เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่13:อิสรภาพ (ฟรี)

บทที่13:อิสรภาพ (ฟรี)

บทที่13:อิสรภาพ (ฟรี)


T.G.M: บทที่ 13 อิสรภาพ

ในที่สุดช่วงเวลานี้ก็มาถึงสักที!

‘มาได้ถูกจังหวะจริงๆ’

ไบร์ทคิดกับตัวเองอยู่ภายในใจ

เมื่อกินผลไม้ทั้งหมดไปในวันนี้การช่วยเหลือของจินเบก็ตามมา

หลังจากเสริมความแข็งแกร่งด้วยปัจจัยสายเลือดแล้ว เขาก็สามารถออกไปจากที่นี่ได้ทันทีมันจะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก

ไบร์ทจ้องมองมาที่เวก้าพังค์ด้วยความคาดหวัง

ตอนนี้มันถึงเวลาที่เขาต้องทำตามสัญญาแล้วจริงไหม?

“คุณฉลาดมากคุณพลเรือโท..”

“คุณปล่อยให้ฉันเป็นคนจัดการเรื่องยุ่งยากแบบนี้เนี่ยนะ?”

เวก้าพังค์กล่าวออกมาด้วยความเหน็บแนม

“เพราะถ้าเป็นดอกเตอร์ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง เหล่าระดับสูงก็จะไม่ทำอะไรคุณแน่นอน”

“แต่สถานการณ์ของฉันมันต่างกัน ฉันในตอนนี้กำลังคิดถึงเรื่องการเกษียณและดูแลลูกหลานอยู่ที่บ้าน”

พลเรือโทออคแคมกล่าวออกมาด้วยความลำบากใจ

“ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ”

เวก้าพังค์ส่ายหัวก่อนยิ้มออกมา

“ถ้าอย่างนั้นพลเรือตรีแฮงค์พาตัวผู้ชายคนนี้กลับไปก่อน ฉันจะหารือเรื่องนี้กับคุณพลเรือโทต่อเอง”

แฮงค์ที่ได้ยินก็แอบกัดฟันด้วยความหงุดหงิด

‘มันจำเป็นต้องพูดกันอีกหรือไง?!’

เขาอยากจะพูดสิ่งที่คิดออกไปจริงๆ แต่พลเรือโทออคแคมก็ได้ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า

“แฮงค์พาตัวเขากลับไปก่อนเถอะเรื่องนี้พวกเราจะหารือกันเอง”

แฮงค์ถึงกับหายใจลำบากเมื่อคนที่มีอำนาจมากที่สุดสองคนในฐานทดลองแห่งนี้ว่ามาแบบนั้น แน่นอนว่าเขาไม่สามารถขัดขืนได้เขาทำได้แค่เดินไปหาไบร์ท แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า

“ตามฉันกลับไปที่ห้องขัง”

แม้ว่าไบร์ทอยากจะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อฟังผลลัพธ์ของเรื่องนี้ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะจากไปอย่างเงียบๆ

หลังจากนี้คงต้องปล่อยให้เวก้าพังค์เป็นคนจัดการ

แต่ถึงอย่างงั้นตัวเขาเองก็ต้องเตรียมพร้อมเหมือนกัน

หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยขึ้นมาเขาจะได้ออกแรงได้ทันท่วงที

หลังจากที่ไบร์ทและแฮงค์เดินจากไป ในห้องทดลองก็เหลือเพียงเวก้าพังค์และพลเรือโทออคแคมเท่านั้น

ในตอนนั้นเองพลเรือโทออคแคมก็ยิ้มและกล่าวออกมาว่า

“ดอกเตอร์สรุปคุณจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดี?”

“ขอฉันแสดงบางอย่างให้คุณดูก่อนแล้วกัน”

เวก้าพังค์เดินไปยังตู้ที่ถูกปิดสนิทก่อนจะเปิดมันออก และหยิบหลอดทดลองที่มีสารเคมีบางอย่างอยู่ออกมาหลังจากนั้นเขาก็โยนมันไปให้กับพลเรือโทออคแคม

"โว้วๆ,ดอกเตอร์ช่วยระวังกว่านี้หน่อยได้ไหม?"

พลเรือโทยกหลอดทดลองขึ้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเขย่ามันด้วยความสนใจตัวสารเคมีภายในหลอดทดลองนั้นมีสีแดงที่ใสราวกับคริสตัล

"ดอกเตอร์สิ่งนี้มันคืออะไร?"

แม้จะถามออกไปแบบนั้นแต่เขาก็ได้เดาคำตอบไว้ภายในใจแล้ว

"มันถึงเวลาแล้ว"

"จากปัจจัยสายเลือดของเด็กคนนั้นยาที่สามารถทำให้ผู้ใช้หลอมรวมสายเลือดของมนุษย์เงือกได้ในระดับหนึ่งและเพิ่มความสามารถพื้นฐานร่างกายได้ถูกพัฒนาสำเร็จแล้ว"

เวก้าพังค์ปิดตู้ด้วยความขี้เกียจก่อนจะเอนตัวไปพิงมันไว้

"ฮืม? สำเร็จแล้วเหรอ?"

ดวงตาของพลเรือโทส่องสว่างขึ้นมาในทันที

"เด็กคนนั้นช่วยฉันได้มากเลยล่ะ"

"บอกตามตรงฉันเองก็ค่อนข้างประทับใจในตัวเขา"

เวก้าพังค์กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

"ดอกเตอร์อย่าบอกนะว่าคุณจะ.."

"เขาไม่รู้หรอกว่าฉันกำลังค้นคว้าเรื่องอะไรอยู่ และเขาเองก็คงไม่รู้ชื่อและที่ตั้งของฐานทดลองแห่งนี้ด้วยดังนั้นการปล่อยตัวเขาไปมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"

"แต่มันจะไม่มีความเสี่ยงอะไรตามมาใช่ไหม?"

พลเรือโทออคแคมกล่าวมาด้วยความกังวล

เวกาพังค์กลอกตาก่อนจะกล่าวตอบออกมาว่า

"ฉันจะติดต่อศูนย์ใหญ่และบอกพวกเขาเองว่านี่คือการตัดสินใจของตัวฉันเอง"

"ถ้างั้นก็เยี่ยมไปเลย!"

พลเรือโทยิ้มออกมาในทันที

ด้วยวิธีนี้แม้ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในอนาคต มันก็จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาและเขาก็จะสามารถเกษียณได้อย่างมีความสุข

………...

ระหว่างที่เดินทางกลับห้องขังไบร์ทก็เต็มไปด้วยความคาดหวังและความประหม่า

บอกตามตรงจากใจเลยเขาไม่เข้าใจเวก้าพังค์เลยสักนิด

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะรักษาสัญญาของเขาหรือเปล่า?

พูดสั้นๆ เลยก็คือเขาต้องเตรียมตัวรับมือกับผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้เสมอ

แฮงค์ยังคงเดินตามหลังไบร์ทมาอย่างเงียบๆ โดยที่มือของเขาถูกกดลงไปบนด้ามดาบที่อยู่ตรงเอวแน่น

‘ไอ้พลเรือโทสารเลวนั่น!’

‘มันคิดบ้าอะไรของมันกัน’

‘มาขอความเห็นจากเวก้าพังค์งั้นหรอ?’

แม้แต่ตัวแฮงค์เองที่อยู่ที่นี้มานานยังคิดไม่ออกเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะตัดสินใจแบบไหนออกมา

หลังจากลองทบทวนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของเวก้าพังค์ดูแล้ว เขามั่นใจมากว่าไอ้บ้าเวก้าพังค์จะต้องมีความประทับใจที่ดีต่อตัวไอ้มนุษย์เงือกตัวนี้แน่!

‘เป็นไปได้ไหมที่ไอ้บ้าเวก้าพังค์จะยอมปล่อยตัวมนุษย์เงือกนี้ไปจริงๆ?’

แค่คิดแฮงค์ก็รับไม่ได้แล้ว

หลังจากส่งไบร์ทกลับไปที่ห้องขังเรียบร้อยแฮงค์ก็ตรงไปที่ห้องทดลองของเวก้าพังค์ แต่ประตูห้องทดลองได้ถูกปิดไปแล้วและเวก้าพังค์ก็ได้กลับสู่โหมดการทดลองอีกครั้ง

แฮงค์ทำได้พียงหันหลังแล้วมุ่งหน้าไปยังสำนักงานของผู้บัญชาการฐานทดลอง

คราวนี้เขาได้พบกับผู้บัญชาการฐานทดลองอย่างพลเรือโทออคแคมสำเร็จ

“พลเรือโทสรุปแล้วดอกเตอร์ตัดสินใจยังไง? เขาจะจัดการยังไงกับมนุษย์เงือกนั้น?”

แฮงค์ถามออกมาด้วยความกังวล

“นายดูจะสนใจมนุษย์เงือกคนนั้นมากเลยนะพลเรือตรีแฮงค์”

พลเรือโทออคแคมพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“ดอกเตอร์บอกว่าเขาประทับใจโจรสลัดมนุษย์เงือกคนนั้นมากและการทดลองก็ประสบความสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเขาเลยบอกให้เราปล่อยตัวผู้ชายคนนั้นไปและเขาก็ได้รายงานเรื่องนี้ให้ทางศูนย์ใหญ่ทราบแล้วด้วยซึ่งทางคุณคองเองก็ตอบตกลง”

“เป็นไปไม่ได้?!”

“ไอ้สารเลวนั้น!”

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของแฮงค์สั่นเกร็งอย่างรุนแรง

“อย่าตื่นตระหนกไปเลยพลเรือตรีแฮงค์ดอกเตอร์ได้ตัดสินใจไปแล้ว และตัวฉันกับทางศูนย์ใหญ่กองทัพเรือเองก็เห็นด้วยนายไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก”

พลเรือโทออคแคมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูใจดีของเขา

“ไม่.. พลเรือโทฉันรับไม่ได้! คุณบอร์ซาลิโนขอให้ฉันจับตาดูเขา!”

แฮงค์แทบจะตะโกนออกมาอยู่แล้ว

“คุณเข้าใจไหมพลเรือโทออคแคม?!”

“ความเห็นของบอร์ซาลิโนเองก็สำคัญ แต่ความต้องการของดอกเตอร์และการตัดสินใจของศูนย์ใหญ่กองทัพเรือนั้นสำคัญกว่าลองกลับไปพิจารณาตัวเองให้ดี!”

พลเรือโทออคแคมกล่าวออกมาด้วยท่าทีจริงจัง

“นายมาถูกเวลาพอดีไปแจ้งเรื่องนี้ให้มนุษย์เงือกคนนั้นทราบด้วยเราจะส่งตัวเขาออกไปในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว”

“ออกไปก็อย่าลืมปิดประตูด้วยล่ะ”

แฮงค์เดินออกมาจากห้องของผู้บัญชาการฐานทดลองด้วยความห่อเหี่ยว ดูเหมือนว่าพลเรือโทออคแคมจะไม่พอใจในตัวเขา

‘บ้าเอ๊ย! ทั้งหมดมันเป็นเพราะไอ้มนุษย์เงือกนั่นต่างหาก!’

เขาหมุนตัวจากไปโดยมุ่งหน้าไปยังห้องขังของไบร์ท

สีหน้าของแฮงค์ตอนนี้ดูแย่สุดๆ

ทางด้านไบร์ทนั้นก็ยังคงออกกำลังกายอยู่ในห้องขังของเขาตามปกติ เขาได้ใช้การออกกำลังเพื่อระงับความตื่นเต้นที่คุกรุ่นอยู่ภายในใจ

ในตอนนั้นเองประตูก็ได้ถูกเปิดออก ซึ่งคนที่เดินเข้ามานั่นก็คือเพื่อนเก่าของเขาพลเรือตรีแฮงค์นั้นเอง

ไบร์ทหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความประหม่าโดยไม่รู้ตัว

หลังจากนั้นเมื่อเห็นสีหน้าของแฮงค์ที่เต็มไปด้วยความโกรธที่ราวกับภูเขาไฟปะทุ ความประหม่าทั้งหมดของไบร์ทก็หายไปในทันที

เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

"คุณทหารเรือมีอะไรอยากจะบอกฉันหรือเปล่า?"

"….."

เมื่อเห็นรอยยิ้มของมนุษย์เงือกตรงหน้าหมัดของแฮงค์ก็ถูกกำแน่นจนเล็บจมลงไปในเนื้อ

"แกทำสำเร็จแล้ว! เวก้าพังค์ตัดสินใจที่จะปล่อยตัวแกไป"

รอยยิ้มบนใบหน้าของไบร์ทถูกฉีกกว้างออกมาอย่างไม่อาจควบคุม

"จริงเหรอ? ข่าวดีสุดๆ ไปเลยนิ!"

‘เวก้าพังค์พี่ชายที่แสนดีของฉัน!’

ใบหน้าของแฮงค์มืดลงราวกับจะฆ่าใครให้ตาย เขาก้าวไปข้างหน้าและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"อย่าชะล่าใจไปมนุษย์เงือก.. อย่าคิดว่าแกจะหนีรอดไปได้ตลอด!!"

ไบร์ทไม่ได้สนใจอีกฝ่ายสักนิดเขายังคงออกกำลังกายอย่างเงียบๆ ตามเดิม

การเมินเฉยของไบร์ทมันทำให้แฮงค์ยิ่งไม่สบอารมณ์ หมอนี้มันคิดว่าเขาไม่มีปัญญาทำอะไรมันได้หรือไง?

เขาอยากจะด่ากราดออกไปมากแต่เขารู้สึกว่าการทำแบบนั้นมันยิ่งทำให้ตัวเขาดูตลก

แฮงค์ไม่อยากเห็นสีหน้าและแววตาที่เย่อหยิ่งของมนุษย์เงือกนี้อีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงหันหลังและเดินจากไป

หลังจากที่ประตูห้องขังปิดลงเขาก็ไม่ได้คิดที่จะมายืนเฝ้าที่ประตู แต่เลือกเดินกลับไปยังที่พักของเขาด้วยย่างก้าวที่หนักแน่น

‘ฉันต้องปล่อยตัวมนุษย์เงือกสารเลวนั้นไปจริงๆ เหรอ?’

‘ปล่อยตัวไอ้สารเลวนั้นที่ทำให้ฉันต้องเสียหน้าต่อหน้าท่านจอมพลไปเนี่ยนะ?’

‘ตลกสิ้นดี!’

‘ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นแค่มนุษย์เงือก!’

‘แกคิดว่าจะจากไปได้ง่ายๆ งั้นหรอ? คิดง่ายเกินไปแล้ว!’

แฮงค์กำด้ามดาบเอาไว้แน่น

ไบร์ทเองก็กำลังเฝ้ารออย่างเงียบๆ อิสรภาพอยู่ไม่ไกลแล้ว

หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน,ผลไม้ทั้งแปดที่เขาได้กินไปก่อนหน้านี้ก็เริ่มแสดงผลออกมาทีละน้อย

ความสามารถใหม่ๆ เริ่มถูกสร้างขึ้นมา

ไบร์ทดีใจมากที่ร่างกายของเขาไม่ได้แปลกไปเพราะความสามารถพวกนี้ แม้ว่าความสามารถเหล่านี้จะสร้างอวัยวะที่ไม่เคยมีมาก่อนขึ้นมาในร่างกายเขาก็ตาม

ในขณะที่เฝ้ารอคอยช่วงเวลาแห่งอิสรภาพ ไบร์ทก็ได้ลอบทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสามารถใหม่ของเขาอย่างลับๆ

แม้ว่าสายเลือดจะถูกเปิดใช้งานด้วยความช่วยเหลือจากผลไม้ปีศาจเทียม แต่แม้เขาจะไม่ได้ใช้งานพลังผลปีศาจความสามารถพวกนี้ก็ยังสามารถใช้งานได้

ร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ในเช้าวันหนึ่งหลังจากผ่านมาสิบเอ็ดวันประตูห้องขังของไบร์ทก็ได้ถูกเปิดออก

ไบร์ทที่เพิ่งกินข้าวเช้าเสร็จก็ได้หันหน้าไปมองที่ประตูในทันที

โดยไม่คาดคิดคนที่เดินเข้ามาคือเวก้าพังค์

"ดอกเตอร์?"

ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจพร้อมคำถามในใจที่ว่า

‘เขามาทำอะไรที่นี่?’

"หนุ่มน้อยยินดีด้วยที่ได้เป็นอิสระ"

"ครั้งนี้ฉันมาส่งนาย"

เวก้าพังค์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

ไบร์กตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่จะลุกขึ้นมา

"ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง!"

“ใช่,ในที่สุดนายก็จะได้ออกทะเลไปสร้างเรื่องใหญ่ได้แล้ว!”

เวก้าพังค์ยิ้มออกมาด้วยความสนุก

"สร้างเรื่องใหญ่เหรอ? ลืมมันไปเถอะ"

"ฉันอยากใช้ชีวิตที่สงบสุขมากกว่า"

ไบร์ทส่ายหัวและปฏิเสธออกมา

รอจนกว่ากลุ่มหมวกฟางและพันธมิตรจะโค่นล้มรัฐบาลโลก เผ่ามังกรฟ้า และบุคคลลึกลับที่ชื่ออิมแล้วค่อยออกสำรวจโลกที่สวยงามแห่งนี้ด้วยตัวเองดีกว่า

ไม่ว่ายังไงความปลอดภัยก็ต้องมาก่อนเสมอ

"จริงเหรอ? สำหรับผู้แข็งแกร่งคำพูดแบบนี้ฟังดูหายากดีนะ"

เวก้าพังค์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแม้ว่าตอนนี้ไบร์ทจะไม่ใช่ผู้แข็งแกร่ง แต่เชื่อเลยว่าอีกไม่นานเขาจะต้องก้าวไปถึงจุดนั้นแน่นอน

"แต่ก็ไม่เห็นเป็นไรแค่ทำในสิ่งที่นายชอบก็พอ"

"ไปกันเถอะหนุ่มน้อย,ฉันจะพานายไปที่ท่าเรือถึงเวลาโอบกอดอิสรภาพแล้ว"

เวก้าพังค์ยืดตัวและกวักมือเรียกไบร์ท

"เข้าใจแล้ว!"

ไบร์ทพยักหน้าอย่างหนักแน่น

เขาเฝ้ารอช่วงเวลานี้มานานกว่าครึ่งปีแล้ว!

อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย

วันพีช : ระบบครอบครองวิญญาณในโลกโจรสลัด(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่13:อิสรภาพ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว