- หน้าแรก
- วันพีช : ยุคสมัยของมนุษย์เงือก
- บทที่13:อิสรภาพ (ฟรี)
บทที่13:อิสรภาพ (ฟรี)
บทที่13:อิสรภาพ (ฟรี)
T.G.M: บทที่ 13 อิสรภาพ
ในที่สุดช่วงเวลานี้ก็มาถึงสักที!
‘มาได้ถูกจังหวะจริงๆ’
ไบร์ทคิดกับตัวเองอยู่ภายในใจ
เมื่อกินผลไม้ทั้งหมดไปในวันนี้การช่วยเหลือของจินเบก็ตามมา
หลังจากเสริมความแข็งแกร่งด้วยปัจจัยสายเลือดแล้ว เขาก็สามารถออกไปจากที่นี่ได้ทันทีมันจะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก
ไบร์ทจ้องมองมาที่เวก้าพังค์ด้วยความคาดหวัง
ตอนนี้มันถึงเวลาที่เขาต้องทำตามสัญญาแล้วจริงไหม?
“คุณฉลาดมากคุณพลเรือโท..”
“คุณปล่อยให้ฉันเป็นคนจัดการเรื่องยุ่งยากแบบนี้เนี่ยนะ?”
เวก้าพังค์กล่าวออกมาด้วยความเหน็บแนม
“เพราะถ้าเป็นดอกเตอร์ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง เหล่าระดับสูงก็จะไม่ทำอะไรคุณแน่นอน”
“แต่สถานการณ์ของฉันมันต่างกัน ฉันในตอนนี้กำลังคิดถึงเรื่องการเกษียณและดูแลลูกหลานอยู่ที่บ้าน”
พลเรือโทออคแคมกล่าวออกมาด้วยความลำบากใจ
“ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ”
เวก้าพังค์ส่ายหัวก่อนยิ้มออกมา
“ถ้าอย่างนั้นพลเรือตรีแฮงค์พาตัวผู้ชายคนนี้กลับไปก่อน ฉันจะหารือเรื่องนี้กับคุณพลเรือโทต่อเอง”
แฮงค์ที่ได้ยินก็แอบกัดฟันด้วยความหงุดหงิด
‘มันจำเป็นต้องพูดกันอีกหรือไง?!’
เขาอยากจะพูดสิ่งที่คิดออกไปจริงๆ แต่พลเรือโทออคแคมก็ได้ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า
“แฮงค์พาตัวเขากลับไปก่อนเถอะเรื่องนี้พวกเราจะหารือกันเอง”
แฮงค์ถึงกับหายใจลำบากเมื่อคนที่มีอำนาจมากที่สุดสองคนในฐานทดลองแห่งนี้ว่ามาแบบนั้น แน่นอนว่าเขาไม่สามารถขัดขืนได้เขาทำได้แค่เดินไปหาไบร์ท แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า
“ตามฉันกลับไปที่ห้องขัง”
แม้ว่าไบร์ทอยากจะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อฟังผลลัพธ์ของเรื่องนี้ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะจากไปอย่างเงียบๆ
หลังจากนี้คงต้องปล่อยให้เวก้าพังค์เป็นคนจัดการ
แต่ถึงอย่างงั้นตัวเขาเองก็ต้องเตรียมพร้อมเหมือนกัน
หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยขึ้นมาเขาจะได้ออกแรงได้ทันท่วงที
หลังจากที่ไบร์ทและแฮงค์เดินจากไป ในห้องทดลองก็เหลือเพียงเวก้าพังค์และพลเรือโทออคแคมเท่านั้น
ในตอนนั้นเองพลเรือโทออคแคมก็ยิ้มและกล่าวออกมาว่า
“ดอกเตอร์สรุปคุณจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดี?”
“ขอฉันแสดงบางอย่างให้คุณดูก่อนแล้วกัน”
เวก้าพังค์เดินไปยังตู้ที่ถูกปิดสนิทก่อนจะเปิดมันออก และหยิบหลอดทดลองที่มีสารเคมีบางอย่างอยู่ออกมาหลังจากนั้นเขาก็โยนมันไปให้กับพลเรือโทออคแคม
"โว้วๆ,ดอกเตอร์ช่วยระวังกว่านี้หน่อยได้ไหม?"
พลเรือโทยกหลอดทดลองขึ้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเขย่ามันด้วยความสนใจตัวสารเคมีภายในหลอดทดลองนั้นมีสีแดงที่ใสราวกับคริสตัล
"ดอกเตอร์สิ่งนี้มันคืออะไร?"
แม้จะถามออกไปแบบนั้นแต่เขาก็ได้เดาคำตอบไว้ภายในใจแล้ว
"มันถึงเวลาแล้ว"
"จากปัจจัยสายเลือดของเด็กคนนั้นยาที่สามารถทำให้ผู้ใช้หลอมรวมสายเลือดของมนุษย์เงือกได้ในระดับหนึ่งและเพิ่มความสามารถพื้นฐานร่างกายได้ถูกพัฒนาสำเร็จแล้ว"
เวก้าพังค์ปิดตู้ด้วยความขี้เกียจก่อนจะเอนตัวไปพิงมันไว้
"ฮืม? สำเร็จแล้วเหรอ?"
ดวงตาของพลเรือโทส่องสว่างขึ้นมาในทันที
"เด็กคนนั้นช่วยฉันได้มากเลยล่ะ"
"บอกตามตรงฉันเองก็ค่อนข้างประทับใจในตัวเขา"
เวก้าพังค์กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
"ดอกเตอร์อย่าบอกนะว่าคุณจะ.."
"เขาไม่รู้หรอกว่าฉันกำลังค้นคว้าเรื่องอะไรอยู่ และเขาเองก็คงไม่รู้ชื่อและที่ตั้งของฐานทดลองแห่งนี้ด้วยดังนั้นการปล่อยตัวเขาไปมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"
"แต่มันจะไม่มีความเสี่ยงอะไรตามมาใช่ไหม?"
พลเรือโทออคแคมกล่าวมาด้วยความกังวล
เวกาพังค์กลอกตาก่อนจะกล่าวตอบออกมาว่า
"ฉันจะติดต่อศูนย์ใหญ่และบอกพวกเขาเองว่านี่คือการตัดสินใจของตัวฉันเอง"
"ถ้างั้นก็เยี่ยมไปเลย!"
พลเรือโทยิ้มออกมาในทันที
ด้วยวิธีนี้แม้ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในอนาคต มันก็จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาและเขาก็จะสามารถเกษียณได้อย่างมีความสุข
………...
ระหว่างที่เดินทางกลับห้องขังไบร์ทก็เต็มไปด้วยความคาดหวังและความประหม่า
บอกตามตรงจากใจเลยเขาไม่เข้าใจเวก้าพังค์เลยสักนิด
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะรักษาสัญญาของเขาหรือเปล่า?
พูดสั้นๆ เลยก็คือเขาต้องเตรียมตัวรับมือกับผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้เสมอ
แฮงค์ยังคงเดินตามหลังไบร์ทมาอย่างเงียบๆ โดยที่มือของเขาถูกกดลงไปบนด้ามดาบที่อยู่ตรงเอวแน่น
‘ไอ้พลเรือโทสารเลวนั่น!’
‘มันคิดบ้าอะไรของมันกัน’
‘มาขอความเห็นจากเวก้าพังค์งั้นหรอ?’
แม้แต่ตัวแฮงค์เองที่อยู่ที่นี้มานานยังคิดไม่ออกเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะตัดสินใจแบบไหนออกมา
หลังจากลองทบทวนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของเวก้าพังค์ดูแล้ว เขามั่นใจมากว่าไอ้บ้าเวก้าพังค์จะต้องมีความประทับใจที่ดีต่อตัวไอ้มนุษย์เงือกตัวนี้แน่!
‘เป็นไปได้ไหมที่ไอ้บ้าเวก้าพังค์จะยอมปล่อยตัวมนุษย์เงือกนี้ไปจริงๆ?’
แค่คิดแฮงค์ก็รับไม่ได้แล้ว
หลังจากส่งไบร์ทกลับไปที่ห้องขังเรียบร้อยแฮงค์ก็ตรงไปที่ห้องทดลองของเวก้าพังค์ แต่ประตูห้องทดลองได้ถูกปิดไปแล้วและเวก้าพังค์ก็ได้กลับสู่โหมดการทดลองอีกครั้ง
แฮงค์ทำได้พียงหันหลังแล้วมุ่งหน้าไปยังสำนักงานของผู้บัญชาการฐานทดลอง
คราวนี้เขาได้พบกับผู้บัญชาการฐานทดลองอย่างพลเรือโทออคแคมสำเร็จ
“พลเรือโทสรุปแล้วดอกเตอร์ตัดสินใจยังไง? เขาจะจัดการยังไงกับมนุษย์เงือกนั้น?”
แฮงค์ถามออกมาด้วยความกังวล
“นายดูจะสนใจมนุษย์เงือกคนนั้นมากเลยนะพลเรือตรีแฮงค์”
พลเรือโทออคแคมพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
“ดอกเตอร์บอกว่าเขาประทับใจโจรสลัดมนุษย์เงือกคนนั้นมากและการทดลองก็ประสบความสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเขาเลยบอกให้เราปล่อยตัวผู้ชายคนนั้นไปและเขาก็ได้รายงานเรื่องนี้ให้ทางศูนย์ใหญ่ทราบแล้วด้วยซึ่งทางคุณคองเองก็ตอบตกลง”
“เป็นไปไม่ได้?!”
“ไอ้สารเลวนั้น!”
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของแฮงค์สั่นเกร็งอย่างรุนแรง
“อย่าตื่นตระหนกไปเลยพลเรือตรีแฮงค์ดอกเตอร์ได้ตัดสินใจไปแล้ว และตัวฉันกับทางศูนย์ใหญ่กองทัพเรือเองก็เห็นด้วยนายไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก”
พลเรือโทออคแคมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูใจดีของเขา
“ไม่.. พลเรือโทฉันรับไม่ได้! คุณบอร์ซาลิโนขอให้ฉันจับตาดูเขา!”
แฮงค์แทบจะตะโกนออกมาอยู่แล้ว
“คุณเข้าใจไหมพลเรือโทออคแคม?!”
“ความเห็นของบอร์ซาลิโนเองก็สำคัญ แต่ความต้องการของดอกเตอร์และการตัดสินใจของศูนย์ใหญ่กองทัพเรือนั้นสำคัญกว่าลองกลับไปพิจารณาตัวเองให้ดี!”
พลเรือโทออคแคมกล่าวออกมาด้วยท่าทีจริงจัง
“นายมาถูกเวลาพอดีไปแจ้งเรื่องนี้ให้มนุษย์เงือกคนนั้นทราบด้วยเราจะส่งตัวเขาออกไปในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว”
“ออกไปก็อย่าลืมปิดประตูด้วยล่ะ”
แฮงค์เดินออกมาจากห้องของผู้บัญชาการฐานทดลองด้วยความห่อเหี่ยว ดูเหมือนว่าพลเรือโทออคแคมจะไม่พอใจในตัวเขา
‘บ้าเอ๊ย! ทั้งหมดมันเป็นเพราะไอ้มนุษย์เงือกนั่นต่างหาก!’
เขาหมุนตัวจากไปโดยมุ่งหน้าไปยังห้องขังของไบร์ท
สีหน้าของแฮงค์ตอนนี้ดูแย่สุดๆ
ทางด้านไบร์ทนั้นก็ยังคงออกกำลังกายอยู่ในห้องขังของเขาตามปกติ เขาได้ใช้การออกกำลังเพื่อระงับความตื่นเต้นที่คุกรุ่นอยู่ภายในใจ
ในตอนนั้นเองประตูก็ได้ถูกเปิดออก ซึ่งคนที่เดินเข้ามานั่นก็คือเพื่อนเก่าของเขาพลเรือตรีแฮงค์นั้นเอง
ไบร์ทหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความประหม่าโดยไม่รู้ตัว
หลังจากนั้นเมื่อเห็นสีหน้าของแฮงค์ที่เต็มไปด้วยความโกรธที่ราวกับภูเขาไฟปะทุ ความประหม่าทั้งหมดของไบร์ทก็หายไปในทันที
เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"คุณทหารเรือมีอะไรอยากจะบอกฉันหรือเปล่า?"
"….."
เมื่อเห็นรอยยิ้มของมนุษย์เงือกตรงหน้าหมัดของแฮงค์ก็ถูกกำแน่นจนเล็บจมลงไปในเนื้อ
"แกทำสำเร็จแล้ว! เวก้าพังค์ตัดสินใจที่จะปล่อยตัวแกไป"
รอยยิ้มบนใบหน้าของไบร์ทถูกฉีกกว้างออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
"จริงเหรอ? ข่าวดีสุดๆ ไปเลยนิ!"
‘เวก้าพังค์พี่ชายที่แสนดีของฉัน!’
ใบหน้าของแฮงค์มืดลงราวกับจะฆ่าใครให้ตาย เขาก้าวไปข้างหน้าและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"อย่าชะล่าใจไปมนุษย์เงือก.. อย่าคิดว่าแกจะหนีรอดไปได้ตลอด!!"
ไบร์ทไม่ได้สนใจอีกฝ่ายสักนิดเขายังคงออกกำลังกายอย่างเงียบๆ ตามเดิม
การเมินเฉยของไบร์ทมันทำให้แฮงค์ยิ่งไม่สบอารมณ์ หมอนี้มันคิดว่าเขาไม่มีปัญญาทำอะไรมันได้หรือไง?
เขาอยากจะด่ากราดออกไปมากแต่เขารู้สึกว่าการทำแบบนั้นมันยิ่งทำให้ตัวเขาดูตลก
แฮงค์ไม่อยากเห็นสีหน้าและแววตาที่เย่อหยิ่งของมนุษย์เงือกนี้อีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงหันหลังและเดินจากไป
หลังจากที่ประตูห้องขังปิดลงเขาก็ไม่ได้คิดที่จะมายืนเฝ้าที่ประตู แต่เลือกเดินกลับไปยังที่พักของเขาด้วยย่างก้าวที่หนักแน่น
‘ฉันต้องปล่อยตัวมนุษย์เงือกสารเลวนั้นไปจริงๆ เหรอ?’
‘ปล่อยตัวไอ้สารเลวนั้นที่ทำให้ฉันต้องเสียหน้าต่อหน้าท่านจอมพลไปเนี่ยนะ?’
‘ตลกสิ้นดี!’
‘ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นแค่มนุษย์เงือก!’
‘แกคิดว่าจะจากไปได้ง่ายๆ งั้นหรอ? คิดง่ายเกินไปแล้ว!’
แฮงค์กำด้ามดาบเอาไว้แน่น
ไบร์ทเองก็กำลังเฝ้ารออย่างเงียบๆ อิสรภาพอยู่ไม่ไกลแล้ว
หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน,ผลไม้ทั้งแปดที่เขาได้กินไปก่อนหน้านี้ก็เริ่มแสดงผลออกมาทีละน้อย
ความสามารถใหม่ๆ เริ่มถูกสร้างขึ้นมา
ไบร์ทดีใจมากที่ร่างกายของเขาไม่ได้แปลกไปเพราะความสามารถพวกนี้ แม้ว่าความสามารถเหล่านี้จะสร้างอวัยวะที่ไม่เคยมีมาก่อนขึ้นมาในร่างกายเขาก็ตาม
ในขณะที่เฝ้ารอคอยช่วงเวลาแห่งอิสรภาพ ไบร์ทก็ได้ลอบทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสามารถใหม่ของเขาอย่างลับๆ
แม้ว่าสายเลือดจะถูกเปิดใช้งานด้วยความช่วยเหลือจากผลไม้ปีศาจเทียม แต่แม้เขาจะไม่ได้ใช้งานพลังผลปีศาจความสามารถพวกนี้ก็ยังสามารถใช้งานได้
ร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ในเช้าวันหนึ่งหลังจากผ่านมาสิบเอ็ดวันประตูห้องขังของไบร์ทก็ได้ถูกเปิดออก
ไบร์ทที่เพิ่งกินข้าวเช้าเสร็จก็ได้หันหน้าไปมองที่ประตูในทันที
โดยไม่คาดคิดคนที่เดินเข้ามาคือเวก้าพังค์
"ดอกเตอร์?"
ไบร์ทอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจพร้อมคำถามในใจที่ว่า
‘เขามาทำอะไรที่นี่?’
"หนุ่มน้อยยินดีด้วยที่ได้เป็นอิสระ"
"ครั้งนี้ฉันมาส่งนาย"
เวก้าพังค์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
ไบร์กตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่จะลุกขึ้นมา
"ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง!"
“ใช่,ในที่สุดนายก็จะได้ออกทะเลไปสร้างเรื่องใหญ่ได้แล้ว!”
เวก้าพังค์ยิ้มออกมาด้วยความสนุก
"สร้างเรื่องใหญ่เหรอ? ลืมมันไปเถอะ"
"ฉันอยากใช้ชีวิตที่สงบสุขมากกว่า"
ไบร์ทส่ายหัวและปฏิเสธออกมา
รอจนกว่ากลุ่มหมวกฟางและพันธมิตรจะโค่นล้มรัฐบาลโลก เผ่ามังกรฟ้า และบุคคลลึกลับที่ชื่ออิมแล้วค่อยออกสำรวจโลกที่สวยงามแห่งนี้ด้วยตัวเองดีกว่า
ไม่ว่ายังไงความปลอดภัยก็ต้องมาก่อนเสมอ
"จริงเหรอ? สำหรับผู้แข็งแกร่งคำพูดแบบนี้ฟังดูหายากดีนะ"
เวก้าพังค์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแม้ว่าตอนนี้ไบร์ทจะไม่ใช่ผู้แข็งแกร่ง แต่เชื่อเลยว่าอีกไม่นานเขาจะต้องก้าวไปถึงจุดนั้นแน่นอน
"แต่ก็ไม่เห็นเป็นไรแค่ทำในสิ่งที่นายชอบก็พอ"
"ไปกันเถอะหนุ่มน้อย,ฉันจะพานายไปที่ท่าเรือถึงเวลาโอบกอดอิสรภาพแล้ว"
เวก้าพังค์ยืดตัวและกวักมือเรียกไบร์ท
"เข้าใจแล้ว!"
ไบร์ทพยักหน้าอย่างหนักแน่น
เขาเฝ้ารอช่วงเวลานี้มานานกว่าครึ่งปีแล้ว!
อ่านก่อนใครได้ที่เพจ The Soul Purchasing Pirate แปลไทย