่อยู่หน้าสุดได้กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา
ไบร์ทหาวออกมาก่อนจะเดินตามเหล่าทหารเรือขึ้นไปยังดาดฟ้าเรือ
ตอนนี้เรือรบกำลังอยู่ในบริเวณน่านน้ำแห่งหนึ่ง ท้องฟ้าสดใสและแสงแดดอันร้อนผ่าวที่สาดส่องลงมาจากบนฟากฟ้ามันทำให้ไบร์ทรู้สึกไม่สบายตัว
แฮงค์ซึ่งอยู่บนดาดฟ้าเรือกำลังมองไปยังท้องทะเลอันกว้างใหญ่
ไบร์ทได้เดินมาที่ด้านหลังของอีกฝ่ายและถามออกมาอย่างใจเย็นว่า
"เรามาถึงจุดหมายแล้วงั้นหรอ?"
"ใช่,เรามาถึงแล้ว"
แฮงค์หันกลับมามองไบร์ทก่อนจะยิ้มและกล่าวออกมาว่า
"การเดินทางครั้งนี้จะจบลงที่นี่"
ไบร์ทเขย่ากุญแจมือจนส่งเสียงดังและพูดขึ้นว่า
"งั้นก็ช่วยปลดมันออกให้ฉันด้วย"
"….."
แฮงค์เงียบไปชั่วครู่หลังจากนั้นมุมปากของเขาก็เริ่มยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่รอยยิ้มอันบ้าคลั่งจะปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา
"มนุษย์เงือกอย่างพวกแกมีสมองแค่นี้งั้นหรอ? แกคิดว่าบาปที่แกทำไว้มันจะถูกลบล้างไปง่ายๆ งั้นหรอ?!"
“อิสรภาพ? สิ่งเดียวที่แกจะมีได้คืออิสรภาพจากความตาย!”
‘ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เลยแฮะ’
ไบร์ทคิดพร้อมกวาดตามองไปรอบๆ
ในตอนนี้เขาได้ถูกปิดล้อมโดยทหารเรือเรียบร้อยแล้ว
ได้เวลาแก้แค้นแล้ว!
“อย่ากังวลไปเลยมนุษย์เงือก”
“ทุกคนบนเรือนี้จะเป็นคนพิสูจน์เองว่าฉันได้ส่งแกลงทะเลเรียบร้อยแล้ว ส่วนเหตุผลที่แกไม่ได้กลับไปยังเกาะมนุษย์เงือกบางทีสักวันมนุษย์เงือกพวกนั้นอาจจะพบร่างของแกในขี้ของจ้าวทะเลก็ได้”
ในขณะที่พูดแฮงค์ก็ได้ดึงดาบบนเอวของเขาออกมาอย่างช้าๆ
ไบร์ทได้ลดแขนของเขาลงและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบว่า
“แกรู้ไหมว่าแกได้พลาดโอกาสนั้นไปแล้ว”
“ฉันไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระของแกมนุษย์เงือก!”
“จงชดใช้ให้กับชีวิตของเหล่าทหารเรือที่เสียไปภายใต้เงื้อมมือของแกซะ!”
แฮงค์ยกดาบและชี้มาที่หน้าของไบร์ท
‘ที่สำคัญแกจะต้องชดใช้ให้กับใบหน้าของฉันที่เสียไปต่อหน้าท่านจอมพล!’
“เหล่าทหารเรือทั้งหลายฆ่ามัน!”
สิ้นเสียงทหารเรือทั้งหมดก็พากันพุ่งเข้ามาหาไบร์ท
‘ดูเหมือนว่าฉันจะได้ทดลองพลังใหม่ที่ฉันได้รับมาสักที’
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย